ตึก… ตึก… ตึก…
เสียงฝีเท้าที่เชื่องช้าทว่าหนักแน่นดังแว่วมาจากนอกตัวเรือนองครักษ์ มันมิใช่เสียงของกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรที่วิ่งวุ่นไขว่คว้าตามจับผู้บุกรุก แต่เป็ฝีเท้าอันมั่นคงของบุรุษผู้หนึ่งที่เดินย่ำลงบนแผ่นอิฐด้วยท่วงท่าเหนือสรรพสิ่ง ทุกย่างก้าวที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทำให้อากาศภายในห้องพักของหลี่เฟยหลงทวีความอึดอัดจนแทบจะกลายเป็ก้อนแข็ง
หลี่เฟยหลงข่มตาทั้ง2ข้างลงช้าๆ บังคับลมหายใจของตนให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายในอกเสื้อของเขา ‘เสื้อเกราะหนังั’ สีเทาดำที่เพิ่งสวมใส่ พลังความเย็นอันลึกลับของเกราะวิเศษทำหน้าที่ดุจกำแพงทมิฬที่ตัดขาดกลิ่นอายทุกอย่างในร่างกายออกจากโลกภายนอก แม้กระทั่งแรงสะท้อนสีทองที่เคยพุ่งพล่านมาจาก ‘กระบี่ัฟ้า’ บนโต๊ะ บัดนี้ก็ไม่อาจซึมซับเข้าสู่จุดชีพจรของเขาได้อีก
ทว่า ความตึงเครียดที่แท้จริงคือร่างของศิษย์พี่เหม่ยอิงที่หลบซ่อนอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุลายโบราณ แม้นางจะได้รับยาทิพย์คืนิญญาไปครึ่งขวดจนชีพจรที่บอบช้ำเริ่มสงบลง แต่กลิ่นอายคาวเืจางๆ ที่ยังอบอวลอยู่ในอากาศคือร่องรอยที่ไม่สามารถลบเลือนได้ในเวลาอันสั้น
แอ๊ด…
บานประตูห้องพักถูกผลักเปิดออกอย่างแ่เบา ไร้ซึ่งเสียงหักพังอันรุนแรง ทว่าลมราตรีที่ม้วนตัวเข้ามากลับหอบเอาแรงกดดันอันมหาศาลที่ทำให้ตะเกียงน้ำมันดวงน้อยบนโต๊ะวูบวาบจนแทบดับมอด แสงสว่างอันน้อยนิดส่องกระทบชายฉลองพระองค์สีเหลืองเข้มปักลายัห้าเล็บที่เยื้องกรายเข้ามาในห้อง
ฮ่องเต้หลี่เทียนเฉิงเสด็จมาเพียงลำพัง พระหัตถ์ทั้งสองข้างไพล่อยู่เื้ั ดวงตาคู่คมปลาบดุจพญาราชสีห์กวาดมองไปทั่วห้องพักอันเรียบง่าย ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของหลี่เฟยหลงที่กำลังก้าวลงจากเตียงช้าๆ ด้วยท่าทางที่ยังคงพยุงความเ็ป
“กระหม่อมหลี่เฟยหลง… ถวายบังคมฝ่าา ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี” เฟยหลงทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นไม้กระดาน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย แสร้งทำเป็ผู้ป่วยที่ชีพจรภายในยังคงแหลกเหลวจากการปะทะกับองค์ชายใหญ่
ฮ่องเต้ไม่เอ่ยเสียง พระองค์เพียงกระแอมในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านร่างของเฟยหลงไปอย่างเชื่องช้า สายพระเนตรจับจ้องไปที่กระบี่ัฟ้าที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะ
“เฟยหลงเอ๋ย… ข้ามอบกระบี่วิเศษเล่มนี้ให้เ้าเพื่อปลอบขวัญ ทว่าเหตุใดเ้ากลับวางมันทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างโดดเดี่ยว ราวกับว่ามันเป็เพียงเศษเหล็กไร้ค่าชิ้นหนึ่ง?” ฮ่องเต้เอ่ยน้ำเสียงเรียบต่ำ ทว่ากระแสเสียงกลับสั่นสะท้านเข้าไปถึงโสตประสาทของคนฟัง
