เจมส์เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้...ว่าดยุคกับดัชเชสแห่งนอร์ธโคทกับลูกๆทั้งเก้าคนของพวกเขานั้นไม่ใคร่จะปฏิบัติตนตามกฎเกณฑ์ของสังคมเท่าไรนักและเป็ครอบครัวใหญ่ที่มีความสุขสนุกสนานอย่างยิ่งและนี่คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขายินดีที่จะคบหากับซิลเวอร์ธอร์นซึ่งเป็บุตรชายคนโตของครอบครัวนี้
“ในความคิดเห็นของผมแล้วเื่อากาศนี่เป็เหตุผลที่ดีมากเลยนะโดยเฉพาะในฤดูเลือกคู่ของชาวสังคมแห่งลอนดอนขณะนี้”หางเสียงของเขาคล้ายจะหยันเยาะและซิลเวอร์ธอร์นก็ดูจะอ่านความคิดของเพื่อนออก
“ในเมื่อคุณมีความรู้สึกอย่างนี้แล้วทำไมถึงมาร่วมงานนี้กับพวกเขาด้วยล่ะ?”
“ก็เพราะผมได้รับเชิญน่ะสิ”
ซึ่งต่างฝ่ายต่างรู้อยู่แก่ใจว่าใครคือผู้เชิญตน...
“นั่นสินะ ผมพอจะมองเห็นแล้วละว่าทำไมคุณถึงปฏิเสธคำเชิญไม่ได้”
“อย่างน้อยคุณก็รู้ละว่ามีใครร่วมเล่นเกมปิศาจนี่บ้าง...”เจมส์พูดเสียงเบา “โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเป็คนเดียวในงานนี้ที่ผมจำได้และคุณก็ยังเป็คนเดียวอีกเช่นกันที่จำผมได้”
ลอร์ดซิลเวอร์ธอร์นถอยหลังห่างออกไปเล็กน้อยและพิจารณาใบหน้าของเจมส์อยู่
“ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะเกรย์สโตนว่าทำไมรูปร่างหน้าตาคุณ ยังคงเหมือนเมื่อครั้งที่เราเรียนหนังสืออยู่ด้วยกันถ้ามันจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างก็น้อยมาก”
“คุณเองก็เช่นเดียวกันนั่นแหละซิลเวอร์ธอร์น”
และทันใดบุรุษผู้เป็เพื่อนรักแต่วัยเรียนก็ลดเสียงลงเมื่อกล่าวว่า
“เตรียมตัวให้ดี”
“ทำไม?”
“ตอนนี้เคานท์ดูเปรกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางเรา”
“เคานท์...อะไรนะ?”
“ดูเปร...เป็ทั้งองครักษ์และมือขวาของเ้าหญิงซีซิล”
“ก็แล้วที่คุณพูดมานี่มันหมายความว่ายังไงกันเล่า...?”
แต่ดูเหมือนเพื่อนรักของเขาจะไม่มีเวลาพอที่จะตอบเมื่อบุรุษร่างเล็ก ผมบางคนหนึ่ง เดินเข้ามาหยุดยืนตัวตรงอยู่ต่อหน้าและโค้งคำนับอย่างสุภาพทว่าไว้ตัวก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กอันเป็ลักษณะเฉพาะตัวของเขาว่า
“ลอร์ด ซิลเวอร์ธอร์น...ลอร์ดเกรย์สโตน...กระผมขอแนะนำตัวว่ากระผมคือ เคานท์ ดูเปรขอรับ”
“สวัสดีขอรับ เคานท์ ดูเปร”ชายหนุ่มทั้งสองตอบออกไปพร้อมกันและท่านเคานท์ก็หันมาทางเจมส์
“เ้าหญิงซีซิลแห่งแซง-ซีเมียงมีรับสั่งให้นำท่าน...ลอร์ด เกรย์สโตน...ไปแนะนำให้ทรงรู้จักเสียก่อนที่จะเสด็จออกลีลาศด้วยกันขอรับ”
“ลีลาศ...อะไรหรือขอรับ...?”คำถามนั้นพลั้งออกจากปากโดยยั้งไม่ทัน แต่กระนั้นก็พอจะเรียกรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าเคร่งขรึมของอีกฝ่ายหนึ่งได้
“กระผมคงไม่ได้พูดอะไรผิดมิใช่หรือขอรับ...ท่านคือเจมส์เกรย์ เอิร์ลแห่งเกรย์สโตนไม่ใช่หรือขอรับ?”
“”ถูกต้องแล้วขอรับ” เจมส์ตอบงงๆ
“ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ผิดหรอกขอรับ เพราะท่านคือสุภาพบุรุษที่ได้รับเกียรติลีลาศกับเ้าหญิงในเพลงอันดับต่อไปนี้แหละขอรับ”เมื่อพูดจบท่านเคานท์ก็เบี่ยงกายไปทางหนึ่งพร้อมกับผายมือ“กรุณาตามกระผมไปได้แล้วขอรับ ท่านลอร์ดเกรย์สโตน”
“แล้วเราค่อยพบกันใหม่นะเพื่อน”ซิลเวอร์ธอร์นตบหลังเพื่อนรักเบาๆก่อนจะแยกตัวจากไป
มันจะต้องมีความผิดพลาดอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอนเจมส์ครุ่นคิดอยู่ในใจขณะเดินตามราชองครักษ์ของเ้าหญิงไป...
เขาไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงถูกจับคู่ให้เต้นรำกับเ้าหญิง...
ครั้งหลังสุดที่เขาเคยเต้นรำกับผู้หญิงสักคนหนึ่งมันเมื่อไรกันแน่...?
แล้วครั้งหลังสุดที่เขาได้โอบร่างหญิงสาวซึ่งจะเป็ใครก็ตามเข้าไว้ในวงแขนนั้น...มันเมื่อไรกันเล่า...?
เจมส์ด่าตัวเองอยู่ในใจที่สมองของเขาไม่ได้เก็บความทรงจำในส่วนนี้ไว้เลยสงสัยว่าเขาจะต้องขัดสนิมด้วยการออกสังคมให้บ่อยครั้งขึ้นเสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเื่การเต้นรำที่จะต้องฝึกปรือกันใหม่...แต่ทันใดเขาก็ััได้ว่ากำลังมีสายตามากมายหลายคู่ที่จับจ้องมองความเคลื่อนไหวของเขากับท่าน
เคานท์อยู่
“รู้สึกว่ามีคนเป็ร้อยที่มองตามเรามา...ใช่ไหมขอรับท่านเคานท์?”
“คิดว่าคงเป็เช่นนั้นขอรับ ลอร์ดเกรย์สโตน” เคานท์ดูเปรตอบ
“แต่กระผมคิดว่าทุกคนที่นี่มีความสนใจในเ้าหญิงมากกว่าไม่มีใครเขาสนใจกระผมหรอก”
เจมส์กล่าวต่อ
“มันก็ทั้งใช่และไม่ใช่ขอรับใต้เท้า อย่างไรก็ตาม มันเป็เกียรติอย่างใหญ่หลวงนะขอรับ ที่ทรงเลือกท่านเป็คู่ลีลาศในคืนนี้”
มันเป็คำตอบที่ทำให้เจมส์คอแข็งขึ้นมาทันทีเพราะคล้ายกับเขาเป็ฝ่ายเรียกร้องที่จะได้รับเกียรตินั้นเสียเองแต่จะอย่างไรก็ตามขณะนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาต่อล้อต่อเถียงอะไรกับราชองครักษ์คนนี้เขาจึงได้แต่ตอบไปตามเพลงว่า
“ก็คงจะจริงอย่างที่ท่านว่าละขอรับ”
ซึ่งตอนนั้นทั้งตัวเขาและเคานท์ดูเปรอยู่ห่างจากจุดหมายเพียงแค่สิบฟุตเท่านั้นเจมส์หรี่ตาลงขณะมองภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าก่อนจะกระซิบถามราชองครักษ์ว่า
“ช่วยกรุณาบอกหน่อยเถอะขอรับว่าสุภาพบุรุษร่างๆสูง ผมสีดำที่ยืนอยู่เคียงข้างสุภาพสตรีในชุดสีขาวนั่นคือใครหรือขอรับ?”
“ท่านคือเ้าชายโรดอล์ฟทรงเป็ท่านอาของเ้าหญิงขอรับ” เป็คำตอบที่ค่อนข้างระมัดระวังของราชองครักษ์
ซึ่งจากคำตอบนั้นทำให้เจมส์รู้ได้ทันทีว่าได้เข้ามาอยู่เบื้องพระพักตร์ของเ้าหญิงแล้ว ขณะที่เธอกำลังรับสั่งอะไรบางอย่างอยู่กับเ้าชาย
และแล้วเขาก็ได้ยินพระสุรเสียงที่กำลังรับสั่งอยู่นั้นเขาแน่ใจอย่างที่สุดว่า เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน เขาหลับตาลง...จริงด้วย...เขาเคยได้ยินเสียงพูดนี้มาแล้วอย่างแน่นอน...เป็เสียงเดียวกันกับที่เขาได้ยินในสวนดอกไม้เมื่อก่อนหน้านี้เพียงคืนเดียวเป็เสียงพูดของผู้หญิงในชุดขาวคนนั้น...!
เคานท์ดูเปรหยุดเดินลง...และเจมส์ก็ทำตาม...
เ้าหญิงผินพระพักตร์มาสายพระเนตรหยุดอยู่ที่เคานท์ดูเปร
“มีอะไรหรือคะ ท่านเคานท์...?”
“ใต้ฝ่าพระบาท ขณะนี้ข้าพระพุทธเ้าได้เชิญท่านลอร์ดเกรย์สโตน ผู้ที่ทรงประทานเกียรติให้เป็คู่ลีลาศในเพลงต่อไปมาเข้าเฝ้าอยู่เบื้องพระพักตร์แล้วพระเ้าค่ะ
เมื่อสมุหราชองครักษ์รายงานจบเ้าหญิงก็ผินพระพักตร์มาทางเขา...
