ก่อนออกเดินทางเ้าชายแห่งโกลเดนธอร์นตัดสินใจถอดจิตของตัวเองเป็ชาติเก่าไปแจ้งข่าวแก่เทพธิดาเอลซ่าก่อน
“สวัสดี ฮันสุเกะ ฮิราชิกะ”เทพธิดาเอลซ่ากล่าว “นึกสนุกอยากทักทายลูกในท้องข้าหรือยังไงกัน”
“นั่นก็ส่วนหนึ่งครับ” ฮันสุเกะตอบ และยื่นมือข้างหนึ่งไปลูบท้องเทพธิดาที่อัญเชิญเขา“แต่ท่านรู้เื่คำทำนายที่เล่าเื่ะุเงินของดาร์กบลูมหรือเปล่าครับ?”
“ข้ารู้น่า” เทพธิดาเอลซ่าบอก“อย่าบอกนะว่าเ้ารู้แล้วว่าะุเงินที่จะฆ่าดาร์กบลูมได้คือใคร”
“ผมรู้ครับ” ฮันสุเกะตอบ “ผมได้ข่าวมาว่าตอนนี้ชิราอิจิกำลังตั้งท้องร่างอวตารของผู้สร้างอยู่”
“อ๋อ” เทพธิดาเอลซ่าพูด“งั้นข้าขอเสริมอีกนิดหนึ่งเพื่อความถูกต้อง ร่างอวตารของท่านผู้สร้างคือร่างแยกที่ท่านผู้สร้างส่งลงมาเกิดในท้องของชิราอิจิไงล่ะ”
“โอ...” ฮันสุเกะลากเสียง “แต่ผมอยากรู้จริงๆว่าปกติผมควรจะคลอดลูกที่อยู่ในท้องของผมั้แ่หลังจากจบการศึกษาที่โรงเรียนแซ็คเคิลแล้วแต่อาการเจ็บท้องคลอดยังไม่เข้าโจมตีผมสักทีนั่นเป็เพราะการตั้งท้องของคุณมันส่งผลกระทบกับลูกในท้องของผมขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
“ถูกต้องแล้ว” เทพธิดาเอลซ่ากล่าว“ถ้าทุกอย่างเป็ไปตามแผนจริง ๆ ล่ะก็เ้าอาจจะได้ลูกชายของข้ามาเป็คู่หูร่วมปาร์ตี้ก็ได้นะ”
“โอเคครับ” ฮันสุเกะพูด
และการเตรียมตัวครั้งนี้ เจอร์กอน,คลาริเอน, และเหล่าขุนนางเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายในสควอดของเขา ขอแยกย้ายกลับไปเตรียมตัวในอาณาจักรของตัวเองเพื่อยกกำลังพลบางส่วนออกรบ ออกผจญภัยในดันเจี้ยนต่าง ๆ ด้วย
เมื่อเ้าชายเจอร์กอนกลับมาที่อาณาจักรโกลเดนธอร์นเป็ครั้งแรกชาวเมืองก็ให้การต้อนรับเป็อย่างดีแถมฉลองต้อนรับกิลดอนลูกชายที่ยังไม่ออกมาจากท้องของเจอร์กอนอีกต่างหาก
“ขอต้อนรับกลับมาครับ เ้าชายเจอร์กอน!”เหล่าอัศวินโห่ร้องเรียกพระเอก
“โอ้ ขอบคุณมากเลยครับ”เจอร์กอนโก้งโค้งคำนับ ซึ่งมันค่อนข้างทะมัดทะแมงเพราะท้องอันกลมโตเหมือนลูกโป่งเนี่ยแหละ
“เชิญนั่งครับพระบิดาของท่าน้าพบท่าน” หนึ่งในอัศวินกล่าวและเชิญเจอร์กอนไปนั่งบนเกวียนซึ่งเจอร์กอนก็ไปนั่ง และเกวียนขบวนเสด็จก็นำพาเ้าชายไปสู่พระราชวังใหญ่
“เจอร์กอนมาแล้วค่ะ เสด็จพ่อ เสด็จแม่!”เอลริเวนะโร้องเรียกให้าาและราชินีเข้ามาต้อนรับน้องชาย
เจอร์กอนเดินเข้ามาคุกเข่าทำความเคารพพระบิดาของเขาซึ่งกษัตริย์ทูรัสก็ยินดีเหมือนกัน
“ขอต้อนรับกลับมานะเจอร์กอน”กษัตริย์ทูรัสบอก “หลังจากที่ลูกจบการศึกษามา แล้วผ่านอะไรมาเล็ก ๆ น้อย ๆก่อนเอาจริง ในที่สุดก็ได้กลับมาเตรียมตัวที่บ้านสักทีสินะ”
“ครับ เสด็จพ่อ” เจอร์กอนตอบ
