มีนาเงยหน้าขึ้นจากนิตยสารที่อ่านอยู่แล้วมองไปยังประตูห้องเมื่อได้ยินเสียงเคาะหญิงสาววางหนังสือลงก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูออกจากนั้นก็เดินกลับมานั่งลงบนเตียงตามเดิม
“อ้าว...ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกล่ะมีน” ซาอิดถามเมื่อยังเห็นน้องสาวอยู่ในชุดเดิมทั้งที่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เขาเข้ามาบอกแล้วว่าให้อาบน้ำแต่งตัวใหม่
“มีนไม่อยากไปค่ะ” มีนาตอบพลางยกมือขึ้นกอดอกและทำหน้ามุ่ยมองพี่ชายอย่างหงุดหงิดใจ
“ไม่ได้นะ พวกเขาอุตส่าห์เลี้ยงต้อนรับมีนฮาคิมให้เกียรติมีนมากเลยนะ อย่าดื้อสิคนดี ลุกเร็วเข้า ยังไงมีนก็ต้องไปนะ” ชายหนุ่มดึงแขนน้องสาวให้ลุกขึ้น เมื่อเธอยังนั่งนิ่งไม่ยอมขยับ
“ทำไมพี่ซาอิดต้องบังคับมีนด้วยคะมีนไม่อยากไปเพราะไม่ชอบอีตาชีคอะไรนั่น” เธอบอกตรงๆอย่างไม่พอใจ ทำให้ซาอิดส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี
แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องพาน้องสาวไปด้วยให้ได้เนื่องจากได้รับปากตกลงกับเพื่อนไปแล้วหลังจากที่อีกฝ่ายโทรมาชวนให้ไปทานอาหารค่ำที่คฤหาสน์ด้วยกันเพราะ้าเลี้ยงต้อนรับมีนา
“มีน...น้องโตแล้วนะ อย่าทำตัวเป็เด็กๆ สิพี่บอกแล้วไงว่ามันเป็เื่เข้าใจผิดกัน เอาล่ะ...ลุกขึ้นเร็วเข้าอย่าให้พี่ต้องโกรธนะ” เมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผลชายหนุ่มก็เปลี่ยนมาใช้ไม้แข็งแทนมีนามองพี่ชายด้วยความน้อยใจแต่ก็ยอมลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปซาอิดมองตามพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องไปเพื่อให้น้องสาวได้แต่งตัว
สองพี่น้องนั่งอยู่ในรถยนต์คันหรู ซึ่งกำลังแล่นมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ทัจยาร์ฮาซาอิดเห็นหน้าบึ้งตึงของน้องสาวก็อดง้องอนไม่ได้เขานั้นไม่เคยใจแข็งหรือโกรธอะไรมีนาได้นานเลยสักครั้งและครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะผิดที่บังคับให้เธอทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ทว่ามันจำเป็เพราะถ้ามีนาไม่ไปมันจะเป็การเสียมารยาทมากด้วยเขาได้รับปากไปแล้ว
บางครั้งคนเราก็ต้องหัดทำอะไรที่ฝืนใจตนเองบ้างเพื่ออยู่ร่วมในสังคมหญิงสาวนั้นยังเด็กนักยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมายเลยทีเดียว
มีนามีสีหน้าดีขึ้นเมื่อพี่ชายง้องอนพร้อมกับอธิบายถึงเหตุผลให้ฟังถึงแม้เธอจะไม่พอใจแต่ก็อดเห็นด้วยไม่ได้ว่าคนเราบางครั้งก็ต้องทำอะไรที่ฝืนใจตนเองบ้างอาจเพื่อตนเองหรือไม่ก็เพื่อคนอื่นเหมือนอย่างเช่นเธอในตอนนี้ ทั้งที่แสนเกลียดขี้หน้าอีตาชีคโรคจิตนั่นนักหนาทว่าก็ต้องจำฝืนใจมาเพื่อรักษาหน้าของพี่ชาย
ทั้งคู่มาถึงคฤหาสน์ทัจยาร์ฮาในเวลาทุ่มครึ่งนางกำนัลนำสองพี่น้องไปที่ห้องโถงใหญ่ซึ่งมีชีคฮาคิมและท่านหญิงฮานีฟานั่งคอยอยู่ก่อนแล้วทุกคนทักทายกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจากนั้นก็เคลื่อนย้ายกันมายังห้องรับประทานอาหาร
มีนามองอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะตาโตเพราะมันมีมากมายและล้วนดูน่ากินไปหมดหญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่และนึกหิวขึ้นมาทันทีทันใดดังนั้นเมื่อเก้าอี้ด้านข้างถูกเลื่อนออกเธอจึงนั่งลงทันทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้คนเลื่อนให้ เพราะคิดว่าเป็พี่ชายแต่พอเห็นว่าเป็ใครรอยยิ้มก็หุบลงฉับพลัน
