“ไม่ใช่หรอกท่านพี่เพียงแต่...เพียงแต่” เซียวตงหลิวหัวเราะแห้งๆ อยากจะพูดแต่ก็ทำท่าอึกอัก
“มีอะไรก็พูดมาเถอะระหว่างเราพี่น้องยังต้องปิดบังอะไรกันอีก” ตู้เสี่ยนกล่าวด้วยความเป็ห่วง
เซียวตงหลิวถอนใจยาวค่อยๆ เล่าความขัดแย้งระหว่างเซียวอวี้ออกมาในขณะเดียวกันก็เล่าว่าตนเองพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของเซียวอวี้เกรงว่าก็คงยากที่จะได้ไปบำเพ็ญเพียรที่สำนักกระบี่เสวียนหวง
“อะไรนะ”
สีหน้าของตู้เสี่ยนพลันเปลี่ยนเป็น่าประหวั่นพรั่นพรึงั์ตาฉายแววเหี้ยมเกรียมวาวโรจน์ “เ้าพันทางชั้นต่ำมารังแกพวกเราพี่น้อง ตอนนี้จะมีอารมณ์ดื่มเหล้าที่ไหนกันข้าตามเ้ากลับบ้านไปจัดการเ้าพันทางน้อยนั่นก่อน”
ั์ตาเซียวตงหลิวฉายแววยินดีอย่างรวดเร็วแต่กลับตีหน้าสองจิตสองใจ “จะอย่างไรท่านพี่ก็ไม่ใช่คนของจวนสกุลเซียวหากทำถึงขนาดนี้เกรงว่าท่านพ่อจะไม่พอใจน่ะสิ”
ตู้เสี่ยนคลี่ยิ้มเอ่ยวาจาคล้ายว่าไม่ใส่ใจ “ก็แค่ความขัดแย้งระหว่างเด็กๆท่านลุงไม่มีทางตำหนิข้าหรอก ไปเถอะ ตามข้าไปเจอหน้าเขาเสียหน่อย”
เซียวตงหลิวยินดีเป็บ้าเป็หลังอยู่ในใจตู้เสี่ยนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นครึ่งก้าวก่อกำเนิด ขอแค่เขาเต็มใจลงมือช่วยเหลือครั้งนี้เซียวอวี้ก็ต้องถึงคราวยากจะรอดพ้นได้แล้วจริงๆ
เซียวตงหลิวพาตู้เสี่ยนเดินเข้าไปในจวนสกุลเซียวด้วยสีหน้าถมึงทึงถึงขนาดว่าไม่ได้ไปคารวะทักทายตู้อวิ๋นเย่ว์แต่มุ่งตรงไปยังเรือนที่เซียวอวี้พำนัก
ตู้เสี่ยนเป็ใครบริวารของจวนสกุลเซียวต่างก็รู้ดี เห็นกิริยาท่าทีของคุณชายรองสกุลตู้คนนี้แล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่านี่จะไปหาเื่คุณชายหก
“ไม่ได้การครานี้คุณชายหกลำบากแล้ว คุณชายรองตู้นั่นเป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นครึ่งก้าวก่อกำเนิดใกล้จะกลายเป็นักพรตที่แท้จริงแล้ว” ข้ารับใช้ที่เคยเห็นอุทานด้วยความตกตะลึง
“คุณชายห้าทำตัวชั่วช้าชะมัดตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณชายหกไม่คิดเลยว่าจะเชิญคนนอกสกุลมาจัดการคนของสกุลเซียว” มีคนเอ่ยขึ้นด้วยความคั่งแค้นอยู่เต็มอก
“หุบปากนี่เ้าอยากตายหรือไง หากฮูหยินสามได้ยินคำพูดนี้เข้าจะต้องโบยเ้าจนสิ้นใจเป็แน่”
กลุ่มบริวารสกุลเซียวต่างกระซิบกระซาบถกเถียงกันไม่นานพ่อบ้านใหญ่ฉีิเจิ้งก็รับรู้ข่าวนี้ด้วยเช่นกันชายชราเผยสีหน้าไม่สบายใจในทันที
ถึงแม้นสกุลตู้จะเป็ตระกูลใหญ่ธุรกิจรุ่งเรืองแต่อย่างไรเสียที่นี่คือสกุลเซียว เป็จวนของก้วนจวินโหวจะปล่อยให้คนนอกสกุลมาทำตัวกำแหงตามใจชอบไม่ได้!
ตูม!
