ทันทีที่รถเทียบจอดหน้าบ้านฝนก็เทลงมาทันทีอย่างกับรู้เวลาตอนแรกก็กะจะขับรถกลับเลยแต่ไทม์บอกว่าให้รอฝนซาก่อนเพราะเขากลัวว่าถ้าเธอขับกลับตอนนี้มันจะอันตรายเกินไปเลยเป็เหตุผลที่ทำให้เธอมานั่งอยู่ในห้องรับแขก
มองตามไทม์ที่ตอนนี้กำลังวิ่งกุลีกุจอไปทั่วบ้านดูท่าทางคงจะวิ่งไปปิดหน้าต่างที่เปิดเอาไว้แน่ๆ
“ให้พี่ช่วยมั้ยคะ”ไทม์ชะเง้อหน้าออกมาจากทางขึ้นบันไดชั้น 2พร้อมกับทำหน้าชั่งใจอยู่ครู่“งั้นรบกวนพี่ลูซี่ช่วยไปดูหน้าต่างที่ห้องซักผ้าหลังบ้านให้หน่อยครับผมไม่รู้ว่าปิดรึยัง”
“โอเคค่ะ”
ลุกจากโซฟาตรงไปยังห้องซักผ้าหลังบ้านพลางใช้สายตากวาดตามองไปรอบๆบ้านของไทม์เป็บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้นภายในบ้านตกแต่งด้วยโทนสีครีมมีเฟอร์นิเจอร์ไม้สักตกแต่งบ้างประปรายพอดูรวมๆแล้วสบายไม่ตาไม่น้อย
มาถึงห้องซักผ้าพบว่าหน้าต่างที่อยู่ถัดจากเครื่องซักผ้ามันเปิดอยู่เดินไปปิดให้เรียบร้อยจากนั้นก็หันไปหยิบไม้ถูพื้นที่ตั้งอยู่ข้างๆเครื่องซักผ้ามาถูเช็ดพื้นที่เปียกจากน้ำฝนที่สาดเข้ามา
“พี่ลูซี่ครับเดี๋ยวผมทำเอง” ไทม์รีบตรงดิ่งมาหาฉันแต่ยังไม่ทันจะถึงที่ก็เกิดลื่นล้มมาซะก่อนลูซี่รีบวางไม้ถูพื้นเข้าไปช่วยพยุงอีกคนขึ้นมาจากพื้นทันที “เป็ไรมั้ยคะ”
“เจ็บครับงือ” น้องเบะปากดวงตาเริ่มเอ่อด้วยน้ำใสๆเธอพยุงไทม์เดินมาพักที่โซฟาก่อนจะหย่อนตัวลงข้างๆ
“เจ็บมากมั้ยคะ”ไทม์พยักหน้าตอบพลางใช้มือจับก้นที่พึ่งล้มกระแทกไปเมื่อกี้ตอนที่น้องล้มตอนแรกยอมรับว่าใมากเกือบสติหลุดเรียกคนมาเปลี่ยนกระเบื้องแต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามันเป็แค่อุบัติเหตุก็เลยรีบดึงสติตัวเองแล้วเข้าไปพยุงน้อง
“พี่ลูซี่ครับ”
แต่เอาจริงก็แอบโมโหตัวเองอยู่เหมือนกันที่ไม่ดูแลน้องให้ดีปล่อยให้น้องลื่นล้มถ้าเอะใจให้เร็วกว่านี้น้องก็คงไม่ต้องเจ็บ “พี่ลูซี่ครับ!!”