มีนามองหาซาอิดก็เห็นเขากำลังทำหน้าที่สุภาพบุรุษเลื่อนเก้าอี้ออกให้ฮานีฟานั่งอยู่จากนั้นพี่ชายของเธอก็นั่งลงข้างๆ ด้วยใบหน้าแช่มชื่นพอเธอหันกลับมามองข้างกายอีกครั้งก็พบว่าชีคฮาคิมนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเธอเสียแล้ว หญิงสาวจึงรู้สึกไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนิ่งเฉยเนื่องจากไม่้าถูกตำหนิว่าไร้มารยาท
“อาหารไม่เยอะไปหน่อยเหรอ เราทานกันแค่สี่คนเองนะ” ซาอิดเอ่ยขึ้นหลังจากกวาดตามองอาหารทั่วโต๊ะแล้ว
“ไม่หรอก มื้อนี้ถือเป็การเลี้ยงต้อนรับน้องมีนนี่นาเพราะฉะนั้นมันก็ต้องพิเศษกันหน่อยสิ” ชีคหนุ่มบอกยิ้มๆจากนั้นเขาก็เริ่มลงมือทานเป็คนแรก โดยการตักอาหารใส่จานให้กับมีนาซึ่งหญิงสาวก็จำต้องกล่าวขอบคุณตามมารยาท
“ไม่รู้ว่าอาหารที่ทำจะถูกปากน้องมีนหรือเปล่านะคะเพราะพี่ไม่รู้ว่าน้องมีนชอบทานอะไรบ้าง”ท่านหญิงฮานีฟาออกตัวไว้ก่อน ใบหน้างามแม้จะดูยิ้มแย้มแต่แววตายังคงเศร้าหมองไม่เปลี่ยนแปลง
หญิงสาวเหลือบตามองพี่ชายอย่างไม่รู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่ความจริงเธอไม่เห็นด้วยที่จะเชิญซาอิดกับมีนามาเลี้ยงต้อนรับที่คฤหาสน์ เพราะเธอไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจใน่นี้แต่เมื่อพี่ชายยืนยันจะจัดเลี้ยงให้ได้เธอในฐานะเ้าบ้านอีกคนก็ต้องจำใจออกมาต้อนรับเพื่อรักษามารยาท
“ไม่ต้องกังวลหรอกฮานีฟา มีนน่ะเป็คนทานง่ายอยู่แล้วจริงไหม” คำสุดท้ายซาอิดหันมาถามน้องสาวด้วยรอยยิ้มล้อเลียน
“ค่ะ” มีนาตอบสั้นๆจากนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยเพราะฝีมือการทำอาหารของท่านหญิงฮานีฟานั้นไม่เป็สองรองใคร
มีนาเองก็ยอมรับว่ารสชาติดีอาหารแต่ละอย่างก็แปลกตาชวนลิ้มลองทั้งนั้นซึ่งหญิงสาวคงทานได้เยอะและมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าไม่มีเื่ให้ต้องขุ่นเคืองใจและสาเหตุก็มาจากสองพี่น้องเ้าของบ้านนั่นเอง
ฮึ...ผู้เป็น้องก็ช่างฉอเลาะกับพี่ชายของเธอจนน่าหมั่นไส้ส่วนคนพี่ก็วุ่นวายกับเธอเสียเหลือเกิน ทั้งตักอาหารให้ทั้งชวนคุยจนเธอนั้นเผลอชักสีหน้าใส่เขาบ่อยๆแต่เขากลับยิ้มระรื่นทำเหมือนไม่รับรู้ซะอย่างนั้น
ดังนั้นพอจบมื้ออาหารไปได้ มีนาก็แทบจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่ไม่ต้องตบะแตกลุกขึ้นข่วนใบหน้ายิ้มแย้มราวกับกำลังขบขันของชีคฮาคิมเข้าซึ่งบางทีหญิงสาวก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอาจโดนชายหนุ่มแกล้งเข้าให้เสียแล้ว
มีนาและฮานีฟามานั่งคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่นส่วนชีคฮาคิมกับซาอิดนั้นขอแยกตัวไปคุยงานกันในห้องทำงานสองสาวจึงปรับทุกข์กันด้วยความเหนื่อยใจ เพราะมีความเห็นที่ตรงกันว่าอยากให้พี่ชายของตัวเองได้หยุดงานแล้วพักผ่อนเสียบ้าง
“พี่ซาอิดนี่วันๆ เอาแต่ทำงานไม่ค่อยจะพักผ่อนซะบ้างเลย” มีนาบ่นอุบั้แ่มาอยู่ที่นี่เธอก็รู้ซึ้งเลยว่าพี่ชายนั้นบ้างานขนาดไหน วันๆหมกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานหรือไม่ก็เข้าบริษัท แถมยังทำงานจนลืมเวลาบ่อยๆนี่ถ้าเธอไม่อยู่ด้วย วันหนึ่งเขาคงทานข้าวแค่มื้อเดียวเป็แน่ตอนนี้เลยรู้ว่าเธอน่ะคิดถูกแล้วที่ตามพี่ชายมาที่นี่จะได้คอยบังคับให้กินข้าวตามเวลาได้
“เหมือนพี่ฮาคิมเลยค่ะ รายนั้นก็ทำแต่งานเหมือนกัน”
“เพราะอย่างนี้มั้งคะ พวกเขาถึงเป็เพื่อนกันได้” มีนาบอกก่อนจะหัวเราะประสานเสียงกับฮานีฟาด้วยความขบขัน
“น้องมีนมาอยู่ที่นี่ได้ไปเที่ยวที่ไหนบ้างหรือยังคะ” ท่านหญิงชวนคุยต่อ ภายในห้องนี้มีเพียงเธอและมีนาเท่านั้นส่วนอามินะเธอให้ออกไปทำอะไรอย่างอื่นแทน เพราะไม่้าให้มีนารู้สึกอึดอัด