“เอาเป็ว่า...พี่มีความลับจะบอกกะน้องอ่ะ” เ้าหญิงเอลริเวนบอกน้องชาย“ความลับที่น้องอาจจะจำไม่ได้เพราะยังเป็เด็กนั่นแหละ”
“อะไรเหรอครับเสด็จพี่สาว?”เจอร์กอนหันมาถามเอลริเวน
“ให้พ่อบอกเองดีกว่านะเอลริเวน” กษัตริย์ทูรัสตอบ“เจอร์กอน ถ้าลูกจำเื่เสด็จปู่ฮูรัสที่คลอดพ่อออกมาได้ตอนที่พ่อกับแม่ใช้ชีวิตปกครองโกลเดนธอร์นร่วมกันแล้วอยากมีลูกน่ะมีจุดหักมุมลับนิดหนึ่งที่พ่ออยากจะบอก คือตอนแรกแม่ของลูกน่ะ้าที่จะมีรัชทายาทซึ่งเป็ได้ทั้งลูกชายและลูกสาวซึ่งจะมีประโยชน์หลายต่อมากหลังจากที่พ่อกับแม่จากไปแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่แม่ตั้งท้อง แม่ก็ได้ให้กำเนิดเอลริเวนก่อนแล้วทีนี้เมื่อเธออยากได้ลูกชาย พ่อแนะนำว่าพ่อยอมท้องด้วยตัวเองดีกว่าเพราะที่ผ่านมาไม่ใช่แค่เสด็จปู่ฮูรัสเท่านั้นแต่หลายรุ่นฝ่ายพ่อก็มักจะท้องและคลอดลูกชายด้วยตัวเองเป็ส่วนใหญ่แม่จึงยอมให้พ่อใช้เวทมนตร์ทำให้พ่อท้องลูกชายด้วยตัวเอง และคลอดออกมาด้วยตัวเองไงเจอร์กอน”
เ้าชายเจอร์กอนเมื่อรู้ความจริงว่าเขาอยู่ในท้องของพระบิดาของตัวเองมาก่อนก็เกิดอาการใจชื้นขึ้นมา เพราะไม่นึกเลยว่าราชวงศ์โกลเดนสวอนจะมีชื่อเสียงในการไม่ค่อยให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชายเป็ส่วนใหญ่มาก่อนอย่างไรก็ตาม สิ่งที่กษัตริย์ทูรัสจะเปิดเผยให้ลูกชายฟังต่อจากนี้คือสาเหตุที่ราชวงศ์โกลเดนสวอนจะมีประวัติไปในทางนั้นเสียส่วนใหญ่
“ที่ราชวงศ์โกลเดนสวอนมีชื่อเสียงในการให้ฝ่ายพ่อให้กำเนิดลูกชายด้วยตัวเองเป็ส่วนใหญ่นั้นมันมีสาเหตุที่ว่า ต้นราชวงศ์นั้นเคยเป็เทวทูตใต้สังกัดของผู้สร้างแต่ว่าเขาไปทำเื่บางอย่างที่นำไปสู่ความด่างพร้อยของราชวงศ์ของพวกเรานั่นก็คือการแปลงกายเป็หงส์สีทองคำแล้วร่ายมนตร์ให้ผู้หญิงตั้งท้องออกมาเป็มนุษย์เพศชายซึ่งทำให้พระผู้สร้างไม่พอใจอย่างมากและลงโทษให้เทวทูตออกจาก์มาเกิดเป็มนุษย์เดินดินบนโลกพร้อมกับตั้งท้องลูกชายที่จะไม่มีวันออกมาลืมตาดูโลกจนกว่าจะได้รับการล้างคำสาปด้วยจุมพิตจากรักแท้ซึ่งตอนนั้นเทวทูตต้นราชวงศ์องค์นั้นท่านยังหารักแท้ไม่เจอเลย เพราะสาว ๆที่พยายามจะไปจีบและพยายามทำให้ท้องลูกชายไปด้วยกลับไม่สามารถรอดชีวิตได้ทั้งแม่ทั้งลูกเพราะลูกชายในท้องของสาว ๆ นั้นมีพลังเยอะเกินกว่าที่สาว ๆที่อุ้มท้องจะทนรับไหวได้จึงตัดสินใจฆ่าเวลาด้วยการใช้พลังสร้างอาณาจักรโกลเดนธอร์นขึ้นมา