“ทูลฝ่าา กระหม่อมไร้ความสามารถ าเ็ภายในจนมิอาจโคจรปราณเพื่อรองรับบารมีของกระบี่วิเศษเล่มนี้ได้พ่ะย่ะค่ะ” เฟยหลงก้มศีรษะลงต่ำจนหน้าผากแทบจรดพื้น “กระบี่ัฟ้ามีพลังอันสูงส่ง ยามที่กระหม่อมเข้าใกล้ ชีพจรที่บอบช้ำกลับยิ่งสั่นสะท้าน กระหม่อมจึงจำเป็ต้องวางมันไว้เพื่อสงบจิตใจพ่ะย่ะค่ะ”
“โอ้? เป็เช่นนั้นจริงหรือ?” ฮ่องเต้หลี่เทียนเฉิงหันกลับมา แววตาของพระองค์ฉายแววเคลือบแคลงลึกล้ำ พระองค์ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเฟยหลง “แต่เมื่อครู่ ข้าเดินเล่นอยู่ที่สวนหลวง กลับมีแมลงตัวเล็กๆ จากสำนักพยัคฆ์คำรณลอบเข้ามาสร้างความวุ่นวาย นางกำนัลใจกล้าผู้นั้นใช้วิชาพยัคฆ์เหมันต์ของสำนักเข้าปะทะกับข้า ก่อนจะหนีเตลิดมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ… ซึ่งเป็ที่ตั้งของเรือนพักเ้าพอดี”
บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เฟยหลงรู้สึกได้ถึงสายตาของจักรพรรดิที่จ้องมองลงมาราวกับจะมองให้ทะลุถึงตับไตไส้พุง
“เ้าไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติบ้างเลยรึ? เฟยหลง”
“กระหม่อมไม่ทราบเื่เลยพ่ะย่ะค่ะ” เฟยหลงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววตื่นตระหนกและใสซื่ออย่างสมบทบาท “ั้แ่กลับมาจากลานฝึก กระหม่อมก็ปิดประตูนอนเดินลมปราณเพื่อระงับความเ็ปมาตลอด มิได้ยินเสียงหรือพบเห็นผู้ใดเลยพ่ะย่ะค่ะ หากมีผู้บุกรุกจริง ขอฝ่าาทรงสั่งการให้องครักษ์เสื้อแพรเข้ามาค้นเรือนของกระหม่อมได้ทุกเมื่อพ่ะย่ะค่ะ!”
การเอ่ยปากยอมให้ค้นเรือนด้วยตนเอง คือหมากวัดใจที่เฟยหลงจงใจใช้ หากเขาแสดงอาการปกป้องหรืออึกอัก ฮ่องเต้ย่อมลงมือเองทันที
ฮ่องเต้หลี่เทียนเฉิงหรี่ตาลง พระองค์ไม่ได้สั่งให้องครักษ์เข้ามา ทว่ากลับยื่นพระหัตถ์อันเหี่ยวย่นแต่เปี่ยมด้วยพลังออกมากุมที่หัวไหล่ของเฟยหลงในฉับพลัน!
ปราณัฟ้าสีทองะเิออกจากฝ่าพระหัตถ์พุ่งตรงเข้าสู่ร่างของเฟยหลงทันที! นี่คือการตรวจสอบขั้นเด็ดขาด ฮ่องเต้้าใช้ปราณัฟ้าสายตรงเข้าไปกระตุ้นจุดชีพจรของเฟยหลง เพื่อดูว่ามีปราณนิลกาฬซ่อนอยู่หรือไม่ และเพื่อพิสูจน์ว่ามีสิ่งใดซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า
ทว่า วินาทีที่ปราณสีทองอันร้อนแรงแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าไป มันกลับปะทะเข้ากับความว่างเปล่าอันลึกลับ! เสื้อเกราะหนังัด้านในซับเอาพลังปราณสีทองทั้งหมดไว้ก่อนจะสลายมันออกไปเป็ความเย็นจางๆ ปราณันิลกาฬ ในร่างของเฟยหลงไหลเวียนอย่างเชื่องช้า แสดงออกเพียงแค่ความอ่อนแอและรอยบอบช้ำของชีพจรธรรมดาเท่านั้น ไม่มีกลิ่นอายของพลังสายมืดหรือปราณระดับสูงใดๆ เล็ดลอดออกมาเลย
ฮ่องเต้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ พระองค์ชักพระหัตถ์กลับ พลางพึมพำในพระทัย ‘ว่างเปล่า?คงไม่ได้ใช้กระบี่สินะ?’
ทว่า ในขณะที่ฮ่องเต้กำลังจะคลายความสงสัย สายตาอันเฉียบคมของพระองค์กลับเหลือบไปเห็น ‘หยดเื’ สีแดงสดหยดนึงบนพื้นไม้กระดาน… ใกล้กับขอบฉากกั้นห้อง!
