บรรยากาศในขณะนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอันน่าตื่นเต้นของทุกคนที่เข้ามาดูการประกาศการแข่งขัน แต่ละคนคาดหวังว่าตัวแทนของตนเองนั้นจะได้อันดับที่ดีและมีโอกาสในการเข้าร่วมสี่นิกายได้ เพราะพวกเขาที่เป็ตัวแทนพาผู้เข้าแข่งขันมานั้นจะได้รับรางวัลเป็การตอบแทนด้วย
"เอาล่ะ!! ตอนนี้ข้าขอประกาศผู้ที่ได้อันดับแรกในแข่งขันจัดอันดับในครั้งนี้!"
"ผู้ที่ได้คะแนนในการจัดอันดับมากที่สุดในครั้งนี้คือ จงลู่อัน 47 คะแนน!"
"คนที่ถูกเรียกชื่อจงก้าวออกมาพร้อมกับผู้ที่เป็คนนำพาอันดับแรกมาก็ก้าวออกมาด้วย”
เสียงฮือฮาดังลั่นขึ้นมาในทันที ต่างคนต่างหันหน้ามองหาคนที่ถูกเรียกชื่อกันอย่างจ้าละหวั่น บางคนที่รู้ว่าจงลู่อันเป็ใครก็ต่างขยับเข้ามาใกล้กลุ่มของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันลู่หยางก็พาจงลู่อันเหินออกมาจากกลุ่มคน มาลอยอยู่ตรงหน้าของสี่นิกายทันที
"คนไหนคือจงลู่อัน!"
จงอี้เฉินเอ่ยถามเสียงเรียบ
"เป็ข้าน้อยเองขอรับ!"
จงลู่อันไม่กล้าเสียมารยาทเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้าุโของทั้งสี่นิกาย
จงอี้เฉินกับตัวแทนที่เหลือทั้งสามนิกายต่างมองมาทางจงลู่อันเป็ตาเดียวพลางสำรวจรูปร่างหน้าตาพร้อมทั้งแผ่กระแสจิตเข้าตรวจสอบพลังของเขาโดยด่วน
"อืม!เป็ชายหนุ่มที่หน่วยก้านไม่เลวเลยทีเดียว!"
"ดูจากที่เ้าสะพายกระบี่ไว้ด้านหลัง ถ้าเ้าเข้าร่วมนิกายข้า ข้าสามารถให้เ้าได้เลือกกระบี่ขั้นสามได้หนึ่งชิ้น"
เผิงหนานไห่ผู้าุโของนิกายกระบี่สำราญเอ่ยออกมาอย่างน่าสนใจ จนทำให้จงลู่อันอดใจสั่นไม่ได้
"อาวุธขั้นสามเชียวหรือ?"
"แม้แต่ข้ายังไม่เคยเคยฝันว่าจะได้พบเจอเลย"
"โอ้ว! นิกายกระบี่สำราญใจปล้ำไม่เบาเลย!"
เสียงผู้คนต่างแตกตื่นกับข้อเสนอของผู้าุโของนิกายกระบี่สำราญเป็อย่างมาก บางคนก็แอบส่งสายตาด้วยความอิจฉา
"อายุแค่นี้บรรลุระดับหลอมรวมขั้นสูงสุดแล้ว น่าสนใจจริงๆ!"จงอี้เฉินเอ่ยปากสนใจออกมาเหมือนกัน แต่วางท่าทีไว้ไม่ได้ยื่นข้อเสนออะไรออกไป
"นี่เ้าหนุ่ม! แค่อาวุธขั้นสามเท่านั้นเอง ถ้ามาอยู่นิกายเพลิงอัคคีของข้า ทั้งอาวุธขั้นสามทั้งยาต่างๆข้าสามารถให้เ้าได้อย่างไม่ขาดแคลน!"
เสิ้นจื่อเชื้อเชิญพร้อมยื่นข้อเสนอโดยไม่เกรงใจสามนิกายที่เหลือเลย ตัวแทนทั้งสามนิกายหันมามองหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจเสิ่นจื่อทันที เห็นว่าเสิ้นจื่อไม่มีท่าที่สนใจจึงหันกลับมามองทางจงลู่อันอีกครั้ง
"ถึงแม้นิกายของข้าส่วนใหญ่จะเป็ผู้หญิง แต่ข้าก็ไม่ได้รังเกียจที่จะมีศิษย์หลักเป็ผู้ชาย มิหนำซ้ำข้าจะยังแนะนำคู่บำเพ็ญเพียรให้เ้าอีกด้วย"
เป็เฮ่อรู่หยินาุโของนิกายหยกวารีที่เอ่ยออกมาเรียกเสียงฮือฮาอีกครั้ง ตัวแทนทั้งสามนิกายต่างหันมาจ้องมองเฮ่อรู่หยินด้วยสายตาเหมือนอยากจะกินเืกินเนื้อ
"นี่เฮ่อรู่หยิน! ถึงขั้นเสนอศิษย์ของตัวเองให้เป็คู่บำเพ็ญเพียรเนี่ย มันจะไม่มากไปหน่อยหรือ?"