“คะ?” เสียงของไทม์เรียกสติหันไปมองคนข้างตัวพบว่าตอนนี้ไทม์กำลังหันมามองด้วยใบหน้าสงสัยสุดๆ“พี่ลูซี่เป็อะไรรึเปล่าครับ ผมเห็นหน้าพี่ลูซี่เครียดมากเลย”
“อ๋อพี่รู้สึกผิดน่ะค่ะ ที่เป็ต้นเหตุที่ทำให้เราเจ็บ”
“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ”
“แต่...”ยังไม่ทันที่จะพูดจบไทม์ก็เอื้อมมือมาแตะหลังมือเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้
“มันเป็อุบัติเหตุครับมันไม่ได้ร้ายแรงอะไร อีกอย่างที่ผมลื่นก็เพราะผมวิ่งด้วยแล้วก็ไม่ได้ดูเลยล้มพี่ลูซี่ไม่ได้ผิดอะไรเพราะงั้นไม่ต้องรู้สึกผิดนะครับ”
ใบหน้าเห่อร้อนก้อนเนื้อในอกเต้นระส่ำจนเกือบจะหลุดออกมานอกอกรอยยิ้มหวานนั่นกับความอุ่นของมือส่งผลให้เธอเกือบสติหลุดมุมปากยกยิ้มออกมาพร้อมกับหัวเราะออกมาเล็กน้อย
จะน่ารักเกินไปแล้วนะ
“โอเคค่ะพี่จะทำตามที่ไทม์บอกนะคะ”
“ดีมากครับโอ๊ย!” ไทม์เบ้หน้าพลางจับก้นที่พึ่งโดนกระแทก ดูท่าทางจะเจ็บมากนะนั่น“เจ็บมากมั้ยคะ”
“ครับขยับนิดหน่อยก็เจ็บเลย” น้องช้อนตามองพร้อมกับเบ้ปาก “งั้นไปหาหมอดีกว่าค่ะอย่าปล่อยไว้นานมันจะอักเสบ”
“ครับ”พยุงไทม์ให้ลุกขึ้นพยุงค่อยๆ เดินไปที่รถ น้องพูดขณะที่ค่อยๆนั่งลงที่ข้างคนขับ
“แบบนี้ผมจะโดนฉีดยามั้ยครับเนี่ย”
“ไม่หรอกค่ะอย่างมากก็ให้ยากินกับยาทามา” ไทม์ช้อนตาขึ้นมามองด้วยท่าทางที่เหมือนกับเด็กน้อยให้ตายเถอะ ทำไมนับวันน้องยิ่งน่ารักมากขึ้นทุกวันนะ แบบนี้เธอจะไม่ไหวเอานะ
“ผมไม่ชอบทายาเลยมันลำบาก”
“งั้นให้พี่ทาให้มั้ยคะ”ขยับใบหน้าไปใกล้อีกคนจนเห็นถึงแก้มกลมที่เริ่มแดงฝาดขึ้นทีละนิด “พี่ลูซี่อ่ะแกล้งผมอีกแล้ว ฮือ”
หัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะวิสาสะเอื้อมมือใปจับแก้มกลมบีบเล่นเล็กน้อย
“ก็เราน่ารักนี่คะพี่อดใจไม่ไหวหรอก”ไทม์พองลมในปากทำให้เห็นสีแดงระเรื่อที่แก้มอย่างชัดเจนพลางพูดอุบอิบเบาๆ
“ผมไม่ได้น่ารักซะหน่อยนะผมหล่อต่างหาก” ส่ายหัวเบาๆ กับพฤติกรรมเด็กน้อย แต่ก็อภัยเพราะน้องน่ารัก
“ค่ะๆไทม์ไม่ได้น่ารักเลย ไทม์หล่อมากๆค่ะ พอใจยังคะ”เธอเลิกคิ้วมองคนที่ยังทำแก้มป่องไม่เลิก ถ้าเอื้อมมือไปจับอีกไทม์จะด่ามั้ยนะ
ไทม์ช้อนตามองพอพลางเม้มปากเบาๆ“พอใจแล้วครับ”
“ดีมากค่ะงั้นไปโรงพยาบาลกันนะคะ น้องไทม์คนหล่อ”ลูซี่ปิดประตูฝั่งข้างคนขับก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่คนขับก่อนจะออกรถออกมา
พอมาถึงโรงพยาบาลไทม์ก็ถูกเข็นเข้าห้องตรวจทันทีส่วนเธอก็ได้แต่นั่งรอข้างนอก
“ไง”เสียงคุ้นหูให้ลูซี่ละจากมือถือหันไปมองพบว่าเป็เจเจกำลังยิ้มทักทายให้กัน “ไงมาหาหมอหรอ”
“ป่าวมาเยี่ยมญาติน่ะ แล้วลูล่ะ”
“พาน้องมาหาหมอน่ะ”