“ยังเลยค่ะ พี่ซาอิดขอเวลาเคลียร์งานสักพัก ก่อนจะหยุดยาวเพื่อพามีนเที่ยวให้ทั่วอัสมานวาร์ก็ไม่รู้ว่าจะพาไปเที่ยวที่ไหนบ้างเหมือนกัน”
“อัสมานวาร์ของเรา ถึงแม้จะมีพื้นที่เป็ทะเลทรายส่วนใหญ่แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามอยู่หลายแห่งเลยนะคะ โดยเฉพาะโอเอซิสใหญ่ๆที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจะงดงามสมบูรณ์แบบที่สุดเลยล่ะค่ะถ้าน้องมีนเห็นแล้วต้องชอบมากแน่ๆ”
ท่านหญิงฮานีฟาเล่าถึงสิ่งสวยงามของประเทศตนเองให้ฟังอย่างภาคภูมิใจมีนาได้ฟังก็ตาวาวด้วย้าอยากที่จะเห็นโอเอซิสที่ว่านั่นหญิงสาวคิดว่ามันเป็สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดเพราะสามารถเกิดขึ้นเองได้ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุแบบนี้
“น่าสนใจมากๆ เลยค่ะงั้นมีนจะบอกให้พี่ซาอิดพาไปเที่ยวที่นั่นบ้างดีกว่า”
ท่านหญิงฮานีฟายิ้มบางๆหลุบเปลือกตาลงเพื่อปิดบังรอยเศร้าสร้อยในดวงตาหญิงสาวนึกอิจฉามีนาจับใจที่จะได้ไปเที่ยวกับซาอิดเพราะั้แ่เธอรู้จักกับเขามายังไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนกันสองต่อสองเลย
เธออิจฉา...อิจฉาเหลือเกิน
ท่านหญิงฮานีฟามัวแต่จมอยู่กับความทุกข์ตรมจึงไม่รู้เลยว่าถูกอีกฝ่ายจับจ้องมองอยู่ มีนาเห็นสีหน้าหม่นหมองของฮานีฟายามที่เธอเอ่ยถึงความสนิทสนมกับพี่ชายให้ฟังก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายมีใจให้พี่ชายของเธอจริงๆ
หญิงสาวนึกเอะใจั้แ่วันที่ซาอิดเอาของฝากไปให้แล้วแววตาเศร้าๆ มักมีน้ำตาเอ่อคลอรวมถึงสายตาตัดพ้อยามลอบมองซาอิดนั้นเธอได้เห็นหมดยิ่งเป็ผู้หญิงด้วยกันมีหรือจะดูกันไม่ออกท่านหญิงคงจะเสียใจมากเพราะคิดว่าเธอเป็แฟนของพี่ซาอิดจริงๆ ซึ่งดูๆไปก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน
มีนาคิดในใจก่อนจะฉีกยิ้มส่งให้ท่านหญิงฮานีฟาที่ช้อนตาขึ้นมามองแล้วชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยเพื่อฆ่าเวลารอพี่ชาย
มีนาเดินลงบันไดมาด้วยสีหน้างุนงงเมื่อเด็กรับใช้ขึ้นไปบอกเธอที่ห้องว่ามีแขกมาขอพบ ตอนแรกหญิงสาวปฏิเสธที่จะลงมาพบเพราะไม่เคยมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่นี่เป็พิเศษและเดาเอาว่าน่าจะเป็แขกของพี่ชายมากกว่า
แต่เมื่อสาวใช้ยืนยันว่าเป็แขกของเธอจริงๆทว่าครั้นพอเธอถามรายละเอียดว่าเป็ผู้หญิงหรือผู้ชายและชื่ออะไรสาวใช้ก็ไม่ตอบแถมยังเลี่ยงในการตอบคำถามด้วยการหนีซะดื้อๆทำให้มีนาจำใจต้องลงมาพบด้วยความอยากรู้ พลางนึกเดาเอาเองว่าอาจเป็ราชิดก็ได้
หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่พอเห็นหน้าคนที่มาหาถนัดตาก็นึกอยากหันหลังเดินกลับทันที และเธอคงทำได้สมใจนึกหากอีกฝ่ายจะไม่หันมาเห็นเธอเข้าซะก่อน
“ไม่คิดว่าเป็การเสียมารยาทเกินไปหน่อยหรือที่ปล่อยให้แขกรอนานขนาดนี้”
มีนาหน้าตึงและมองคนพูดอย่างไม่พอใจก่อนจะเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวตรงข้ามกับชายหนุ่มหญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วตอบเสียงห้วนนิดๆ
“กับแขกที่เ้าของบ้านไม่พึงปรารถนาจะพบไม่นับว่าเป็การเสียมารยาทหรอกค่ะ”
ชีคฮาคิมอมยิ้มขันกับคำตอบของเธอเขาคิดไว้ไม่มีผิดว่าเธอต้องไม่ยอมลงให้เขาอย่างแน่นอนไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าต่อปากต่อคำและแสดงท่าทีรังเกียจเขาแบบนี้มาก่อน เพราะผู้หญิงรอบกายเขานั้นล้วนแล้วแต่ฉอเลาะพูดจาหวานหูเอาอกเอาใจเขาสารพัดซึ่งบางครั้งมันก็น่าเบื่อ