เสิ้นจื่อแสดงความไม่พอใจออกมาทันทีที่าุโของนิกายหยกวารียื่นข้อเสนอมาให้จงลู่อันแบบนั้น เพราะทุกคนต่างก็รู้ว่านิกายหยกวารีนั้นคัดเลือกเฉพาะหญิงงามที่มีพร์มาเข้านิกายโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าสาวงามเกือบครึ่งแคว้นล้วนอยู่ที่นิกายหยกวารีแทบทั้งสิ้น
ส่วนผู้คนที่มาชมดูอยู่รอบข้างนั้นต่างอิจฉาริษยากันทั่วไปหมด บางคนถึงกับสาบแช่งกันอย่างรุนแรง มีอย่างที่ไหนพวกเขาเฝ้าใฝ่ฝันที่จะได้พบหน้าสาวสวยของนิกายหยกวารีก็เพียงพอแล้ว แต่นี่ถึงกับขั้นจะมอบคนหนึ่งคนใดในนั้นให้เป็คู่บำเพ็ญเพียรเลยทีเดียว
"เงียบได้แล้ว! ให้จงลู่อันเป็ผู้ตัดสินใจเลือกเองเถอะ!"
จงอี้เฉินเอ่ยตัดบทพร้อมกับกดดันให้จงลู่อันในทันที ส่วนจงลู่อันกลับส่งกระแสจิตมาถามเทียนฉินทันทีว่าได้เลือกนิกายไหนไว้ในใจหรือไม่ เขาจะได้เข้าร่วมนิกายนั้นพร้อมกัน
เทียนฉินส่งตอบกลับมาแล้วว่าได้เลือกนิกายเพลิงอัคคีไว้แล้ว แต่ไม่ให้จงลู่อันเลือกตามเขา พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลไปว่าแยกกันอยู่จะเพิ่มแรงกดดันให้พัฒนาฝีมือได้มากกว่าอยู่ร่วมกัน จงลู่อันยิ้มรับอย่างเข้าใจจากนั้นจึงแหงนหน้ามาพิจารณาทั้งสี่นิกายอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
"ข้าขอเลือกนิกายกระบี่สำราญ"
จงลู่อันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง ส่วนสาเหตุที่เขาเลือกนิกายกระบี่สำราญนั้นคงเดาได้ไม่ยาก เพราะเขาใช้กระบี่เป็อาวุธนี่เอง
"ฮ่าๆ ดีๆ"
เผิงหนานไห่หัวเราะร่าก่อนเดินมาโอบไหล่จงลู่อันแล้วพาเขาไปยืนอยู่ในกลุ่มคนนิกายของเขา คนนิกายกระบี่สำราญเห็นจงลู่อันต่างพยักหน้ายิ้มให้อย่างมีไมตรี
ส่วนทั้งสามนิกายที่เหลือต่างมองเผิงหนานไห่ด้วยสายตาอิจฉาริษยา ก่อนที่ตัวแทนนิกายจิตนิรันดร์จะโยนแหวนมิติให้จงลู่อันกับลู่หยางเพื่อเป็รางวัลคนละหนึ่งวง
หลังจากลู่หยางรับแหวนมิติมาก็เดินหลบออกไป แต่พอได้ตรวจสอบภายในแหวนมิติเท่านั้นก็เผลอยิ้มออกมาอย่างเก็บอาการไม่ได้
ผู้คนโดยรอบหันมามองลู่หยางกันตาเป็มัน เพราะต่างคนต่างรู้ว่าของรางวัลอันดับหนึ่งนั้นมิใช่อะไรที่ทุกคนจะมีได้
"ผู้ที่ได้อันสองในการแข่งขันครั้งนี้คือ เทียนฉิน 39 คะแนน!"
