เช้าวันรุ่งขึ้นเอกซ์มาปลุกผม เพราะว่าผมหลับลึกจนนาฬิกาปลุกยังเอาชนะความง่วงไม่ได้ เมื่อคืนผมได้นอนก็ปาเข้าไปตีสอง ใครจะไม่ง่วงบ้างล่ะครับ
ผมลงไปล้างหน้าแปรงฟันอย่างรีบร้อนแล้วก็บึ่งขึ้นไปแต่งตัวก่อนจะลงมาทานข้าวต้มที่ยายแก้วเตรียมไว้ให้ ส่วนยายผมออกไปรำไทยเก๊กกับผู้สูงวัยที่สวนสุขภาพในหมู่บ้านครับ อ้อ ยายแก้วเห็นแผลของเอกซ์แล้วครับ ท่านเป็ห่วงมาก แต่เอกซ์ก็โกหกว่ามีหมาตัดหน้ารถเมื่อวานแล้วรถล้มงั้นงี้ ซึ่งผมก็ไม่อยากไปจุ้นเื่ในครอบครัวเขาเลยไม่ได้ทักท้วงหรือบอกความจริงอะไรยายแก้วไป
่ระหว่างทานข้าวนั้นผมก็ไม่คุยกับเอกซ์เลยสักคำ เพราะผมไม่รู้ว่าจะหาเื่อะไรมาคุยกับมันดี จนกระทั่งถึงเวลาต้องออกจากบ้าน เอกซ์ก็เรียกผมไว้
“วาย ไปกับกูม้ะ?” เอกซ์ที่กำลังจูงรถมอเตอร์ไซค์อยู่เอ่ยถามผมที่เพิ่งออกจากตัวบ้านมา ผมส่ายหน้าแล้วเดินไปยังหน้าบ้านเพื่อรอรถโดยสารสองแถวที่จะผ่านมารับ “มึงเป็ไร” แต่ดูเหมือนเอกซ์จะไม่ลดละความพยายาม มันจูงรถมาตื๊อผมตรงรั้วบ้าน ผมเลยต้องเปิดปากคุยกับมันตัดความรำคาญไป
“เป็คน”
“ตอบดีๆ”
ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วบิดตัวไปหามันอย่างช่วยไม่ได้
“เราไม่ซ้อนนายไปเด็ดขาดเพราะเรากลัวนายพาไปล้ม โอเค้?”
“กูถามว่ามึงเป็อะไร ไม่ได้ถามว่ามึงจะซ้อนกูไปโรงเรียนไหม”
“เอ๊า ก็เมื่อกี้นายถาม”
“อันนี้กูชวน แต่ที่กูถามคือมึงเป็ไร เช้านี้ไม่พูดกับกูซักคำ”
“ก็คุยนี่แล้วไง”
“อย่ากวนตีนได้มะ”
“นี่เอกซ์ ถ้านายจะหาเื่ ขอเถอะหยุดเลยนะ ไม่งั้นเราจะบอกความจริงกับยายแก้วว่าเมื่อคืนนายไปทำอะไรมา”
“ตกลงมึงโกรธกูเื่เมื่อคืนใช่มะ”
“โกรธเื่?”
“เื่ที่กูท้ามึงเป็เมียไง”
“โว๊ะ ไร้สาระ”
“เดี๋ยวดิ เดินหนีทำไมวะ”
ผม้าตัดบทสนทนาด้วยการเดินหนีเอกซ์ แต่ก็ถูกคำคำหนึ่งสะกดให้หยุดชะงักอยู่กับที่
“เมีย!!”
ขวับ!!
ผมตาขวางใส่เอกซ์ทันทีที่ได้ยินคำคำนั้น นี่มันกะจะท้าทายผมใช่ไหม มัน้าพิสูจน์ว่าผมโกรธมันอยู่ใช่หรือเปล่า!?
ได้!! ในเมื่อมันอยากให้ผมโกรธนัก ผมจะโกรธมันให้ดู!!
“เอกซ์!! เราอยู่ของเราดีๆ นายจะมาหาเื่ให้เราอารมณ์เสียแต่เช้าไปเพื่ออะไรวะ ขาดความอบอุ่นเหรอ เราบอกไม่ได้โกรธก็มายุให้เราโกรธอยู่ได้ นายไปเลยนะ ไปไกลๆ ตีนเราเดี๋ยวนี้!!”