เมื่อได้มาเจอคนไม่ยอมลงให้แบบมีนาจึงทำให้ชีคหนุ่มรู้สึกสนุกและเกิดความท้าทายขึ้นมาว่าเขาจะสามารถปราบพยศเธอลงได้หรือไม่ ซึ่งชายหนุ่มก็พร้อมแล้วที่จะลองดูสักตั้งหนึ่งเพราะหากเขาทำสำเร็จฮานีฟาก็จะสมหวังในรัก ส่วนตัวเขาเองก็จะได้หญิงที่ปรารถนามาเชยชมสมใจ
“ใครว่าเ้าของบ้านไม่พึงปรารถนากันพี่ไม่เคยได้ยินซาอิดบอกสักคำ”ชีคหนุ่มตอบกลับอย่างยียวนเล่น ทำให้มีนาหน้าร้อนวูบ เพราะคำพูดของเขามันเหมือนกล่าวหาว่าเธอเป็คนขี้ตู่หญิงสาวเม้มปากแน่นด้วยความโกรธแต่พยายามระงับอารมณ์ไว้แล้วเอ่ยถามเขาตรงๆเสียงขุ่น
“คุณ้าพบฉันทำไม”
ชีคฮาคิมยังคงมีรอยยิ้มติดบนใบหน้า แถมยังเอนกายนั่งแบบสบายๆอีกด้วย เขานึกชมหญิงสาวในใจที่เธอสามารถเก็บอารมณ์ไว้ได้ทั้งๆที่ไม่พอใจเป็อย่างมาก ซึ่งต่างจากหลายวันก่อนลิบลับที่นิสัยดูเหมือนเด็กขี้โวยวาย
“จะมาชวนไปเที่ยว”
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันคงไม่รบกวน”มีนาปฏิเสธทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย
“ทำไมล่ะ ไม่เบื่อบ้างหรือไงที่ต้องอยู่แต่กับบ้านไปเถอะน่า พี่จะพาเที่ยวเอง สนุกนะ เดี๋ยวจะพาไปชอปปิ้งก่อนแล้วจากนั้นก็ไปทานข้าวกัน” เขาพยายามชักชวนเมื่อเธอยังคงปฏิเสธ “ไปน่านะมี...” ชีคหนุ่มพูดไม่ทันจบประโยคดี คนที่ถูกชวนก็ตบะแตกกักเก็บอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไปจึงตวาดใส่ด้วยความโมโห
“เอ๊ะ! บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปสิเซ้าซี้อยู่ได้น่ารำคาญ”
แทนที่ชีคฮาคิมจะโกรธกลับหัวเราะเสียงดังราวกับเธอกำลังแสดงละครตลกให้ดูเสียอย่างนั้น มีนาจึงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดนึกอยากจะข่วนใบหน้ายิ้มๆ ของเขานักชีคหนุ่มยังคงหัวเราะไม่หยุดเพราะรู้สึกขำหญิงสาวที่เจอเขาแหย่หน่อยเดียวก็ตบะแตกแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาเสียแล้ว
“คุณไม่มีงานทำหรือไง ถึงได้มาแกล้งยั่วประสาทฉันเล่นแบบนี้” หญิงสาวถามเสียงขุ่นตาเขียว เพราะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าโดนเขาแกล้ง
“มีแต่พี่ก็มีเวลาว่างมากพอที่จะคุยกับน้องมีนและพาไปเที่ยว”
“ฉันจำได้ว่าฉันไม่มีพี่ชายหน้าตาอย่างคุณ” มีนาบอกเสียงเรียบพลางเชิดหน้าใส่เล็กน้อย เพราะไม่้าให้เขาเรียกเธออย่างสนิทสนมนักก่อนจะเอ่ยปากไล่เขาตรงๆ อย่างไม่ไว้หน้า “และถ้าคุณไม่มีธุระอะไรก็เชิญกลับไปได้แล้วค่ะฉัน้าพักผ่อน”
คราวนี้ชีคฮาคิมไม่รู้สึกขำอีกต่อไป ใบหน้าเข้มตึงขึ้นด้วยความไม่พอใจเพราะคำพูดของเธอดูไม่ให้เกียรติเขาเกินไปเสียแล้ว ไม่เคยมีใครหน้าไหนเอ่ยปากไล่เขาแบบไร้มารยาทเช่นนี้มาก่อนชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว หญิงสาวจึงลุกตามเพราะคิดว่าเขาจะกลับแล้ว
“จะกลับแล้วใช่ไหมคะ ชะ...ว้าย! นี่คุณจะทำอะไรน่ะ” เธอร้องถามเสียงหลง เมื่อชีคฮาคิมเคลื่อนกายเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว และฉุดข้อมือบางให้เดินตามเขาไป
มีนาดิ้นรนร้องโวยวายไปตลอดทาง และพยายามมองหาคนช่วยแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาสักคนหญิงสาวจึงอดโมโหไม่ได้ว่าคนบ้านนี้มัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันหมดเ้านายกำลังจะถูกทำร้ายถึงในบ้านยังไม่มีใครโผล่หัวออกมาช่วยอีก
มีนาร้องกรี๊ดลั่นเมื่อถูกผลักเข้าไปภายในห้องๆหนึ่งซึ่งพอกวาดตามองแล้วก็จำได้ทันทีว่าเป็ห้องทำงานของซาอิดหญิงสาวจ้องคนตรงหน้าเขม็งก่อนจะสะดุ้งนิดๆด้วยความกลัวเมื่อได้ยินเสียงกดล็อกประตู มีนาก้าวถอยหลังหนีไปเรื่อยๆเมื่ออีกฝ่ายสาวเท้าเข้ามาหา จนกระทั่งมาจนมุมเพราะติดโต๊ะทำงาน
