ท้องฟ้าแจ่มใส่ แสงแดดลอดผ่านแม็กไม้กระทบพื้นดิน ท่ามกลางป่าเขา มีแม่น้ำต้องห้ามอยู่สายหนึ่ง มันเป็สถานที่ของเผ่าอสูรบาดาล.. อสูรบาดาลเป็เผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเป็หลัก พวกมันมีหลากหลายสายพันธุ์ เผ่าอสูรบาดาลมีจำนวนที่มากกว่ามนุษย์และสัตว์อสูรรวมกันเสียอีก เพราะสัดส่วนของผืนดินกับผิวน้ำมันต่างกัน โลกใบนี้มีน้ำมากกว่า6ส่วน รวมทั้งการขยายพันธุ์ของพวกมัน มีอัตรามากกว่าสัตว์บกหลายเท่าตัว
เมื่อครั้งในอดีตหลังจบศึกใหญ่ ตัวแทนเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าปีศาจ ต่างลงนามสัญญาสงบศึก โดยมีตัวแทน3ชนเผ่ามาเป็สักขีพยาน หนึ่งในนั้นมีเผ่าบาดาลร่วมอยู่ด้วย
เผ่าที่เป็กลางอย่างเผ่าบาดาลจึงไม่มีเผ่าพันธุ์ใดกล้าลงมือ....
ตู้มมมม~
"เข้~ ตัวใหญ่จริงๆ ฮ่าฮ่า มอนคุงวันนี้พวกเรารอดตายแล้ว" โรซ่ายกคันเบ็ดขึ้นมาโชว์ โดยปลายเชือกมันมีปลาตัวใหญ่ขนาดเท่าต้นขาห้อยไว้อยู่
"เมี้ยว" [เ้าค่ะ] มอนคุงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหม่อลอย
ท่าทางของมันทำให้โรซ่ารู้สึกเป็ห่วง.... มันเป็เวลาหลายวันแล้วที่ม่อนคุงเอาแต่เหม่อลอย ทุกคืนมันจะนั่งจ้องมองท้องฟ้าเงียบๆ ในบางครั้งเขารู้สึกเหมือนว่ามันจะร้องไห้ออกมา เขาไม่เข้าใจจริงๆว่ามันเศร้าเื่อะไร
วันนี้โรซ่าเลยตัดสินใจพามันมาเที่ยว ตามจริงเขาว่าจะออกเดินทางหาพืชพันธุ์แปลกๆมาปลูกที่บ้าน การเดินทางครั้งนี้โรซ่าตั้งใจว่าจะใช้เวลาหลายวันหน่อย เขาจึงให้แม่เฒ่าหลินและคนอื่นๆอยู่เฝ้าบ้าน ส่วนเขาพาม่อนคุงและลุงจางติดตามมาด้วย
"ข้าว่ามันอาจจะคิดถึงครอบครัวขอรับ มันคงเป็ห่วงครอบครัวของมัน ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้เผ่าพันธุ์ของมันกำลังตกที่นั่งลำบากขอรับ มันต้องเห็นดาวมรณะของครอบครัวตัวเองเป็แน่ มันเลยกระวนกระวายทุกครั้งที่มองท้องฟ้า " ลุงจางกระซิบเบาข้างหูโรซ่า
"แล้วลุงจางรู้จักที่ตั้งเผ่าพันธุ์ของมันไหมครับ " โรซ่ากระซิบกลับไป เขารู้ดีว่าม่อนคุงมันฟังภาษาของเขารู้เื่ เขาเลยต้องแอบพูดไม่ให้มันได้ยิน
"ท่านถามเช่นนี้ อย่าบอกข้านะว่า....." นับเป็ประโยคแรกเลย ที่โรซ่าเห็นลุงจางพูดสั้นขนาดนี้
"ผมว่าจะแวะไปดู สถานที่เกิดของม่อนคุงสักหน่อย "
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
สวัสดี ข้าคือม่อนคุง ในทุกวันข้ามีความสุขมาก แต่่นี้หัวใจของข้ามันร้อนรุ่มเหมือนโดนเปลวไฟแผดเผา เหตุเป็เพราะดาวมรณะ
ดาวมรณะมันปรากฏขึ้นมาแล้ว ข้ารู้สึกกระวนกระวายใจ ข้าไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วเพียงนี้ ถึงดาวมรณะมันจะไม่ใช่ของข้า แต่มันก็เป็ของบิดาร่วมถึงพี่ชายน้องชายของข้า ข้ากังวลใจเหลือเกิน ตอนนี้ครอบครัวของข้าจะเป็เช่นไร
