ภายในบ้านมุงจากที่ถูกเปลวเพลิงล้อมกรอบไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่เจ้าของบ้านมุงจากหลังนั้นก็คือโจวทงผู้หย่าร้างกับหวังเยวี่ยไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนั่นเอง
ยามนั้น ชาวบ้านในหมู่บ้านเฟิงล้วนกำลังหลับสนิทอยู่ในห้วงนิทราหาได้มีผู้ใดค้นพบว่าบ้านของโจวทงกำลังลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิง
ท้องฟ้ายามราตรีนั้นมืดมิดยิ่งเงาร่างสายหนึ่งวาบผ่านประตูหมู่บ้านไป
คนผู้นั้นไม่ใช่คนในหมู่บ้านเฟิงยามที่เขาเข้าออกหมู่บ้านได้นำซาลาเปาเนื้อที่ตั้งใจพกมาโยนให้สุนัขที่บางบ้านเลี้ยงสุนัขเหล่านั้นเมื่อมีซาลาเปาเนื้อกินจึงไม่เห่าไม่ส่งเสียงใด
และคนคนนั้นก็คือหวังเฮ่า
วางเพลิงสังหารคนเขาย่อมไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้มาก่อน ทว่าแต่ก่อนศัตรูที่เขาต้องต่อกรก็คืออาชญากรคนสำคัญของราชสำนัก
งานแต่งที่เต็มไปด้วยคำหลอกลวงนั้นทำลายชีวิตหวังเยวี่ย
หวังเยวี่ยคือพี่สาวของหวังเฮ่าสองพี่น้องมีความสัมพันธ์ที่รักใคร่กลมเกลียวกันมาตลอด
โจวทงจ่ายเงินค่าเสียหายเพียงไม่กี่ตำลึงให้หวังเยวี่ยแต่ก็มิอาจชดเชยช่วงเวลาเลวร้ายที่หวังเยวี่ยต้องเผชิญมาตลอดหลายปี ยามที่นางอาศัยอยู่ในบ้านสกุลโจว
วันแรกที่หวังเฮ่าทราบเรื่องนี้ เขาก็ตัดสินแล้วว่าจะแก้แค้นโจวทงอย่างโหดเหี้ยมและสาสม
ด้วยประการนี้หวังเฮ่าที่เดิมทีตั้งใจจะทำลายใบหน้าและหักขาของโจวทงทำให้โจวทงไร้หนทางที่จะใช้ใบหน้านั้นหลอกลวงสตรีอื่น ทว่าน่าเสียดายที่โจวทงมีลางสังหรณ์เฉียบแหลมยิ่งนักราวกับเขาสามารถคาดการณ์ได้ว่าหวังเฮ่าจะกลับมาล้างแค้นหลังจากที่หย่าร้างกับหวังเยวี่ยเสร็จ เขาก็รีบเดินทางออกจากหมู่บ้านตระกูลเฟิงอย่างไร้เสียงไร้เงาทันทียิ่งไปกว่านั้นแม้แต่มารดาผู้ให้กำเนิดของโจวทงหรือก็คือไห่ซื่อเองก็หายไปโดยไร้ร่องรอยเช่นกัน
เพลิงโทสะภายในใจของหวังเฮ่าไร้หนทางมอดดับชายหนุ่มที่ปกติอยู่อย่างสงบ ทว่าหากได้ลงมือสักครั้งย่อมจัดการจนถึงที่สุดเขาวางเพลิงเผาบ้านสกุลโจวเพื่อระบายความโกรธแค้นในใจทันที
หวังเฮ่ามิได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบเขาคิดเรื่องนี้มานานหลายวันแล้ว
บุรุษอกสามศอกนั้นจงอย่าทำสิ่งที่ผิดเพียงเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ และจงอย่าละเว้นการทำสิ่งที่ถูกเพียงเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ เช่นกัน
หวังเฮ่ารอกระทั่งจัดการเรื่องนี้เสร็จเขาก็เดินทางกลับหมู่บ้านตระกูลหวังภายในคืนนั้น และเพื่อป้องกันมิให้มีผู้ใดรู้ชายหนุ่มมิอาจยืดอกปรากฏกายตรงหน้าคนในครอบครัวอย่างเปิดเผยได้ ทำได้เพียงแอบย่องเข้าไปในบ้านสกุลหวังเงียบๆ
หลี่ชิงชิงที่ยังคงดำดิ่งอยู่ในห้วงนิทราถูกเสียงเคาะประตูปลุกให้ตื่นนางนึกว่ามีผู้ใดในหมู่บ้านที่ป่วยหนักจนต้องการให้นางช่วยรักษาด่วนเสียอีกหญิงสาวรีบผุดลุกขึ้นจากเตียง เอ่ยถามว่า “เป็นบ้านของผู้ใดที่ป่วยหรือ?”