ผมชี้หน้าด่ามันอย่างสุดจะทน อุณหภูมิในร่างกายผมร้อนจนเืในตัวเดือดปุดๆ ตอนนี้ถ้าผมกลายร่างเป็ัได้ผมคงจะพ่นไฟเผามันให้ตายต่อหน้าต่อตาไปเลย!!
“กูว่าแล้วว่ามึงต้องโกรธกูอยู่แน่ๆ มึงโกรธที่กูพูดคำว่า ‘เมีย’ ใช่มะ”
“เื่ของเรา นายจะไปไหนก็ไป!!”
“กูไม่ไป!!”
“งั้นเราไปเอง!!”
ผมหันหลังเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังไปยังรถโดยสารที่จอดรับนักเรียนอยู่ฝั่งตรงข้ามของบ้านแก้วมณีอย่างรวดเร็ว ผมไม่สนใจแล้วว่าเอกซ์จะทำอะไร ผมเข้าไปนั่งในรถที่มีแต่นักเรียนสายสามัญชายหญิงนั่งอยู่ ทุกคนหันมาจ้องหน้าผมอย่างอยากรู้อยากเห็น ผมหยิบไอโฟนขึ้นมากดเล่นทำเป็ไม่สนสายตาคนพวกนั้น แล้วก็มีใครคนนึงมาสะกิดไหล่ผมในจังหวะที่รถเริ่มเคลื่อนตัว
จึกๆ
“หวัดดีวาย”
น้ำเสียงทุ้มๆ ที่คุ้นหูทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่นั่งข้างๆ ด้วยความสงสัย แล้วพอผมเห็นหน้าเขาผมก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“กราฟ!!”
“หวัดดี”
“กราฟอยู่แถวนี้เหรอ”
“ครับ แล้ววายล่ะ ทำไมจู่ๆ มาโผล่แถวนี้ ผมจำได้ว่าบ้านวายอยู่อีกเขตนึง”
“เอ่อ เื่มันยาวน่ะ เอาเป็ว่ายายเราย้ายมาอยู่กับยายแก้วที่บ้านแก้วมณี เราเลยต้องย้ายตามมาอยู่กับยายน่ะ”
“โชคดีจัง งั้นวันหลังมาเที่ยวบ้านผมก็ได้นะ บ้านผมอยู่ตรงข้ามนี้เอง”
“จริงเหรอ เยี่ยมไปเลย งั้นวันนี้หลังเลิกเรียนพอกลับถึงบ้านแล้วเราจะไปเที่ยวหานะ”
“ดีเลยครับ ไว้เอาการบ้านมาทำด้วยกันนะ”
“อื้ม”
โชคดีจริงๆ ที่ได้มาเจอกราฟในสถานการณ์แบบนี้ กราฟ เป็เพื่อนร่วมห้องเรียนของผมครับ เขาเป็นักบาสฯ ประจำโรงเรียน ส่วนสูงก็ร้อยแปดสิบห้าเิเเห็นจะได้ เขาเป็คนผิวสีแทน หน้าเรียวเนียน คิ้วหนา มีหนวดแซมๆ ดัดฟันสีฟ้า กล้ามแขนกับกล้ามขานี่แน่นปึก กลิ่นตัวหอมๆ ที่ปนเปรี้ยวนิดๆ ของเขาทำให้ผมรู้สึกมีที่พึ่งพึง
กราฟเป็คนพูดเพราะ นิสัยดี เขาไม่ถามผมด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้ผมทะเลาะกับไอ้ปีศาจนั่นมายังไง อาจจะเป็เพราะกราฟรู้ว่าไม่ควรถามเื่แบบนี้ในรถซึ่งมีคนจับจ้องอยากรู้เื่ราวของผมเยอะๆ ก็เป็ได้ครับ
อา...ผมดีใจจังที่ได้เจอเพื่อนร่วมห้องในเวลาแบบนี้ ถึงเราจะไม่ได้สนิทหรืออยู่กลุ่มเดียวกัน แต่หลังจากนี้ผมคงต้องสนิทกับกราฟให้มากขึ้น ผมจะได้หาข้ออ้างไปค้างบ้านเขาเพื่อหลบหนีไอ้ปีศาจบ้านั่นยังไงล่ะครับ ขอบคุณ์ที่ไม่ทอดทิ้งผม ขอบคุณที่ส่งตัวช่วยมาให้ ขอบคุณจริงๆ ครับ