ตรงระเบียงทางเดินที่แคบยาวของตึกชั้นล่าง มีนักศึกษาหลายกลุ่มเดินผ่านพวกเขาไป ซึ่งก็ไม่มีซักคนที่จะไม่มองด้วยสายตาที่อยากรู้อยากเห็น
อย่างไรเสีย เหตุการณ์อึกทึกครั้งนั้นก็สร้างความปั่นป่วนทั่วทั้งมหาลัย การถูกลักพาตัวของหลินเฉี่ยนทำให้หลาย ๆ คนตื่นกลัวขึ้นมา
เช่นเดียวกันกับวันนี้ ในเมื่อ ‘คนดังทั้งสอง’ ในวันนั้นมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะดึงดูดสายตาผู้คนไม่น้อย
“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ แต่ตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไรแล้วแหละ” หลินเฉี่ยนพูดอย่างใจกว้าง จากนั้นก็หันหน้ามองออกไปข้างนอกตัวตึก
เจียงอีฟานมองตามสายตาของเธอออกไป เขามองเห็นว่าตรงด้านข้างสนามนั่นมีชายที่ดูหล่อและดูมีภูมิฐานยืนอยู่ตรงนั้นคนหนึ่ง ซึ่งสายตาของชายคนนั้นก็จับจ้องมาที่พวกเขา
“คนนั้นเขาเป็นแฟนของเธอเหรอ ?” เจียงอีฟานบอกสิ่งที่รู้สึกอยู่ในใจไม่ได้ ก่อนหน้านี้ที่หลินเฉี่ยนให้เหตุผลว่าเธอมีแฟนแล้ว เขาเองก็นึกว่าเธอแค่หาข้ออ้างมาเพราะต้องการปฏิเสธเขาเท่านั้น แต่ตอนนี้ได้เห็นแล้วว่าเธอไม่ได้โกหก
หลินเฉี่ยนพยักหน้า “ใช่แล้ว เขาหล่อมากใช่ไหมล่ะ ?”
ได้ยินเธอยอมรับจากปากของตัวเอง เจียงอีฟานก็รู้สึกเหมือนแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้รบ เขามีเพียงรอยยิ้มแห้ง ๆ ให้เธอ “ก่อนหน้านี้ที่ฉันทำเรื่องโอเวอร์ให้กระทบถึงเธอ ฉันขอโทษนะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ก็ไม่ได้กระทบอะไรถึงฉันมากมายนักหรอก ที่นายทำมันดี ฉันรู้ว่านายตั้งใจทำให้ แต่ฉันเองก็รับไว้ไม่ได้จริง ๆ ยังไงฉันก็ขอให้นายเจอคนที่พร้อมรับความรักจากนายนะเจียงอีฟาน”
“ขอบใจเธอมากที่รักษาน้ำใจ มันเป็นเพราะฉันอวดดีเกินไป คิด ๆ ดูแล้วฉันเสียดายมากที่ฉันเลือกใช้วิธีนั้นเพื่อทำให้เรารู้จักกัน”
หลินเฉี่ยนไม่อยากให้บรรยากาศไม่ดีเธอจึงพูดหยอกล้อ “หูววว ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าคนที่มั่นใจในตัวเองสูงอย่างอัจฉริยะสถาปัตย์เนี่ย จะมีวันที่พิจารณาตัวเองด้วยแฮ๊ะ อืม ไม่เลวเลย ดี ๆ ๆ”
เจียงอีฟานถูกเธอหัวเราะใส่แล้วก็เกาหูอย่างเขิน ๆ “ไม่พิจารณาตัวเองไม่ได้หรอก หลังจากนี้ถ้าฉันยังจีบผู้หญิงด้วยวิธีแบบนั้นอีก ฉันกลัวว่าฉันจะโสดไปตลอดชีวิตน่ะสิ”
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่เป็นงั้นหรอกน่า นายสุดยอดมากที่ตั้งใจทำอะไรแบบนั้น สุดท้ายแล้วนายจะต้องได้เจอกับพรหมลิขิตแน่ ๆ”
“ขอให้สมพรปาก ฮ่า ๆ ๆ”
สุดท้าย... ทั้งสองคนก็จับมือสร้างมิตรภาพที่ดีระหว่างกัน
แต่กู้เฉิงเซียวที่รออยู่เริ่มหมดความอดทนแล้ว เขามองเห็นหลินเฉี่ยนยืนคุยอยู่กับเพื่อนผู้ชายตรงทางเดินชั้นล่างตึกมานานสองนานเขาก็เลยตัดสินใจเดินตรงเข้าไป
หัวใจหลินเฉี่ยนเต้นตึกตักตึกตักทันที อีตากู้เฉิงเซียวสามีของเธอนี่มาพร้อมกับร่างกายที่เปล่งแสงออร่าดึงดูดคนมากจริง ๆ อีกอย่าง อยู่ในมหาลัยแล้วมาโอ้อวดเปิดตัวขนาดนี้มันจะดีจริง ๆ เหรอ ? นับวันหมอนี่ชักจะทำตัวเป็นเด็ก ๆ ใหญ่ละ
เจียงอีฟานคิดไม่ถึงว่าแฟนของหลินเฉี่ยนจะเดินชิลตามลมมาขนาดนี้ แถมยังคิดไม่ถึงด้วยว่าออร่าของแฟนเธอจะสูงยิ่งกว่าออร่าของเขาหลายเท่า ออร่าของนายคนนี้สูงพอ ๆ กับความสูงของเขาเลยแหละ!
