ตอนที่ 18: เนตรมารจ้องจับเหยื่อท่ามกลางความโกลาหลของสนามรบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกัน ร่างของ 'ั์โลหิต' ที่เพิ่งถูกเหวี่ยงจนหน้าทิ่มดิน ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆโฮกกกก!!!มันคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาปูดโปนจ้องมองเยี่ยหลางเขม็ง ิัสีแดงสดของมันมีรอยถลอกเพียงเล็กน้อยจากการกระแทก "หนังหนาจริงๆ พับผ่าสิ..." เยี่ยหลางบ่นอุบอิบ มือที่กำด้ามเหล็กยังสั่นระริกจากแรงสะท้อนเมื่อครู่ "ทุ่มไปขนาดนั้นยังลุกขึ้นมาได้อีกเรอะ?"แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าั์โลหิต คือสายตาที่มองลงมาจากบัลลังก์กระดูก 'ประมุขมารโลหิต' หรือ 'เสวี่ยอู๋จี' ชายชราผมขาวผู้มีใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับทารก (ผลจากวิชาคงกระพันโลหิต) แสยะยิ้มที่มุมปาก"เ้าหนู... ศาสตราในมือเ้านั่น น่าสนใจยิ่งนัก" เสวี่ยอู๋จีเอ่ยเสียงเบา แต่กระแสเสียงกลับดังก้องไปทั่วหูของเยี่ยหลางราวกับกระซิบอยู่ข้างๆ "ข้าััได้ถึงกลิ่นอายของ 'เหล็กไหลทมิฬ' ในนั้น... แต่ไฉนมันจึงสงบนิ่งและเชื่องเชื่อในมือของคนไร้ปราณเช่นเ้าได้?"เยี่ยหลางขนลุกซู่ สัญชาตญาณสัตว์ป่าร้องเตือนภัยระดับสูงสุด "เฮ้ย! ตาแก่! อย่ามามองของรักของข้าด้วยสายตาหื่นกามแบบนั้นนะ! ข้าไม่ขาย!"เสวี่ยอู๋จีหัวเราะในลำคอ "ไม่ขาย? งั้นข้าจะแย่ง!"ประมุขมารเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ เปรี๊ยะ!หยดเืเพียงหยดเดียวที่ปลายเล็บของเขา พุ่งแหวกอากาศออกมาด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน หยดเืนั้นขยายตัวกลางอากาศ กลายเป็ 'หอกโลหิต' ขนาดมหึมา ยาวกว่าสามวา (6 เมตร) หมุนควงสว่านพุ่งตรงเข้าใส่เยี่ยหลาง!"ชิบหายแล้ว!" เยี่ยหลางรู้ดีว่ารับไม่ได้ และหลบไม่พ้น รัศมีของหอกโลหิตครอบคลุมพื้นที่กว้างเกินไป แถมยังมีจิตมารล็อกเป้าหมาย"เ้าท่อนทื่อ! ยืด!!"เยี่ยหลางปักท่อนเหล็กดำลงพื้นดิน แล้วสั่งให้มันยืดตัวออกในแนวตั้งอย่างรวดเร็ว ครืดดดด! ท่อนเหล็กยืดสูงขึ้นกลายเป็เสาเข็ม บังร่างของเยี่ยหลางไว้มิดชิดตูมมมมม!!!หอกโลหิตปะทะเข้ากับเสาเหล็กดำ แรงะเิรุนแรงจนเยี่ยหลางที่หลบอยู่หลังเสาหูอื้อตาลาย แต่... เสาเหล็กไม่หัก! กลับกัน มันกำลัง 'ดูด' หอกโลหิตนั้นอย่างบ้าคลั่ง แสงสีแดงฉานถูกดูดซึมเข้าไปในเนื้อเหล็กสีดำจนหมดสิ้นในพริบตา"โห... อร่อยเหาะเลยสิท่า" เยี่ยหลางเกาะหลังเสาเหล็ก เหงื่อท่วมตัว แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่ง... แรงปะทะทางกายภาพ (Kinetic Energy) ไม่ได้ถูกดูดไปด้วย!