จู้เจียงเจียงตามป้าซ่งออกจากหมู่บ้านมาด้วยกัน เมื่อมาถึงปากประตูหมู่บ้าน ความเสียใจและอาลัยอาวรณ์ที่แสร้งทำออกมาก่อนหน้านี้ก็แปรเปลี่ยนเป็ความตื่นเต้นดีใจและคาดหวังในทันที
“ป้าซ่ง ไปเถอะ พวกเราตรงไปที่หมู่บ้านเสี่ยวฮวงกัน”
เดิมทีพรุ่งนี้นางถึงจะถูกส่งไปใช้ชีวิตม่ายที่หมู่บ้านเสี่ยวฮวง แต่ตอนนี้นางกลับบอกให้เดินทางทันที
ใกล้ถึงการเพาะปลูกของฤดูใบไม้ผลิแล้ว หากนางไปเร็วขึ้นหนึ่งวันก็จะได้เพาะปลูกเร็วขึ้นอีกหนึ่งวัน
“หมู่บ้านเสี่ยวฮวงอะไร? ไปหมู่บ้านเสี่ยวฮวงทำไม?” ป้าซ่งมึนงงไปหมด
“ก็คือตระกูลเผยของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง…” จู่ ๆ จู้เจียงเจียงก็หยุดพูด
นางเกือบลืมไปแล้ว พรุ่งนี้คนของหมู่บ้านเสี่ยวฮวงถึงจะจูงวัวไปหาป้าซ่งเพื่อแลกคน
“ความหมายของข้าคือ ข้าได้ยินว่าตระกูลเผยในหมู่บ้านเสี่ยวฮวงอยากใช้วัวแก่แลกผู้หญิง ข้ารู้สึกว่าการค้าขายนี้ไม่เลว ป้าซ่งท่านคิดเห็นอย่างไร?”
“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ?” ป้าซ่งจ้องนางด้วยแววตาสงสัย
การซื้อขายสัตว์เลี้ยงและการขอแต่งงาน แปดหมู่บ้านในสิบลี้นี้ไม่มีทางที่นางจะไม่รู้ ส่วนเื่ของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง นางก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน แล้วจู้เจียงเจียงจะรู้ได้อย่างไร?
“จริงหรือไม่จริง พวกเราไปดูก็รู้เอง”
จู้เจียงเจียงดึงป้าซ่งเลี้ยวเข้าคันนาข้างทาง ผ่านเส้นทางเล็ก ๆ ตรงไปหมู่บ้านเสี่ยวฮวง กลบเกลื่อนเื่เมื่อครู่ไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางที่ไปหมู่บ้านเสี่ยวฮวงต้องผ่านหนึ่งแม่น้ำ สองูเา สามหมู่บ้าน และยังมีคันนาอีกนับไม่ถ้วน ไหนจะต้องใช้เวลาเดินไปตามทางเล็ก ๆ นี้อีกถึงหนึ่งชั่วยาม
หญิงสาวเ้าของร่างเดิม นางเป็คนซื่อ นางต้องเดินทางวันละสองชั่วยามทุกวันเพื่อมาทำงานให้ตระกูลจู้ หลังจากที่ทำงานเสร็จแล้ว นางก็ต้องใช้เส้นทางเดิมเพื่อกลับไปยังหมู่บ้านเสี่ยวฮวงอีกครั้ง
ตอนที่นางกำลังม้วนขากางเกงขึ้นเพื่อข้ามแม่น้ำตื้น ๆ จู่ ๆ จู้เจียงเจียงคิดเื่บางอย่างได้
ในความทรงจำ เขื่อนต้นน้ำของแม่น้ำสายนี้จะพังลงในปลายเดือนเจ็ดของฤดูฝนปีนี้ เมื่อถึงเวลานั้นหมู่บ้านพวกเขาที่อยู่ปลายน้ำเหล่านี้ก็จะประสบภัยพิบัติ
อีกสามปีข้างหน้าไม่เพียงแค่น้ำท่วมที่เ้าของร่างเดิมเคยประสบ ยังมีภัยพิบัติเล็กใหญ่อย่าง คดีขโมยอาหาร ไฟไหมู้เา โคลนหินถล่มหมู่บ้านเป็ต้น นอกจากเื่นี้ ราชสำนักเองก็เกิดเื่ใหญ่ไม่น้อย