เจียงอีฟานแทบจะต้องเงยหน้ามองดูกู้เฉิงเซียวเพราะอีกฝ่ายสูงมากเกินไป เขาพยักหน้าทักทายอย่างประหม่า “เอ่อ... สวัสดีครับ ผมเป็นเพื่อนของหลินเฉี่ยน ชื่อเจียงอีฟานครับ”
กู้เฉิงเซียวยืดแขนออกวางไว้บนไหล่ของหลินเฉี่ยน การแสดงออกของเขาออกแนวประกาศศักดาความเป็นเจ้าของที่ให้อารมณ์ประมาณว่า ‘ยัยนี่เป็นของฉัน’
“อืม สวัสดี” กู้เฉิงเซียวทักห้วน ๆ เขามองดูหลินเฉี่ยนแล้วถามเสียงเบาว่า “ฉันบอกเธอว่าสอบเสร็จแล้วให้มาหาเลยไม่ใช่เหรอไง ? ไม่เชื่อฟังเลยนะ มายืนคุยกระซิบซาบอะไรกันตรงนี้ ห๊ะ ?”
หลินเฉี่ยน “…….” ‘โหย ท่านกัปตัน ก้าวร้าวขนาดนี้มันดีแล้วใช่ไหมเนี๊ยยย นี่ก็แค่เด็กผู้ชายคนนึงเท่านั้นเอง จะหึงออกนอกหน้าทำไม ?’
“เหอ ๆ ๆ มีอะไรให้คุยกระซิบกระซาบกันล่ะ รุ่นพี่เจียงแค่เป็นห่วงฉันเพราะเรื่องล่าสุดที่เกิดขึ้นแค่นั้นเอง” เธอบอกเขาตามจริง
กู้เฉิงเซียวมองไปยังเจียงอีฟานอย่างสงสัย “ตกลงเป็นเพื่อนหรือเป็นรุ่นพี่ล่ะ ?”
“…….” เจียงอีฟานตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว “แค่ก ๆ ๆ ผมอยู่ปีสาม เป็นรุ่นพี่ครับ”
“อ๋อ งั้นก็ไม่ใช่ชั้นปีเดียวกันสิ แล้ว... อยู่สาขาเดียวกันรึเปล่า ?”
“ไม่ใช่ ๆ ผมอยู่สาขาสถาปัตย์” เจียงอีฟานพูดด้วยเสียงสั่น
“รุ่นพี่สถาปัตย์ปีสาม งั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันเกี่ยวกับเรื่องเรียนกับเฉียนเฉี่ยนใช่ไหม ?” ตอนนี้กู้เฉิงเซียวขมวดคิ้วแล้ว
“ไม่……. ไม่ครับ……. ”
“ไม่มีก็ดีแล้ว เฉียนเฉี่ยนของเราไม่เป็นไร ขอบคุณมากที่เป็นห่วง”
หลินเฉี่ยนรู้สึกอับอายจริง ๆ เธอดึงเสื้อกู้เฉิงเซียวให้มาอยู่ด้านหลังและส่งสายตาให้รู้เป็นนัย ๆ ว่า ‘นายไม่เห็นจำเป็นต้องทำแบบนี้เลย!’