ครืน!เสาเหล็ก (และเยี่ยหลางที่เกาะอยู่) ถูกแรงกระแทกจนไถลครูดไปกับพื้นดินเป็ทางยาวกว่าสิบวา ชนเข้ากับกำแพงหินจนกำแพงพังถล่มลงมาทับ"แค่กๆ! โอ๊ย... หลังหักไหมเนี่ย" เยี่ยหลางตะเกียกตะกายออกมาจากกองซากอิฐ สภาพของเขาดูไม่ได้ ฝุ่นเกรอะกรัง เืกำเดาไหล แต่ในมือยังกอดท่อนเหล็กแน่น"เหนียวแน่นจริงๆ..." ประมุขมารเสวี่ยอู๋จีเลิกคิ้ว "อาวุธมารที่กินปราณได้งั้นรึ? ช่างเหมาะกับข้ายิ่งนัก!"ประมุขมารลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ แค่การยืนขึ้น ก็ทำให้บรรยากาศในสนามรบหนักอึ้งราวกับมีูเาทับอก ศิษย์กระบี่หลายคนถึงกับกระอักเืออกมาเพราะทนแรงกดดันิญญาไม่ไหว"ข้าจะเอาทั้งอาวุธ... และชีวิตของเ้า!"เสวี่ยอู๋จีกางมือออก บ่อเืจำลองลอยขึ้นมากลางอากาศ หมุนวนเป็ก้อนพลังงานสีแดงเข้มข้น เตรียมจะปล่อย 'คลื่นสมุทรโลหิต' ถล่มใส่เยี่ยหลาง"เฮ้ยๆ! เดี๋ยวสิ! ข้าแค่ภารโรงนะ! ไปตีกับเ้าสำนักโน่น!" เยี่ยหลางะโลั่นในวินาทีวิกฤต เงาร่างสีขาวสายหนึ่งพุ่งทะยานข้ามสนามรบมาด้วยความเร็วแสง 'หลิวเฉิงเฟิง' เ้าสำนักกระบี่์!"เสวี่ยอู๋จี! คู่ต่อสู้ของเ้าคือข้า!"หลิวเฉิงเฟิงสะบัดกระบี่ 'พิรุณโปรยปราย' ปราณกระบี่สีฟ้าครามนับพันเล่มก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กั้นขวางระหว่างประมุขมารกับเยี่ยหลางตูม! ตูม! ตูม!คลื่นโลหิตปะทะกับกำแพงกระบี่ เกิดะเิดังกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน "ไปซะ เยี่ยหลาง!" เ้าสำนักะโโดยไม่หันกลับมา "เ้ารับมือระดับประมุขไม่ไหวหรอก! ไปช่วยคนอื่น!""รับทราบขอรับ! ท่านพ่อตา... เอ้ย ท่านเ้าสำนัก!" เยี่ยหลางรีบชิ่งทันที แต่เขายังไปไหนไม่ได้ เพราะ 'ั์โลหิต' ตัวเดิม (ที่ตอนนี้โมโหสุดขีด) เดินมาขวางทางเขาไว้"ไอ้ตัวใหญ่นี่ยังอยู่อีกเรอะ!" เยี่ยหลางกระชับท่อนเหล็กดำ "คราวนี้ข้าไม่มีอารมณ์มาเล่นทุ่มน้ำหนักแล้วนะ... ข้าจะทุบให้เละเป็โจ๊ก!""ย้าากกก!" ศิษย์กระบี่หญิงคนหนึ่งะโเข้ามาช่วย นางคือ 'หลิวซืออิน' "เยี่ยหลาง! ข้าจะเปิดทางให้! เ้าหาจังหวะจัดการข้อเท้ามัน!"หลิวซืออินใช้วิชาตัวเบา ไต่ขึ้นไปบนแขนของั์โลหิต กระบี่ของนางอาบด้วยปราณน้ำแข็ง (เพื่อชะลอการกัดกร่อนของเืพิษ) นางแทงกระบี่เข้าที่ดวงตาของั์! ฉึก!"