“ลูมีน้องด้วยหรอ”
“รุ่นน้องที่มหาลัย”พอเขาได้ยินคำตอบก็ปั้นคิ้วขมวดทันที แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้าตอบ
“แล้ววันเสาร์ลูว่างมั้ย”
“มีธุระน่ะ”
“ว่าแล้วเชียว”เจเจถอนหายใจเล็กน้อย “ทำไมหรอ”
“กะว่าจะชวนไปพิพิธภัณฑ์น่ะเห็นว่าเชิญศิลปินต่างชาติมาด้วย แต่ลูปฏิเสธแบบนี้ก็คงต้องไปคนเดียวแล้วแหละ”
เขารู้ว่าเธอชอบงานศิลปะและวันหยุดเธอก็มักจะไปพิพิธภัณฑ์อยู่บ่อยๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปนะแต่รู้ว่าหากตอบตกลงไปก็เท่ากับว่าเธอยังให้ความหวังเขาอยู่การปฏิเสธคือการตัดไฟั้แ่ต้นลมแบบนี้ถึงจะดีที่สุด
“เอาเถอะถึงงั้นเราก็ยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ เอาไว้วันหลังเราจะมาทำคะแนนใหม่แล้วกัน ไปล่ะ”
มองนามหลังแผ่นใหญ่จนลับตาไปเจเจน่ะเป็คนที่ดูเพียบพร้อม ใจดีและเก่งในหลายๆ ด้านแถมยังเกิดมาในตระกูลชื่อดังอีก ลูซี่รู้จักกับเขามาั้แ่มัธยมปลายทั้งคู่เป็เพื่อนกันแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นสนิทมาก
เจเจทำดีกับฉันตลอดทั้งคอยดูแล บางทีก็คอยไปรับไปส่งแทนลุคหรือพี่โจลูซี่รู้ว่าเจเจแอบชอบฉันมานานเพราะด้วยอากัปกิริยาและคำพูดที่ดูเป็ห่วงเป็ใยต่างๆ
จนมา่ปีที่แล้วเจเจได้มาบอกชอบและเธอก็ได้ปฏิเสธไปในทันทีตอนนั้นเขาดูผิดหวังมาก แต่ทำไงได้เธอคิดกับเขาแค่เพื่อนนี่แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังตามจีบอยู่โดยใช้เหตุผลว่า
‘ในเมื่อลูไม่มีใครเราก็ยังมีสิทธิ์’ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ขออย่าทำให้เธอรำคาญก็พอ
หลังจากนั่งรอมาสักพักไทม์ก็ถูกเข็นออกมาลูซี่ลุกเดินตรงไปหาน้อง “หมอว่าไงบ้างคะ”
“หมอบอกว่ากินยากับทายาแล้วพักสองสามวันครับ”ไทม์พูดพร้อมกับทำปากขมุบขมิบพร้อมกับทำสีหน้าที่เหมือนกับเด็กที่โดนขัดใจ“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ”
“พรุ่งนี้ผมมีซ้อมสแตนครับถ้าผมไม่ไปเพื่อนในสาขาต้องโดนซ่อมแน่เลย” ประโยคของน้องทำเอาเธอถึงกับคิ้วกระตุก“ไม่หรอกค่ะ ตอนเราแจ้งพี่เขาเราก็ถ่ายใบรับรองแพทย์ไปให้สิคะแค่นี้พี่เขาก็ไม่ซ่อมเพื่อนแล้ว”
“แต่…”
“ไม่มีแต่ค่ะพักก็คือพักค่ะ” ไทม์พองแก้มพลางบึนปากอย่างขัดใจ“สัญญากับพี่นะคะว่าเราจะนอนพักอยู่บ้าน”
ยื่นนิ้วก้อยทำสัญญากับเด็กน้อยคนข้างๆไทม์เม้มปากแน่ก่อนจะยื่นนิ้วมาเกี่ยว “ก็ได้ครับ”
ลูซี่ส่งยิ้มให้เขาพร้อมกับใช้มือที่ว่างอีกข้างลูบศรีษะของเขาเบาๆ“เก่งมากค่ะ ไว้หายดีพี่จะพาไปเที่ยวนะคะ”
“ลู~~” เสียงเรียกดังมาแต่ไกลทำให้ต้องเงยหน้าจากไอแพดหันไปมองจนพบว่าเป็เบลล์ที่วิ่งมาแต่ไกล
“โอ๊ยเหนื่อย”เบลล์วิ่งมาก่อนจะนั่งแปะด้วยสภาพที่หมดแรง “พึ่งตื่นรึไง”