กู้เฉิงเซียวเก็บอาการนิดนึงก่อนพูดว่า “งั้นพวกเราไปก่อนล่ะ”
ขณะที่พูด เขาก็โอบไหล่ของหลินเฉี่ยนไว้แล้วหันหลังกลับ หลินเฉี่ยนเองก็จำเป็นต้องหันหลังกลับเงียบ ๆ เธอทำมือทั้งคู่น้อมคำนับพร้อมขยับปากพูดกับเจียงอีฟานว่า “ขอโทษนะ”
เจียงอีฟานยืนนิ่งเหวออยู่ตรงนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาถูกกู้เฉิงเซียวใช้สายตาทิ่มแทงจนสั่นสะเทือนและช้ำใน
จากอาคารเรียนไปยังสนาม กู้เฉิงเซียวโอบไหล่หลินเฉี่ยนไว้ตลอดทาง แม้การกระทำจะดูบุ่มบ่ามไปบ้างแต่องค์ประกอบของความหล่อของเขาทำให้สนามทั้งมหาลัยสว่างวาบขึ้นมา
ขณะที่เดิน ๆ กันอยู่นั้นเอง จู่ ๆ หลินเฉี่ยนก็สะดุดอะไรบางอย่าง “โอ๊ย! เชือกรองเท้าฉันหลุดอ่ะ ผูกแป๊บ”
ตอนที่เธอกำลังจะโค้งตัว กู้เฉิงเซียวก็รีบชิงเดินมาตรงหน้าเธอก่อนแล้ว รูปร่างที่สูงใหญ่ก้มตัวลงนั่งยองแล้วใช้มือทั้งคู่ผูกเชือกรองเท้าให้เธอแต่ก็ยังไม่วายใช้เสียงทุ้มต่ำระเบิดใส่เธอไปด้วย “ดูซิยัยบ๊อง เชือกรองเท้าก็ผูกไม่ดี ถ้าหากว่าหกล้มขึ้นมาจะทำยังไง ?”
“…….” หลินเฉี่ยนไม่รู้จะตอบอะไร ได้แต่ยืนทื่อท่ามกลางสายลม เธอรู้สึกว่าภาพตรงหน้านี้เหมือนฉากในละครดราม่าเลย
จังหวะที่คนตัวเล็กยืนเหม่อลอย เขาก็ถามอีกว่า “แล้วสอบเป็นยังไงบ้าง ?” เขาถามแต่ก็ไม่ได้รอเธอตอบเพราะเขาพึมพำกับตัวเองเสียก่อน “แต่ฉันเดาว่าน่าจะทำได้ดี ไม่อย่างนั้นจะมีอารมณ์ไปยืนคุยกับรุ่นพี่ได้ยังไงเนอะ ?”
“…….” โห่ยยย อีตาบ้านี่ก็แอบขี้ประชดเหมือนกันแฮ๊ะ พูดมาแบบนี้แล้วเธอจะต้องตอบยังไงล่ะ
เมื่อผูกเชือกรองเท้าเสร็จแล้ว กู้เฉิงเซียวก็ลุกขึ้นยืน ท่วงท่าของเขาราวกับกำลังโผล่ออกมาจากพื้นดินซึ่งยิ่งมองก็ยิ่งเปล่งประกายน่าหลงใหลมากขึ้น เขาถอนหายใจหนึ่งครั้งแล้วถามเธออีกรอบโดยครั้งนี้ใช้น้ำเสียงในเชิงเตือน “ปกติเธออยู่ที่มหาลัยก็ไม่อยู่กับที่เลยใช่ไหม ?”
“เฮ้อ... ใช่ที่ไหนกันเล่า ? เป็นอะไรของนายเนี๊ยยย ?”
“ก็ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมถึงช่างสรรหาคนมาคุยด้วยนักล่ะ ? ฉู่โม่เฟิงก็อุตส่าห์ไปแล้ว แต่เจียงอีฟานก็โผล่มาเพิ่ม มีใครที่ฉันยังไม่รู้อีกบ้าง ?”
“……. ฮัลโหล เฮ้! นายช่วยพูดให้มีเหตุผลหน่อยได้รึเปล่า พวกเขามาชอบฉันแล้วฉันจะทำอะไรได้ ? ฉันแค่ไม่ต้องชอบพวกเขาก็พอแล้วนี่ แถมที่ผ่านมา ฉันก็ไม่ได้ไปให้ความหวังอะไรพวกนั้นด้วย”
สีหน้าของกู้เฉิงเซียวมืดลงชั่วขณะอีกครั้ง “หืม... พวกเขา ? ยังมีคนอื่นอีกจริง ๆ เหรอ ?”
