ภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือแทบทำให้อารัญหลุดขำ ก่อนจะเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมดังเดิม เมื่อเห็นว่าพรบุหลันแก้ปัญหาได้สำเร็จ เพราะภาพที่ปรากฏนั้นคือ พรบุหลันพันร่างกายท่อนล่างและท่อนบนไว้ด้วยถุงใส่ขยะสีดำจนมิดชิดเพื่อเดินออกไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดจากระเบียง แต่เมื่อเธอเข้ามาด้านในกลับไม่ยอมถอดชุดนั้นออก เขาแน่ใจว่าเธอไม่ลืมหรอกว่าเขาสั่งให้ใส่ชุดนั้นทำความสะอาด แต่เพราะเธอไม่อยากจะถอดออกมากกว่า
“ออกไปข้างนอกฉันไม่นับ แต่เข้ามาข้างในเธอต้องทำตามคำสั่ง รอก่อนเถอะ ฉันจะจัดการเธอแน่”
หลังจากถอดชุดนอกและชุดในออกทั้งหมดอารัญก็เดินเข้าห้องอาบน้ำ ก่อนจะเปิดน้ำเป็ละอองฝอยให้แรงสุด เขาอาจปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตได้ แต่ปฏิเสธความตื่นตัวที่ร่ำร้องอยู่นี้ไม่ได้แน่ ใบหน้าหล่อคมเข้มแหงนขึ้นเพื่อให้ละอองน้ำกระทบให้รู้สึกเจ็บ เจ็บๆ แสบๆ คันๆ เพื่อเตือนตัวเองว่าเขาพาพรบุหลันมาเพื่อทรมานให้เธอเ็ปและหลาบจำ ไม่ใช่ให้เธอปรับตัวเข้ากับเขาได้
...
เมื่อมีสิ่งห่อหุ้มเนื้อตัว แม้จะไม่มีชุดชั้นในให้กระชับทรวดทรง แต่ถุงพลาสติกสีดำที่พันจนแน่นก็ทำให้เธอเดินเหินได้อย่างถนัด นึกต่อว่าตัวเองเหมือนกันที่คิดเื่นี้ไม่ได้ั้แ่เช้า ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ต้องอวดโฉมขณะทำอาหารให้เขาเห็นอีกครั้ง แต่เมื่อคิดได้ตอนนี้ก็ไม่เสียหายเท่าไรนัก เพราะอย่างน้อยไม่ว่าเธอจะก้มๆ เงยๆ เช็ดถูส่วนใดของเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโป๊เปลือยอวดสายตาใครอีก
“ใครใช้ให้เธอใส่ชุดนี้”
และแล้วเสียงจอมมารก็ทำให้เธอสะดุ้ง แต่ก็พยายามไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาเช็ดถูชั้นวางของตกแต่งต่อไป เพราะถ้าเขาว่าเธอมากกว่านี้ เธอก็จะตอบว่าชุดราคาแพงของเขาอาจจะเลอะเทอะได้
“อ้อ...ถุงขยะก็เหมาะกับเธอดีนะ อุตส่าห์หาเสื้อผ้าราคาแพงมาให้ใส่ ยังอดไม่ได้ที่จะไปคว้าถุงขยะมาปกปิด ของเน่าเหม็นนี่ก็คู่ควรกับถุงขยะจริงๆ เล้ย รสนิยมเธอเยี่ยมจริงๆ”