เอ่ยทักทายดูจากทรงแล้ววิ่งมาสภาพนี้คงตื่นสายแน่ๆเบลล์คว้าขวดน้ำของลูซี่มากินก่อนจะยิ้มแห้งให้ “แหะ นิดนึง”
“ไม่น่านิดนะ”
“ก็อนิเมะกำลังเดือดนี่จะไม่ดูต่อก็ไม่ได้ เดี๋ยวมันค้าง”เธอส่ายหน้ากับความแถของคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดู“ถ้าทีหลังเป็อีกจะลากมานอนที่บ้านนะ”
“ง่า”วันนี้สองสาวมีสอบเก็บคะแนนวิชาการบริหารและการจัดการเลยต้องมาก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัวแต่เอาจริงลูซี่ไม่จำเป็ต้องเตรียมตัวมากก็ได้เพราะงานที่ทำทุกวันนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการเรียนนอกห้องเรียนอยู่แล้ว
ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าสอบทันทีที่อาจารย์บอกเริ่มลูซี่ก็ลงมือทำข้อสอบทันทีเธอใช้เวลาสิบนาทีในการทำข้อสอบก่อนจะทำการตรวจคำตอบอีกรอบแล้วกดส่ง
สำหรับคนอื่นคงคิดว่าเธอตอบมั่วๆรีบทำรีบออกแต่แต่ความจริงเธอก็ตอบตามตำราและเท่าที่รู้นั่นแหละข้อสอบมันไม่ได้ยากเพราะนี่แค่สอบเทสหลังบทเรียน ตอบผิดก็แค่ผิดไม่ได้ตายอีกอย่างทางบ้านก็ไม่ได้เคร่งเื่คะแนนสอบมากสักเท่าไหร่ ยกเว้นอาม่าอ่ะนะลูซี่กับลุคเลยสามารถอิสระในการเรียนอย่างเต็มที่ ไม่เชื่อดูลุคสิคะแนนออกมาแต่ละเทอมลุ้นยิ่งกว่าลุ้นหวยอีกว่าจะโดนไทร์เมื่อไหร่
ลูซี่ออกมายืนรอเบลล์ที่หน้าห้องระหว่างรอก็ไถมือถือไปพลางไม่นานเบลล์ก็เดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่ดูท้อแท้
“เป็ไง”
“ยังไม่ตาย”
“ยากหรอ”
“เรียกว่าไม่เข้าหัวเลยดีกว่า”ก็คือยากแหละ “โอ๊ย~ฉันคิดผิดจริงๆ ที่มาเรียนสายนี้เนี่ย แม่จ๋าย้ายทันมั้ย”เดินมาถึงลิฟต์เบลล์ก็เอาหัวโหม่งกระจกลิฟต์ทันที
“จะย้ายไปสาขาไหนล่ะ”
“ใจเย็นจ้าแค่ประชด” เบลล์ยกมือปางห้าม “ถ้าไม่ติดว่าสอบที่มอโตเกียวไม่ติดกับพ่อขอนะฉันจะไปเข้าญี่ปุ่นแล้ว”
เบลล์ชอบอนิเมะเธอเคยบอกว่าอยากเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวพ่อของเธอก็เลยเสนอว่าถ้าสอบติดจะให้ไปแต่พอไปสอบกลับกลายเป็ว่าเธอสอบไม่ผ่านพ่อบอกว่าต้องมาเรียนสาขานี้แทนซึ่งตอนแรกเบลล์ก็ไม่ยอมหรอกเธออยากเข้าสาขาญี่ปุ่นแต่เพราะด้วยความที่บ้านของเธอเปิดทำธุรกิจส่งออกอะไหล่ไปญี่ปุ่นบวกกับความที่รักพ่อมากจึงยอมเรียน
เป็เธอคงไม่ยอมหรอกเพราะชีวิตเธอ เธอเป็คนกำหนดเอง
สองสาวเดินลงจากตึกผ่านสนามเทนนิสตรงไปยังลานจอดรถที่อยู่หลังสนามกีฬาขณะนั้นเองคนข้างๆ ก็หยุดเดินและมองไปที่สนาม
“ลูๆนั่นน้องไทม์ป่ะ” เบลล์สะกิดพร้อมกับชี้ไปยังสแตนที่อยู่ในสนามลูซี่มองตามพบกับเด็กใส่แว่นที่หน้าคุ้นนั่งอยู่้า “ไหนลูบอกว่าน้องหยุดไงทำไมโผล่มาได้… เอ้า!”