และทันใด ลอร์ดเกรย์สโตนก็มีความรู้สึกเหมือนพื้นห้องที่รองรับอยู่ใต้ฝ่าเท้ายุบยวบลง ในที่สุดความเป็ไปไม่ได้กลายเป็ความเป็ไปได้ขึ้นมาแล้ว ทว่า...มันไม่น่าจะเป็ไปได้เลย...มันคล้ายกับความจริงได้กลายเป็สิ่งโกหกและสิ่งที่โกหกนั้นได้กลายเป็ความจริงขึ้นมาในยามนี้โลกของเขาราวถูกจับให้กลับหัวกลับหางไปหมดสิ้น...
“สวัสดีค่ะ ลอร์ดเกรย์สโตน”เ้าหญิงเอ่ยชื่อเขาออกมาด้วยสำเนียงอังกฤษอย่างชัดเจน
เจมส์ต้องบังคับตัวเองด้วยความยากลำบากเพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้
“ใต้ฝ่าพระบาท...”เขาถวายคำนับต่ำสุด
“ฉันรอเวลาที่จะได้ออกไปเต้นรำกับคุณอยู่”
“เช่นเดียวกันพระเ้าค่ะ”
เสียงนั้น...เขากล้ายืนยันว่าเคยได้ยินเสียงพูดนั้นมาแล้ว...
และยังใบหน้านั้น...เขาก็กล้ายืนยันอีกว่าเขาได้เคยเห็นใบหน้าที่เป็พระพักตร์ของเ้าหญิงในยามนี้มาแล้วด้วย...
ที่เขาสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำก็เพราะใบหน้านี้ที่ตามหลอกหลอนอยู่แต่ในความฝันของเขามาโดยตลอด...
เ้าหญิงต้องใช้ความพยายามควบคุมพระองค์เองอย่างมากที่จะไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ที่บ่งบอกว่าทรงจำเขาได้ให้ปรากฏทั้งนี้เพราะบุรุษผู้มีเรือนร่างสูงสง่าและกำลังยืนอยู่เบื้องพระพักตร์คือบุคคลเดียวกับคนแปลกหน้าที่ทรงดำเนินเคียงและสนทนาด้วยภายในสวนไม้ดอกที่เชื่อมต่ออยู่ระหว่างเกสท์เฮ้าส์กับคอร์ก เฮ้าส์ ในราตรีที่เพิ่งผ่านมา
เขาจะทำให้พระองค์ขายพระพักตร์ไม่ได้เป็อันขาดจะต้องไม่ใช่ที่นี่...จะต้องไม่ใช่เวลานี้...จะต้องไม่ใช่ต่อหน้าท่านอาและเคานท์ดูเปรรวมทั้งข้าราชบริพารทั้งหลายและประการสำคัญต่อหน้าชาวสังคมชั้นสูงแห่งอังกฤษ
จะต้องไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงกันพบปะกันในอุทยานแห่งนั้นความรู้สึกกังวลทำให้ทรงลอบถอนพระทัยอยู่ทั้งนี้เพราะเหตุผลที่สำคัญยิ่งสิ่งใดก็คือไม่ว่าจะเป็พระองค์เองหรือราชวงศ์กิราเดท์ย่อมไม่อาจทนต่อการถูกหยามพระเกียรติเมื่อปฏิบัติพระองค์ไม่เหมาะสมเช่นนั้นได้
แม้เ้าหญิงจะทรงหวังว่าบุรุษผู้มีนามว่าลอร์ดเกรย์สโตน จะไม่เปิดเผยความลับเกี่ยวกับเื่นี้ แต่ก็ทรง้าความมั่นใจว่ามันจะไม่มีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น ซีซิลจึงสืบพระบาทเข้าไปหาเขา
“ฉันคิดว่าถึงเพลงของเราแล้วละค่ะลอร์ดเกรย์สโตน”
สีหน้าของเขาไร้ความรู้สึกใดๆทั้งสิ้นไม่อาจบอกให้ทรงรู้อะไรเลย ซึ่งทำให้เ้าหญิงโล่งพระทัยแต่ก็ยังอดกังขาไม่ได้ทรงแน่ใจอย่างที่สุดว่าเขาจะต้องจำพระองค์ได้...แต่ทำไม...?
และแล้ว...ซีซิลก็ทรงนึกขึ้นมาได้ว่าในราตรีที่พบกันนั้น ทรงซ่อนพระพักตร์อยู่ใต้ฮู๊ดของฉลองพระองค์คลุมดังนั้นมันจึงมีความเป็ไปได้ ที่ลอร์ดเกรย์สโตนจะจำสตรีที่เขาพบในอุทยานคนนั้นไม่ได้
“ใช่พระเ้าค่ะ...นี่คือเพลงที่ทรงประทานเกียรติเต้นรำกับข้าพระพุทธเ้า”