“ภรรยา เป็นข้าเอง เจ้าเบาเสียงลงหน่อยเถิดอย่าเสียงดังจนปลุกคนอื่นให้ตื่นไปด้วย” น้ำเสียงกดต่ำของหวังเฮ่าดังแว่วเข้ามาจากนอกประตูเขากำลังคิดว่าจะบอกเรื่องที่ตนไปวางเพลิงให้หลี่ชิงชิงทราบดีหรือไม่
หลี่ชิงชิงยังหลงนึกว่าตนเองยังเดินเล่นอยู่ในห้วงฝันนางเปิดประตู อาศัยแสงจากดวงจันทร์เพื่อมองบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ แววตาขุ่นมัวที่อยู่ตรงหน้าหากมิใช่หวังเฮ่าแล้วจะยังเป็นผู้ใดได้อีก หญิงสาวทั้งตื่นตกใจทั้งยินดี“เหตุใดท่านถึงกลับมาได้เล่า?”
หวังเฮ่ารีบร้อนเดินเข้าห้องก่อนจะปิดประตูให้แน่นสนิทเขาไม่ยอมให้หลี่ชิงชิงจุดแม้แต่ตะเกียงน้ำมันด้วยซ้ำ
หลี่ชิงชิงผลิรอยยิ้มพร้อมเอ่ยถามว่า“ระหว่างทางท่านได้พบกับคนในค่ายทหารแล้วคนในค่ายทหารคนนั้นก็เอ่ยปากเพิ่มวันลาให้แก่ท่านหรือ?”
“ภรรยา หาได้มีเรื่องฝันหวานเช่นนั้นไม่”เมื่อครู่หวังเฮ่าได้ตัดสินใจแล้ว เขาเอ่ยปากอย่างใจเย็น“ข้าเผาบ้านของโจวทงเรียบร้อยแล้ว ภรรยา เจ้าไม่ต้องกลัวทุกคนในหมู่บ้านล้วนทราบดีว่าข้าออกจากหมู่บ้านสกุลหวังไปเมื่อสองวันก่อนและต่อให้คนในสกุลโจวจะสงสัย ทว่าพวกเขาก็หาได้มีหลักฐานใด โจวทงมิใช่คนดีข้ากลัวว่าเขาจะกลับมาทำร้ายคนในครอบครัวของพวกเรา ดังนั้นข้าจึงชิงลงมือก่อนเผาบ้านของพวกเขาเสีย ทำให้พวกเขาไร้ที่ซุกหัวนอนในหมู่บ้านเฟิงทำได้เพียงเร่ร่อนอยู่ภายนอกเท่านั้น”
หลี่ชิงชิงอ้าปากค้างเล็กน้อยในใจของนางตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง บุรุษผู้นี้ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง ทว่าในใจของนางกลับปราศจากความหวาดกลัวกลับกันแล้วมันเป็นความชื่นชมเสียมากกว่า
หวังเฮ่ามิได้ยินเสียงโต้แย้งใดจากหลี่ชิงชิงชายหนุ่มเกรงว่าหากเอ่ยมากไปกว่านี้ หลี่ชิงชิงอาจจะยิ่งกลัวแล้วรับไม่ได้ เขาจึงเอ่ยเสียงต่ำว่า“หลังจากที่ข้าออกจากบ้านไปข้าได้เดินทางไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน ข้าซื้อเสื้อผ้านวมกันหนาวเก่าๆให้พวกเขา พ่อตาแม่ยายสุขภาพแข็งแรงดี บ้านของพี่ใหญ่เจ้าน้องชายเจ้าเองก็สบายดีเช่นกัน ภรรยา เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล”
หลี่ชิงชิงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง“ท่านถึงขนาดไปเยี่ยมบ้านเดิมของข้าเชียวหรือ? บ้านเดิมของข้าไกลนักไปกลับเกือบร้อยสี่สิบลี้ เวลาสั้นๆ แค่นี้ ท่านยังจะไปบ้านเดิมของข้าอีกหรือ?”