ไม่รอให้เบลล์พูดจบลูซี่รีบเดินตรงไปยังสแตนทันทีพอเดินมาถึงพวกรุ่นพี่ที่คาดว่าน่าจะเป็ปีสองก็พากันยกมือไหว้ส่วนปีหนึ่งพากันหันมามองยกเว้นไทม์ที่มัวแต่กินน้ำไม่สนใจรอบข้าง
“เอ่อ…พี่ลูซี่สวัสดีครับมีธุระอะไรรึเปล่าครับ”
ปีสองพี่คนหนึ่งหันมาถามด้วยสีหน้าที่ดูเกร็ง“เรียกเด็กที่ชื่อไทม์ให้หน่อยค่ะ”
“ได้ครับ”เด็กคนนั้นรีบเดินไปที่สแตนทันที
สองปีสามสาขานี้ทุกคนล้วนแล้วแต่รู้จักลูซี่กันทั้งนั้นที่ทุกคนดูเกร็งและเกรงใจเธอไม่ใช่เพราะว่าเธอคือน้องสาวของลุคที่เป็พี่ระเบียบสุดโหดของที่นี่หรอกแต่เป็เพราะเธอเคยมาต่อยมันและด่ามันต่อหน้าเพื่อนและรุ่นน้องถึงสาขากลายเป็ว่าทำให้ทุกคนต่างพากันกลัวเธอไปโดยปริยาย
ลูซี่ยืนมองไทม์ที่ยังคงไม่รู้เื่ปีสองเรียกไทม์ลงมาเขาทำหน้างงอย่างไม่รู้เื่ก่อนที่เพื่อนสนิทของเขาที่นั่งข้างๆถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อบูมชี้นิ้วมาทางเธอที่ยืนอยู่ด้านล่างไทม์หันมาพอเห็นลูซี่เขาใก่อนจะทำหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะรีบเดินลงมา
“ท-ทำไมพี่ลูซี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ”
“คำถามนี้พี่ควรเป็คำถามมากกว่าค่ะ”
เสียงกลืนน้ำลายของคนตรงหน้าดังอึกไทม์ก้มหน้ามองพื้นพร้อมกับกำกางเกงด้วยความเกร็ง
“พี่ขอตัวน้องกลับนะคะพอดีเมื่อวานน้องเกิดอุบัติเหตุหมอให้พัก” หันไปบอกกับปีสอง
“อ่อได้ครับเดี๋ยวผมบอกประธานให้”
“แต่…”
“ไม่มีแต่ค่ะ”ไทม์เม้มปากแน่นหลังจากโดนดุ “กระเป๋าอยู่ไหนคะ”
“ตรงนู้นครับ”เดินไปที่วางกระเป๋าก่อนจะหยิบใบของน้องมา “กลับค่ะ”
ไม่รอให้ตอบเธอคว้ามือน้องแล้วเดินออกมาทันทีโดยมีเบลล์เดินตามมาติดๆมาถึงรถลูซี่ก็จัดการเก็บกระเป๋าไว้ที่กระโปรงหลังรถ
“พี่ลูซี่โกรธผมหรอครับ”ไทม์ถามด้วยสีหน้าที่ดูกังวล “โกรธค่ะ”
เมื่อเห็นว่าน้องเริ่มเม้มปากแน่นและทำหน้าจะร้องไห้เธอเลยเดินเข้าไปลูบหัวเขาเบาๆก่อนจะดันตัวของน้องให้ขึ้นรถโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
รถยนต์คันหรูขับเรื่อยๆไปตามถนนโดยมีเสียงเพลงเปิดคลอเบาๆ
“นี่ลูจะไม่ปลอบน้องมันสักหน่อยหรอ น้องจะร้องแล้วเนี่ย”เบลล์ที่นั่งอยู่เบาะหลังกระเถิบมากระซิบด้านหลังฝั่งประตูคนขับลูซี่หล่มองคนข้างตัวไทม์ร้องไห้เอามือปาดน้ำตาเงียบๆเธอที่เห็นดั้งนั้นจึงเอื้อมไปหยิบทิชชู่เอื้อมให้เขา
“เอามือเช็ดแบบนั้นเดี๋ยวจะเจ็บตาเอานะคะ”
ไทม์หันมารับทิชชู่ในมือด้วยใบหน้าที่เอ่อน้ำตาก่อนจะเอาไปเช็ด“ขอบคุณครับ ฮึก!”
