“โทรศัพท์เหรอ” โจวหลิงเฟิงสงสัยเล็กน้อย ผ่านไปสักพักถึงกล่าวต่อ “โทรศัพท์ที่ลูกพูดถึงเป็เครื่องผิวโลหะที่ขาว หน้าจอดำมืด ไม่มีปุ่มอะไร ขนาดประมาณห้าหกนิ้วใช่ไหม”
“ใช่แล้ว ตามนั้นเลย นั่นโทรศัพท์ของพ่อเหรอ” โจวเหวินถามด้วยความใ
“เปล่า นั่นเป็โทรศัพท์ปู่ของลูก ถ้าลูกไม่พูดถึงมัน พ่อก็เกือบลืมมันไปสนิทแล้ว” โจวหลิงเฟิงยิ้มกล่าว “โทรศัพท์เครื่องนั้นเป็สมบัติของปู่ลูกเลยนะ”
“สมบัติของปู่เหรอ ปู่ไปเอามาจากไหน” โจวเหวินฟังคำพูดของพ่อแล้วรู้สึกแปลก ๆ จึงถามต่อ
โจวหลิงเฟิงเล่าที่มาของโทรศัพท์เครื่องนั้นให้ฟัง จนโจวเหวินถึงกับตกตะลึง
เมื่อก่อนปู่ของโจวเหวินเป็ช่างไม้ แต่ไม่ได้เป็ช่างไม้ทั่วไปที่ทำโต๊ะเก้าอี้ ถึงแม้เขาจะทำของแบบนั้นได้เหมือกัน แต่งานหลักของเขาคือการสร้างอาคารไม้โบราณ
ตอนที่เมืองโบราณกุยเต๋อได้รับการบูรณะใหม่ จำเป็ต้องฟื้นฟูให้เหมือนกับยุคโบราณ จึงต้องสร้างอาคารไม้ทรงโบราณจำนวนมาก ส่วนปู่ของโจวเหวินก็รับงานนี้ และทำงานในเมืองโบราณกุยเต๋ออยู่ปีกว่า
ในตอนนั้นเอง ระหว่างที่กำลังก่อสร้างในเมืองโบราณ ก็ขุดพบบ่อน้ำโบราณที่แห้งเหือด ตอนนั้นทุกคนเร่งมือทำงานกันทั้งคืน กลางดึกไม่มีคนนอกอยู่บริเวณนั้น มีแค่ปู่ของโจวเหวินกับกลุ่มคนงานอีกไม่กี่คน
ตอนที่บ่อน้ำโบราณถูกขุดขึ้นมา ใต้บ่อน้ำก็มีแสงเรืองรองเล็ดลอดออกมาอย่างลึกลับ เหล่าคนงานยังคิดว่าขุดเจอสมบัติล้ำค่าเข้าแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจลงไปสำรวจ หวังว่าจะได้โชคก้อนโต
เมื่อลงไปถึงก้นบ่อ ก็พบกล่องไม้เก่าคร่ำคร่า มันผุพังจนแทบไม่เหลือสภาพ เนื้อไม้มีรอยแตกจำนวนมาก ส่วนแสงลึกลับนั้นก็ลอดออกมาจากรอยแตกเ่าั้
เหล่าคนงานเอากล่องขึ้นมา เดิมทีคิดว่าอาจจะมีสมบัติอยู่ข้างใน พวกเขาสามารถแบ่งกันแล้วใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสุขสบาย
ใครจะไปรู้ว่าพอเปิดกล่องไม้ออกมาดู กลับกลายเป็โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง ถึงแม้โทรศัพท์จะเพิ่งเริ่มแพร่หลายในยุคนั้น แต่ก็ไม่ได้เป็สิ่งแปลกใหม่อะไรแล้ว
อีกทั้งตอนแรกโทรศัพท์เครื่องนั้นยังส่องสว่างอยู่ แต่หลังจากพวกเขาหยิบขึ้นมา มันกลับมืดดับลงทันทีราวกับแบตเตอรี่หมด แถมบนตัวเครื่องยังไม่มีปุ่มกดใด ๆ และไม่เจอช่องเสียบชาร์จไฟ
บรรดาคนงานรวมถึงปู่ของโจวเหวินต่างพากันผิดหวัง คิดว่าอาจมีใครบางคนแกล้งเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปวางไว้ในบ่อน้ำเล่น ๆ ดูแล้วยังเหมือนพังใช้งานไม่ได้ และไม่มีค่าอะไร จึงไม่มีใครสนใจ สุดท้ายก็ถูกปู่ของโจวเหวินโยนไว้ในกระเป๋าเครื่องมืออย่างไม่ไยดี