ท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืนพลังฝ่ามือรุนแรงพร้อมจิตสังหารอันน่าครั่นคร้าม กระแทกประตูเรือนจนแตกละเอียด
ตู้เสี่ยนเดินเข้ามาโดยไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาเปล่งวาจาด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “ใครคือเซียวอวี้โผล่หัวออกมารับความตายซะ”
เซียวอวี้ตื่นจากสมาธิแสงสีทองเหลืองอร่ามที่หลั่งไหลออกมาจากภายในร่างปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง เขาเก็บลมปราณที่ปกคลุมไปทั่วห้องเข้าไปในร่างอย่างช้าๆด้วยสีหน้าเกือบจะเ็า
เขารับรู้ถึงความเคลื่อนไหวด้านนอกนานแล้วทั้งยังััได้ว่า นักพรตขั้นครึ่งก้าวก่อกำเนิดเจตนามาหาเื่ผู้ฝึกยุทธ์แบบนี้ หากเป็ก่อนหน้าที่ยังไม่เลื่อนถึงขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้าบางทีเขาอาจจะยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่ในตอนนี้... เขาสามารถพูดได้เต็มปาก ต่ำกว่าขั้นก่อกำเนิดลงไปอย่างเขาเรียกได้ว่าไร้เทียมทาน
นี่ไม่ใช่เพราะเซียวอวี้โอหังอวดดีแต่เป็เพราะประสบการณ์ในการฝึกบำเพ็ญเพียรล้านกว่าปีและความเชื่อมั่นในกายผู้พิชิตาขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้าก็สามารถต่อกรกับขั้นครึ่งก้าวก่อกำเนิดได้แล้ว
เมื่อการฝึกบำเพ็ญเพียรก้าวหน้าขึ้นในทุกๆวัน กายผู้พิชิตาก็กำลังเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่แปลกเลยที่กายผู้พิชิตาที่ไม่เคยขาดแคลนในยุควิถีเทพจะสามารถยึดครอง์ได้
“กล้าหาญนักใครกันถึงบังอาจมาทำตัวกำเริบเสิบสานในจวนสกุลเซียว” เกิ่งเปียวแผดเสียงลั่นรุนแรง
“แค่ทาสรับใช้สกุลเซียวตัวเล็กๆก็กล้ามาชี้หน้าข้า วันนี้ข้าแค่มาทวงความยุติธรรมให้น้องชายเซียวตงหลิว เซียวอวี้เ้าไม่กล้าปรากฏตัวอย่างนั้นหรือ” เสียงวางอำนาจระรานเมื่อครู่คำรามก้องอีกครั้ง
เซียวอวี้ค่อยๆก้าวเดินออกมาจากในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉยจ้องมองเด็กหนุ่มในชุดสีม่วงด้วยสีหน้านิ่งสงบ หัวเราะเสียงแ่เบา “ทวงความยุติธรรมจากตัวข้าอย่างนั้นหรือ เ้ามีสิทธิ์อะไร”
ตู้เสี่ยนอึ้งงันราวกับได้ยินเื่ตลกใหญ่โตหลังจากหัวเราะสนั่นหวั่นไหวสักพักแล้ว สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็เหี้ยมเกรียมขึ้นทันทีเอ่ยด้วยวาจาน่าครั่นคร้าม “เ้าพันทางน้อยยังกล้ากำแหงต่อให้อยู่ในเมืองหลวงก็ไม่มีใครกล้าพูดกับข้าแบบนี้มาก่อน ไอ้พันทางน้อย เ้าคงเบื่อชีวิตแล้วสินะ”
เซียวตงหลิวยืนอยู่ด้านหลังตู้เสี่ยนสีหน้าเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ในขณะเดียวกันก็เผยสีหน้าสะใจบนความหายนะของเซียวอวี้เขารู้จักนิสัยของตู้เสี่ยนดี หากพี่ชายของเขาก่อเื่ขึ้นมากระทั่งเหลาจื่อหรือาา์[1]ก็ฉุดไม่อยู่เช่นกัน
“คุณชายตู้ที่นี่คือจวนสกุลเซียว ท่านไม่มีสิทธิ์มาทำตัวกำเริบเสินสานที่นี่ รีบออกไปซะ!”เกิ่งเปียวคำรามด้วยความขุ่นเขือง ั์ตาฉายแววเยียบเย็น
“หึ!”