ชีคฮาคิมก้าวเข้ามาประชิดด้วยท่าทีคุกคามแต่พอเห็นความหวาดกลัวในดวงตาคู่งามก็อดใจอ่อนไม่ได้ทว่าชายหนุ่มก็ไม่คิดจะปล่อยหากยังไม่ได้สั่งสอนเธอให้รู้เสียก่อนว่าอย่ามาลองดีกับคนอย่างเขา
ตอนแรกชีคหนุ่มยอมรับว่าโกรธมากที่มีนาทำตัวไร้มารยาทใส่เลยคิดจะสั่งสอนเล็กๆน้อยๆ จึงพาเธอมาที่ห้องทำงานของซาอิดเนื่องจากมันมิดชิดและเก็บเสียงได้ดีทว่าพอได้เห็นท่าทางตื่นกลัวและได้ใกล้ชิดร่างบางจนเกือบแนบเนื้อกันแบบนี้ความโกรธก็มลายหายไปหลงเหลือไว้แค่เพียงความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะัักายหอมกรุ่นนี้ของเธอเท่านั้น
“ทะ...ถอย..ออกไปนะ”มีนาร้องสั่งเสียงตะกุกตะกัก เกิดอาการหน้าร้อนผ่าวร่างกายเริ่มสั่นสะท้านเพราะไม่เคยใกล้ชิดชายอื่นขนาดนี้ยกเว้นพ่อกับพี่ชายมาก่อน
หญิงสาวคิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไรดี เพราะหากจะเดินหน้าก็ติดเขาแต่ถ้าถอยหลังก็ติดโต๊ะทำงานจึงตัดสินใจที่จะเบี่ยงตัวออกด้านข้างแทนทว่าเพียงแค่ขยับตัวเท่านั้นลำแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างของชีคหนุ่มก็เท้าลงบนโต๊ะทันทีกลายเป็กำแพงกั้นตัวเธอไว้ในอ้อมแขนของเขา
มีนาเผลอกลั้นลมหายใจเพราะการที่เขาทำแบบนี้ทำให้ทั้งเขาและเธอใกล้ชิดกันมากขึ้น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อยู่หลายครั้งและรู้สึกหวิวๆ คล้ายดั่งจะเป็ลม เมื่อััได้ถึงไอร้อนจากกายแกร่งกับลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดตรงหน้าผากความรู้สึกของเธอในตอนนี้เหมือนกับกำลังถูกเขาโอบกอดอยู่ไม่มีผิด
หญิงสาวเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ตัวเองัักับตัวเขามากเกินไปเธอก้มหน้าลงและพยายามมองแค่ระดับอกของเขาเท่านั้นแก้มนวลสองข้างนั้นแดงปลั่งราวกับลูกตำลึงสุกซึ่งแน่นอนว่ามันไม่อาจรอดพ้นสายตาของชีคฮาคิมไปได้เขามองด้วยความพึงพอใจเพราะอย่างน้อยเธอก็ยังหวั่นไหวต่อเขาบ้าง
ชายหนุ่มแอบสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมยาวสลวยของเธอเบาๆแต่ที่เขาอยากััมากที่สุด คือกลิ่นกายอันหอมหวานของเธอต่างหากซึ่งมันรบกวนจิตใจและทำให้ร่างกายเขาร้อนรุ่มไปหมดแล้ว
“นี่..” มีนาเอ่ยเสียงสั่น “คุณช่วยถอยออกไปห่างๆ หน่อยได้ไหม ฉะ...ฉันหายใจไม่ออก” เธอไม่ได้โกหกแต่อย่างใด เพราะตอนนี้รู้สึกลมหายใจจะติดขัดยังไงชอบกล
“ฉันมีเื่จะพูดกับเธอ”ชีคฮาคิมพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อยสภาวะทางอารมณ์ในตอนนี้ของเขาไม่ค่อยปกตินักชายหนุ่มเปลี่ยนสรรพนามเรียกมีนาเสียใหม่ในเมื่อเธอไม่้าให้เขาเรียกอย่างสนิทสนมเขาก็ไม่ฝืนใจ
“ก็ถอยออกไปก่อนสิ จะได้พูดกันรู้เื่”
“แล้วแบบนี้ไม่รู้เื่ตรงไหน”
“ตกลงคุณจะคุยธุระกับฉัน หรือจะมาหาเื่ฉันกันแน่” เธอถามเสียงขุ่น ทั้งโกรธและเขินจะแย่อยู่แล้ว อยากให้เขาออกไปห่างๆเหลือเกิน
ชีคหนุ่มยอมถอยห่าง แม้จะรู้สึกเสียดายไออุ่นและกลิ่นหอมรัญจวนใจจากกายสาวก็ตามแต่ถ้าขืนเขายังอยู่แบบเดิมวันนี้ทั้งวันคงไม่ได้คุยกันแน่แถมเขาอาจควบคุมอารมณ์ของตนเองไว้ไม่ได้อีกต่อไปด้วย
พอได้อิสระแล้วมีนาก็รีบวิ่งไปหลบอยู่หลังโต๊ะทำงานทันทีเธอกะใช้มันเป็เครื่องป้องกันการคุกคามจากเขา ชายหนุ่มเห็นแล้วก็ยักไหล่ ก่อนเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานพลางสั่งเธอว่า
“นั่งลงสิ เราจะได้คุยกันเสียที”หญิงสาวย่นจมูกใส่ด้วยความไม่พอใจที่ถูกสั่ง แต่ก็ยอมนั่งลงโดยดีเขาจึงพูดต่อ “เธอกับซาอิดรู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว”