"คนที่ถูกเรียกชื่อจงก้าวออกมาพร้อมกับผู้ที่นำพามาด้วย”
ทุกคนต่างเลิกสนใจกับลู่หยางแล้วหันมามองทางด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ส่วนลู่หยางที่รู้ว่าเป็คนในสังกัดเขาอีกคนก็ไม่ได้คิดจะเอาเปรียบอะไร พยักหน้าให้เจียงเจิ้นเป็คนนำไปแทน เื่แบบนี้ต่อหน้าตัวแทนของสี่นิกายใหญ่ จะมาทำเห็นแก่ตัวโลภมากไม่ได้ เพราะมีแต่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนโดยใช่เหตุ
"ข้าน้อยเจียงเจิ้นสังกัดในเมืองเลี่ยงหงคารวะผู้าุโทั้งสี่นิกาย"
"ข้าน้อยเทียนฉินคารวะผู้าุโทั้งสี่นิกาย"
เมื่อเจียงเจิ้นกับเทียนฉินมาถึงต่างรีบทำความเคารพตัวแทนทั้งสี่นิกายทันที
"ข้าสามารถให้เ้าเหมือนกับที่จงลู่อันได้ทุกอย่าง"
เผิงหนานไห่รีบยื่นข้อเสนอออกมาเป็คนแรก ถึงแม้นิกายเขาจะได้จงลู่อันมาแล้ว แต่ก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะได้คนมากฝีมือมาเพิ่มอีกสักคนสองคนหรอก
เทียนฉินแหงนหน้ามองเผิงหนานไห่ก่อนหันไปมองจงลู่อันก่อนยิ้มออกมาเบาเบา
"ถ้าเ้าเข้านิกายเพลิงอัคคี เ้าสามารถเลือกได้ว่าจะเป็ศิษย์ส่วนตัวของผู้าุโหลักท่านใดท่านหนึ่งในนิกาย และจะได้ใช้ทรัพยากรอย่างไม่ขาดแคลน!"
เสิ้นจื่อเชื้อเชิญพร้อมยื่นข้อเสนออย่างมากมายโดยหวังเรียกความสนใจของเทียนฉิน เพราะอันดับแรกได้หลุดมือเขาไปแล้วจึงไม่คิดจะยอมปล่อยให้เทียนฉินหลุดมือไปอีกคน โดยไม่ได้รู้เลยว่าเทียนฉินได้ตัดสินใจเลือกเข้านิกายของเขาไปแล้ว เพราะถ้ารู้คงกระอักเืออกมาด้วยความแค้นใจอย่างแน่นอน
"อะแฮ่ม! นิกายจิตนิรันดร์ยินดีมอบข้อเสนอทุกอย่างที่นิกายทั้งสามมอบให้เ้าได้ทั้งหมด!"
คราวนี้จงอี้เฉินจำเป็ต้องยื่นข้อเสนอออกมาบ้างแล้วเพราะกลัวว่าพลาดเหมือนครั้งแรกที่ผ่านมา
"เห้!าุโจง นิกายท่านมีศิษย์ผู้หญิงที่สวยบริสุทธิ์เหมือนนิกายหยกวารีด้วยหรอ?"
เป็เสิ้นจื่อเอ่ยออกมาอย่างหยอกล้อก่อนสองนิกายที่เหลือต่างอดอมยิ้มไม่ได้ ส่วนจงอี้เฉินแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินแต่กลับยืนมองเทียนฉินไม่วางตา
"นิกายหยกวารียังให้เ้าได้เหมือนกับที่กล่าวไว้ในตอนแรกเหมือนกัน"
เฮ่อรู่หยินเอ่ยออกมาเสียงหวาน แต่นางไม่ได้มั่นใจนักว่านิกายของเขาจะดึงดูดความสนใจจากเทียนฉินได้หรือเปล่า
เทียนเฉินสูดหายใจเข้าปอดก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ข้าเลือกเข้านิกายเพลิงอัคคี!"
ผู้คนไม่แปลกใจกันเท่าไรเพราะครั้งนี้นิกายเพลิงอัคคีได้ทุ่มสุดตัวแล้วจริงๆ
"ฮ่าๆ เ้าชื่อเทียนฉินใช่มั้ย? มาๆไปรวมกลุ่มกับศิษย์พี่เ้าก่อน!"
เสิ้นจื่อออกมาต้อนรับเทียนฉินพร้อมทั้งพาไปทางที่ศิษย์นิกายเขาอยู่
ผู้ที่ได้อับดับสามคือ ข่งเซี๊ยจากเมืองยี่เป่ย ได้ 25 คะแนน
ส่วนอันดับอื่นๆได้ถูกนิกายต่างๆเลือกไป สรุปได้คือ นิกายเพลิงอัคคีถ้ารวมเทียนฉินด้วยจะได้ทั้งหมดเจ็ดคนเท่ากับนิกายกระบี่สำราญ นิกายจิตนิรันดร์ได้ไปสี่คนส่วนนิกายหยกวารีได้ไปเพียงสองคนเท่านั้นเนื่องจากไม่ค่อยมีผู้ฝึกฝนที่เหลือรอดออกมาเป็ผู้หญิงสักเท่าไรนัก
ไม่นานความครื้นเครงสนุกสนานก็ได้จางหายไปเหลือเพียงความทรงจำที่ให้ทุกคนได้พูดคุยกันในโรงเตี๊ยมต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง
จบตอนที่ 26