“ใช่แล้ว ภรรยา เจ้าอย่าได้ดูถูกข้ายามที่ข้ากลับมา ข้าวิ่งเหยาะๆ ความเร็วไม่น้อยไปกว่าการนั่งเกวียนลา”หวังเฮ่าค่อยๆ กุมมือน้อยอันอบอุ่นของหลี่ชิงชิงแน่นการเดินทางครานี้นับว่าเป็นการจากลาของจริงแล้วเขามิอาจหักใจลาจากหลี่ชิงชิงที่แสนดีได้เลยจริงๆ
“ท่านกำลังจะบอกว่าความเร็วของท่านไม่ด้อยไปกว่าลาหรือ?” หลี่ชิงชิงถูกโอบล้อมไปด้วยกลิ่นอายบุรุษของหวังเฮ่านางสัมผัสถึงเรียวแขนอันแข็งแรงของหวังเฮ่า ในใจก็ยิ่งรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
“เจ้ากล้าล้อสามีหรือ?”
หลี่ชิงชิงเอ่ยเสริมอีกว่า “ท่านควรจะบอกข้าล่วงหน้า”ดูสามีคนนี้สิ ช่างเอาบุรุษเป็นใหญ่เสียจริง ลงมือทำเรื่องใหญ่ไปถึงสองเรื่องแต่กลับไม่มาปรึกษานางแม้แต่เรื่องเดียว
“นี่มิใช่เพราะข้าคิดจะทำให้เจ้าประหลาดใจหรือ?”
หลี่ชิงชิงเอ่ยช้าๆ ว่า “เรื่องเหล่านี้สร้างความประหลาดใจให้ข้าจริงๆเพียงแต่ต่อให้ท่านไม่ไปบ้านเดิมของข้าก็ไม่เป็นไร”ยิ่งคิดถึงเรื่องที่หวังเฮ่าไปเสี่ยงอันตรายอย่างจุดคบเพลิงเผาบ้านของโจวทงหญิงสาวก็โมโหจนต้องส่งสายตามองค้อนให้เขา“ส่วนเรื่องก่อนหน้านี้นับว่าทำให้ข้าตกใจจริงๆ แต่ยังดีที่เป็นข้าหากเปลี่ยนเป็นคนอื่น พวกเขาต้องถูกท่านทำให้ตกใจจนหัวใจวายตายไปแล้ว ท่านนี่นะหากยามที่วางเพลิงถูกคนจับได้เข้า หากเขาจับท่านเข้าคุกจะทำอย่างไร?”
หวังเฮ่ารีบร้อนเอ่ยปากอธิบายให้ฟังอย่างรวดเร็ว“เรื่องที่ข้าไม่มั่นใจว่าจะจัดการให้อยู่หมัดได้ ข้าย่อมไม่มีทางทำเจ้าจงวางใจเป็นพอ”
“สิ่งใดที่หมายถึงมั่นใจว่าจะจัดการได้อยู่หมัดใต้หล้านี้ทุกเรื่องล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น ท่านอย่าได้พาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายเช่นนี้แล้วก็อย่าได้ใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้เลย ท่านมีคนในครอบครัวที่รออยู่ก่อนที่ท่านจะทำเรื่องอันตรายใดจงคิดให้รอบคอบถี่ถ้วนเสียก่อนหากข้าอยู่ใกล้ท่านก็ช่วยบอกข้าสักคำ” หลี่ชิงชิงพร่ำบ่นเขาชุดใหญ่
เมื่อนึกถึงความดีความชอบทางการทหารของหวังเฮ่านั่นคือผลตอบแทนจากการที่เขาไปเสี่ยงอันตรายผ่านความเป็นความตายโดยการสังหารนักโทษของราชสำนักมาบุรุษผู้นี้ไม่กลัวความเป็นความตาย ในใจของนางจึงอดเป็นห่วงเขาขึ้นมาไม่ได้เกรงว่าหากครั้งหน้าเขาได้รับภารกิจเช่นเดิม ทว่าโชคมิได้เข้าข้างดั่งก่อนเพียงชั่ววินาทีก็อาจจะพลาดพลั้งถึงชีวิตได้...
“ข้าจะระมัดระวังตัวเองให้ดี ภรรยาเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป” หวังเฮ่าเห็นว่าหลี่ชิงชิงใส่ใจเขาถึงเพียงนี้ชายหนุ่มก็ดึงนางเข้ามาตระกองกอดไว้ในอ้อมแขนจากนั้นก็หยิบต่างหูทองคำคู่หนึ่งที่เขาซื้อจากร้านขายเครื่องประดับออกมาวางบนโต๊ะ
หลี่ชิงชิงเอ่ยถาม “ท่านวางอะไรไว้บนโต๊ะหรือ?”