“เื่นี้เนี่ยนะที่คุณ้าคุยกับฉัน” มีนาถามเสียงสูงอย่างรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นเขาพยักหน้ารับเธอก็มองเขาอย่างประเมินว่า้าอะไร ก่อนยอมตอบคำถาม “ฉันกับพี่ซาอิดคบกันมานานมากแล้วรู้จักกันั้แ่เด็กเพราะบ้านของฉันอยู่ข้างๆ บ้านคุณแม่ของพี่ซาอิด” ขณะเล่าหญิงสาวก็แอบไขว้นิ้วชี้กับนิ้วกลางไว้ทางด้านหลังด้วย
“รักกันเมื่อไร” ชีคฮาคิมถามอีกสีหน้าเคร่งขึ้น ในใจรู้สึกเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อเห็นสีหน้าแช่มชื่นของคนเล่า
จะถามอะไรนักหนานะ
มีนาบ่นในใจหน้ามุ่ยลงด้วยความหงุดหงิด จึงตอบด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นว่า “นานมากกกก...” เธอลากเสียงคำว่า ‘มาก’ ยาวๆ “เราสองคนสนิทกันมากจนกระทั่งรู้ตัวว่ารักกันจึงได้คบหาดูใจกันเรื่อยมาั้แ่ฉันยัง...ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่สรุปเลยก็แล้วกันว่าฉันกับพี่ซาอิดรักกันมาก และสัญญากันไว้ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปรู้แล้วก็ช่วยไปบอกน้องสาวของคุณให้ตัดใจให้เด็ดขาดด้วยล่ะ จะได้ไม่ต้องช้ำใจไปมากกว่านี้”
“นี่เธอรู้เหรอ”ชีคหนุ่มเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ แต่พอคิดว่าท่าทางที่ฮานีฟาแสดงออกมันคงฟ้องชัดเจนผู้หญิงด้วยกันคงดูกันออกก็เลยไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก “แล้วเธอรู้สึกยังไง”เขาถามด้วยความอยากรู้
“ฉันก็รู้สึกเห็นใจน้องสาวคุณนะ ถึงได้บอกให้รีบๆตัดใจไง เพราะยังไงพี่ซาอิดก็ไม่มีวันรักใครนอกจากฉัน”มีนาลอยหน้าลอยตาพูดปดไปเรื่อย เพราะอยากแกล้งชีคฮาคิมให้ทุกข์ใจเล่นเนื่องจากดูท่าเขาจะรักน้องสาวมากอยู่
“รักซาอิดมากเลยเหรอ ไม่คิดจะรักผู้ชายคนอื่นเลยหรือไง” ชีคหนุ่มถามเสียงจริงจังมากขึ้น
“ไม่คิดและไม่มีวันคิดด้วยเพราะในสายตาของฉันพี่ซาอิดคือผู้ชายที่ดีพร้อมที่สุดในโลกนี้”
“ในโลกนี้ยังมีผู้ชายที่ดีอีกเยอะนะสาวน้อย”
“นี่! อย่ามาเรียกฉันอย่างนี้นะฉันไม่ใช่เด็กแล้ว” เธอแหวใส่เพราะไม่ชอบให้ใครคิดว่ายังเป็เด็กอยู่
“รู้หรอกน่าว่าโตแล้วไม่ใช่เด็ก” ชีคฮาคิมบอกด้วยั์ตากรุ้มกริ่มมีนาเห็นแล้วก็นึกอยากตบหน้าเขาสักฉาดทว่าก็ทำไม่ได้จึงได้แต่นึกบริภาษเขาอยู่ในใจด้วยความโมโห “ไม่คิดมองผู้ชายอื่นจริงเหรอเปิดใจให้กว้างหน่อยสิ อาจมีคนที่ดีกว่าซาอิดก็ได้นะ”
“ใคร” เธอถามก่อนจะหรี่ตามองเขาแล้วเริ่มเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่าย้า “ถ้าจะบอกว่าเป็คุณล่ะก็หยุดพูดไปได้เลยเพราะคุณไม่มีอะไรเทียบพี่ซาอิดของฉันได้เลยสักนิดเดียว”
ชีคฮาคิมหน้าตึงพลางลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและพริบตาเดียวเขาก็เข้ามาถึงตัวเธอ ทำให้หญิงสาวใเป็อย่างมาก แต่ยังไม่ทันได้ร้องหรือขยับตัวหนีไปไหนก็ถูกอีกฝ่ายกระชากตัวไปตรึงติดไว้กับผนังห้องเสียแล้ว
มีนารีบยกมือทั้งสองข้างยันอกกว้างไว้เพื่อไม่ให้ตัวเขาแนบชิดกับร่างเธอไปมากกว่านี้ หญิงสาวสบตาดุๆของเขาด้วยความหวาดกลัวก่อนเอ่ยถามเสียงสั่นว่า
“คุณจะทำอะไรน่ะ”
ชีคฮาคิมมองใบหน้าหวานซึ่งอยู่ห่างเพียงคืบนิ่งๆผู้หญิงคนนี้ช่างยั่วอารมณ์เขาได้เก่งนักไม่ว่าจะทำให้เขาโกรธหรือสนุกที่ได้เย้าแหย่เล่นหรือว่าเกิดอารมณ์ปรารถนาทางร่างกายขึ้นมา คนๆเดียวแต่สามารถปั่นป่วนความรู้สึกของเขาได้อย่างง่ายดายนักชายหนุ่มไม่พอใจเป็อย่างมากที่เธอบอกว่าเขาไม่มีอะไรเทียบกับซาอิดได้เลย
ทั้งๆ ที่เขามั่นใจว่ามีพร้อมทุกอย่างและไม่คิดว่าจะมีอะไรด้อยไปกว่าเพื่อนรัก ชีคหนุ่มรู้สึกว่ากำลังโดนสบประมาท แถมยังมาจากหญิงสาวที่เขาพึงพอใจอีกด้วยความ้าอยากเอาชนะจึงเกิดขึ้นดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะทำให้เธอหลงรักเขาให้ได้ คอยดู!