“อย่างไรก็ตามนะลูกมนุษย์ที่มาอาศัยอยู่ที่โกลเดนธอร์นในยุคแรก ๆ ไม่เคยเห็นผู้ชายตั้งครรภ์ได้นับั้แ่ตำนานผู้กล้าท้องได้คนแรกของโลกเป็ต้นมาและนับเป็อะไรที่มันหายากมากด้วยในยุคนั้น ต่างจากในตอนนี้ที่มีกันเกลื่อนมันเลยทำให้ชาวเมืองแต่งตั้งให้เทวทูตต้นราชวงศ์องค์นั้นเป็จอมาาแห่งโกลเดนธอร์นซะเลยนานวันเข้า กว่าท่านจอมาาจะได้พบกับรักแท้ท่านก็เริ่มหลงใหลในเรือนร่างคนท้องของท่านเองเข้าซะแล้วมันเข้าขั้นที่ว่าพอท่านได้หาคู่ครองจนพบและเป็รักแท้จริง ๆท่านยังไม่ให้ท่านราชินีจุมพิตเพราะยังไม่อยากสละหุ่นคนท้องของท่านเพื่อให้อีกหนึ่งชีวิตลืมตาดูโลกแต่ให้ท่านราชินีท้องลูกสาวก่อนแล้วค่อยปลดคำสาปของท่านจอมาาในภายหลัง
“แต่มันไม่ใช่แค่นั้นหลังจากนั้นเป็ต้นมากษัตริย์แต่ละราชวงศ์ส่วนใหญ่ยังไม่กล้ายอมให้พระชายาของพวกท่านตั้งท้องลูกชายให้ด้วยซ้ำเพราะอาถรรพ์บางอย่างที่จะมีผลกับพระชายาของพวกท่าน แต่อย่างไรก็ตาม เื่มันก็ผ่านมาหลายยุคสมัยแล้วอาถรรพ์ที่ตามหลอกหลอนราชวงศ์โกลเดนสวอนก็ค่อย ๆ เสื่อมลงไปตามกาลเวลาและกษัตริย์บางรัชกาลก็มีการคลอดลูกสาวด้วยตัวเองแล้วให้พระชายาของท่านคลอดลูกชายให้บ้างแล้วล่ะนะ แต่กรณีของเสด็จปู่ฮูรัสตอนนั้นเสด็จย่าฟรินน่ายังประจำการที่อาณาจักรและไม่รู้ว่าเสด็จปู่ท้องและคลอดพ่อออกมาแล้วเสด็จย่าก็เพิ่งมาพบกับพ่อและเลี้ยงดูพ่อจนกระทั่งเสด็จปู่กลับมาจากดันเจี้ยนล่าสุดและนี่แหละเื่ราวของพ่อน่ะลูก”
“ผมเข้าใจแล้วครับ” เจอร์กอนบอก“จะว่าไป ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมหลงใหลในเรือนร่างคนท้องของตัวเอง และคลาริเอนภรรยาผมแล้วล่ะครับบอกตามตรงเลยว่าเธอสวยงามขึ้นเพราะเธอกำลังตั้งท้องอยู่และเธอเองก็เห็นด้วยและชมผมด้วยล่ะครับว่าผมหล่อเหลาเพราะผมกำลังท้องอยู่ด้วย”
“แม่ก็เห็นด้วยจ้ะลูก” พระนางเลนดากล่าวพร้อมกับยื่นมือของเธอมาลูบท้องลูกชาย“ขอแม่ทักหลานชายในท้องลูกได้ไหมจ๊ะ”
“ได้เลยครับ”เจอร์กอนตอบแม่ของเขาก่อนจะบอกกิลดอนในท้องของเขาว่า “กิลดอนทักทายเสด็จย่าหน่อยนะลูก”
“โอ้ สวัสดีครับเสด็จย่า”เสียงของกิลดอนดังขึ้นจากในท้องของเจอร์กอน
“สวัสดีจ้ะกิลดอน นี่เสด็จย่าเลนดาเอง”พระนางเลนดาทักหลานชาย
“ผมภูมิใจมากเลยนะครับที่ผมได้กำเนิดในท้องของเสด็จพ่อของผมจริงๆ ครับ” เสียงของกิลดอนดังในท้องของเจอร์กอน“มันทำให้เสด็จพ่อมีกำลังใจมากขึ้นจริง ๆ”
“ย่ารู้ดีว่าพ่อของหลาน้าตั้งท้องด้วยตัวเองมาเนิ่นนานและสุดท้ายเขาก็ได้สร้างหลานขึ้นมาสมใจอยากเสียที” พระนางเลนดาว่า
“แต่ว่าพี่สงสัยอย่างหนึ่งอ่ะนะ”เอลริเวนทักด้วยความสงสัย“พี่ได้ยินมาว่าโรงเรียนแซ็คเคิลมีนโยบายให้คนท้องไม่พร้อมเรียนต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสำเร็จการศึกษาซึ่งปกติแล้วกิลดอนต้องออกมาลืมตาดูโลกได้ตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอเจอร์กอนทำไมเขาถึงยังอยู่ในท้องน้องมาจนถึงทุกวันนี้ล่ะ?”