“ต่างหูทอง จริงๆข้าอยากซื้อสร้อยข้อมือทองให้เจ้า แต่คิดว่าปกติเจ้าต้องทำซาลาเปาหากสวมแหวนสวมสร้อยข้อมือหนักๆ คงจะไม่สะดวก ข้าจึงเปลี่ยนเป็นต่างหูแทน”ก่อนที่หวังเฮ่าจะเดินทางไปยังหมู่บ้านเฟิง เขาได้แวะไปยังร้านเครื่องประดับในอำเภอ
ความจริงแล้วเขาสามารถซื้อเครื่องประดับทองคำที่ราคาถูกกว่าได้จากโรงรับจำนำทว่าเมื่อคิดว่านั่นเป็นของเก่าที่คนอื่นเคยสวมใส่มาก่อน เขาจึงซื้อของใหม่มาแทน
ต่างหูทองคำมีราคามากกว่าสามตำลึง
หากมิใช่หวังเฮ่าต้องเก็บเงินไว้เป็นค่าเดินทางเขาคงจะซื้อเครื่องประดับที่ราคาแพงกว่านี้ให้หลี่ชิงชิงแล้ว
หลี่ชิงชิงดีต่อคนในสกุลหวังยิ่งนักหวังเฮ่าไร้หนทางตอบแทน แต่หวังเฮ่ารักหลี่ชิงชิง เขาต้องการแสดงมันออกมาเพื่อให้หลี่ชิงชิงได้รู้ว่านางมีความสำคัญในใจของเขา
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงได้รับเครื่องประดับทองคำชิ้นแรกตั้งแต่ที่นางข้ามมิติมาถึงแคว้นต้าถังแห่งนี้ในใจย่อมมีความสุขยิ่งนัก
“ภรรยา ข้าต้องไปแล้ว เจ้าจงรักษาตัวเองให้ดีและคิดถึงข้าให้มากๆ ข้าเองก็จะคิดถึงเจ้าทุกวันเช่นกัน”หวังเฮ่ากอดหลี่ชิงชิงแน่น เขาอยากจะพาหลี่ชิงชิงไปยังค่ายทหารด้วยกันยิ่งนักทว่าน่าเสียดายที่ยามนี้เขายังเป็นเพียงทหารชั้นประทวน ยังมิอาจมอบสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตที่ดีให้แก่หลี่ชิงชิงได้เขารู้สึกว่าตนเองจะต้องพยายามให้มากกว่านี้
หวังเฮ่ากำลังจะจากไปในครานี้หลี่ชิงชิงรู้สึกหักใจไม่ลงอยู่บ้าง มันยากยิ่งกว่ายามที่เขาจากไปเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วยซ้ำนางคิดว่าเหตุใดช่วงเวลาเยี่ยมญาติถึงได้สั้นเพียงนี้ เฮ้อ หากท่านไม่ต้องไปที่บ้านเดิมของข้าไม่ไปวางเพลิงบ้านโจวทง ท่านก็คงจะได้อยู่ที่บ้านต่ออีกสองวัน
หวังเฮ่าไม่กล้ารั้งอยู่ต่อนานเกรงว่าจะทำเสียงดังจนปลุกให้คนที่บ้านตื่น เขาก้มจุมพิตที่หน้าผากของหลี่ชิงชิงสองสามครั้งก่อนจะพุ่งกายจากไป
เขาถึงกับไม่ยอมให้หลี่ชิงชิงเดินออกจากห้องนอนเพื่อไปส่งเขาด้วยซ้ำ
พัวลาลาของบ้านตระกูลหวังและสุนัขในหมู่บ้านล้วนคุ้นเคยกับหวังเฮ่าพวกมันย่อมไม่ส่งเสียงเห่าดังนั้นหวังเฮ่าจึงสามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านตระกูลหวังไปได้โดยที่เทพไม่รู้ผีไม่ทราบ
ก่อนที่แสงอรุณยามเช้าจะมาเยือน หลี่ชิงชิงก็ลุกขึ้นมาทำซาลาเปากับคนในครอบครัวสกุลหวังเช่นปกติคนในครอบครัวสกุลหวังล้วนไม่มีผู้ใดรู้เรื่องที่หวังเฮ่ากลับมา
สองวันต่อมาข่าวเรื่องที่บ้านของโจวทงในหมู่บ้านตระกูลเฟิงถูกไฟไหม้ ก็แพร่มาจนถึงหมู่บ้านตระกูลหวัง
คนในตระกูลโจวลอบสืบข่าวเรื่องการเคลื่อนไหวของคนบ้านสกุลหวังจากชาวบ้านในหมู่บ้านหวังพวกเขาเจาะจงเอ่ยถามถึงหวังเฮ่าโดยเฉพาะ