พรบุหลันกัดริมฝีปากจนเจ็บ หลับตานิ่งเรียกสติกลับมา สุดท้ายเขาก็ช่างสรรหาคำมาด่าเธอได้อยู่ดี แต่เขาจะด่าจะว่าอะไรเธอก็ไม่สน เพราะการไม่เปิดเผยเนื้อตัวต่อสายตาเขาอีกย่อมดีที่สุดแล้ว และหากไม่มีถุงใส่ขยะสีดำนี้ เธอก็คงจะเอาผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดพื้นในห้องครัวมานุ่งอยู่ดี หรือหากหาไม่ได้จริงๆ ต้องปลดผ้าม่านราคาแพงของเขาลงมานุ่งห่มเธอก็จะทำ ดังนั้นคำหยามเหยียดแค่นี้ไม่ทำให้เธอเจ็บมากกว่าที่เจ็บอยู่แล้วหรอก
“ว่ายังไง ฉันถามทำไมไม่ตอบ พรบุหลัน ฉันถามว่าใครใช้ให้เธอเอาถุงขยะมาใส่”
เธอเหลือบตาขึ้นมองเ้าหนี้ร้ายกาจเพียงนิด แล้วก็รู้ว่าเขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว จากชุดสูทสากลหรูเรียบหล่อเนี้ยบไปทั้งตัว เปลี่ยนมาเป็เสื้อโปโลกับกางเกงสแล็กส์ขายาวดูลำลอง และกลิ่นเมนทอลที่เป็องค์ประกอบของสบู่หรืออาจเป็ยาสระผมที่เขาใช้ ก็ทำให้รู้สึกแปลกๆ จนเผลอคิดไกลไปถึงเมื่อวานยามที่เขาใกล้ชิด แต่แล้วก็ต้องตื่นจากภวังค์ด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวของเขา
“พรบุหลัน! ฉันถามว่าใครใช้ให้เธอเอาถุงขยะมาใส่”
“ไม่มีใครใช้ค่ะ ฉันเอามาใส่เอง เพราะฉันกลัวว่าชุดสวยๆ ราคาแพงของคุณจะเลอะซะหมด ฉันก็เลยต้องเอาถุงดำมาพันไว้ก่อนน่ะค่ะ”
พรบุหลันตอบเสียงเรียบทั้งๆ ที่หัวใจร้อนรน เขาช่างขยันสร้างความโกรธให้เธอ จากที่ไม่เคยโกรธหรือเกลียดใครมาก่อน แต่เวลาแค่สองวันที่ได้มาััตัวตนที่แท้จริงของเขา เธอกลับควบคุมอารมณ์แทบไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องสะกดไว้ ไม่อย่างนั้นภัยจะมาถึงตัวได้
“ตอบได้ดีนี่ ฉันคิดว่าแม่เธอสอนมาซะอีก ของเน่าเหม็นอย่าลืมใส่ถุงดำนะลูก ประมาณนี้”
คำพูดของเขาทำให้เธอต้องกัดฟันกรอด ขอเพียงเธอมีทางเลือกมากกว่านี้ จะไม่ยอมให้เขาใช้คำพูดแบบนั้นกับเธอแน่
“ใช่ค่ะ แม่ฉันสอนให้เอาของเน่าเหม็นใส่ถุงขยะไปทิ้ง ของไม่ดี ของเน่า ไม่ควรจะเก็บเอาไว้ แม้แต่...”
“แม้แต่อะไร พรบุหลัน ฉันถามว่าแม้แต่อะไร!”
พรบุหลันทิ้งผ้าเช็ดโต๊ะทันทีเพราะอารัญก้าวเข้ามาประชิด มือแข็งปานคีมเหล็กฉุดเธอให้ลุกขึ้น บีบกระชับต้นแขนจนเธอเจ็บ แต่เขาก็ยังไม่หยุดที่จะเขย่าตัวเธอให้พูดออกมา
“ฉันถามว่าแม้แต่อะไร ตอบมา!”