โฮกกกก!" ั์โลหิตคำรามลั่น เอามือปิดตา"สวยพี่สวย!" เยี่ยหลางร้องเชียร์ เขาอาศัยจังหวะที่ั์ตาบอดชั่วคราว วิ่งสไลด์เข้าไปที่หว่างขาของมันอีกครั้งแต่คราวนี้เขาไม่ได้จะงัด... เขาจับท่อนเหล็กดำด้วยสองมือ ตั้งท่าเหมือนคนกำลังจะตีกอล์ฟ"ยืดดดดด!!" ท่อนเหล็กดำยืดออกจนยาวสามเมตร ส่วนปลายขยายใหญ่ขึ้นเป็หัวค้อนกลมๆ (ลูกตุ้ม)"วิชาลับภารโรง: กวาดขยะใต้พรม!"เยี่ยหลางเหวี่ยงท่อนเหล็กสุดแรงเกิด เล็งไปที่ 'ข้อเท้า' (Achilles Tendon) ของั์ทั้งสองข้างพร้อมกันเปรี้ยง!!!เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบใหญ่ ไม่ใช่แค่หัก... แต่กระดูกหน้าแข้งของั์ถูกแรงเหวี่ยงของลูกตุ้มเหล็ก 'ป่น' จนละเอียด!ร่างมหึมาของั์โลหิตทรุดฮวบลงมาคุกเข่า คราวนี้มันลุกไม่ได้อีกแล้ว"จบงาน!" เยี่ยหลางะโลอยตัวขึ้นสูง ง้างท่อนเหล็กกลับมาเป็ขนาดปกติ แล้วทิ้งดิ่งลงมา ปลายท่อนเหล็กตอกลงกลางกระหม่อมของั์โลหิตฉึก!ไม่ใช่แค่แทงทะลุ... แต่ท่อนเหล็กดำเริ่ม 'ดูด' อีกครั้ง เืพิษและพลังชีวิตของั์โลหิต ถูกสูบเข้าไปในเสาเหล็กอย่างรวดเร็ว ร่างของั์เหี่ยวแห้งลงในพริบตา กลายเป็ซากหนังหุ้มกระดูกเยี่ยหลางดึงท่อนเหล็กออก หอบแฮกๆ "กินจุจริงๆ... กินจนตัวอ้วนขึ้นแล้วมั้งเนี่ย"ท่อนเหล็กดำตอนนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และมีไอร้อนระอุแผ่ออกมา เยี่ยหลางรู้สึกว่ามือของเขาร้อนผ่าวๆ "เฮ้ย... ใจเย็นลูกพ่อ อย่าเพิ่งร้อนแรงตอนนี้"แต่ท่อนเหล็กไม่ฟัง... มันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง และปลายของมัน... ชี้กลับไปที่ 'ประมุขมารเสวี่ยอู๋จี'ไม่ใช่เพราะมันอยากสู้ แต่มันััได้ถึง 'มุกโลหิต' (Blood Pearl) ที่ลอยอยู่เหนือหัวประมุขมาร ซึ่งเป็แหล่งพลังงานมหาศาลที่สุดในสนามรบ"ไม่! ไม่เอา! อย่าแม้แต่จะคิด!" เยี่ยหลางรู้ทันทีว่าอาวุธเขากำลังคิดอะไร "นั่นมันบอสใหญ่! เข้าไปก็ตายห่าสิโว้ย!"วูมมมม!ท่อนเหล็กดำไม่สนคำทัดทาน มันออกแรง 'ลาก' เยี่ยหลาง! แรงดึงดูดมหาศาลจากความตะกละของอาวุธ ลากร่างเยี่ยหลางให้ไถลไปกับพื้น มุ่งหน้ากลับไปหาประมุขมารที่กำลังสู้กับเ้าสำนักอยู่!"อ๊ากกกก! ใครก็ได้ช่วยด้วย! อาวุธข้ามันจะพาข้าไปฆ่าตัวตายยยย!" เยี่ยหลางแหกปากลั่น พยายามเอาส้นเท้ายันพื้นเบรก แต่ก็สู้แรงดึงของ 'เสาค้ำ์' ที่หิวโหยไม่ได้ร่างของเขาพุ่งแหวกวงล้อมศิษย์กระบี่และศิษย์มาร ตรงดิ่งเข้าสู่ใจกลางพายุแห่งการต่อสู้ระดับตำนาน!
ท่ามกลางความโกลาหลของสนามรบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกัน ร่างของ 'ั์โลหิต' ที่เพิ่งถูกเหวี่ยงจนหน้าทิ่มดิน ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ
โฮกกกก!!!
มันคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาปูดโปนจ้องมองเยี่ยหลางเขม็ง ิัสีแดงสดของมันมีรอยถลอกเพียงเล็กน้อยจากการกระแทก "หนังหนาจริงๆ พับผ่าสิ..." เยี่ยหลางบ่นอุบอิบ มือที่กำด้ามเหล็กยังสั่นระริกจากแรงสะท้อนเมื่อครู่ "ทุ่มไปขนาดนั้นยังลุกขึ้นมาได้อีกเรอะ?"
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าั์โลหิต คือสายตาที่มองลงมาจากบัลลังก์กระดูก 'ประมุขมารโลหิต' หรือ 'เสวี่ยอู๋จี' ชายชราผมขาวผู้มีใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับทารก (ผลจากวิชาคงกระพันโลหิต) แสยะยิ้มที่มุมปาก
"เ้าหนู... ศาสตราในมือเ้านั่น น่าสนใจยิ่งนัก" เสวี่ยอู๋จีเอ่ยเสียงเบา แต่กระแสเสียงกลับดังก้องไปทั่วหูของเยี่ยหลางราวกับกระซิบอยู่ข้างๆ "ข้าััได้ถึงกลิ่นอายของ 'เหล็กไหลทมิฬ' ในนั้น... แต่ไฉนมันจึงสงบนิ่งและเชื่องเชื่อในมือของคนไร้ปราณเช่นเ้าได้?"
เยี่ยหลางขนลุกซู่ สัญชาตญาณสัตว์ป่าร้องเตือนภัยระดับสูงสุด "เฮ้ย! ตาแก่! อย่ามามองของรักของข้าด้วยสายตาหื่นกามแบบนั้นนะ! ข้าไม่ขาย!"
เสวี่ยอู๋จีหัวเราะในลำคอ "ไม่ขาย? งั้นข้าจะแย่ง!"
ประมุขมารเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ เปรี๊ยะ!
หยดเืเพียงหยดเดียวที่ปลายเล็บของเขา พุ่งแหวกอากาศออกมาด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน หยดเืนั้นขยายตัวกลางอากาศ กลายเป็ 'หอกโลหิต' ขนาดมหึมา ยาวกว่าสามวา (6 เมตร) หมุนควงสว่านพุ่งตรงเข้าใส่เยี่ยหลาง!
"ชิบหายแล้ว!" เยี่ยหลางรู้ดีว่ารับไม่ได้ และหลบไม่พ้น รัศมีของหอกโลหิตครอบคลุมพื้นที่กว้างเกินไป แถมยังมีจิตมารล็อกเป้าหมาย
"เ้าท่อนทื่อ! ยืด!!"
เยี่ยหลางปักท่อนเหล็กดำลงพื้นดิน แล้วสั่งให้มันยืดตัวออกในแนวตั้งอย่างรวดเร็ว ครืดดดด! ท่อนเหล็กยืดสูงขึ้นกลายเป็เสาเข็ม บังร่างของเยี่ยหลางไว้มิดชิด
ตูมมมมม!!!
หอกโลหิตปะทะเข้ากับเสาเหล็กดำ แรงะเิรุนแรงจนเยี่ยหลางที่หลบอยู่หลังเสาหูอื้อตาลาย แต่... เสาเหล็กไม่หัก! กลับกัน มันกำลัง 'ดูด' หอกโลหิตนั้นอย่างบ้าคลั่ง แสงสีแดงฉานถูกดูดซึมเข้าไปในเนื้อเหล็กสีดำจนหมดสิ้นในพริบตา
"โห... อร่อยเหาะเลยสิท่า" เยี่ยหลางเกาะหลังเสาเหล็ก เหงื่อท่วมตัว แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่ง... แรงปะทะทางกายภาพ (Kinetic Energy) ไม่ได้ถูกดูดไปด้วย!
ครืน!