เื้ัตู้เสี่ยนมีบุรุษวัยกลางคนทำเสียงฮึดฮัดไม่สบอารมณ์ พลังอันน่าเกรงขามที่ยิ่งใหญ่ม้วนตลบเข้าใส่ราวกับกระแสน้ำเกิ่งเปียวหน้าถอดสีทันที ผงะถอยหลังไปหลายก้าวอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่
เืไหลรินออกมาจากมุมปากแต่เกิ่งเปียวกลับสีหน้าเ็ายิ่งขึ้น คำรามลั่นรุนแรง “สกุลตู้จะตั้งตัวเป็ศัตรูกับจวนสกุลเซียวอย่างนั้นหรือ”
“คำพูดของเกิ่งเปียวเป็สิ่งที่ข้าอยากบอกอยู่พอดี เ้าทำร้ายน้องเจ็ดของข้าข้าจดจำความแค้นครั้งนี้ไว้แล้ว” กลิ่นอายอันแรงกล้าส่งผ่านมาจากข้างนอกเกิ่งจื๋อเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเฉยเมยเขามองบุรุษวัยกลางคนด้านหลังตู้เสี่ยนด้วยสีหน้าเ็า จิตสังหารฉายวาบขึ้น “ข้าจำเ้าไว้แล้ว”
ตู้เสี่ยนทำหน้าบูดเบี้ยวหัวเราะเย้ยหยัน “จวนสกุลเซียวทำตัวเอิกเกริกยิ่งนักแค่ความขัดแย้งระหว่างเด็กๆ อย่างพวกเราเท่านั้น ทำไมถึงไปรบกวนหน่วยบังคับคดีของจวนสกุลเซียวได้”
เกิ่งจื๋อยิ้มเรียบเฉย“คุณชายตู้โปรดอภัยข้าแค่ได้รับคำสั่งให้ดูแลความสงบเรียบร้อยของจวนสกุลเซียว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สามารถคิดก่อเื่วุ่นวายในจวนสกุลเซียวได้”
ตู้เสี่ยนสีหน้าคล้ำเขียวสลับขาวซีดต่อให้เขากล้าทำตัวกำแหง ก็ไม่กล้าตั้งตัวเป็ปรปักษ์กับก้วนจวินโหวอย่างเปิดเผยปรายตามองเกิ่งจื๋อด้วยความไม่พอใจ จากนั้นเผยสีหน้าเย้ยหยันในขณะที่มองเซียวอวี้หัวเราะเยาะพลางพูดว่า “เมื่อไม่กี่วันก่อนเ้าเอาชนะน้องชายของข้าด้วยขั้นก่อนกำเนิดหนึ่งชั้นฟ้าวันนี้กล้าประลองกับข้าไหมล่ะ”
เซียวอวี้ยิ้มหยัน“ไม่ใช่ว่าหมาแมวที่ไหนก็จะมาท้าประลองกับข้าได้หรอกนะเ้าจะท้าทายข้าด้วยเหตุผลอะไรกัน”
ไอเยียบเย็นในแววตาตู้เสี่ยนโชติ่พูดด้วยความน่าประหวั่นพรั่นพรึง “ไม่ใช่ข้าท้าทายเ้าแค่ข้าเห็นเ้าแล้วไม่สบอารมณ์ อยากจะกำจัดเ้าเฉยๆ เท่านั้น”
“น่าเสียดายเ้าไม่ใช่ลูกหลานสกุลเซียวข้าสามารถไม่รับคำท้าได้” เซียวอวี้หัวเราะเยาะเบาๆ “หากประลองกับข้าขึ้นมา แล้วเ้าแพ้จะทำอย่างไร”
“อย่างข้าหรือจะแพ้”
ตู้เสี่ยนพูดอย่างไม่แยแส“ดูท่าเ้าคงอยากจะได้รางวัล ข้าจะช่วยสนองให้ถ้าข้าแพ้ ข้ายินดีเอาหินแร่ผลึกต้นกำเนิดระดับล่างห้าชั่งมอบให้เ้า”
เซียวอวี้ยิ้มหน้าชื่นตาบานพยักหน้ารับพลางตอบกลับไป “คุณชายรองตู้น้ำใจกว้างขวางไม่ผิดจากที่คิดเพื่อหินแร่ผลึกต้นกำเนิดระดับล่างห้าชั่งแล้ว ข้ายังพอฝืนใจประลองกับเ้าสักครั้งก็ได้”
สีหน้าตู้เสี่ยนเหี้ยมเกรียมยิ่งขึ้นทำเสียงฮึดฮัดแล้วเปล่งวาจา “เช่นนั้นก็ไปสู้กันที่ลานฝึกวรยุทธ์ของจวนสกุลเซียวเถอะ”
“ไม่รีบร้อนพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าง่วง เ้าไปได้แล้ว” เซียวอวี้โบกมือสีหน้าท่าทางนั้นเหมือนปัดไล่ยุงตัวหนึ่ง
“เ้า!”
ตู้เสี่ยนเดือดดาลหัวเสียแผดเสียงคำรามกึกก้อง “ไอ้พันทางน้อยเ้ากล้าทำกับข้าถึงขนาดนี้เชียวรึ”
เซียวอวี้ยิ้มยียวนหมุนตัวเดินกลับห้อง ทิ้งให้ตู้เสี่ยนหน้าดำคล้ำเขียวเขาอยากจะลงมือสังหารเซียวอวี้ตอนนี้จนใจแทบขาด แต่รู้ดีแก่ใจว่าถึงอย่างไรที่นี่ก็คือจวนสกุลเซียว คือเมืองเหลียงโจว ถึงแม้เขาจะเป็คุณชายรองสกุลตู้ก็ไม่กล้าทำตัวกำแหง
“ได้ข้าก็จะปล่อยให้เ้ามีชีวิตรอดไปอีกสักคืน” ตู้เสี่ยนกวาดตามองทุกคนด้วยความอำมหิตแสยะปากยิ้มหยัน “พวกเ้าไปเตรียมโลงศพไว้ให้ไอ้พันทางน้อยนี่ก่อนเถอะ”
ตู้เสี่ยนกลับไปด้วยความเกรี้ยวกราดทิ้งเกิ่งเปียวและคนอื่นๆ ให้ทำหน้าตาเป็กังวล
เกิ่งจื๋อขมวดคิ้วเล็กน้อยเอ่ยขึ้น “ข้าไปพบคุณชายหกสักเดี๋ยว”
“ผู้าุโเกิ่งเชิญเข้ามา”จู่ๆ เซียวอวี้ก็เปิดประตูห้องออกมาอีกครั้งคลี่ยิ้มพลางเชื้อเชิญให้เกิ่งจื๋อเข้ามาในห้องส่วนเกิ่งเปียวถูกทิ้งไว้เป็คนคุ้มกันอยู่ข้างนอก
เซียวอวี้รินน้ำชาถ้วยหนึ่งให้เกิ่งเปียวด้วยความสุภาพเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หลายวันมานี้ขอบคุณผู้าุโเกิ่งที่ช่วยดูแลตอนแรกข้าอยากจะไปเยี่ยมเยียนขอบคุณด้วยตนเอง เพียงแต่ข้าเป็ลูกชายสกุลเซียวไม่เหมาะจะสนิทสนมกับหน่วยบังคับคดีจนเกินไป ดังนั้นต้องขอให้ผู้าุโเกิ่งโปรดอภัยด้วย”
เกิ่งจื๋อมองเซียวอวี้ด้วยความชื่นชมเขายิ่งชอบเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ขึ้นเรื่อยๆ ความสุขุม น้ำใจกว้างขวางและความใจเย็นนิ่งสงบของเซียวอวี้รวมทั้งพร์การฝึกบำเพ็ญเพียรราวกับปีศาจเขารู้สึกว่าหากภายภาคหน้าสกุลเซียวตกอยู่ในมือของเขาจะต้องเจริญรุ่งเรืองกว่าในตอนนี้เป็ร้อยเท่า
ดังนั้นเขาถึงให้เกิ่งเปียวคอยตามติดคุ้มกันเซียวอวี้ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากเซียวฉีสยง
นี่ก็เป็การลงทุนอย่างหนึ่งเดิมพันว่าในอนาคตเซียวอวี้จะได้ปกครองสกุลเซียวพนันว่าก้วนจวินโหวจะปลูกฝังเซียวอวี้ขึ้นเป็ผู้สืบทอด
“คุณชายหกเกรงใจเกินไปแล้ว”เกิ่งจื๋อยิ้มแย้มด้วยความอ่อนโยน จากนั้นก็กังวลใจขึ้นมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “หากคุณชายไม่อยากประลองกับตู้เสี่ยนจริงๆ ก็ทำได้ ไม่จำเป็ต้องลำบากตัวท่านเอง แม้เขาจะเป็ลูกหลานสกุลตู้แต่ที่นี่คือเมืองเหลียงโจว หนำซ้ำยังเป็จวนสกุลเซียวสกุลตู้ก็ไม่กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานไปตามอำเภอใจหรอก”
เซียวอวี้คลี่ยิ้มบางพลางกล่าวว่า“ผู้าุโเกิ่งวางใจ ข้าไม่ใช่คนประมาทแบบนั้นหรอกในเมื่อข้ารับปากว่าจะสู้กับตู้เสี่ยน เช่นนั้นก็ย่อมมีความมั่นใจว่าจะชนะ”
เกิ่งจื๋อตกตะลึงในใจทันทีเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “คุณชายคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะตู้เสี่ยนได้อย่างนั้นหรือแต่ตู้เสี่ยนเป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นครึ่งก้าวก่อกำเนิด ห่างจากขั้นก่อกำเนิดก็แค่เพียงก้าวเดียวเท่านั้น”
[1] อุปมาถึงบุคคลสำคัญ หรือผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่