“แม้แต่ใจคนที่มันเน่าเหม็น เราก็เอาทิ้งถังขยะได้ค่ะ”
“ตอบได้ดีจริงๆ ฉันเชื่อแล้วว่าแม่เธอสอนมาดี”
อารัญเหวี่ยงพรบุหลันลงไปแทบพื้นอย่างไม่ไยดี แล้วกลับไปนั่งไขว่ห้าง หยิบนิตยสารผู้ชายที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดออกดู และแค่เห็นทางหางตาว่าพรบุหลันเริ่มขยับตัวด้วยความปวดร้าว รอยยิ้มเหี้ยมก็เกิดขึ้นที่มุมปาก
“ไปถอดถุงขยะของเธอออกซะ จัดของว่างมาให้ฉัน แล้วมาทำความสะอาดให้เสร็จ ถ้าเธอขัดคำสั่งฉัน ฉันจะไม่ให้เธอใส่อะไรอีกเลย”
พรบุหลันเดินเข้ามาในครัวอย่างหมดเรี่ยวแรง เพราะร่างกายร้าวระบมจากที่เขาเหวี่ยงเธอไปกระแทกพื้น และหัวใจของเธอก็ร้าวระบมเพระเขาขยำขยี้จนขาดวิ่นเช่นกัน แต่แวบหนึ่งนั้นสิ่งที่เข้ามาในความคิดก็ทำให้ฝืนร่างกายลุกขึ้นยืน
‘คนโรคจิตชอบทำร้ายคนอื่น เห็นคนอื่นเ็ปแล้วมีความสุข วิธีแก้ไขก็คืออย่ากลัว อย่าเจ็บ และอย่ายอมแพ้’
นิ้วมือบอบบางแกะปมที่เธอมัดถุงดำแต่ละส่วนรวมกันเอาไว้ จนเรือนร่างงดงามที่มีเพียงผ้ากันเปื้อนิ่เหม่นั้นออกมาปรากฏโฉมอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาสวยหวานจะตวัดมองกล้องวงจรปิดที่เธอรู้แล้วว่ามีอยู่ทุกจุดในห้องชุดแห่งนี้ สิ่งที่คนรวยล้นฟ้าบันดาลได้ทุกอย่าง และเธอจะระงับความอายไว้ทั้งหมด เพื่อให้ระยะเวลาแห่งการใช้หนี้สั้นลง เธอจะถามเขาถึงระยะเวลาที่แน่นอน เพื่อจะได้รู้ตัวว่าความน่าอับอายนี้จะสิ้นสุดลงที่วันใด
อารัญมองพรบุหลันที่ถอดเอาถุงขยะออกจนเหลือแต่ชุดแม่บ้านวาบหวามที่เขาจัดหามาให้เธอใส่ ก่อนจะตวัดมองสบสายตากับเขาผ่านกล้องวงจรปิด นั่นทำให้เขานึกสนุกมากยิ่งขึ้น เพราะพรบุหลันมีอะไรให้เขาเล่นสนุกได้มากจริงๆ และจากท่าทางหยิบจับข้าวของจากในตู้เย็นออกมาเตรียมของว่างให้เขา นั่นย่อมแสดงว่าพรบุหลันห่างไกลความอายไปซะแล้ว แต่ยังไม่จบหรอก ยังมีอีกหลายด่านที่พรบุหลันต้องผ่านไป
เพียงไม่นานอารัญก็ต้องรีบปิดสัญญาณจอภาพ เพราะพรบุหลันกำลังยกถาดอาหารว่างมาเสิร์ฟ และอาหารก็น่ากินเสียจนเขาต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยากที่เก็บกดไว้ไม่อยู่
อารัญมองอาหารว่างสีชมพูนวลเนียนที่อยู่ใกล้มือคว้า ความอวบอูมนูนเด่นที่เห็นในระยะใกล้ในแสงสว่างยามบ่ายดูราวจะน่ากินมากขึ้น นั่นอาจเพราะเขาหิวมากหรือเพราะอยากมากก็ไม่แน่ใจ รู้แต่เพียงว่าอาหารจานนี้ยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แม้จะบอกตัวเองว่า ‘ของแสลง’ นี้กินแล้วอาจท้องเสียก็ตาม