เสาเหล็ก (และเยี่ยหลางที่เกาะอยู่) ถูกแรงกระแทกจนไถลครูดไปกับพื้นดินเป็ทางยาวกว่าสิบวา ชนเข้ากับกำแพงหินจนกำแพงพังถล่มลงมาทับ
"แค่กๆ! โอ๊ย... หลังหักไหมเนี่ย" เยี่ยหลางตะเกียกตะกายออกมาจากกองซากอิฐ สภาพของเขาดูไม่ได้ ฝุ่นเกรอะกรัง เืกำเดาไหล แต่ในมือยังกอดท่อนเหล็กแน่น
"เหนียวแน่นจริงๆ..." ประมุขมารเสวี่ยอู๋จีเลิกคิ้ว "อาวุธมารที่กินปราณได้งั้นรึ? ช่างเหมาะกับข้ายิ่งนัก!"
ประมุขมารลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ แค่การยืนขึ้น ก็ทำให้บรรยากาศในสนามรบหนักอึ้งราวกับมีูเาทับอก ศิษย์กระบี่หลายคนถึงกับกระอักเืออกมาเพราะทนแรงกดดันิญญาไม่ไหว
"ข้าจะเอาทั้งอาวุธ... และชีวิตของเ้า!"
เสวี่ยอู๋จีกางมือออก บ่อเืจำลองลอยขึ้นมากลางอากาศ หมุนวนเป็ก้อนพลังงานสีแดงเข้มข้น เตรียมจะปล่อย 'คลื่นสมุทรโลหิต' ถล่มใส่เยี่ยหลาง
"เฮ้ยๆ! เดี๋ยวสิ! ข้าแค่ภารโรงนะ! ไปตีกับเ้าสำนักโน่น!" เยี่ยหลางะโลั่น
ในวินาทีวิกฤต เงาร่างสีขาวสายหนึ่งพุ่งทะยานข้ามสนามรบมาด้วยความเร็วแสง 'หลิวเฉิงเฟิง' เ้าสำนักกระบี่์!
"เสวี่ยอู๋จี! คู่ต่อสู้ของเ้าคือข้า!"
หลิวเฉิงเฟิงสะบัดกระบี่ 'พิรุณโปรยปราย' ปราณกระบี่สีฟ้าครามนับพันเล่มก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กั้นขวางระหว่างประมุขมารกับเยี่ยหลาง
ตูม! ตูม! ตูม!
คลื่นโลหิตปะทะกับกำแพงกระบี่ เกิดะเิดังกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน "ไปซะ เยี่ยหลาง!" เ้าสำนักะโโดยไม่หันกลับมา "เ้ารับมือระดับประมุขไม่ไหวหรอก! ไปช่วยคนอื่น!"
"รับทราบขอรับ! ท่านพ่อตา... เอ้ย ท่านเ้าสำนัก!" เยี่ยหลางรีบชิ่งทันที แต่เขายังไปไหนไม่ได้ เพราะ 'ั์โลหิต' ตัวเดิม (ที่ตอนนี้โมโหสุดขีด) เดินมาขวางทางเขาไว้
"ไอ้ตัวใหญ่นี่ยังอยู่อีกเรอะ!" เยี่ยหลางกระชับท่อนเหล็กดำ "คราวนี้ข้าไม่มีอารมณ์มาเล่นทุ่มน้ำหนักแล้วนะ... ข้าจะทุบให้เละเป็โจ๊ก!"
"ย้าากกก!" ศิษย์กระบี่หญิงคนหนึ่งะโเข้ามาช่วย นางคือ 'หลิวซืออิน' "เยี่ยหลาง! ข้าจะเปิดทางให้! เ้าหาจังหวะจัดการข้อเท้ามัน!"
หลิวซืออินใช้วิชาตัวเบา ไต่ขึ้นไปบนแขนของั์โลหิต กระบี่ของนางอาบด้วยปราณน้ำแข็ง (เพื่อชะลอการกัดกร่อนของเืพิษ) นางแทงกระบี่เข้าที่ดวงตาของั์! ฉึก!
