Seen xx Daofhan 10
(ใครบางคนที่ดูอยู่รีบนอนนะครับ ดึกแล้วนะ) พอซีนพูดแบบนั้น ช่องแชทเขาก็เต็มไปด้วยคอมเม้นจากแฟน ๆ ของเขาทันที ทุกคนต่างสงสัยและอยากรู้ว่าใครบางคนที่เขาเพิ่งเอ่ยถึงเป็นใคร ช่องแชทไหลเร็วมากจนฉันอ่านไม่ทัน เขาเป็นที่รักของแฟนคลับมากเลยสินะซีนน่ะ ส่วนมากเหมือนเขาจะสตรีมในยูทูปนะ และยอดคนดูในวันนี้ก็เกือบแสนแล้วด้วย น่าเหลือเชื่อมากจริง ๆ
“ชิ อยากไล่กันมากสินะ ไม่ดูก็ได้” แอบทึกทักเอาเองไปแล้วว่าเขาบอกตัวเอง อยากดูต่อแต่พอได้ยินแบบนี้ก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้ ฉันกดออกจากการดูสตรีมเกมทันที ล็อคหน้าจอโทรศัพท์แล้วนอนพักทันที ไม่ให้ดูฉันก็จะไม่ดูแล้ว
ฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงกว่าจะหลับก็ค่อนคืน ดีนะที่เพื่อนนัดกันสายหน่อยเลยไม่ต้องตื่นเช้ามาก จะว่าไปน้องชายฉันก็จะปิดเทอมพร้อมกับฉันสอบเสร็จพอดี ซีนเคยชวนขึ้นเหนือไปเที่ยว ถ้าเป็นแบบนั้นฉันต้องรีบไปหาน้าใจก่อนเพราะจะต้องรีบปรึกษาเรื่องที่ดิน
ที่จริง...ฉันแอบไปคุยกับเจ้าของที่มาแล้วล่ะ ที่เขาขายถูกเพราะเขาไม่ได้จะเก็งกำไรอะไรเพียงแต่ชีวิตอิ่มตัวแล้วและกำลังจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับครอบครัวเลยอยากขายที่ดินผืนนั้น
“เหนือ สอบเสร็จเราไปหาน้าใจกันเลยนะ เผื่อพี่พาเราไปเที่ยวปาย” เช้าของวันถัดมาระหว่างที่เรานั่งทานข้าวด้วยกันฉันก็รีบเอ่ยชวนผู้เป็นน้องชายทันที กลัวว่าถ้าหากยังอ้ำอึ้งไม่บอกตอนนี้ คาดว่าจะลืมจนไม่ได้บอกน้องแน่ ๆ
“จริงเหรอ? จะพาไปปายจริง ๆ เหรอ”
“จริงสิ” เช้านี้พอได้เห็นรอยยิ้มดีใจของน้องฉันก็รู้สึกอิ่มเอมใจไม่น้อย มื้อเช้าของเราสองคนเหนือเป็นคนทำ เมนูเช้านี้เป็นข้าวต้มทะเลดูก็รู้ว่าจะเคลียของในตู้เย็น
“ตื่นเต้นอะ ผมสอบเสร็จพอดีด้วย” เหนือเอ่ยบอก เก็บสีหน้าท่าทางตื่นเต้นไม่มิด
“เราลงมหาลัยไหนไว้นะ”
“ที่เดียวกับพี่เลย”
“สัญญากันก่อน ถ้ามีอะไรไม่สบายใจไม่ไหวหรือยังไงให้รีบบอกพี่ อย่าเก็บไปคิดมากคนเดียวเข้าใจไหม”
“รับทราบ!”
“เอาละ เรามากินข้าวกันต่อเถอะ”
15.30 น.
“เมื่อไหร่กูจะเรียนจบ!!”
“กูจะตายแล้ว”
“แม่!!! ขอโทษที่ต้องให้ส่งควายเรียน” เสียงเพื่อน ๆ โอดครวญกันเรื่อย ๆ หลังจากที่นั่งให้ซีนติวให้ตั้งแต่ช่วงสายจนตอนนี้เลยบ่ายแก่ ๆ แล้ว เด็ก ๆ อย่างเหนือและซอลที่ตามพี่ชายมาอาสาออกไปซื้อข้าวมาให้พี่ ๆ อย่างพวกเรา แต่ซีนโดนขอค่าจ้างจากซอลไปเยอะเหมือนกัน ทั้งที่ไม่ให้ก็ได้นะแต่ซีนก็ยังคงเป็นซีนเขาสปอยล์น้องเขาเก่งที่หนึ่งเลย ซึ่งก็ไม่ต่างจากฉันหรอก เรื่อยสปอยด์น้องน่ะ
“เข้าใจหรือเปล่า” คนที่ช่วยติวให้เพื่อน ๆ อย่างซีน หลังจากที่เขาเดินไปเอาน้ำที่ห้องครัวพอเดินกลับเข้ามาถึงได้เอ่ยถามฉันเสียงเบา
“เข้าใจอยู่”
“อยากได้กาแฟอะ เด็ก ๆ กลับกันหรือยัง” เง็กถาม สายตามองฉันสลับกับซีนอย่างล้อเลียน
“เดี๋ยวเราโทรถามให้” ฉันอาสา มือก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาน้องชายตัวเองที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปซนอยู่ที่ไหนกันแน่ถึงยังไม่ยอมกลับมาบ้าน รอสายสักพักเหนือก็รับสายพร้อมกับเสียงโวยวายของซอลดังเข้ามา
“อยู่ไหนแล้ว”
(อยู่ร้านกาแฟครับ กำลังเลือกกาแฟให้พี่ ๆ อยู่)
“ดีจัง เดี๋ยวพี่ถามเพื่อนนะว่าจะเอาอะไรบ้างแล้วฝากซื้อด้วยนะ”
(ได้ครับ แต่สั่งไว้แล้วเขาจะไปส่งนะ)
“ได้ ห้านาทีเดี๋ยวส่งให้”
(ครับพี่) น้องสายวางฉันจึงเงยหน้าบอกเพื่อนที่กำลังจ้องมองมาทางฉันอย่างมีความหวัง
“จะเอาอะไรบ้างส่งเข้าไลน์กลุ่มเลยนะ น้องกำลังสั่งให้พอดี”
“เย้!!!”
“พวกมันอายุเท่าไหร่กันแน่นะ” ซีนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พึมพำเจือเสียงหัวเราะ เวลาสายตาจ้องมองไปยังเพื่อนของตัวเอง สายตานั้นเต้มไปด้วยความสุขและความขบขัน
“สองขวบไม่เกิน” พุดเอ่ยตอบเสียงเจือเสียงหัวเราะ เง็กหันมาฟาดมือลงต้นแขนพุดด้วยท่าทีแสนงอน เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนพวกเขาได้อย่างดี ฉันนั่งพักอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะละสายตาจากเพื่อน ๆ มองไปยังรั้วหน้าบ้านเมื่อมีคนมากด กริ่งหน้าบ้าน ถ้าเป็นน้องฉันไม่มีทางที่จะกดกริ่งแน่ ๆ แต่ตอนนี้ใครจะมากดล่ะเพราะฉันเองก็ไม่ได้รู้จักใครเลย
“เดี๋ยวมานะ” ฉันบอกคนที่นั่งข้าง ๆ ซึ่งไม่พ้นซีนแน่นอนเพราะว่าเขานั่งข้างฉันตั้งแต่ต้น
“มีอะไรเรียกนะ” ซีนบอก ฉันพยักหน้ารับ เดินออกจากบ้านไปยังจุดที่มีคนยืนหันหลังให้อยู่ ฉันไม่คุ้นเอาเสียเลยกระทั่งอีกฝ่ายหันหน้ามาฉันก็ยังไม่คุ้น
“มาหาใครคะ?” ฉันเอ่ยถาม อีกฝ่ายมองมาด้วยความรู้สึกผิด แววตาสั่นเครือจนกลัวว่าถ้ามองนานกว่านี้เขาจะเผลอร้องไห้ก็เป็นได้ เขารู้สึกผิดที่กดกริ่งผิดบ้านเหรอหรือยังไงทำไมมองฉันแบบนี้
“มา มาหาเล็ก...” เล็ก? แม่ฉันเหรอ?
“คุณเป็นอะไรกับเขาคะ?” ฉันถามกลับอย่างไม่ไว้วางใจ
“ฝัน...หนูจำพ่อไม่ได้เหรอลูก นี่พ่อเองพ่อเขมของหนูไง...”
“...”
“ดาวฝัน...”
“คุณคงจำผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันชื่อไนท์ ฉันคิดว่าคุณคงมาผิดบ้านแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันเอ่ยลาคนตรงหน้ารีบเดินเข้าบ้านทันที ไม่ได้หันกลับไปมองคนที่อยู่นอกรั้วนั่นเลย ฉันจำเขาไม่ได้และไม่คิดจะจำด้วยซ้ำ คิดว่าเขาลืมพวกฉันไปแล้วแน่ ๆ แต่พอมาเจอแบบนี้ฉันเองก็อดที่จะนึกรังเกียจเขาไม่ได้จริง ๆ จะกลับมาทำไมนะ ตอนนั้นยังทิ้งพวกเขาไปมีความสุขอยู่เลย
“เป็นอะไรครับ? หน้าเครียดเชียว”
“เปล่าหรอก”
“เราจองห้องพักแล้วนะ สองห้องซอลไปด้วย”
“ได้ค่ะ ค่าห้องเท่าไหร่”
“ไม่บอกหรอก” เขายิ้มแกล้ง เดินออกจากบ้านไปไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมกับเด็ก ๆ ที่หิ้วอาหารเต็มไม้เต็มมือ เพื่อนฉันที่นั่งพักกันอยู่ลุกเดินไปช่วยกันจัดอาหารใส่จาน ตอนเย็นเราตั้งใจจะไม่อ่านกันแล้ว คุยกันว่าจะแยกย้ายกันกลับไปอ่านที่ห้องตัวเอง ไฟนอลนี้วิชาที่จะต้องสอบอาจารย์สอบนอกตารางไปเกือบหมดแล้ว เหลือสอบในตารางสองวิชาเท่านั้น
“พี่ไนท์เมื่อกี้มีคนยืนอยู่หน้าบ้านด้วย” เขายังไม่กลับไปอย่างนั้นเหรอ?
“รู้จักไหม...”
“...”
“เหนือ”
“ไม่รู้จักครับ แต่เขาเหมือนจะรู้จักผมเลย”
“เดี๋ยวเรามาคุยกันนะ”
“ครับพี่”
คล้อยหลังเพื่อน ๆ แยกย้ายกันกลับ ฉันกับน้องช่วยกันทำความสะอาดบ้านอีกครั้งอย่างเป็นปกติ จากนั้นก็นั่งรอย่อยก่อนจะชวนกันออกจากบ้านเพื่อไปซื้อของสดเข้าครัว ระหว่างที่ขับรถไปซุปเปอร์มาร์เก็ตฉันก็คุยกับน้องเรื่องผู้ชายคนนั้นที่มากดกริ่งหน้าบ้านแล้วบอกว่ารู้จักแม่รวมถึงบอกว่าเป็นพ่อของพวกเรา
“พ่อเหรอ? ผมไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเรามีพ่อด้วย” เหนือเอ่ยตัดพ้อเสียงนิ่ง หันไปมองแวบหนึ่งก็เห็นว่าน้องทำหน้านิ่ง ๆ อย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก
“โกรธเขาเหรอ?”
“ไม่รู้ครับ แต่ผมไม่เคยคิดถึงเขาเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่จำความได้ผมก็ไม่เคยรู้จักเขาแล้ว ตอนนี้เขาจะกลับมาก็แล้วแต่เขาแต่สำหรับผมครอบครัวผมมีแค่พี่กับแม่เท่านั้น พิเศษให้น้าใจด้วย”
“หึ เด็กน้อยของพี่ ไม่ต้องไปเกลียดเขาหรอกนะ” เพราะพี่เองก็ปล่อยวางแล้ว ไม่ได้เกลียดแต่ก็ไม่ได้รัก ไม่มีความผูกพันธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
“ครับ ยังไงก็ให้เขาเป็นคนแปลกหน้าแล้วกัน ผมเองก็ไม่อยากเรียกใครว่าพ่อเหมือนกัน”
“หึ เอาละ เราไม่คุยเรื่องนี้กันแล้วนะ หลังสอบเสร็จเราไปหาน้าใจพอกลับมาแล้วเราไปปายด้วยกันนะ พี่ซีนเขาจองห้องพักไว้แล้ว”
“ครับ! ซอลบอกว่าพี่ซีนจองห้องพักที่อยู่บนเขาให้ด้วยอะ น่าตื่นเต้นมากซอลก็จะไป”
“หึหึ กลายเป็นเพื่อนกับซอลตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
“เป็นนานแล้วครับ ซอลบอกว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน มีอะไรให้บอกกัน ผมไม่เคยมีเพื่อนสนิทเลย ดีใจมาก ๆ อะ” เหนือเล่าพร้อมกับรอยยิ้ม
“มีเพื่อนกี่คนแล้ว”
“มีซอล แล้วก็เพื่อนในกลุ่มของซอลอีกห้าคน รวมแล้ว หกคนครับ”
“ว้าว เยอะจริง ๆ ด้วย ต่อไปก็คุยกับเพื่อนเยอะ ๆ นะ”
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะคุยกับเพื่อนเยอะ ๆ เลย”
ใช้เวลาไม่นานเราสองพี่น้องเดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อของสดเข้าบ้าน จังหวะที่กำลังเลือกซื้อผักอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันดังแว่วมาให้ได้ยิน หันไปมองตามเสียงก็เจอกับซีนและซอลยืนเถียงกันอยู่ข้างตู้แช่อาอาหารทะเล สองพี่น้องซีนซอลเถียงกันไม่มีใครยอมใครเลย ถึงแม้จะเถียงกันแต่ทั้งคู่ก็ยังดูสุภาพเลยอะ บุคลิกพวกเขาเหมือนคูณหนูเลยแม้จะเถียงหรือทะเลาะกันก็ยังคงดูสุภาพ
“ผมอยากเอากุ้งไปเพิ่มอีก” ซอลบอกคนเป็นพี่ชายพร้อมกับท่าทีจริงจัง แต่ใบหน้าง้ำงออย่างน่าเอ็นดู
“แค่นี้ก็เยอะแล้ว”
“ไม่เยอะ แค่นี้ยังไม่อิ่มเลย”
“ก็เอาอย่างอื่นไปเผื่อด้วย”
“อย่างอื่นก็เอา กุ้งก็เอาไง”
“ซอลอย่าเพิ่งชวนพี่ทะเลาะ แม่รอนานแล้ว” ซีนเอ่ยบอกน้องชายดุ ๆ
“พี่อะ ทำไมไม่ใจดีเหมือนพี่ซีบ้าง” และแล้วซอลก็งอน
“ถ้าให้พี่ใจดีปล่อยให้เรากินกุ้งเยอะ แล้วอาหารเป็นพิษอีก พี่ขอเป็นพี่ที่ใจร้ายแล้วกัน” ซีนบอกน้องชายแค่นั้นก่อนจะเข็นรถเข็นออกมา ฉันตั้งใจจะหลบเดินออกห่างจากซีนแต่เขากลับหันมาเจอฉันพอดี ซีนยิ้มแล้วเข็นรถเข้ามาใกล้
เจอกันอีกแล้วเหรอทั้งที่เพิ่งจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
“มาซื้อของเหรอ?”
“อื้อ นึกกว่ากลับถึงบ้านแล้วซะอีก”
“ถึงแล้วล่ะ แต่แม่ให้มาซื้อของให้น่ะ”
“ทะเลาะกันน้องเหรอ?” เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ไม่เคยเห็นซีนและน้องชายทะเลาะกันรุนแรงแบบนี้มาก่อนเลย ตอนนี้ซอลก็มองตามผู้เป็นพี่ชายอย่างรู้สึกผิดอีกด้วย
“นิดหน่อย ช่วงนี้ดื้อเกินไปเลยต้องดุน่ะ ซื้อของครบหรือยังเดินด้วยกันได้ไหม?” ซีนชวน
“เดินได้ ยังซื้อไม่ครบเหมือนกัน”
“เหนือล่ะ” ระหว่างที่เราต่างเลือกผักซีนก็ถามเพื่อเริ่มสนทนา ไม่สิฉันต่างหากที่เลือกเพราะเขาหยิบแบบขอไปที มีในลิสที่ต้องซื้อก็หยิบเลยไม่ได้เลือกอะไรมาก
“วิ่งไปหาขนมอยู่เดี๋ยวคงมา คุยกับน้องหน่อยไหม ยืนมองตาละห้อยเลย” ซีนมองตามที่บอก ส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะกวักมือเรียกน้องชายที่ทำหน้าสำนึกผิดให้เดินเข้ามาใกล้ พอเห็นว่าคนเป็นพี่ชายเรียกซอลก็รีบเดินเข้ามากอดแขนอ้อนซีนทันที
“ขอโทษครับ จะไม่ดื้อแล้ว” คนน้องบอกอย่างรู้สึกผิด
“ให้จริง พอพี่ตามใจก็ชอบดื้อ อย่าให้ต้องบอกพี่ซีนะ”
“ไม่เอา ๆ ไม่บอกนะ จะเป็นเด็กดีแล้ว”
“งั้นเด็กดีไปซื้อของให้ครบ”
“ครับ ๆ เด็กดีจะไปซื้อของเองครับ” น่ารักดีจัง ซีนกับซอลน่ะ
ระหว่างเดินเลือกซื้อของต่อซีนก็อาสาเข็นรถเข็นให้ เพราะคันของเขาน้องซอลเอาไปด้วย ระหว่างเดินซื้อของอยู่นั้นก็มีกลุ่มแฟนคลับของซีนเข้ามาขอถ่ายรูปอย่างตื่นเต้นและดีใจที่ได้เจอคนที่ตัวเองชอบ ฉันอาสาถ่ายให้พวกเขาเองพอเห็นทุกคนมีความสุขฉันก็อดที่จะมีความสุขตามไม่ได้จริง ๆ แต่เหมือนจะมีใครสักคนจำฉันได้จึงขอให้ฉันถ่ายคู่กับซีนบ้าง รายการที่ไปถ่ายวันนั้นออนแอร์แล้วนะแต่ฉันยังไม่เข้าไปดูเลยจึงทำให้ไม่รู้ว่ากระแสตอบรับเป็นยังไง ดีไหมหรือมีคนด่าฉันเยอะหรือเปล่า
“เรากลับก่อนแล้วกันนะ” กระทั่งจ่ายเงินเสร็จฉันถึงได้เอ่ยบอกกับซีนที่ยื่นแก้วเครื่องดื่มมาให้
“ครับ ถึงแล้วโทรไม่ก็ทักมาบอกด้วยนะ”
“ได้เดี๋ยวเราบอก ไปละบาย”
“กลับแล้วครับพี่ซีน” เหนือโบกมือลาซีน จากนั้นเราสองพี่น้องก็ตรงกลับบ้านกันทันที ชีวิตประจำวันของเราสองพี่น้องไม่ได้มีอะไรหวือหวามาก กระทั่งเย็นวันที่ฉันสอบไฟนอลเสร็จและเราสองพี่น้องกำลังจะเดินทางไปยังระยองเพื่อปรึกษาน้าใจรวมถึงไปตรวจดูการปรับปรุงที่ดินและโรงแรมที่เพิ่งซื้อมาด้วย ฉันกำลังปรับปรุงและตกแต่งเพิ่มเติมน่ะ เสร็จทันไฮซีซั่นแน่นอน
ถึงไหนแล้วนะ อ้อ วันนี้วันที่ฉันสอบเสร็จในช่วงเช้า น้องชายฉันเองก็ปิดเทอมตั้งต่อาทิตย์ก่อน เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เจอน้องยืนประชันหน้ากับผู้ชายคนหนึ่งด้วยท่าทีจริงจัง ถัดจากผู้ชายคนนั้นมีผู้ชายอีกสามคนคอยยืนอยู่ ฉันรีบจอดรถแล้วเดินเข้าไปใกล้พวกเขาทันที พอได้เห็นหน้าคนที่น้องประจันหน้าก็รู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อย เพราะตั้งแต่ที่เขามาบ้านแล้วอ้างว่าเป็นพ่อพวกเรา จากนั้นสามวันเขาก็มาที่บ้านอีกพร้อมกับซื้อของมาฝาก ทำอย่างกับรู้จักพวกฉันเป็นอย่างดี แน่นอนว่าพวกฉันไม่ได้รับของจากเขาเลยสักชิ้น แต่ไม่รู้ว่าวันนี้เขามาด้วยเหตุผลอะไรกันแน่
“ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรคะ?” ฉันเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างไว้เชิง พอเห็นหน้าฉันเขาก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“หนูเพิ่งกลับจากมหาลัยเหรอลูก”
“คุณต้องการอะไรกันแน่คะ”
“ฝัน พ่อแค่อยากทำหน้าที่พ่อของพวกเรา ให้โอกาสพ่อบ้างได้ไหม...”
“ขอโทษนะคะ แต่ฉันเคยบอกไปแล้วว่าไม่ต้องการ ตอนนี้เรามีความสุขดี คุณเองก็คงมีครอบครัวของคุณอยู่แล้วอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ยังไงพวกฉันก็ไม่มีทางเรียกคุณว่าพ่อหรอก กลับไปเถอะ เหนือเข้าบ้าน”
“ดาวฝัน...”
“ค่ะ ฉันชื่อดาวฝัน และนี่ดาวเหนือ เราสองคนตั้งแต่จำความได้เรามีแค่แม่ที่คอยเลี้ยงดูพวกเรามา คุณเป็นใครเราไม่รู้จักค่ะ แม้กระทั่งชื่อ เราก็ไม่รู้....”
“รู้แบบนี้แล้วก็กลับไปเถอะค่ะ ให้ตายยังไงฉันก็ไม่มีทางเรียกคุณว่าพ่อ”
“พ่อขอโทษที่ทิ้งแม่ไปแบบนั้น แต่พ่อมีเหตุผล และพ่อหวังว่าหนูกับน้องจะให้โอกาสพ่อบ้าง...” อีกฝ่ายอ้อนวอนเสียงสั่น แต่ฉันกลับไม่ได้รู้สึกเห็นใจเลยสักนิด
“ฉันเองก็ไม่อยากรู้หรอกค่ะว่าเหตุผลของคุณคืออะไร ฉันรู้แค่ว่าแม่ฉันลำบากมากแค่ไหนตอนที่ต้องหาเงินมาส่งเราสองพี่น้องให้ได้เรียน ให้ได้กิน ทั้งที่ตอนนั้นคุณกำลังมีความสุขกับอะไรก็ไม่รู้”
“...”
“อย่าให้ฉันต้องเกลียดคุณเลยนะคะ เพราะตอนนี้ฉันก็แทบจะไม่มีความรู้สึกอะไรต่อคุณแล้ว”
======
เกือบแล้วค่ะ เกือบลืมแล้วว่าแจ้งในเพจว่าจะอัพวันนี้ เคลิ้มจะหลับสะดุ้งตื่นนึกได้ว่าต้องอัพนิยาย แงง เกือบโดนรัดเดอร์เอาไฟลนก้นแล้วไหมล่ะ ^_^