เพียงแต่เ้าของร่างเดิมใส่ใจแต่เื่ที่ดินและการทำไร่ทำสวน น้อยมากที่จะเข้าเมือง เื่ในราชสำนักนางจึงแค่ได้ยินมาเท่านั้น
คิดถึงตรงนี้ จู้เจียงเจียงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดี โชคดีที่นางตื่นขึ้นมาก่อน
หากเ้าของร่างเดิมตื่นก่อนจริง ๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติที่รู้ว่าจะเกิดขึ้นในอีกสามปีข้างหน้า หญิงสาวก็คงไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร
ณ หมู่บ้านเสี่ยวฮวง
นี่คือหมู่บ้านที่ยากจนและเล็กที่สุดในเมืองเจียงหนาน ทั้งหมู่บ้านมีไม่ถึงยี่สิบครัวเรือน อีกทั้งส่วนใหญ่ก็มีแต่หญิงชราที่อ่อนแอ สตรีและเด็ก
เมื่อห้าปีก่อน ราชสำนักเข้ามาจับชายหนุ่มในหมู่บ้านไป เพราะหมู่บ้านเสี่ยวฮวงตั้งอยู่ใกล้เส้นทางหลักที่กองกำลังทหารเคลื่อนผ่าน ดังนั้นชายหนุ่มในหมู่บ้านจึงถูกจับตัวไปทั้งหมด
คนที่จู้เจียงเจียงกำลังจะแต่งด้วย ก็คือเผยจ้าวที่ถูกจับไปค่ายทหารเมื่อห้าปีก่อน จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไร
สาเหตุที่นาง้าแต่งงานเข้าตระกูลเผยทั้ง ๆ ที่นางก็มีทางเลือกอื่น เป็เพราะว่า นางแค่้าโอกาสที่ตัวเองจะกุมอำนาจการตัดสินใจดูแลบ้านให้เร็วที่สุดก็เท่านั้น
ตระกูลจู้นั้นมีแต่คนมีอำนาจ มีแต่คนจะขัดขวางการสร้างความมั่งคั่งในอนาคตของนาง
แต่ตระกูลเผยไม่เหมือนกัน
ความสัมพันธ์ของตระกูลเผยนั้นเรียบง่าย ไม่มีญาติ อีกทั้งแม่สามีที่นางไม่เคยเห็นหน้าก็ลาจากไปั้แ่เมื่อครึ่งเดือนก่อนแล้ว
ตอนนี้ตระกูลเผยมีแค่เด็กผู้หญิงอายุหกขวบคนหนึ่ง รอนางแต่งเข้าตระกูลเผย ทุกอย่างก็จะขึ้นอยู่กับนางเพียงผู้เดียว
“เ้าแน่ใจจริง ๆ ใช่หรือไม่ว่าจะแต่งเข้าหมู่บ้านยากจนนี้?”
ในขณะที่ยืนอยู่ปากประตูหมู่บ้านเสี่ยวฮวง จ้องมองความซอมซ่อตรงหน้า ป้าซ่งก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนเต็มใจยอมแต่งมาที่นี่
หากจู้เจียงเจียงปากหวานหน่อย ขอร้องนางสักสองสามคำ เห็นแก่ที่เพิ่งช่วยประหยัดเงินแทนนางไปเมื่อครู่ นางก็คงไม่ปล่อยให้ตกอับถึงขั้นนี้หรอก
“ป้าซ่ง ท่านไม่จำเป็ต้องพูดเกลี้ยกล่อมข้า พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”
จู้เจียงเจียงนำทางป้าซ่งมุ่งหน้าไปทางบ้านสวี่เหล่าเกินที่เป็หัวหน้าหมู่บ้านอย่างคุ้นเคย
วัวตระกูลเผยตัวนั้นตอนนี้ก็เลี้ยงอยู่ที่บ้านตระกูลสวี่ เด็กผู้หญิงตระกูลเผยคนนั้นก็เช่นกัน
เมื่อทั้งคู่มาถึงหน้าลานกำแพงหินเตี้ยของครอบครัวหนึ่ง จู้เจียงเจียงก็ะโเรียกไปในลานบ้านอย่างตื่นเต้น “ปู่สวี่ ปู่อยู่บ้านไหม?”
เมื่อคนในบ้านได้ยินเสียงก็รีบออกมา คนที่ออกมาคือเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผอมแห้ง ผมบางสีซีดคนหนึ่ง
“พวกท่านมาหาใคร?”
เด็กผู้หญิงที่วิ่งออกมานี้ก็คือเผยเสี่ยวอวี๋ น้องสาวสามีในอนาคตของจู้เจียงเจียง เด็กผู้หญิงอายุหกขวบของตระกูลเผยคนนั้น
จู้เจียงเจียงกำลังจะอ้าปากทักทาย พลันได้ยินเสียงใของชายชราคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง “นี่ นี่ป้าซ่งไม่ใช่หรือ ท่านมาได้อย่างไร?”
สวี่เหล่าเกินสาวเท้าก้าวใหญ่ไปข้างหน้า เชิญทั้งสองคนเข้ามาในลานบ้านด้วยความดีใจ บนใบหน้าดำคล้ำยังมีเม็ดเหงื่อผุดพรายจากความรีบร้อนเดินทางหลงเหลืออยู่
“ท่านดูสิ ข้าเพิ่งกลับมาจากในเมือง กำลังคิดที่จะไปหาท่านเพื่อหาหญิงสาวคนหนึ่งอยู่พอดี แต่ท่านสิ กลับมาหาข้าที่นี่เองเสียอย่างนั้น”
เมื่อได้ยินคำนี้ ป้าซ่งก็แอบมองจู้เจียงเจียงแวบหนึ่ง ในหัวก็กำลังคิดว่า ถูกอย่างที่เด็กนี่บอกจริง ๆ!
“เ้าอยากขอหญิงสาวไปให้ชายหนุ่มคนไหน เรียกออกมาให้ข้าดูสักหน่อยสิ” ป้าซ่งทำท่าทางเหมือนแม่สื่อพลางนั่งบนเก้าอี้ที่เผยเสี่ยวอวี๋ยกออกมาให้
สวี่เหล่าเกินเทน้ำให้ป้าซ่ง เมื่อได้ยินคำนี้ก็แสดงสีหน้าลำบากใจออกมาทันที
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถึงพูดเสียงเบาว่า “ป้าซ่ง คนคนนี้...วันนี้ท่านคงไม่ได้พบ เสี่ยวจ้าวเขาอยู่ชายแดนน่ะ”
“ฮะ?” ป้าซ่งขึ้นเสียงสูง นางเข้าใจดีว่ามันหมายความว่าอย่างไร “ที่เ้าพูดนั่นใช่การสู่ขอที่ไหนกัน แบบที่เ้าทำนั้นเรียกว่าการขอหญิงสาวมาเป็ม่ายแล้ว”
“สาวน้อยบ้านจู้ พวกเรากลับกันเถอะ ป้าซ่งคนนี้จะหาบ้านสามีดี ๆ ให้เ้าเอง อยู่ไหนก็ดีกว่าอยู่ที่นี่” ระหว่างที่พูดอยู่ ป้าซ่งก็ดึงจู้เจียงเจียงกลับทันที
หากเป็เมื่อก่อน ป้าซ่งคงไม่สนใจหญิงสาวพวกนี้ ถ้านางอยากให้แต่งไปบ้านไหนก็ต้องแต่งเข้าบ้านนั้น
แต่กับจู้เจียงเจียง นางเห็นแล้วถูกชะตา ด้วยความจริงใจจึงไม่อยากให้นางอยู่ที่แย่ ๆ แบบนี้
“พวกเราไปกันเถอะ”
“ป้าซ่ง ท่านอย่าเพิ่งไป…” จู้เจียงเจียงกับสวี่เหล่าเกินเรียกป้าซ่งไว้ในเวลาเดียวกัน
สามคนมองสบตากัน
“สาวน้อย เ้าหมายความว่าอย่างไร?” ป้าซ่งถามจู้เจียงเจียง
จู้เจียงเจียงก็ไม่อ้อมค้อม แสดงท่าทีออกมาอย่างชัดเจน “ป้าซ่ง ความหวังดีของท่านข้ารับไว้ด้วยใจ แต่ข้าตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ แต่งเข้าตระกูลเผย ขอร้องท่านช่วยให้ข้าสมปรารถนาด้วยเถิด”
คำพูดนี้ของจู้เจียงเจียง เกือบทำให้สวี่เหล่าเกินที่อยู่ข้าง ๆ ซึ้งใจจนน้ำตาไหล
เสี่ยวอวี๋มีพี่สะใภ้ดูแลแล้ว เขาก็ถือว่าไม่ผิดต่อคำฝากฝังที่แม่เผยให้ไว้
ป้าซ่งเห็นแบบนี้ก็ปล่อยมือจู้เจียงเจียง มองกำแพงเตี้ยข้างนอก มองหมู่บ้านเสี่ยวฮวงทั่ว ๆ หนึ่งรอบ พร้อมกับพูดพึมพำ “ที่กันดารแบบนี้มีอะไรดีกัน?”
จากมุมมองของนาง หมู่บ้านเสี่ยวฮวงไม่มีอะไรเลย นอกจากวัวแก่ตัวนั้น!
ทันใดนั้นหลิวซื่อภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านสวี่ก็จูงวัวเข้ามาในลาน ป้าซ่งก็เดินบิดเอวไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น
“นี่คือวัวแก่ที่พวกเ้าใช้มาแลกผู้หญิงใช่ไหม? ใช้ได้ ๆ” ป้าซ่งพยักหน้าอย่างแรง ั์ตาแพรวพราวพลางคิดคำนวณราคาวัวตัวนี้คร่าว ๆ ว่าจะขายเท่าไรแล้วในใจ
นางรู้ได้อย่างไรว่าจะใช้วัวตัวนี้มาแลกหญิงสาวกัน?
ในใจสวี่เหล่าเกินเกิดความสงสัยขึ้นเล็กน้อย แต่ว่าไม่นานก็คิดได้ นายหน้าค้าทาสก็คือมืออาชีพที่ทำเื่ซื้อขายพวกนี้อยู่บ่อย ๆ ไม่ใช่หรอกหรือ?
“ป้าซ่ง ท่านเห็นว่าเื่นี้…”
“ในเมื่อสาวน้อยบ้านจู้ยินยอมอยู่ที่นี่ เช่นนั้นเื่นี้ก็เป็อันตกลง” ป้าซ่งคิดแค่ครู่เดียวก็ตอบตกลงแล้ว
ถึงแม้นางจะชอบจู้เจียงเจียงอย่างไร แต่สุดท้ายก็ต้องขายนางออกไปอยู่ดี
ตอนนี้มีโอกาสดีแบบนี้ ใช้ผู้หญิงที่ซื้อมาถูก ๆ คนหนึ่งแลกวัวตัวโตตัวหนึ่ง นางจะได้กำไรมากแค่ไหนกัน
ได้เงินตั้งหลายตำลึง ยังมีอะไรที่นางจะไม่พอใจอีกหรือ?
ป้าซ่งเล่าถึงสถานการณ์คร่าว ๆ ของจู้เจียงเจียงให้กับสวี่เหล่าเกินฟัง น้ำหนึ่งถ้วยยังไม่ทันหมด เื่นี้ก็เป็อันเสร็จเรียบร้อย
หลังจากส่งป้าซ่งไปแล้ว จู้เจียงเจียงก็รีบหันไปพูดเร่งสวี่เหล่าเกิน “ปู่สวี่ รีบไปเรียกพวกลุงสามสวี ป้าสี่หวังมาเถอะ ข้าจะไหว้ฟ้าดินตอนนี้ พรุ่งนี้ก็จะเริ่มเพาะปลูกได้แล้ว”