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรต่อจนขับมาส่งเบลล์ก่อนไปเธอยังมีทิ้งท้ายไว้ให้อีก ‘อย่าไปดุน้องมากนะเดี๋ยวน้องมันกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้’พอฟังแล้วทำให้ลูซี่เริ่มกังวลว่าจะเป็แบบนั้นจริงๆ
ขับมาถึงบ้านของไทม์ทำการจอดรถเทียบจอดที่ข้างรั้วหน้าบ้านทั้งสองคนเดินลงจากรถโดยที่มีไทม์นำ ตอนเดินเข้ามาฉันกวาดสายตามองรอบๆดูเหมือนคุณแม่ของน้องจะไม่อยู่บ้าน
“ยาที่หมอให้มาอยู่ไหนคะ”ไทม์ชี้นิ้วไปที่โต๊ะหน้าทีวีขณะที่ยังสะอื้น“นั่งรอตรงนี้ก่อนค่ะเดี๋ยวพี่ไปเอายามาให้”
ฉันเดินไปหยิบยาที่น้องต้องทานออกมาพร้อมกับสเปรย์แก้ปวดก่อนจะนั่งลงบนโซฟาข้างเขา
“ทานยาก่อนค่ะแล้วค่อยทา” รับเอื้อมมือมารับยาก่อนจะนั่งมองมือที่มียาพร้อมกับทำปากเบะ“เป็ไรคะ”
เธอถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนเอาแต่นั่งมองยาที่อยู่ในมือไม่ยอมกินสักที“ไทม์”
“ผมรู้สึกผิดถ้าผมไม่ไปพี่ลูซี่ก็คงไม่โกรธแบบนี้” ไทม์พองแก้มเม้มปากจนเห็นแก้มที่แดงระเรื่อ
“ถ้าไม่อยากให้พี่โกรธคราวหน้าก็ต้องเชื่อฟังพี่นะคะ”
“พี่ลูซี่ไม่โกรธหรอครับ”
“โกรธค่ะแต่ตอนนี้หายแล้ว”
“จริงหรอครับ”ไทม์หันมาพูดพร้อมกับทำตาแป๋วอย่างน่ารักจนทำให้ลูซี่เผลอกัดปากเพื่อระงับอารมณ์และหัวสมองที่กำลังคิดเื่ไม่ดีอยู่
“ค่ะ”
“เย้-โอ๊ย!” น้องทำท่าจะยกมือดีใจแต่เพราะยังเจ็บอยู่เลยกระทบจนตัวงอ“อย่าขยับมากสิคะ เรายังเจ็บอยู่”
“ก็ผมดีใจนี่ครับ”ได้แต่ส่ายหัวเนือยกับความเด็กน้อยของคนข้างๆ“แต่ถ้ามีคราวหน้าอีกพี่จะไม่ใช่แค่โกรธแล้วนะคะ”
“พี่ลูซี่จะลงโทษผมหรอครับ”ใบหน้าของน้องที่มีความกังวลมันทำให้เธออดไม่ไหวที่จะแกล้ง “นั่นสินะ ลงโทษอะไรดี”
“ง่า~อย่าลงโทษผมเลยนะครับ”ไทม์เอื้อมมาจับแขนพร้อมกับเขย่าด้วยท่าทางออดอ้อน“งั้นต่อไปนี้เราก็ต้องเชื่อฟังพี่นะคะ ห้ามดื้อห้ามซนห้ามขัดคำสั่ง”
“ครับ!ต่อไปนี้ผมจะเชื่อฟังพี่ลูซี่ทุกอย่างเลยครับ!”ไทม์ทำท่าตะเบ๊ะบวกกับใบหน้าหวานนั่นทำให้ลูซี่เผลอยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ
“ดีมากค่ะ”ฉันเอื้อมมือไปบีบแก้มน้องด้วยความหมั่นเขี้ยวทำให้แก้มที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงระเรื่อเข้าไปอีกััแรกคือแก้มน้องนิ่มมาก มันนิ่มเสียจนทำให้เธออยากจะจับฟัด ณ ตรงนั้นเลย
ถามว่าเธอบ้ามั้ยที่คิดแบบนั้นบ่อยๆจะบอกว่าเธอบ้าก็ได้
ก็ทำไงได้คนมันหลงไปแล้วนี่จะถอนตัวตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วล่ะ