ติ๊ง!
[ ภารกิจสำเร็จ: ติดตั้งระบบน้ำถาวรให้ฟาร์มของคุณ ]
รางวัล: 30 แต้ม
ยอดแต้มสะสมปัจจุบัน: 37 แต้ม
ภูยิ้มกว้าง เขามองไปที่แปลง ผักบุ้งจีนโตไว ที่ปลูกไว้เมื่อวาน ปรากฏว่ามันเริ่มแตกใบอ่อนสีเขียวสดโผล่พ้นดินดินร่วนขึ้นมาแล้ว ด้วยระบบน้ำที่พร้อมสรรพ ภูจึงตัดสินใจใช้เวลา่บ่ายที่เหลือ จับจอบลงมือถางหญ้าและพลิกหน้าดินขยายแปลงเกษตรเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 10 ตารางเมตร เขาจัดการทำทางน้ำไหลเล็กๆ จากตัวปั๊มน้ำ ลัดเลาะไปตามร่องดิน เพื่อให้เวลาโยกปั๊ม น้ำจะได้ไหลไปหล่อเลี้ยงแปลงผักได้ทั่วถึงโดยอัตโนมัติ
ระบบนิเวศเล็กๆ หลังบ้านยุค 80 ของภู เริ่มก่อเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาแล้ว...
ตกเย็น วันนี้ภูใช้แต้มที่เพิ่งได้มา แลก ‘ไข่ไก่สด’ และ ‘ไก่สับ’ มาทำเมนู ไข่เจียวไก่สับฟูๆ กินคู่กับแกงจืดที่เหลือจากเมื่อวาน เมื่อแม่กลับมาเห็นบ่อน้ำหลังบ้านที่ถูกทำความสะอาดและมีปั๊มน้ำตั้งตระหง่านอยู่ เธอก็อึ้งจนพูดไม่ออก ภูต้องรีบอ้างว่า “ผมไปรื้อเจออะไหล่เก่าใต้ถุนบ้าน เลยลองเอามาประกอบซ่อมดูครับแม่” ซึ่งแม่ก็เชื่อและภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้สุดๆ
เช้าวันถัดมาเช้าวันถัดมา เวลาล่วงเลยไปเพียงไม่กี่วัน ความมหัศจรรย์ของ ‘เมล็ดพันธุ์โตไว’ ผนวกกับน้ำบาดาลใสสะอาดและหน้าดินที่ร่วนซุย ทำเอาภูถึงกับอ้าปากค้างเมื่อตื่นมาดูแปลงผักในเช้าตรู่วันนี้
ผักบุ้งจีนต้นอวบอ้วน ใบสีเขียวสดไม่มีรอยแมลงกัดเจาะแม้แต่น้อย ชูยอดตั้งตระหง่านเรียงรายเต็มแปลง ขนาดของมันดูน่ากินและกรอบกว่าผักบุ้งตามท้องตลาดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ภูไม่รอช้า เขารีบจัดการถอนผักบุ้งขึ้นมาทีละกำ นำไปล้างดินออกที่ใต้ก๊อกน้ำปั๊มมือหมุนจนรากขาวจั๊วะ จากนั้นก็ใช้ตอกไม้ไผ่มัดเป็กำสวยงาม ขนาดพอดีสำหรับทำผัดผักบุ้งไฟแดงได้หนึ่งจานใหญ่ๆ นับไปนับมาเขาได้ผักบุ้งถึง 20 กำ
“ได้เวลาออกไปทำทุนแล้ว”
ภูเอาผักบุ้งเรียงใส่ตะกร้าไม้ไผ่ใบเก่า สะพายขึ้นหลังแล้วเดินออกจากบ้านั้แ่ฟ้าเพิ่งสาง มุ่งหน้าสู่ตลาดเช้าประจำตำบล
บรรยากาศตลาดเช้าในยุค 80 ช่างมีเสน่ห์และคึกคัก ผู้คนขี่จักรยานและมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่ามาจับจ่ายซื้อของ กลิ่นปาท่องโก๋ทอดใหม่ๆ กลิ่นน้ำเต้าหู้ และเสียงแม่ค้าต่อรองราคาดังเซ็งแซ่ ภูเดินหาทำเลเหมาะๆ จนไปเจอที่ว่างเล็กๆ ปูหนังสือพิมพ์เก่าลงบนพื้น แล้ววางผักบุ้งสีเขียวสดใสเรียงเป็ตับ
“อ้าว ภู! มาทำอะไรตรงนี้ล่ะลูก” เสียงทักทายคุ้นหูดังขึ้นจากแผงข้างๆ
ภูหันไปมอง... ป้าสาย นั่นเอง! ป้าสายคนที่เขาแอบอ้างชื่อตอนเอาเนื้อไก่ไปให้แม่กินเมื่อวันก่อน วันนี้ป้าสายมาตั้งแผงขายพริกแกงอยู่ข้างๆ เขาพอดี
“สวัสดีครับป้าสาย ผมเอาผักบุ้งที่ปลูกไว้ หลังบ้านมาลองขายดูครับ” ภูไหว้ทักทายอย่างนอบน้อม
ป้าสายชะโงกหน้ามาดูผักในตะกร้า ก่อนจะเบิกตาโพล่ง “โอ้โห! ผักบุ้งบ้านเอ็งทำไมมันอวบงามขนาดนี้ลูก เอ๊ย! ปุ๋ยดีน้ำดีล่ะสิเนี่ย “
คำชมของป้าสายกลายเป็เหมือนโทรโข่งเรียกลูกค้า เหล่าแม่บ้านที่เดินผ่านไปมาพอได้ยินและหันมาเห็นผักบุ้งสีเขียวสดอวบน้ำของภู ก็พากันรุมล้อมเข้ามาทันที
“หนู ขายยังไงจ๊ะเนี่ย ผักงามน่ากินเชียว” คุณป้าท่าทางใจดีคนหนึ่งถามขึ้น
ภูคำนวณราคาในหัวอย่างรวดเร็ว ในยุคนี้ก๋วยเตี๋ยวชามละประมาณ 10 บาท ผักกำใหญ่น่าจะอยู่ราวๆ 1-2 บาท “กำละ 2 บาท
ครับน้า ผักปลอดสารพิษ ปลูกเองรดน้ำเอง สดๆ จากสวนเมื่อเช้าเลยครับ ผัดไฟแดงกรอบอร่อยแน่นอน!”