“…….” ไม่มีทางคุยกันได้ง่าย ๆ เลยจริง ๆ สินะ
“มันใช่ที่ไหนกันเล่า นายนี่มันยืนกระต่ายขาเดียวจริง ๆ เลยวุ่ยยย โวยวายก่อกวนไร้เหตุผลซะไม่มี” อีตานี่จู่ ๆ ก็บ้าบอขึ้นมา เขานี่มันไม่เข้าใจผู้หญิงเอาซะเลย
สีหน้าของกู้เฉิงเซียวแข็งทื่อ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน เขาที่กำลังได้เปรียบอยู่มองเธอใกล้ ๆ ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าใบหน้าที่กำลังมองเธออยู่นี้ทั้งหล่อทั้งน่ารำคาญ
สุดท้าย หลินเฉี่ยนก็ยอมจำนนต่อใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาอีกแล้ว รำคาญก็รำคาญแหละ แต่ใครสั่งให้เขาหล่อขนาดนี้ล่ะ ความหล่อชนะทุกอย่าง เธอไม่พูดอะไรต่อและคว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่นก่อนเขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วหอมแก้มซะ! จะได้จบเรื่อง!!!
“ตกลงว่าต้องทำยังไงนายถึงจะเชื่อฉันล่ะ ?” เธอกระซิบข้างหูเขา “เอาจริง ๆ ฉันเชื่อฟังนายมากนะ ฉันทั้งพยายามตั้งใจเรียนฝึกฝนด้วยตัวเองมาตลอด แถมฉันก็ไม่ได้หาเรื่องชกต่อยมาตั้งนานแล้วด้วย วันที่นายไม่อยู่ ฉันก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องสมุดทุกวัน จะเอาเวลาที่ไหนไปวอกแวกล่ะ ?...
...พวกเขาชอบฉัน ก็เป็นเครดิตที่ดีของนายไม่ใช่เหรอ ตัวฉันเมื่อก่อนที่มีฉายาทอมบอย คนที่ไม่มีตาเท่านั้นแหละถึงจะมาชอบฉันน่ะ ก็เป็นเพราะนายเองนั่นแหละที่เปลี่ยนฉันให้สวยขนาดนี้ถึงได้มีคนมาชอบฉันไง” หลินเฉี่ยนพยายามประเมินตัวเองต่ำไปพลางพร้อมประจบสิ่งที่เขาทำไปพลาง อีกสักพักในใจเขาก็คงจะสบายและรู้สึกดีขึ้นล่ะมั้ง
“งั้นทำไมฉันถึงยังเห็นว่ามีคนเขียนจดหมายรักให้เธอล่ะ ? มันเป็นของก่อนหน้านี้...” กู้เฉิงเซียวก็ยังคงถาม
“…….” หลินเฉี่ยนกลอกตาก่อนหันไปมารอบนึงเพราะตอนนี้สมองของเธอแล่นเร็วมาก “แหม่ นายเห็นลายเซ็นรึยังล่ะ ? รู้ไหมว่าจดหมายรักนั่นเป็นมาจากผู้หญิงทั้งหมด ? นั่นเป็นของพวกเซ่อซ่าที่ไม่เคยเห็นหน้าจริง ๆ ของฉันเลย... พวกนั้นคิดว่าฉันเป็นผู้ชาย นอกจากทอมบอยแล้ว ฉันยังมีฉายาคุณชายเฉี่ยนด้วยรู้ไว้ซะ”
นี่คือสิ่งที่กู้เฉิงเซียวไม่ได้คาดคิดไว้ เขาถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ขณะถามออกไปอีก “อุ๊บ! ฮ่า ๆ ภาพลักษณ์เธอเมื่อก่อนคงดูสมาร์ทมาก คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีผู้หญิงมาชอบเธอด้วย ?”
“ทำไมล่ะ ? แต่ล่ะคนก็มีรสนิยมของตัวเองกันทั้งนั้นอ่ะ ทุก ๆ คนก็มีความชอบแตกต่างกัน ไม่ใช่รึไง ?”
กู้เฉิงเซียวมองและค้อนเธอหนึ่งทีก่อนจะพูดเตือน “ภูมิใจให้มันน้อย ๆ หน่อย ถ้าเธอยั่วโมโหฉันมากขึ้นอีก ฉันจะตีก้นเธอให้ยุ่ยเลย”
หลินเฉี่ยนกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่ตั้งใจ เธอเชื่อว่าเขาจะทำแน่แต่ไม่ใช่ใช้มือตีนะ คงเป็น ใช้-ปาก-กัด เลยแหละ!
โอ้มายก้อดดด! เร่าร้อนมากเลยอ่ะ