สุดท้ายโทรศัพท์ก็ถูกนำกลับไปที่บ้านตระกูลโจว ปู่ของโจวเหวินไม่ได้โยนมันทิ้ง แต่เก็บไว้ในห้องเก็บของแทน ตอนโจวหลิงเฟิงเป็เด็ก ปู่ของโจวเหวินเคยเล่าเื่นี้ให้เขาฟัง เพียงแต่ตอนนั้นเล่าให้เขาฟังราวกับเป็เื่ผี โจวหลิงเฟิงจึงจำเื่นี้ได้ขึ้นใจ
“โทรศัพท์พังเครื่องนั้นเปิดไม่ติดเลย ตอนพ่อหนุ่ม ๆ เคยเอาไปถามราคาที่ร้านรับซ่อมโทรศัพท์ ว่าจะเอาไปขายแลกเงินไปซื้อบุหรี่สักหน่อย แต่ช่างบอกว่ามันไม่มีค่าอะไรเลย พ่อเลยโยนมันไว้ในกล่องคุกกี้ ลูกคงไม่ได้คิดจะเอาไปขายหรอกนะ โทรศัพท์เป็สิ่งที่เพิ่งมีมาไม่นาน ไม่นับว่าเป็ของโบราณ ต่อให้เป็รุ่นเก่าก็ไม่มีราคา” โจวหลิงเฟิงกล่าว
โจวเหวินคิดในใจ “โชคดีที่โทรศัพท์เครื่องนี้ไม่ได้ถูกพ่อเอาไปขายแลกกับบุหรี่ ไม่อย่างนั้นฉันคงร้องไห้”
“โทรศัพท์เครื่องนี้ไม่เคยเปิดติดมาก่อนเลยเหรอ” โจวเหวินถามต่อ
“จะเปิดติดได้ยังไง ถูกทิ้งไว้ตั้งไม่รู้กี่ปีแล้ว อย่าว่าแต่พังเลย ต่อให้มันไม่ได้พัง ก็คงแบตเตอรี่หมดไปตั้งนานแล้ว” โจวหลิงเฟิงพูดแทรกโจวเหวิน “เอาละ พ่อยังมีงานมากมายต้องทำ ยังไงเสียพ่อก็บอกข่าวลูกแล้ว ส่วนลูกจะมาไม่มางานแต่ง ก็แล้วแต่ลูกจะตัดสินใจแล้วกัน”
โจวหลิงเฟิงพูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที
“ถูกขุดพบจากบ่อน้ำในเมืองโบราณกุยเต๋องั้นเหรอ น่าเสียดายที่เมืองโบราณกุยเต๋อกลายเป็พื้นที่มิติต่างโลกแล้ว คนทั่วไปไม่สามารถเข้าใกล้บริเวณนั้นด้วยซ้ำ แต่การทดสอบภาคปฏิบัติของจังหวัดกุยเต๋อก็จัดขึ้นในเมืองโบราณกุยเต๋อพอดี เพียงแต่ไม่รู้ว่าบ่อน้ำโบราณนั่นอยู่ตรงไหน ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไปดูสักหน่อยไหม” โจวเหวินคิดในใจ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้
เป็อย่างที่โจวหลิงเฟิงพูด โทรศัพท์เป็สิ่งที่เพิ่งมีใน่ไม่กี่สิบปีมานี้ มันไม่มีทางเป็ของโบราณ และต่อให้เป็ของโบราณจริง ๆ ก็ไม่น่าจะมีพลังลึกลับอะไรขนาดนั้น
“แย่แล้ว ลืมถามพ่อเลยว่าไปสร้างศัตรูกับใครเข้า” เดิมทีโจวเหวินอยากโทรกลับไปถาม แต่คิดดูอีกทีก็เลือกที่จะไม่โทร
อย่างไรเสียอันจิ้งก็ย้ายออกไปแล้ว และไม่ได้ทำอะไรเขาจริง ๆ ในเมื่อเื่นี้ผ่านไปแล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องเอ่ยถึงอีก
เขาหยิบโทรศัพท์ปริศนาขึ้นมา เปิดโปรแกรมรังมดแล้วเข้าไปฟาร์มอีกครั้ง
มดถูกตัวละครสีเืสังหารไปตัวแล้วตัวเล่า ตัวละครในเกมก็เหมือนเป็ตัวเขาเอง ยิ่งต่อสู้จนได้ประสบการณ์และการตื่นรู้มากขนาดไหน โจวเหวินเองก็จะได้รับเหมือนกัน
ตอนนี้โจวเหวินมีประสบการณ์สังหารมดมากขึ้นเรื่อย ๆ และเอาชีวิตรอดได้นานกว่าเดิมมาก ในหนึ่งชีวิตเขายืนหยัดสังหารมดแกร่งได้ถึงสี่ห้าร้อยตัว โดยที่เมื่อก่อนสังหารได้มากสุดแค่หนึ่งร้อยกว่าตัวเท่านั้น
น่าเสียดายที่วันนี้ดวงไม่ค่อยดีนัก เขาได้รับแค่ผลึกพลังสองชิ้นและผลึกร่างกายหนึ่งชิ้น อีกทั้งระดับของผลึกยังไม่สูงนัก ได้แค่เอาไปใช้ฟื้นฟูพลังงาน แต่ใช้เพิ่มระดับขั้นไม่ได้
ขณะที่กำลังสังหารอย่างดุเดือด จู่ ๆ ก็เห็นมดแกร่งกลายพันธุ์สีแดงตัวหนึ่งปรากฏขึ้น ทำให้โจวเหวินดีใจมาก เขารีบควบคุมตัวละครสีเืพุ่งเข้าใส่
ก่อนหน้านี้เขายังไม่มีหมัดเฮอร์คิวลิส จึงล้มมดแกร่งกลายพันธุ์ได้ยากมาก แต่ครั้งนี้โจวเหวินใช้หมัดเฮอร์คิวลิสทันที กระแทกหมัดทีเดียวก็ทำให้หัวของมดแกร่งกลายพันธุ์แหลกละเอียด ก่อนจะซัดต่ออีกหมัดจนร่างกายของมันะเิไป
ติ๊ง !
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ผลึกเกิดขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ แต่น่าเสียดายครั้งนี้เกิดแค่หนึ่งชิ้น
“สังหารมดแกร่งกลายพันธุ์ ได้รับผลึกร่างกาย”
โจวเหวินดูอย่างละเอียดแล้วเห็นว่าบนผลึกร่างกายมีตัวเลขเก้า เขาจึงอดดีใจไม่ได้
ตอนนี้ค่าร่างกายของเขาอยู่ที่แปดแต้ม เมื่อมีผลึกร่างกายชิ้นนี้ ก็จะยกระดับขึ้นได้อีกขั้น
ค่าร่างกายมีความเกี่ยวข้องถึงความแข็งแกร่งและความอึด เมื่อร่างกายแข็งแกร่งจึงต่อสู้ได้นานโดยที่ไม่เหนื่อยล้า และทนการโจมตีได้มากยิ่งขึ้น เหมือนกับฌานวิบากที่เขาฝึกฝน โดยการเน้นพัฒนาร่างกายและพลังเป็หลัก
เขาควบคุมตัวละครสีเืไปเก็บผลึกร่างกาย ทันใดนั้นก็มีพลังแปลกประหลาดไหลจากโทรศัพท์กระจายเข้าสู่ทั่วร่างกายของโจวเหวิน ทำให้เซลล์ทุกอณูในร่างกายของเขาราวกับตื่นตัวขึ้น
เมื่อเห็นว่าค่าร่างกายในหน้าจอเกมกลายเป็เก้าแต้ม โจวเหวินเองก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย ตอนที่ตัวละครสีเืถูกมดแกร่งธรรมดากัด ค่าเืที่สูญเสียก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
โจวเหวินฟาร์มต่อไป เขาพบว่ามดแกร่งกลายพันธุ์ชนิดนี้จะปรากฏขึ้นตามส่วนลึกของรังมดเป็ครั้งคราว โดยที่ไม่มีตำแหน่งการปรากฏที่ตายตัว และไม่ใช่ทุกครั้งที่จะเกิดผลึก
หลังจากนั้นโจวเหวินก็เจอมดแกร่งกลายพันธุ์อีกสองครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่มีผลึกอะไรเกิดขึ้น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางการฟาร์ม โจวเหวินยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม เอาแต่นอนหลับในเวลาเรียน เลิกเรียนก็เล่นเกม มีแค่ตอนคาบฝึกซ้อมที่เขาจะฝึกประสานงานกับพวกฟางรั่วซี
เพียงแต่ไม่รู้เพราะอะไร หลายวันมานี้โจวเหวินรู้สึกว่าอวี๋ชิวไป๋มักมองเขาด้วยสายตาประหลาด ทุกครั้งที่เขามองอวี๋ชิวไป๋ ก็จะเห็นอีกฝ่ายยิ้มตาหยีให้เขา จนทำให้เขารู้สึกขนลุกเล็กน้อย