“งั้นน้าเอา 3 กำเลยลูก”
“ป้าเอา 2 กำจ้ะ!”
ด้วยความที่ผักบุ้งของภูดูพรีเมียมเกินเบอร์ผักตลาดทั่วไป แถมพ่อค้ายังเป็เด็กหนุ่มพูดจาฉะฉานหน้าตาน่าเอ็นดู เพียงแค่สิบห้านาที ผักบุ้งทั้ง 20 กำก็ถูกขายจนเกลี้ยงตะกร้า!
ภูรับธนบัตรใบละ 10 บาทและเหรียญบาทแบบเก่ามาสอดเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง รวมรายได้เช้านี้คือ 40 บาท อาจจะฟังดูน้อยในยุคอนาคต แต่นี่คือปี 2528 เงิน 40 บาทสามารถซื้อข้าวสารและกับข้าวดีๆ เลี้ยงครอบครัวได้หลายวันเลยทีเดียว!
ติ๊ง!
จู่ๆ หน้าจอโปร่งแสงก็เด้งขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน “ซึ่งแน่นอนว่ามีแค่ภูที่มองเห็น”
[ ภารกิจสำเร็จ: สร้างรายได้จากผลผลิตก้อนแรกในโลกจริง! ]
รางวัล: 20 แต้ม
ยอดแต้มสะสมปัจจุบัน: 57 แต้ม
ภูยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ ได้ทั้งเงินสด ได้ทั้งแต้มเข้าระบบ!
ก่อนกลับบ้าน เขาตัดสินใจนำเงิน 10 บาทไปซื้อปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ และหมูปิ้งเ้าอร่อยในตลาด หวังจะเอาไปฝากแม่เป็มื้อเช้า ส่วนเงินอีก 30 บาท เขาตั้งใจจะเก็บไว้เป็ทุนรอนให้แม่ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปรับจ้างซักผ้าจนหลังขดหลังแข็งอีก
“ภู”เดินหิ้วถุงน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และไก่ปิ้งเ้าอร่อย กลับมาถึงบ้านด้วยรอยยิ้มเบิกบาน แสงแดดยามเช้าเริ่มสาดส่องเข้ามาในตัวบ้าน
เผยให้เห็นแม่ที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการคัดแยกเสื้อผ้ากองโตเตรียมจะนำไปซัก
“แม่ครับ พักก่อนเถอะ มากินมื้อเช้ากันผมซื้อของโปรดแม่มาฝากด้วย” ภูส่งเสียงทักทายพลางชูถุงของกินในมือขึ้น
แม่หันมามองด้วยความประหลาดใจ “ภู... ไปเอาเงินมาจากไหนลูก ของพวกนี้ไม่ใช่ถูกๆ นะ”
ภูเดินเข้าไปใกล้ วางถุงของกินลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วหยิบธนบัตรใบละสิบบาทสามใบกับเหรียญอีกนิดหน่อย วางลงตรงหน้าแม่
“นี่ครับแม่ เงินที่ผมได้มา... อ้อ หลังหักค่าของกินไปสิบบาท เหลือสามสิบบาทครับ” ภูยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ
ดวงตาของแม่เบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม มือที่กำลังจับเสื้อผ้าสั่นระริก “ภู! นี่ลูกไปทำอะไรมา ทำไมถึงมีเงินเยอะขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าไปรับจ้างแบกหาม หรือไปทำเื่ไม่ดีมา...” ความกังวลฉายชัดบนใบหน้าของคนเป็แม่ ในยุคที่ค่าแรงขั้นต่ำยังไม่ถึงหลักร้อย เงินสามสิบบาทสำหรับเด็กอายุสิบห้าถือว่ามากเกินไป
ภูรีบจับมือแม่ไว้แน่น “ใจเย็นๆ ครับแม่ ผมไม่ได้ไปทำเื่ไม่ดีที่ไหนเลย เงินพวกนี้... ผมได้มาจากการขายผักบุ้งครับ”
“ขายผักบุ้ง?” แม่ทวนคำเสียงหลง
“ครับ ผักบุ้งที่ผมปลูกไว้หลังบ้านนั่นแหละ เมื่อเช้าผมตื่นแต่ตีห้า เอาไปตั้งแผงขายที่ตลาด แป๊บเดียวก็หมดเกลี้ยงเลย แม่จำป้าสายได้ไหมครับ ป้าสายยังชมเลยว่าผักบุ้งบ้านเรางามมากๆ” ภูเล่าด้วยน้ำเสียงฉะฉาน แววตามุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความหวัง
แม่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ ประมวลผลเื่ราวทั้งหมด เธอเดินไปที่หลังบ้าน มองดูแปลงผักที่เตียนโล่ง (เพราะภูเก็บเกี่ยวไปหมดแล้ว) สลับกับปั๊มน้ำมือหมุนที่เพิ่งติดตั้งใหม่ แล้วหันกลับมามองลูกชายด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป…