เขามองเห็นเด็กสาวผู้หนึ่ง สวมชุดยาวสีเขียว อายุราว 15-16 ปี พลังฝึกตนไม่สูง เป็เพียงนักยุทธ์ครึ่งก้าว 7 ดาวเท่านั้น ใบหน้าอ่อนใสดูธรรมดาไม่โดดเด่น กำลังยืนนิ่งอยู่ข้างก้อนหินใหญ่ ดวงตาสีน้ำตาลใสกระจ่างที่จ้องมองมาปราศจากเจตนาร้าย
นักยุทธ์ระดับนาง ในสายตาของเขาย่อมไม่ต่างจากมดแมลงตัวหนึ่ง สามารถมองผ่านไปได้อย่างสบาย…ทว่าน่าแปลกที่เมื่อครู่ ในบริเวณเดียวกันนี้ เขากลับรู้สึกถึงสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าัพฤกษาตัวนั้นเสียอีก
เห็นสายตาคมกล้าคู่นั้นยังคงเพ่งมองมาไม่เลิก มู่เชียนที่เพิ่งตื่นจากภวังค์เริ่มรู้สึกขัดเขินขึ้นมา
‘แอบดูความทุกข์ยากของผู้อื่นแล้วคอยวิพากษ์วิจารณ์เป็เื่น่าละอายจริงๆ’
เด็กสาวเผลอย่อกายคารวะตามพิธีการอย่างสตรีชั้นสูงเพื่อขออภัย ทว่าสองขาเพิ่งย่อลงไปได้ครึ่งหนึ่งก็พลันนึกได้ว่าที่นี่คือกลางป่า นางคงถูกท่านอาหญิงล้างสมองมานานจนติดเป็นิสัยไปเสียแล้ว คิดได้ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็ประสานมือคารวะเช่นผู้ฝึกตนแทน ท่าทางครึ่งๆกลางๆนั้นดูประดักประเดิดทั้งขาดทั้งเกินเป็ที่สุด
‘ช่างหัวมารยาทพิธีการเถิด อย่างไรก็ไม่มีหน้าเหลือให้รักษาแล้ว..!’ มู่เชียนถอนหายใจไว้อาลัยแทนท่านอาหญิงครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงเงยหน้าส่งยิ้มบางให้ชายชุดดำ มือเล็กสองข้างถูกยกขึ้นช้าๆ เป็เชิงบอกว่า ตนไม่มีอาวุธและมิได้คิดร้าย ขอให้เขาสบายใจได้
เด็กสาวพยักหน้าไปทางัตัวใหญ่ เป็การบอกใบ้ ให้เขากลับไปใส่ใจเ้าัพฤกษาตัวนั้นดีกว่า นางยังไม่อยากให้เขากลายเป็ศพ เพราะมัวแต่จ้องตากันเช่นนี้...
ดวงตาสีเทาเย็นเยียบวนเวียนสำรวจที่เดิมอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่พบสัตว์อสูรปริศนาตนนั้นจึงยอมเลิกรา ตวัดสายตาหันไปเผชิญหน้ากับัพฤกษาตามเดิม
ชายชุดเทาทั้งหก กำลังพยายามหลบหลีกกระบวนท่าจู่โจมของเ้าัั์อย่างยากลำบาก ยามที่ร่างของหนึ่งในนั้นกำลังจะถูกคมเขี้ยวขนาดใหญ่งับกระชาก บุรุษชุดดำก็เริ่มทำสมาธิรวบรวมลมปราณ เขาวาดแขนเป็รูปครึ่งวงกลม ปล่อยใบมีดสีดำขนาดใหญ่กว่าตัวคนออกไปทันที…!!
“ฉัวะ...!!” ปราณดำมืดขนาดใหญ่จากมือชายหนุ่มสร้างาแขนาดกว่าครึ่งจั้งที่ร่างซีกซ้ายของัพฤกษา !!
การจะรวบรวมปราณธาตุมืดในที่แห่งนี้นั้นลำบากเป็อย่างมาก อย่าว่าแต่จะสามารถสร้างเป็ใบมีดขนาดใหญ่เช่นนี้เลย ทว่าเขากลับทำได้ในเวลาชั่วอึดใจ พร์ในการดึงดูดปราณธาตุมืดของบุรุษผู้นี้นับว่าร้ายกาจจนเหนืุ์
“โฮกกกก………!! ”
เ้าัคำรามลั่นด้วยความโมโห พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นะเืด้วยปราณราชันย์อสูรที่ถูกปลดปล่อยออกมา แม้าแนี้ไม่สาหัสนักเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมัน ทว่าราชันย์อสูรผู้หลับใหลมานานหลายร้อยปีตัวนี้ ไม่เคยมีผู้ใดทำให้มันต้องเสียโลหิตมาก่อน
เมื่อครู่ที่ชายชุดเทาทั้งหกพยายามโจมตีมันอยู่นั้น พวกเขาทำได้เพียงสร้างความรำคาญทว่ามิอาจทิ้งาแใดๆไว้บนร่างใหญ่โตของมันได้ ัร้ายจึงได้มองชายหนุ่มชุดดำเป็ศัตรูหมายเลขหนึ่งไปเสียแล้ว
ดวงตาสีเขียวขนาดใหญ่จับจ้องร่างในชุดสีดำเขม็ง... พร้อมแล้วที่จะปล่อยกระบวนท่าสังหารออกมา ปราณสีเขียวก้อนมหึมาค่อยๆถูกรวบรวมขึ้นเหนือเขาบนศีรษะของัพฤกษา สายลมที่เคยนิ่งสนิทเปลี่ยนเป็กรรโชกรุนแรงขึ้นเพื่อตอบรับการโจมตีของสัตว์อสูรระดับราชันย์
“หึหึ…มันเอาจริงแล้ว เ้าพวกนั้นแย่แน่...” เสี่ยวจิ้งที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ยิ้มเยาะอย่างสาสมใจ
“ฟู่ววว...!!” มู่เชียนสังเกตุว่าพรรณไม้รอบข้างพลันเหี่ยวแห้งลงไปอย่างช้าๆ ปราณธาตุไม้ในรัศมีสิบลี้ถูกดึงดูดมาเพื่อแปรเปลี่ยนเป็กระบวนท่าโจมตีอันร้ายกาจ เพียงชั่วอึดใจกลุ่มปราณสีเขียวบนศีรษะัพฤกษาก็มีขนาดเกือบเท่าูเาลูกย่อมๆ พลังงานมหาศาลนั้นสามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้ในพริบตา
ชายชุดดำยืนอยู่ข้างก้อนหินั์ ดวงตาคมกล้าเหลือบมองมาทางหญิงสาวแปลกหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะะโห่างออกมา มู่เชียนนึกแปลกใจในความหวังดีนั้น เขาทำเพราะไม่้าให้นางถูกลูกหลงไปพร้อมกัน … ทว่านั่นเท่ากับเขาต้องขยับกายเข้าใกล้เ้าัั์มากกว่าเดิมอีกหลายจั้ง !
“นายท่าน..!!!”
ชายชุดเทาทั้งหกเห็นผู้เป็นายะโเข้าหาัั์ก็ใยิ่งนัก ปราณลูกมหาศาลบนหัวของมันร้ายกาจเพียงพอที่จะสังหารราชันย์ยุทธ์ผู้หนึ่งได้ พวกเขาต่างรีบกรูกันเข้ามาขวางอยู่ด้านหน้าัพฤกษา พยายามปกป้องบุรุษชุดดำไว้ด้านหลังอย่างสุดชีวิต
ชายคนหนึ่งเริ่มร่ายเวทย์เพื่อสร้างม่านพลังป้องกันการโจมตี แต่ต่อหน้าแรงกดดันของก้อนพลังงานขนาดใหญ่ ม่านพลังของเขากลับดูพลิ้วไหววูบวาบราวแสงเทียนใต้พายุ เพียงปราณก้อนนั้นััลงมาก็คงสลายไปในชั่วพริบตา
“พวกเ้าถอยไป !” เสียงทุ้มเย็นเยียบที่เอ่ยออกมาช่างสงบนัก ราวกับไม่รู้สึกอันใดต่อปราณมหาศาลที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
“……..” ชายทั้งหกปฏิเสธคำสั่งผู้เป็นายอย่างเงียบงัน พวกเขายังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น คิดจะเอาชีวิตแลกเพื่อปกป้องนายของตนเอาไว้ให้ได้
คนทั้งหกไม่ฟังคำสั่ง ทว่าผู้เป็นายก็มิได้มีทีท่าหงุดหงิดอันใด เพียงแขนเสื้อสีดำสะบัดวูบหนึ่ง ร่างของชายทั้งหกก็ถูกพัดกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง
เวลาเดียวกันนั้น…ัพฤกษาก็ปล่อยพลังโจมตีลูกใหญ่ออกมาแล้ว !
“ตูมมม..!!” คลื่นพลังงานสีเขียวเจิดจ้า กระแทกร่างชายชุดดำผู้นั้นเข้าอย่างจัง แนวเส้นแสงนั้นผลักดันร่างของเขาให้กระเด็นออกไปไกลกว่าสิบจั้งก่อนจะชนเข้ากับผนังหินอย่างรุนแรง เหล่าลูกน้องของเขาที่เพิ่งจะลุกยืนได้ต่างก็รีบกรูกันเข้าไปช่วยเหลือ
“นายท่าน .... !!!”
เมื่อฝุ่นควันจางลง มู่เชียนก็ตกตะลึง…ร่างของชายผู้นั้นยังคงไม่บุบสลาย แม้เปรอะเปื้อนเลอะฝุ่นไปบ้าง ทว่ายังคงดูสง่างามและเปี่ยมด้วยพลังเช่นเดิม
“เฮอะ... แม้ปราณระดับเหนือยุทธ์จะถูกกดไว้ แต่ก็ยังคงอยู่ภายในร่าง ทำให้สามารถทนรับแรงโจมตีของระดับราชันย์อสูรได้” เสี่ยวจิ้งเอ่ยเสียงเนือย
“อืมม... เขาแข็งแกร่งมากจริงๆ” ดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องร่างบุรุษชุดดำด้วยดวงตาเป็ประกาย ไม่ได้ปกปิดความนับถือในตัวชายแปลกหน้าผู้มีน้ำใจคนนั้นเลย
ปราณทำลายล้างก้อนนั้น หากเปลี่ยนเป็นางโดนเข้าคงกลายเป็ผงไปแล้ว
“เฮอะ… ปราณภายในแข็งแกร่งไปก็เท่านั้น อย่างไรก็เอาออกมาใช้ไม่ได้….เ้าคิดว่าผู้ใหญ่ที่ถูกมัดมือมัดเท้า ปล่อยให้เด็กใช้ไม้พลองฟาดไปเรื่อยๆจะตายหรือจะรอดเล่า ?” เห็นผู้เป็นายชื่นชมฝีมือผู้อื่นเพียงนี้..เสี่ยวจิ้งก็พลันรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ในใจนึกหวังให้เหลนัของมันตัวนี้ลงมือซัดเ้าหมอนั่นให้ช้ำในตายไปเสียเลย
เ้าัพฤกษาพุ่งร่างเข้าหาชายชุดดำอีกครั้งอย่างดุร้าย ในขณะที่ลูกน้องทั้งหกยังเข้าไม่ถึงตัวนาย มันหงุดหงิดอย่างยิ่งที่ท่าไม้ตายของมันมิอาจทำอันตรายชายผู้นี้ได้สักนิด
ัั์คิดจะอ้าปากงับร่างนั้นลงท้องไป ทันใดนั้นร่างสูงพลันดีดตัวตัวขึ้น มือเรียวแกร่งคว้าหมับเข้าที่เขาของเ้าัพฤกษา ส่วนมืออีกข้างก็ชูขึ้น กระบี่ปราณสีดำที่สลายไปถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง ชายชุดดำฟันกระบี่ฉับเข้าที่ศีรษะใหญ่โตของั ทว่ากลับสร้างได้เพียงาแขนาดเล็กเท่านั้น
แผลเล็กเพียงนี้จะสร้างความเสียหายใดกับัั์ได้ ทว่าบุรุษผู้นั้นไม่ใส่ใจ กระบี่ยังคงฟันลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาสีเทาเปลี่ยนเป็มืดลงจนเกือบจะกลายเป็สีดำ หากมองให้ชัดยังจะเห็นประกายสีแดงวูบวาบที่จุดกึ่งกลางนั้น สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของกระบี่ที่บ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
ัั์ถูกยึดเขาข้างหนึ่งไว้ ศัตรูห้อยตัวอยู่ตรงหน้า มันจึงปล่อยปราณพลังโจมตีออกมาจากปาก กระแทกเข้าที่ร่างบุรุษชุดดำหลายครั้ง ศีรษะขนาดั์สะบัดรุนแรงหลายครั้ง หมายจะสลัดร่างที่เกาะไว้ลงมาแล้วค่อยกระทืบให้ตาย
ชายชุดดำยังคงยึดเขาข้างนั้นของมันเอาไว้แน่น หนึ่งคนหนึ่งั ตะลุมบอนต่อสู้ระยะประชิดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
มู่เชียนทั้งมองทั้งลุ้นจนเหงื่อชุ่มสองมือ ฝ่ายัดุร้ายเก่งกาจ ฝ่ายมนุษย์แม้เป็รองแต่กลับสู้ไม่ถอย ความตั้งมั่นช่างน่าชื่นชมอย่างมาก หากเปลี่ยนเป็นางคงยอมแพ้ไปนานแล้ว
ใจลึกๆ...เด็กสาวหวังว่าคนกลุ่มนี้จะรอดชีวิตไป ไม่ว่าสาเหตุจะเพราะพวกเขาบังเอิญไปเดินเตะหัวัหรือเหยียบกล่องดวงใจของมัน… แต่อย่างน้อยพวกเขาก็เป็มนุษย์เช่นกัน
โดยเฉพาะชายชุดดำผู้นั้น…เขามีน้ำใจกับนาง นางจึงเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร
“เสี่ยวจิ้ง…การโจมตีของัระดับราชันย์ร้ายกาจมากใช่ไหม ?” หญิงสาวกลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าัตัวนั้นเพิ่งะเิปราณก้อนใหญ่ออกมาใส่บริเวณท้องของชายหนุ่มชุดดำ จนเขากระอักเืออกมา
“เ้าสำนักของเ้าร้อยคนก็รับการโจมตีเดียวของมันไม่ได้ ..!” เสี่ยวจิ้งเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก “อีกอย่างการเอาชนะัพฤกษาที่มีพลังการเยียวยาสูงมากนั้นมีทางเดียว คือต้องใช้พลังยุทธ์ที่สูงกว่าโจมตีอย่างแรงเอาชนะเบ็ดเสร็จในครั้งเดียว มิเช่นนั้น… เ้าดูเอาเองเถิด” เสี่ยวจิ้งพยักเพยิดหน้าไปทางัพฤกษา
เมื่อมู่เชียนหันไปมองก็พบว่า าแขนาดใหญ่กว่าครึ่งจั้งบนร่างัั์นั้นหายไปอย่างรวดเร็ว ยามนี้เหลือเพียงไม่ถึงสามชุ่นเท่านั้น าแเล็กน้อยอื่นๆก็สมานกันเกือบสนิทแล้ว ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งถูกกดพลังทั้งยังาเ็มากขึ้นเรื่อยๆ อีกฝ่ายหนึ่งกลับคล้ายเป็ะ โจมตีเช่นไรก็แทบไม่ส่งผลใด เช่นนี้แล้วคนชุดดำผู้นั้นจะตายลงเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว
ในที่สุดเ้าัพฤกษา ก็สลัดร่างที่เกือบจะชุ่มโชกไปด้วยเืของชายหนุ่มออกมาได้ ร่างของเขากระเด็นไปไกลกว่าสิบจั้งกว่าจะหยุด และทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
ร่างใหญ่โตของัั์ยังพุ่งเข้ามาคิดจะโจมตีซ้ำ ทว่าคราวนี้มีคนชุดเทาทั้งหกขวางอยู่ตรงหน้า
“นายท่าน รีบหนีไปเถิด พวกเราจะต้านไว้เอง ! ”
บริวารทั้งหกพยายามขวางัร่างั์ตัวนี้ทุกทาง ที่วางม่านอาคมได้ก็วาง ที่โจมตีได้ก็โจมตี ที่ฉุดกระชากัด้วยมือเปล่าก็มี พวกเขาพยายามปกป้องนายของตนสุดชีวิต และคราวนี้บุรุษชุดดำก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะสะบัดพวกเขาให้พ้นทางได้อีกแล้ว
ร่างสูงพยายามทรงตัวขึ้นยืนอีกครั้ง มือข้างหนึ่งยันพื้นไว้ ส่วนมืออีกข้างวางนิ่งข้างลำตัว แสดงออกถึงอาการาเ็สาหัส ทว่าแผ่นหลังของเขายังคงตั้งตรงสูงตระหง่านดุจขุนเขา ใบหน้ายังคงเรียบเฉยไม่แสดงอาการใดๆ
ดวงตาสีดำเย็นเยียบกลับมาเป็สีเทา แสงแห่งการฆ่าฟันดูจางลงยามมองไปที่คนของตน ร่างทั้งหกด้านหน้าที่กำลังต่อสู้กับัั์เพื่อปกป้องเขาไว้ ต่อเมื่อหนึ่งในนั้นถูกเท้าอันใหญ่โตเหยียบไว้และเริ่มกระอักเืออกมา ดวงตาสีเทาก็เริ่มมืดลงอีกครั้ง
“อึ่กก… นายท่าน.… หนีไป !!” คนที่ถูกเหยียบไว้ผู้นั้นส่งเสียงกระตุ้น ทว่าร่างสูงกลับยืนขึ้นมาแล้ว
“ข้าไม่มีวันทิ้งคนของข้า” แสงสีดำปนแดงลึกล้ำถูกจุดขึ้นในดวงตาคู่นั้น ปราณธาตุมืดรอบด้านพลันถูกดูดเข้าสู่กายของชายหนุ่มช้าๆโดยไม่มีผู้ใดรู้ตัว กระแสปราณอันบ้าคลั่งในร่างของเขาได้แผ่รังสีกดดันออกไปยังเทพอสูรที่แอบมองอยู่ไม่ห่าง
“เสี่ยวจิ้งช่วยพวกเขาทีสิ” มู่เชียนทนดูไม่ไหวอีกแล้ว นางไม่อยากเห็นคนกลุ่มนี้ต้องตาย
“เฮอะ! หาเื่เองมิใช่หรือ ? ” เสี่ยวจิ้งหันหน้าหลบไปอีกทางด้วยพิรุธบางอย่าง ปราณของเ้านั่นทำให้เขารู้สึกอึดอัดจริงๆ !!
“แต่เ้าหยุดัตัวนั้นได้ง่ายๆอยู่แล้วนี่ ! “
“นั่นก็ใช่ แต่เหตุใดข้าต้องช่วยพวกมันด้วย ?!” ัเทพเชิดหน้าทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ...ให้เขาเข้าใกล้คนผู้นั้นในตอนนี้ เขาไม่เอาด้วยหรอก
เพื่อตัดรำคาญ เสี่ยวจิ้งจึงสะบัดหางหนีไปหลบอยู่ภายในร่างมู่เชียนเสียเลย
สถานการณ์เริ่มร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นถูกเขาขนาดั์เสียบที่หัวไหล่แล้วสะบัดจนกระเด็นออกไปกระแทกกับต้นไม้อีกทาง หญิงสาวเพ่งมองกลุ่มคนชุดเทาที่ยินดีปกป้องนายของตนด้วยชีวิต แล้วจึงเอ่ยสิ่งที่คิดออกมา
“เสี่ยวจิ้ง...คนเ่าั้คู่ควรแก่การนับถือนะ”
บุรุษชุดดำผู้นั้นยืนขึ้นช้าๆอย่างยากลำบากก่อนจะค่อยๆรวบรวมปราณสีดำไว้ในมืออีกครั้ง ดวงตาเปล่งประกายคมกล้า ชัดเจนว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งลูกน้องของตนไป
ตอนนั้น หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่อาจตัดใจเห็นเขาตายลงไปได้…ภายหลังค่อยเข้าใจว่า ที่แท้คนตรงหน้าคือหนึ่งในเหตุผลที่นางต้องถูกดึงตัวมาที่นี่...มายังมิติอี้เจ๋อแห่งนี้…
‘ข้า…อยากช่วยเขา !’ ความปรารถนาอันมุ่งมั่นดังก้องในใจ…
“พันดาวตก!” ร่างบางโคจรวิชาตัวเบาพุ่งออกไปขวางหน้าัไว้ ตัดสินใจใช้กลยุทธ์ปะาก่อนค่อยกราบทูลทีหลัง อย่างไรเสี่ยวจิ้งไม่มีทางปล่อยนางตายอยู่แล้ว
“กร้าซซซ ....!!!” เห็นเด็กสาวยืนขวางอยู่ด้านหน้า เ้าัที่กำลังวิ่งตะบึงเข้ามาพลันส่งเสียงคำรามลั่น
การปรากฏตัวของนางสร้างความแปลกใจให้บุรุษชุดดำ และผู้ติดตามทั้งหกเช่นกัน โดยเฉพาะชายชุดดำผู้นั้น เขาคิดไม่ถึงว่า เด็กสาวผู้มีพลังเพียงขั้นนักยุทธ์ 7 ดาวจะหาญกล้าะโเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ ยิ่งผู้ติดตามทั้งหลายถึงกับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กสาวผู้นี้ปรากฏตัวมาจากทิศทางใด
ัพฤกษาเห็นเป้าหมายของมันถูกร่างเล็กขวางเอาไว้ มันตัดสินใจกำจัดนางทันที ปากขนาดใหญ่ปรากฏลูกบอลพลังขนาดใหญ่ลูกหนึ่งขึ้นมา
ปราณระดับราชันย์อสูรและนักยุทธ์นั้นแตกต่างกันอยู่ 5 ขั้นเต็มๆ หากให้วัดระดับแล้วก็ราวๆหมื่นเท่า คงเทียบได้กับมดตัวน้อยพยายามต่อสู้กับฝ่าเท้าขนาดใหญ่!!
มู่เชียนที่ไม่มีประสบการณ์การต่อสู้มาก่อน เผชิญหน้ากับปราณโจมตีมหาศาล บอลพลังลูกั์ยังไม่ทันััร่าง แรงกดดันก็มาถึงนางแล้ว…เด็กสาวยืนนิ่งไปชั่วขณะแทบไม่อาจขยับตัวได้
‘ยืนนิ่งอยู่ทำไม … หลบไปสิ… !!’ เสี่ยวจิ้งที่ถูกลากลงเรือโจรเอ่ยเตือนเสียงหงุดหงิด…ปราณไฟร้อนวูบถูกจุดขึ้นภายในร่างเด็กสาว…มู่เชียนรู้สึกได้ว่าแรงกดดันที่ัั์มีต่อนางพลันหายไปกว่าครึ่ง ร่างเล็กรีบโคจรวิชาพันดาวตกะโขึ้น้าอย่างรวดเร็ว ปราณลูกั์เฉียดผ่านใต้ฝ่าเท้าไปเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
“เคล็ดวิชาท่าร่างร้ายกาจยิ่ง…!!” หนึ่งในคนชุดเทาเอ่ยขึ้นอย่างตกตะลึง
“ไม่น่าเชื่อว่าอายุเพียงเท่านี้ กลับสามารถฝึกฝนวิชาระดับดินชั้นสูงได้เชี่ยวชาญ”
หญิงสาววิ่งผ่านหน้ากลุ่มของพวกเขาไปด้วยความเร็วราวกับดาวหาง ขณะที่คนทั้งหกต่างมองหญิงสาวแปลกหน้าด้วยความชื่นชมและประหลาดใจนั้น บุรุษชุดดำกลับมองออกถึงความสับสนและไม่มั่นคงของฝีเท้าเล็กๆนั่น
‘เด็กคนนั้นไม่เคยต่อสู้ ?!’
ชายหนุ่มรับรู้ความจริงข้อนี้ด้วยความหงุดหงิดกังวลใจ ยิ่งเห็นใบหน้าเล็กแสนธรรมดา ลนลานเพราะการโจมตีอันร้ายกาจของัก็ยิ่งรู้สึกสับสนอย่างมาก ถึงกับไม่ทันสังเกตุ ‘กระแสปราณอบอุ่น’ อันแปลกประหลาดยามนางพุ่งผ่านร่างของเขาไป
เมื่อเห็นเป้าหมายรอดพ้นการโจมตีไปได้ เ้าัพฤกษาก็ยิ่งโมโหมากขึ้น มันไม่สนใจกลุ่มศัตรูที่นอนาเ็อยู่บนพื้นอีกต่อไป ดวงตาสีเขียวจ้าทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่ร่างเล็กที่ว่องไวนั้นอย่างเต็มที่
“เปรี้ยง ... เปรี้ยง...!!” ปราณสีเขียวลูกั์ถูกส่งออกมาต่อเนื่อง มู่เชียนถูกัพฤกษาปล่อยปราณโจมตีใส่อย่างไม่เว้นจังหวะ ทำเอาเด็กสาวที่ไม่เคยมีประสบการณ์สู้รบมาก่อนเลยในชีวิตทั้งวิ่งทั้งะโหลบอย่างทุลักทุเล…ท่ามกลางการแนะนำแบบไม่เต็มใจนักของเสี่ยวจิ้ง
“ฮึ่ย…ย่อตัวทำไม เหตุใดไม่ะโเล่า นั่นเท่ากับอยู่กับที่ไม่ใช่หรือไร ?! โง่จริง !! ไถลไปกับพื้นสิ ปราณลูกั์ขนาดนี้เ้าต้องะโสูงถึงฟ้าน่ะสิถึงจะหลบได้ !!” มู่เชียนทางหนึ่งต้องสู้กับศัตรู ทางหนึ่งต้องฟังคำแนะนำของเสี่ยวจิ้ง ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามลืมๆคำด่าของเขาไปด้วย
“ชิ…กลับไปคราวนี้ข้าต้องฝึกเ้าอีกมากทีเดียว !” ประกาศิตสุดท้ายของเสี่ยวจิ้งทำเอานางกลืนน้ำลาย ทุกวันนี้ก็แทบไม่มีเวลาพักผ่อนแล้วมิใช่หรือ ?
น่าเสียดายด้วยปราณที่เหนือชั้นกว่ามาก ในที่สุดมู่เชียนก็ถูกบอลพลังลูกหนึ่งกระทบร่างเข้าจนได้ โชคดีที่นางหลบไปด้านข้างได้ทันเวลา จึงทำให้มิได้ถูกปราณลูกใหญ่นั้นกระแทกเข้าอย่างเต็มแรงอย่างที่นึกกลัว ถึงอย่างนั้น…เพียงเศษเสี้ยวของปราณมหาศาลระดับราชันย์ก็ยังทำให้นางกระเด็นออกไปไกลเกือบสามจั้ง !!
เห็นร่างเล็กกระเด็นออกไปต่อหน้า ดวงตาสีเทามีประกายสังหารแวบผ่าน ร่างสูงผุดลุกขึ้นคิดจะพุ่งร่างเข้าไปช่วยนาง ทว่ากลับเห็นร่างบางยืนนิ่ง พร้อมสำรวจลูบคลำร่างกายของตนเองไปทั่วอย่างงุนงง
เด็กสาวแปลกหน้าผู้นั้นไม่มีส่วนใดบุบสลายเลยแม้แต่น้อย !