ดวงตาของจักรพรรดิเฒ่าพลันเปลี่ยนเป็ดุดัน พระองค์ขยับพระบาทเตรียมจะก้าวไปทางฉากกั้นห้องทันที!
เฟยหลงใจหายวาบ หากฮ่องเต้ก้าวไปอีกเพียง3ก้าว ตัวตนของเหม่ยอิงต้องถูกเปิดเผยแน่ และนั่นหมายถึงการปะาเจ็ดชั่วโคตรในข้อหาฏขัดราชโองการ ในวินาทีอันวิกฤตนั้น เฟยหลงตัดสินใจใช้แผนเสี่ยงตาย เขาแสร้งทำเป็กระอักเืคำโตออกมา ร่างหนาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แขนข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าชายฉลองพระองค์ของฮ่องเต้ไว้แน่น
“อั่ก!… ฝ่าา… กระหม่อม… ชีพจรภายในปั่นป่วน… ปราณของพระองค์… ร้อนแรงเกินไป… อึก…” เฟยหลงแสร้งทำเป็สลบไสล ร่างกายสั่นเทา ละเลงเืในปากของตนลงบนพื้นไม้เพื่อกลบเกลื่อนรอยเืเดิมของเหม่ยอิงอย่างแเี
ฮ่องเต้หลี่เทียนเฉิงชะงักพระบาท ทรงก้มลงมององครักษ์หน้าใหม่ที่นอนจมกองเือยู่แทบพระบาท พระองค์ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจและเบื่อหน่าย พลางสะบัดชายฉลองพระองค์ออกจากมือเฟยหลง
“หึ… อ่อนแอเหลือเกิน สมแล้วที่เป็ลูกของคนขี้โรคอย่างน้องข้า” ฮ่องเต้เอ่ยน้ำเสียงสมเพช พระองค์หมดความสนใจในฉากกั้นห้องทันที เพราะคิดว่าหยดเืบนพื้นก็คงเป็เืที่เฟยหลงไอออกมาตอนที่พระองค์ใช้ปราณตรวจสอบเมื่อครู่
จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจหันหลังกลับ ก้าวเดินออกจากห้องพักไปอย่างเ็า ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ในความมืด “รักษาร่างกายของเ้าให้ดี เฟยหลง… อย่างไรเ้าก็คือหลานของข้า”
เสียงฝีเท้าของฮ่องเต้ค่อยๆ ห่างไกลออกไป จนกระทั่งความเงียบสงัดกลับคืนสู่เรือนพักอีกครั้ง
เฟยหลงลืมตาขึ้นในความมืด ดวงตาของเขาไม่มีแววแห่งความอ่อนแอเหลืออยู่เลย มีเพียงความเ็าอันลึกล้ำ ชายหนุ่มรีบพยุงกายลุกขึ้นก้าวไปหลังฉากกั้นห้องทันที
เหม่ยอิงค่อยๆ ทรุดกายลงนั่งพิงผนัง ใบหน้าของนางยังคงซีดเผือด ทว่าดวงตาที่มองศิษย์น้องกลับเต็มไปด้วยความโล่งอกและชื่นชม “เฟยหลง… เ้าฉลาดมาก หากเมื่อครู่เ้าลงมือขัดขวาง พลังของฮ่องเต้คงบดขยี้พวกเราทั้งสองคนจนไม่เหลือซาก”
“ศิษย์พี่ ท่านปลอดภัยดีหรือไม่?” เฟยหลงรีบเข้าไปจับชีพจรของนาง พบว่าพลังจากยาทิพย์คืนิญญากำลังทำงานอย่างเต็มที่ าแจากกระบี่เริ่มสมานตัวแล้ว
“ข้าไม่เป็ไร… พลังยาของอาจารย์ช่วยไว้ทัน” เหม่ยอิงถอนหายใจยาว พลางมองเสื้อเกราะหนังัที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดของเฟยหลง “เกราะหนังัตัวนี้ทำงานได้ยอดเยี่ยมตามที่อาจารย์บอกจริง ๆ มันปกป้องเ้าจากกระบี่นั่น”
เฟยหลงกุมหน้าอกของตน ััได้ถึงความเย็นของเกราะวิเศษ “หากไม่ได้เสื้อเกราะตัวนี้ และยาทิพย์ของศิษย์พี่ คืนนี้ตระกูลหลี่คงต้องสิ้นชื่อแน่ ฮ่องเต้ผู้นั้นระแวงเราทุกฝีก้าว กระบี่ัฟ้าที่พระองค์ให้มา… แท้จริงแล้วคือที่ดูดพลังชั้นดีนี่เอง”