ข้าอยากจะไปช่วยแต่ข้าเป็เพียงปราณราชันขั้นปลายเท่านั้น ต่อให้บรรลุระดับจักรพรรดิ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ ข้าได้นำเื่นี้ไปปรึกษากับพวกมนุษย์ แม่เฒ่าหลินแนะนำให้ข้าไปขอร้องท่านโรซ่า นางบอกว่าดาวมรณะมีเพียงท่านเซียนที่ช่วยได้ ทางลุงจางเขาไม่พูดอะไร เขาเพียงจัดเตรียมสมุนไพรปรุงยาเอาไว้หลายชุด ส่วนป้าหวังหลังจากสร้างบ้านเสร็จ นางก็รีบออกเดินทางกลับบ้านเกิดทันที แต่ก่อนจะไปนางได้ให้ผ้าซ่อนกายไว้ให้ข้าหนึ่งผืน มันเป็ของวิเศษที่เอาไว้ซ่อนรูปลักษณ์กลิ่นอายปีศาจ มันมีลักษณะเป็ผ้าสีแดงผูกข้อมือ และมีกระดิ่งห้อยเอาไว้ ข้าเลยเอามันมาสวมไว้ที่คอแทน
ตามจริงปัญหาในครอบครัว ข้าอยากจะให้ท่านเซียนช่วย แต่สัญญาที่ไม่ให้สองเผ่าพันธุ์รุกล้ำดินแดนของกันและกันมันยังมีผลอยู่ ขืนท่านเซียนหรืุ์ระดับเทวะบุกรุกเข้าไป มันคงจะเกิดปัญหาใหญ่เป็แน่ อีกอย่างท่านเซียนดูเหมือนจะฟังภาษาปีศาจไม่ออกด้วย ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าเป็เพราะเหตุใด ....
....เมื่อ่เช้าก่อนออกเดินทางไปหาสมุนไพร จู่ลุงจางเขาก็ยื่นเม็ดยาโอสถมาให้ข้าตั้งมากมาย ซึ่งส่วนมากจะเป็โอสถรักษา มีเพียงสองเม็ดที่เป็โอสถทะลวงขั้นระดับจักรพรรดิ ลุงจางปกติเป็คนพูดยาว แต่เขาบอกข้ามาเพียงประโยคเดียว ' ไม่ต้องห่วงแม่หนู เดี๋ยวข้าจัดการเอง'
ข้าไม่รู้ว่าเขาจะจัดการยังไง แต่ข้าก็รู้สึกขอบคุณจากใจ... เผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่ได้โหดร้ายเหมือนกับที่ท่านพ่อเคยบอก อย่างน้อยพวกเขาก็ใจดีกับข้า โดยเฉพาะท่านโรซ่า ท่านปฏิบัติกับข้าเสมือนคนในครอบครัว ท่านไม่รังเกียจที่ตัวข้าเป็ปีศาจเลย..................
"ม่อนคุง ข้าจะพาเ้ากลับไปเยี่ยมบ้าน เ้าอยากไปไหม " โรซ่าถือปลาตัวใหญ่กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
"เมี้ยว" [เ้าค่ะ] แมวน้อยมองท้องฟ้า มันร้องออกมาอย่างเหม่อลอย ดูเหมือนมันจะไม่ได้สนใจคำพูดของโรซ่า
"นี่เ้าหนู!!! ท่านโรซ่าบอกว่าจะพาเ้าไปหาครอบครัว เ้าจะไปหรือไม่ ถ้าไม่ข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะ โอสถข้าก็เตรียมไว้ให้แล้ว หากเ้ามัวแต่ลีลา จนท่านโรซ่าเปลี่ยนใจแล้วอย่ามาร้องไห้ที่หลังละ ข้าไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กอย่ามาหวังให้ข้าปลอบใจ ไม่ไปก็แล้วแต่เ้า ข้าจะได้หาสมุนไพรกันต่อ..." ลุงจางพูดร่ายยาวออกมา แต่ยังพูดไม่ทันจบ เสียงแมวน้อยได้ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
"ม่าว~ เมี้ยว เมี้ยว แง๊วววว " [ไปเ้าค่ะข้าจะไป ขอบคุณลุงจาง ขอบคุณท่านโรซ่า ข้าขอบคุณจริงๆ ฮือ~] แมวน้อยมันรีบผงกหัวรับ ดวงตากลมโตของมัน เริ่มมีหยดน้ำล้นเอ่อออกมา
โรซ่าเก็บปลาใส่ตะกร้า จากนั้นเขาก็อุ้มแมวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เขาลูบหัวของมันเบาๆ แล้วหันกลับมาพยักให้ลุงจาง เพื่อให้เขาเดินนำทางไปที่อยู่อาศัยของเผ่าแมวเก้าดวงจิต
>>>>>>>>>>>>>>>>
แดนปีศาจ
ทิศเหนือของดินแดนปีศาจ อาณาจักรเนตรโลหิต ในขณะนี้ดูเหมือนกำลังจัดเตรียมงานอะไรบางอย่าง สภาพภายในเมืองดูแตกต่างจากของมนุษย์อยู่พอสมควร บ้านเรือนของที่นี่ส่วนมากทำมาจากดินไม่ก็โครงกระดูก มันมีลักษณะไม่น่าพิสมัย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศชวนขนหัวลุกเสมือนหลุดเข้าไปอยู่ในดินแดนแห่งการฆ่าฟัน
กลางถนนสายหลัก มีกลุ่มปีศาจกำลังแบกกรงขังขนาดใหญ่เดินไปทางประตูเมือง ภายในกรงเหล็กมีแมว2ตัวอยู่ในสภาพอิดโรย ตัวหนึ่งมีสีคราม อีกตัวเป็สีขาว พวกมันนอนซบกันด้วยความอ่อนแรง แน่นอนแมวทั้งสองก็คือบิดาและมารดาของฝู่อินหรือที่โรซ่าเรียกว่าม่อนคุง ตอนนี้แมวทั้งสองมีสัญลักษณ์บนหน้าผากเพียงแค่กลีบเดียว ซึ่งหมายความว่าพวกเขาเหลือเพียงชีวิตสุดท้ายก่อนจะดับสิ้นไปตลอดกาล
วันนี้มันเป็วันปะาชีวิตของพวกเขา แต่ก่อนจะถูกปะาแมวทั้งสองต้องมาพบเจอกับความอัปยศโดยการแห่รอบเมืองท่ามกลางสายตานับหมื่นของผู้อยู่อาศัยในดินแดน
ปีศาจน้อยใหญ่ที่เขาเคยปกครอง ตอนนี้กำลังออกมาดูสภาพอันน่าเวทนาของพวกเขา ปีศาจบางตนทนดูไม่ได้พวกมันเลยเบือนหน้าหนี ถ้าตนไหนวิ่งออกมาช่วย มันก็จะถูกฆ่าทิ้งเป็ก้อนเนื้ออยู่ข้างทาง แม้ภาพที่เห็นดูจะโหดร้าย แต่ก็ยังมีปีศาจบางตนกระโจนออกมาเป็ระยะ โลหิตสีแดงฉานได้ไหลอาบย้อมผืนดินทางเดินตลอดแนว แม้าาเขี้ยวครามในร่างแมวชราจะสั่งห้ามไม่ให้ออกมาช่วย แต่ดูเหมือนคำพูดนั้นมันเป็เพียงสายลมที่พัดผ่านไป พอมองร่างไร้ิญญาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแมวสีขาวก็ทนดูไม่ไหว จนมันต้องกล่าวขอร้องอ้อนวอนด้วยน้ำตาอาบนองใบหน้า... พวกปีศาจสิ้นคิดเ่าั้ถึงได้หยุดลง
"ชิชิ! ฮ่าฮ่าฮ่า~ ข้าก็นึกว่าจะได้สนุกกว่านี้เสียอีก ค้อนของข้ายังมีบางจุดที่สกปรกอยู่เลย หากมันได้เืมาล้างคงจะดีไม่น้อย เคี๊ยก~ฮ่าฮ่า" ปีศาจหมูใช้มือหนาๆลูบค้อนที่ถูกชโลมด้วยเืจนแทบจะมองไม่เห็นสีเดิมของมัน มันได้ใช้ค้อนทุบเหยื่อจนกลายเป็เศษเนื้อ ถึงอีกฝ่ายจะตายไปแล้วมันก็จะทุบซ้ำๆ จนบางครั้งเสือดำที่เดินนำหน้าขบวนต้องตวาดสั่นไม่ให้มันเสียเวลา
ขบวนคุมกันมีปีศาจทั้งหมด4ตน เสือดำคือหัวหน้าผู้คุม โดยมีปีศาจงูสามตา และปีศาจหมูคอยคุมด้านข้างซ้ายขวา ส่วนท้ายขบวนมีปีศาจวานรปิดท้าย พวกมันทั้งสี่เป็ระดับราชันทั้งสิ้น จะมีเพียงพวกปีศาจที่แบกหามเท่านั้นที่อยู่ในระดับปราณปฐี
"เ้าพรายทำไมเ้าถึงทรยศข้า ข้าเห็นเ้าเป็ดั่งน้องชาย แล้วเหตุใด เ้าถึงทำเช่นนี้" แมวชรากล่าวถามด้วยความคับแค้นใจ
เสือดำไม่พูดอะไร มันเพียงชะงักเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไป เสมือนว่ามันไม่ได้ยินคำพูดของแมวชรา
ขบวนนักโทษหากอิงตามรูปแบบที่าาตนใหม่สั่งเอาไว้ มันต้องเดินวนให้ทั่วถนนทุกสาย จากนั้นถึงจะมาจบที่แท่นบูชาตรงลานกว้างใจกลางเมือง ด้านเสือดำพาเดินมาได้เพียงครึ่งทาง โดยมันอยู่ห่างจากประตูเมืองไม่ไกล ในขณะที่ขบวนจะวนกลับไปอีกเส้นทาง เสือดำที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยเสียงเรียบออกมา
"ท่านาา ท่านถามว่าเหตุใดข้าถึงทรยศท่าน งั้นข้าจะตอบคำถามของท่านให้.... ข้าไม่เคยทรยศท่าน เ้าพวกบัดซบนี่สมควรตาย!!!" เสือดำพูดจบมันสยายปีกดังพรึบ พร้อมสะบัดไปทางงูั์สามตา ยามปีกสีดำขนาดใหญ่วาดผ่านลำคอของงูั์สามตาจนเกิดเสียงดังฉัวะ ยังไม่ทันที่งูั์จะได้เอ่ยอันใด ภาพเบื้องหน้าของมันก็ได้เปลี่ยนมุมมองไปอย่างกะทันหัน ภาพหมุนลอยเคว้งก่อนที่มันจะเห็นร่างอันคุ้นเคยอยู่เบื้องล่าง ร่างไร้หัวร่างนั้นมันจำได้ดี มันเป็ร่างของตัวมันเอง มันใเบิกตากว้างก่อนทุกอย่างจะดับมืดลง พร้อมกับหัวของมันได้ตกกระทืบพื้นเสียงดังตุบ....งูั์สามตาตายเสียแล้ว
โดยไม่พูดพร่ำเสือดำได้กระพือปีกเรียกสายลมออกมาในทันที ปากของมันตะเบ็งคำรามออกมาสุดเสียง
"คมเขี้ยววายุ!!!" วิชาที่เสือดำใช้มีความรุนแรงมากกว่าครั้งก่อนตอนที่โจมตีปีศาจแมวหลายเท่าตัว เสียงลมพายุร้องคำรามหวีดหวิว เสียงของมันดังกลบเสียงกรีดร้องของศัตรูจนหมดสิ้น
ทางด้านปีศาจหมู มันเห็นท่าไม่ดีั้แ่เสือดำเอ่ยวาจา มันจึงถอยหลังหลบหนีออกมาหลายสิบเมตร แต่ทว่ากระแสลมจากพายุมันพยายามดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป จนร่างใหญ่อ้วนของมันเริ่มขยับไปทางด้านหน้าเข้าหาพายุ... ปีศาจหมูตอนนี้มันมีสีหน้าที่ซีดเผือด ความหยิ่งทะนงหายไปจนหมดสิ้น
โดยไม่รอช้า มันเร่งเร้าพลังปราณไหลเวียนไปที่ค้อนคู่กาย ฉับพลันค้อนของมันก็ขยายขนาดจนใหญ่กว่าตัวของมัน ปีศาจหมูปักด้ามค้อนลงกับพื้นจนด้ามจมลึกลงไปกว่าครึ่ง แรงดูดของพายุ ได้พัดให้ตัวของมันลอยขึ้นเหนือพื้นดิน สายลมเชือดเฉือนผิวกายจนเืไหลซึมออกมา ปีศาจหมูกรีดร้องสุดเสียง หากไม่ใช่เพราะแขนของมันกอดหัวค้อนไว้แน่น ป่านนี้มันคงจะโดนดูดไปที่ดงใบมีดสายลมเสียแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.