น้ำลายที่ไหลออกมาจนต้องกลืนลงคอครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้เขาอยากเปลี่ยนใจกลืนกินของแสลงดูสักครั้ง อยากจะลบความตั้งใจแล้วจับนางเงือกสาวสวยนี้เลาะเกล็ดสีขาวอมชมพูออกทีละเกล็ด ทีละเกล็ด อย่างที่ตั้งใจไว้ั้แ่แรก อยากจะกลืนกินเธอให้หมดทั้งเนื้อทั้งตัวด้วยความเอร็ดอร่อย แต่เพราะเขารู้จักตัวเองดี รู้ว่าหากกินแล้วอร่อย เขาคงคายออกมาได้ยาก และต่อจากนั้นความตั้งใจทั้งหมดก็จะถูกสั่นคลอน
“ทานได้มั้ยคะ”
“ทานได้ เอ่อ...ก็ไม่ยากนี่ ก็แค่ใส่ปากเคี้ยว ฉันมันลิ้นจระเข้อยู่แล้ว อะไรก็กินได้ทั้งนั้นแหละ”
อารัญก้มมองอาหารที่พรบุหลันนำมาเสิร์ฟ ที่เห็นคือสปาเกตตีผัดขี้เมาทะเลและน้ำอะไรปั่นสักอย่าง ที่มีเม็ดสีดำลอยอยู่้าทำให้เขาคาดเดาไม่ถูก รู้แต่ว่ากลิ่นทั้งสองอย่างนั้นหอมยั่วน้ำลายเขาไม่แพ้คนทำ
“ก็คิดว่าอย่างนั้นแหละค่ะ เพราะคนรวยๆ ที่ชอบทานยำปลากระป๋องคงมีไม่เยอะ”
สีหน้าที่ดีขึ้นเพราะกลิ่นอาหารหายวับไปไม่หลงเหลือ ดวงตาคมเข้มตวัดมองแม่ครัวหัวป่าก์ที่ทำให้เขากลายเป็เสือทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา และทันทีที่พรบุหลันลุกขึ้นยืนเพื่อเอาถาดรองจานอาหารไปเก็บ แก้วัสมูทตีเย็นเจี๊ยบก็ถูกปัดตกจากโต๊ะ ก่อนจะตามมาด้วยจานใส่สปาเกตตีที่ถูกปาลงพื้นเช่นกัน
พรบุหลันสะดุ้งเพราะแก้วสมูทตีตกลงมาใส่เท้าของเธอพอดี ส่วนจานตกกระทบพื้นนั้นเสียงไม่ดังเพราะพื้นพรมรองรับไว้หมดแล้ว รับทั้งเสียงและรับทั้งความเลอะเทอะที่ติดตามมา สัญชาตญาณร้องสั่งให้เธอมองหน้าคนทำทันที และก็ได้เห็นความเฉยเมยในสีหน้าก่อนเขาจะออกคำสั่งที่เธอคิดว่าคงเป็นิสัยของเขา
“ทำความสะอาดซะ”
“ทำแบบนี้ทำไมคะ”
“ลูกหนี้ไม่มีสิทธิ์ถาม” เขาตอบโดยไม่สนใจมองเธอสักนิด ดวงตาคมเข้มจับจ้องแต่เพียงนิตยสารในมือ นั่นยิ่งยืนยันว่าเขาตั้งใจทำให้เกิดขึ้น
“แต่อาหารไม่ได้ผิดนะคะ คุณไม่น่าจะทำแบบนี้”
“แล้วใครว่าอาหารผิด คนทำต่างหากที่ผิด อย่ามาพูดมาก ทำความสะอาดซะ”
พรบุหลันได้แต่ถอนหายใจแ่เบาก่อนจะทรุดร่างแบบบางทว่าอวบอิ่มในส่วนที่ควรจะมีลงนั่งคุกเข่า เพื่อกอบเศษอาหารใส่ถาด และเธอก็คงมีงานหนักที่จะต้องทำความสะอาดผืนพรมนี้ด้วย
พรบุหลันถือถาดอาหารออกไปแล้ว โดยค่อยๆ เดินถอยหลังกลับไป เพราะหากเธอเดินไปตรงๆ เส้นผมสลวยที่ยาวไม่ถึงบั้นท้ายก็คงปกปิดอะไรไม่ได้ และนั่นก็จะทำให้เขาเห็นความกลมกลึงที่ยักย้ายส่ายสะบัดไปมา
เพียงไม่นานพรบุหลันก็กลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง เธอถือถาดที่มีอ่างน้ำสะอาดและผ้าหลายผืนติดมาด้วย จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดผืนพรมโดยไม่เมียงมองไปยังเ้าของอาณาจักรเลยสักนิด เพราะไม่อยากเห็นว่าเขาทำสีหน้าอย่างไร สะใจ สาแก่ใจ หรือว่ายังเคียดแค้นชิงชังเธออยู่ แต่สิ่งที่เขาทำกับเธอนี่ก็หนักหนาพอแล้ว
ลำบากทั้งกายที่ต้องนั่งคุกเข่าเผชิญหน้ากับเขา เพราะไม่อาจหันหลังให้เขาเห็นเื้ัของเธอได้ และก็ลำบากใจที่อยู่ในสถานะไม่ต่างจากนางทาสในสมัยก่อน ทว่านางทาสเ่าั้ก็อาจดีกว่าเธอมากมาย เพราะอย่างน้อยพวกเธอเ่าั้ก็ได้รับสิทธิ์ให้สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม สามารถปิดบังของสงวนได้ แต่เธอไม่ได้รับสิทธิ์นั้น
เธอคงมีสถานะไม่ต่างจากโสเภณีผูกขาดของเขาหรือไม่ก็นางบำเรอจำยอม เพราะต้องโชว์เนื้อหนังมังสาต่อหน้าเขา แม้เขาจะรังเกียจเธอที่สุดก็ตาม ยิ่งก้มๆ เงยๆ แบบนี้ อกอวบที่กวัดแกว่งไปมาตามแรงโน้มถ่วงก็คล้ายจะเปิดเผยส่วนปลายให้เขาเห็นได้ทุกเมื่อ นั่นยิ่งทำให้เธอทำความสะอาดได้ไม่ถนัดเพราะต้องหนีบต้นแขนขนาบข้างลำตัวให้มาก ทว่ายิ่งหนีบมากก็ใช่ว่าจะดี เพราะความอวบอิ่มนั้นก็คล้ายจะล้นทะลักเพราะถูกดันให้แนบชิด
อารัญมองภาพความสวยงามนั้นด้วยความเพลิดเพลิน ยิ่งเห็นอกอวบอิ่มกวัดแกว่งไปตามท่อนแขนขยับ ก่อนจะถูกดันขึ้นจนชิดเพราะพรบุหลันไม่้าให้อกเคลื่อนไหว แต่สำหรับเขาไม่ว่าจะแบบใดก็น่าดูทั้งนั้น ทั้งน่าดูและก็น่า... นั่นคือสิ่งที่คิดก่อนจะสลัดไล่ไม่ให้ตนเองฟุ้งซ่าน เตือนตนว่าเขาต้องทรมานพรบุหลันให้มากกว่านี้อีก
เพราะท่าทางตื่นกลัวที่เธอแสดงออกทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับเขาจางหายไปแล้ว เธอสงบนิ่งแม้ในขณะนี้แทบจะเปล่าเปลือยอยู่ต่อหน้าเขา พรบุหลันก็ยังเฉยได้อย่างเหลือเชื่อ ความคิดเดิมจึงหวนคืนอีกครั้งนั่นคือ หากเธอไม่เคยเปลือยกายต่อหน้าผู้ชายมาก่อน นั่นก็เป็เพราะเธอหน้าด้านหน้าทนมากจนไร้ยางอายใดๆ ทั้งสิ้น
แต่แล้ว่เวลาแห่งการทรมานก็จบลงสักที เมื่อเธอเช็ดทำความสะอาดผืนพรมเรียบร้อย พรบุหลันเก็บผ้าที่ใช้แล้วรวบรวมไว้ในถาดก่อนจะขยับร่างกายให้ถนัดเพราะเธอต้องลุกขึ้นในลักษณะหันหน้าเข้าหาเขาและต้องไม่โป๊ ไม่ให้มีอะไรเล็ดลอดไปให้เขาดูได้ แต่เมื่อเธอขยับ เขากลับลุกขึ้นจนเธอต้องชะงัก และยิ่งอึ้งมากขึ้นเมื่ออารัญเดินเข้ามาเหยียบถาดที่วางอ่างน้ำเอาไว้
“คุณ!”