“หลังจากนี้เ้าต้องระวังตัวให้มากขึ้น องค์ชายใหญ่ยึดกระบี่นิลกาฬของเ้าไป ทว่าฮ่องเต้กลับให้กระบี่ัฟ้ามาดักทาง หมากกระดานในวังหลวงมันโเี้กว่าที่พวกเราคิดนัก” เหม่ยอิงเอ่ยเตือน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย “ข้าต้องรีบออกจากวังก่อนรุ่งสาง และก่อนที่พวกองครักษ์เสื้อแพรจะขยายวงค้นหามาถึงที่นี่”
“ศิษย์พี่… ท่านจะไปที่ใดต่อ? กลับสำนักหรือ?” เฟยหลงถาม
เหม่ยอิงส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาของนางทอประกายลึกลับ “อาจารย์มีบัญชาลับ… ให้ข้ามุ่งหน้าลงใต้ ไปตรวจสอบการลอบสังหารขุนนางตงฉินและการเคลื่อนไหวของแคว้นฝั่งตรงข้ามที่ชายแดน ปรมาจารย์บอกว่า… การทำลายแผนการภายนอกวัง คือการช่วยตัดกำลังศัตรูไม่ให้พวกมันบีบให้จวนอ๋องหลี่ต้องจนมุม”
เมื่อได้ยินคำว่าชายแดนใต้ เฟยหลงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงรายงานที่ท่านพ่อเคยได้รับ “ชายแดนใต้… จอหงวนเหวินเทียนงั้นหรือ?”
“เ้ารู้จักเขาด้วยรึ?” เหม่ยอิงขมวดคิ้ว
“ที่ข้าโดนซัดขนาดนี้ก็เพราะเขานี่แหละ” เฟยหลงเอ่ย น้ำเสียงเข้มขึ้น “หากศิษย์พี่ลงใต้… ขอโปรดช่วยชีวิตเขาให้ได้ เขาเป็คนดีมีความสามารถ กล้ายื่นฎีกาทั้งที่เพิ่งมาใหม่แท้ๆ”
“ข้าเข้าใจแล้ว” เหม่ยอิงลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ร่างกายจะยังไม่สมบูรณ์ร้อยส่วน ทว่าจิติญญาแห่งการต่อสู้ของนางกลับเต็มเปี่ยม นางเอื้อมมือไปตบบ่าของเฟยหลงเบาๆ “รักษาตัวด้วย ศิษย์น้อง… จงเป็เงาที่ไม่มีใครสังเกตเห็นตามที่ท่านอ๋องสั่งไว้เถอะ”
ร่างระหงของเหม่ยอิงเคลื่อนไหวสลายหายไปทางหน้าต่างอย่างเงียบเชียบดุจภูตผี กลืนหายไปกับความมืดมิดของราตรีกาลที่กำลังจะผ่านพ้น
หลี่เฟยหลงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สายตาของเขาทอดมองไปที่กระบี่ัฟ้าบนโต๊ะ บัดนี้ภายใต้การปกป้องของเสื้อเกราะหนังั เขามิได้รู้สึกหวาดกลัวรังสีของมันอีกต่อไป ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าด้ามกระบี่ทองคำขึ้นมา ถือมันไว้ด้วยมือที่มั่นคงและทรงพลัง
“กระบี่ัฟ้าอันทรงเกียรติงั้นหรือ?… ดี! ในเมื่อฝ่าาพระราชทานมันมาให้ข้า ข้าก็จะใช้มันเพื่อบ่มเพาะปราณนิลกาฬให้แข็งแกร่งที่สุด ยิ่งพวกท่านคิดว่าข้าอ่อนแอยามที่ข้าตื่นขึ้น พายุของข้าก็จะยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้นเท่านั้น!”
แสงแรกของวันใหม่เริ่มจับขอบฟ้า ทอแสงสว่างส่องกระทบใบหน้าอันเฉียบคมและดุดันของหลี่เฟยหลง ัดำในกรงทองบัดนี้เริ่มเรียนรู้วิธีการซ่อนกรงเล็บ และพร้อมที่จะรอคอยวันเวลาในการตะปบเหยื่ออย่างเงียบเชียบที่สุด!