"โฮกกกก!" ั์โลหิตคำรามลั่น เอามือปิดตา
"สวยพี่สวย!" เยี่ยหลางร้องเชียร์ เขาอาศัยจังหวะที่ั์ตาบอดชั่วคราว วิ่งสไลด์เข้าไปที่หว่างขาของมันอีกครั้ง
แต่คราวนี้เขาไม่ได้จะงัด... เขาจับท่อนเหล็กดำด้วยสองมือ ตั้งท่าเหมือนคนกำลังจะตีกอล์ฟ
"ยืดดดดด!!" ท่อนเหล็กดำยืดออกจนยาวสามเมตร ส่วนปลายขยายใหญ่ขึ้นเป็หัวค้อนกลมๆ (ลูกตุ้ม)
"วิชาลับภารโรง: กวาดขยะใต้พรม!"
เยี่ยหลางเหวี่ยงท่อนเหล็กสุดแรงเกิด เล็งไปที่ 'ข้อเท้า' (Achilles Tendon) ของั์ทั้งสองข้างพร้อมกัน
เปรี้ยง!!!
เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบใหญ่ ไม่ใช่แค่หัก... แต่กระดูกหน้าแข้งของั์ถูกแรงเหวี่ยงของลูกตุ้มเหล็ก 'ป่น' จนละเอียด!
ร่างมหึมาของั์โลหิตทรุดฮวบลงมาคุกเข่า คราวนี้มันลุกไม่ได้อีกแล้ว
"จบงาน!" เยี่ยหลางะโลอยตัวขึ้นสูง ง้างท่อนเหล็กกลับมาเป็ขนาดปกติ แล้วทิ้งดิ่งลงมา ปลายท่อนเหล็กตอกลงกลางกระหม่อมของั์โลหิต
ฉึก!
ไม่ใช่แค่แทงทะลุ... แต่ท่อนเหล็กดำเริ่ม 'ดูด' อีกครั้ง เืพิษและพลังชีวิตของั์โลหิต ถูกสูบเข้าไปในเสาเหล็กอย่างรวดเร็ว ร่างของั์เหี่ยวแห้งลงในพริบตา กลายเป็ซากหนังหุ้มกระดูก
เยี่ยหลางดึงท่อนเหล็กออก หอบแฮกๆ "กินจุจริงๆ... กินจนตัวอ้วนขึ้นแล้วมั้งเนี่ย"
ท่อนเหล็กดำตอนนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และมีไอร้อนระอุแผ่ออกมา เยี่ยหลางรู้สึกว่ามือของเขาร้อนผ่าวๆ "เฮ้ย... ใจเย็นลูกพ่อ อย่าเพิ่งร้อนแรงตอนนี้"
แต่ท่อนเหล็กไม่ฟัง... มันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง และปลายของมัน... ชี้กลับไปที่ 'ประมุขมารเสวี่ยอู๋จี'
ไม่ใช่เพราะมันอยากสู้ แต่มันััได้ถึง 'มุกโลหิต' (Blood Pearl) ที่ลอยอยู่เหนือหัวประมุขมาร ซึ่งเป็แหล่งพลังงานมหาศาลที่สุดในสนามรบ
"ไม่! ไม่เอา! อย่าแม้แต่จะคิด!" เยี่ยหลางรู้ทันทีว่าอาวุธเขากำลังคิดอะไร "นั่นมันบอสใหญ่! เข้าไปก็ตายห่าสิโว้ย!"
วูมมมม!
ท่อนเหล็กดำไม่สนคำทัดทาน มันออกแรง 'ลาก' เยี่ยหลาง! แรงดึงดูดมหาศาลจากความตะกละของอาวุธ ลากร่างเยี่ยหลางให้ไถลไปกับพื้น มุ่งหน้ากลับไปหาประมุขมารที่กำลังสู้กับเ้าสำนักอยู่!
"อ๊ากกกก! ใครก็ได้ช่วยด้วย! อาวุธข้ามันจะพาข้าไปฆ่าตัวตายยยย!" เยี่ยหลางแหกปากลั่น พยายามเอาส้นเท้ายันพื้นเบรก แต่ก็สู้แรงดึงของ 'เสาค้ำ์' ที่หิวโหยไม่ได้
ร่างของเขาพุ่งแหวกวงล้อมศิษย์กระบี่และศิษย์มาร ตรงดิ่งเข้าสู่ใจกลางพายุแห่งการต่อสู้ระดับตำนาน!