“ฉันมีอะไรที่เทียบกับซาอิดไม่ได้” เขาเค้นเสียงต่ำถาม
“ทุกอย่าง..ไม่ว่าจะเป็นิสัย หน้าตาหรือว่าฐานะสำหรับฉันแล้วพี่ซาอิดดีกว่าคุณเป็พันเท่ารู้เอาไว้ซะด้วย”เธอตอบพลางเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทาย
“สักวันหนึ่งเธอจะต้องถอนคำพูดมีนา ฉันจะทำให้เธอรักฉันให้ได้!”ชีคฮาคิมประกาศถึงความตั้งใจของตนเองออกมาเขาจะทำให้เธอรักเขาให้ได้เพื่อตัวเขาเองและน้องสาวที่เขารัก
“ไม่มีทาง! รอชาติหน้า อุ๊บ...” ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี ริมฝีปากนุ่มก็ถูกเรียวปากร้อนๆบดเบียดลงมาอย่างรวดเร็ว มีนาตาโตและนิ่งอึ้งไปชั่วขณะจึงเหมือนเปิดทางให้ชีคหนุ่มได้ทำตามความ้าได้ง่ายๆ
ชายหนุ่มบดจูบอย่างรุนแรงด้วยความโมโหเพราะ้าสั่งสอนเธอว่าอย่ามาท้าทายคนอย่างเขาเด็ดขาดด้านหญิงสาวพอรู้สึกตัวก็พยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ก็ทำไม่ได้เนื่องจากถูกเขากดที่ท้ายทอยเอาไว้เธอร้องประท้วงเสียงอู้อี้เพราะรู้สึกเจ็บริมฝีปากเธอกางมือทั้งสองข้างออกแล้วใช้เล็บจิกเข้าที่หน้าอกเขาแรงๆ
ชีคฮาคิมไม่สะดุ้งะเืต่อการตอบโต้ของเธอสักนิดเขาลงโทษเธอต่อจนเมื่อพอใจแล้ว จึงเปลี่ยนจากจุมพิตอันดุดันมาเป็แบบอ่อนโยนแทนชีคหนุ่มจูบอย่างนุ่มนวลขึ้น ใช้ปลายลิ้นไล้ไปตามริมฝีปากอิ่มและไรฟันขาวมีนาที่ยังปรับความรู้สึกไม่ทันจึงเผลอร้องครางออกมาชายหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะสอดปลายลิ้นเข้าไปภายในเพื่อควานหาความหวานปานน้ำผึ้งด้วยความช่ำชองพร้อมกันนั้นลำแขนแกร่งก็โอบรัดรอบเอวบาง ดึงร่างนุ่มให้แนบชิดกับลำตัวเขามากยิ่งขึ้น
ชีคฮาคิมร้องครางออกมาด้วยความพอใจเขายังคงไม่ยอมปล่อยเรียวปากอิ่มให้เป็อิสระง่ายๆเพราะมันไม่ใช่เื่ง่ายเลยกว่าเขาจะได้มันหากจะให้ปล่อยก็คงต่อเมื่อเขาตักตวงความหวานจนพอใจแล้วเท่านั้นชีคหนุ่มคลายอ้อมแขนที่รัดเอวบางไว้แล้วเลื่อนลงไปโอบรัดที่สะโพกมนแทนความที่หญิงสาวตัวเล็กและสูงเพียงแค่ไหล่เขาเท่านั้นทำให้จูบได้ไม่ถนัดนักชายหนุ่มจึงยกร่างบางขึ้นแล้วเดินไปยังโต๊ะทำงานโดยที่ยังไม่ได้ถอนริมฝีปากออกแม้แต่น้อยเขาวางเธอลงบนโต๊ะ ใบหน้าจึงอยู่ในระดับเดียวกันพอดีทำให้เขาจูบเธอได้สะดวกยิ่งขึ้น
มีนาตัวอ่อนระทวยราวกับโดนสูบแรงออกไปจนหมดแขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอหนาไว้เพื่อใช้เป็หลักสมองตอนนี้ของหญิงสาวมันชาและมึนงงไปหมดแล้ว จนไม่สามารถคิดอะไรได้เลยเธอรับรู้แต่เพียงความหอมหวานที่ซาบซ่านตรึงใจเท่านั้นพร้อมทั้งเริ่มรู้สึกหายใจไม่ค่อยออกและอาจขาดใจตายได้ถ้าเขายังไม่หยุดจูบเธอเดี๋ยวนี้คล้ายกับว่าอีกฝ่ายจะรู้ถึงความรู้สึกของเธอได้จึงถอนริมฝีปากออกไปทั้งสองต่างหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำราวกับไปวิ่งแข่งกันมาสักร้อยรอบได้
“หวานเหลือเกินคนดี”ชีคฮาคิมบอกเสียงกระเส่า ไม่นึกเลยว่าแค่ได้จูบเธอจะให้ความรู้สึกที่วิเศษขนาดนี้หัวใจเขาอิ่มเอมอย่างประหลาด และก่อนที่มีนาจะตั้งสติได้แล้วเอ่ยปากต่อว่าออกมาชายหนุ่มก็ชิงปิดปากนุ่มเสียก่อนอีกครั้ง ซึ่งจุมพิตคราวนี้ต่างจากครั้งแรกเพราะมันดูดดื่มระคนเร่าร้อนจนคนได้รับตัวสั่นรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็ไข้ ยิ่งมีฝ่ามือร้อนๆ มาลูบไล้ผิวกายด้วยแล้วยิ่งทำให้เธอขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว
จุมพิตของชีคหนุ่มในครั้งนี้ มันช่างเรียกร้องเสียจนเธอแทบบ้ามีนาครวญครางออกมาเบาๆ เมื่อเขาปล่อยเรียวปากนุ่มให้เป็อิสระด้วยการหันไปจุมพิตตามแก้มและลำคอระหงแทนหญิงสาวหลงเคลิบเคลิ้มไปกับััแปลกใหม่ที่ไม่เคยลิ้มลองมันให้ความรู้สึกดีและทรมานในคราวเดียวกันและดูท่าคนทำจะย่ามใจเพราะเขาสอดมือเข้าไปในเสื้อแล้วลูบไล้ทรวงอกคู่งามของเธอเล่น
ซึ่งการกระทำนี้เองที่ฉุดให้สติสัมปชัญญะในด้านผิดชอบชั่วดีของมีนาให้กลับคืนมาหญิงสาวรู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่จึงรีบผลักร่างสูงออกห่างแต่เรี่ยวแรงนั้นเท่ามดอีกฝ่ายจึงแค่ผงะไปเล็กน้อยเท่านั้น
“อย่า...หยุดนะ...พอ”เธอห้ามเสียงสั่น ใบหน้านวลแดงก่ำเพราะทั้งโกรธ และอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ชีคฮาคิมยอมหยุดด้วยรู้สึกว่าตัวเองนั้นรุกเร้าเธอเกินไปหน่อยแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้รังเกียจเขาอย่างที่ปากพูดสักนิดชัยชนะของเขาอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่ถ้าพยายามชายหนุ่มคิดด้วยความพอใจพลางเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบตากันก่อนยิ้มกริ่มใส่ดวงตาคู่งามแววหวานอย่างล้อเลียน
“พอก่อนก็ได้คนสวยเพราะแค่นี้ก็ทำให้ฉันรู้แล้วว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น”
มีนาปัดมือเขาออกด้วยความโมโห แล้วจ้องหน้าเขาอย่างกับจะกินเืกินเนื้อเธอโกรธเขาก็จริงแต่ก็โกรธตัวเองมากกว่าที่ยอมให้เขารังแกแถมยังไปเคลิบเคลิ้มกับััวาบหวามที่ชายหนุ่มมอบให้อีก น่าอายชะมัดเลย
ชีคฮาคิมหัวเราะในลำคอ การที่ได้ทำตามใจปรารถนาบ้างทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเลยไม่อยากถือสาการกระทำของเธอมากนัก
“ฉันจะฟ้องพี่ซาอิดว่าคุณทำอะไรฉัน” เธอขู่ แต่ชีคหนุ่มไม่คิดกลัวสักนิด
“ก็ดีสิ ซาอิดจะได้ให้ฉันรับผิดชอบเธอคราวนี้เขาก็เป็อิสระสามารถคบกับฮานีฟาได้”
“บ้า! ไม่มีทาง”
ชีคฮาคิมยักไหล่ทำนองว่าแล้วแต่เธอเพราะเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบอยู่แล้ว จะได้แยกเธอออกจากซาอิดเพื่อให้ฮานีฟาน้องรักได้สมหวังเขายอมทำทุกอย่างให้น้องสาวมีความสุขแม้สิ่งที่ทำอาจทำให้ใครหลายคนต้องเ็ปใจก็ตาม
“ฉันกลับก่อนล่ะนะคนสวย แล้วว่างๆ จะมาหาใหม่นะ” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับก้มลงหอมแก้มนวลเร็วๆ หนึ่งที ซึ่งกว่ามีนาจะรู้ตัวชีคหนุ่มก็เดินจากไปจนเกือบถึงประตูแล้วชีคฮาคิมเปิดประตูออกแต่ก่อนที่จะเดินออกไปก็ไม่วายหันหน้ามาพูดกับเธออีกว่า
“เตรียมตัวมอบหัวใจของเธอให้ฉันเถอะมีนาอีกไม่นานนักหรอก...ฉันรับรอง”
“ไม่มีทาง!” หญิงสาวะโตอบกลับไปและมองตามแผ่นหลังแกร่งที่หายลับไปด้วยความเดือดดาลใจก่อนปฏิญาณกับตัวเองอยู่ในใจว่าเธอจะไม่หลงรักเขาอย่างเด็ดขาดเพราะเกมนี้เธอจะต้องเป็ฝ่ายชนะเท่านั้น!