“ไม่รู้สิครับ” เจอร์กอนตอบ“อาจเป็เพราะเทพธิดาเอลซ่ามีพรวิเศษที่ผูกพันกับผม แล้ว่หลัง ๆมานี้มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่านางกำลังตั้งครรภ์ ทำให้ผมกับคลาริเอนที่ได้พรจากนางยังไม่เจ็บท้องสักที”
“เทพธิดาเอลซ่างั้นเหรอ”กษัตริย์ทูรัสว่า “อืม...พ่อเคยได้ยินเื่ราวของเทพธิดาเอลซ่ามาก่อนไม่นึกเลยว่านางจะเลือกให้ลูกเป็คนสำคัญแบบนี้”
“แล้วทีนี้ลูกจะไปไหนต่อล่ะจ๊ะ” พระนางเลนดาถาม
“ผมจะออกผจญภัยเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ครับ” เจอร์กอนตอบ
“ระวังตัวด้วยล่ะลูก”กษัตริย์ทูรัสเตือน“ได้ข่าวว่า่นี้อสูรดาร์กบลูมมันชักจะเอาใหญ่และออกอาละวาดมากขึ้นเห็นว่ามันอยากจะกำจัดเ้าผู้กล้าที่เป็ะุเงินในคำพยากรณ์เต็มแก่ เตรียมวิธีป้องกันตัวไว้หากลูกเจอกับมันอีกรอบแล้วกันนะ”
“ครับผม” เจอร์กอนบอกมือสองข้างลูบท้องของตัวเองไปเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม มีหลายอย่างที่ฮันสุเกะในร่างของเจอร์กอนต้องเรียนรู้เมื่ออยู่ในโลกแฟนตาซีโดยเฉพาะลูกเล่นของมอนสเตอร์ในโลกแฟนตาซีที่เทพธิดาเอลซ่าไปอัญเชิญอย่างแรกเลยก็คือแมงมุมบางสายพันธุ์ที่เป็แม่หม้ายชอบแปลงร่างเป็สตรีเซ็กซี่เพื่อล่อลวงผู้ชายมาเป็พ่อพันธุ์อุ้มท้อง และว่ากันว่าผู้ที่ถนัดในด้านนี้ที่สุดก็หนีไม่พ้นอาราก้านางพญาแมงมุมดำใต้อาณัติของดาร์กบลูมเนี่ยแหละที่ดูจะมีชื่อเสียงในด้านการลักพาตัวนักผจญภัยชายและผู้กล้าที่ไม่ทันระวังตัวให้กลายเป็พ่อพันธุ์ให้กำเนิดแมงมุมไปหลายคนซึ่งแมงมุมสายพันธุ์ของอาราก้าจะมีการคลอดด้วยการทะลุออกจากท้องของคนอุ้มครรภ์ และนั่นทำให้เหยื่อหลายคนเสียชีวิตจากการคลอดเพียงครั้งเดียวมาแล้วแต่แม้จะมีบางคนที่รอดไปได้ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเหยื่อที่รอดจะเป็อิสระไปได้หลายคนที่รอดจากการคลอดแมงมุมครั้งแรก มักจะโดนทำท้องให้คลอดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าเหยื่อจะตายหรือไม่ก็จนกว่าอาราก้าจะยอมปราณี
แต่บางสายพันธุ์ก็ไม่ใช่อย่างนั้น เช่นแมงมุมสีครามตะวันตก มีทั้งาาและราชินีแห่งแมงมุมที่ผลัดกันท้องและให้กำเนิดลูกแมงมุมขยายสายพันธุ์ต่อไปเรื่อยๆ แต่บางครั้งหากสภาพร่างกายยังไม่พร้อมก็ไปขอให้มนุษย์ช่วยอุ้มท้องพักลูกของพวกเขาบ้างซึ่งพวกแมงมุมสายพันธุ์สีครามตะวันตกเป็แมงมุมสายพันธุ์ที่เป็มิตรกับเผ่าพันธุ์อื่นมากต่างจากเผ่าพันธุ์ที่อยู่ใต้อาณัติของดาร์กบลูมที่จะเป็อันตรายกับศัตรูที่ไม่ได้รับใช้ดาร์กบลูมเลย
และคราวนี้ เมื่อทั้งเจอร์กอนและคลาริเอนต่างก็ท้องแก่ทั้งคู่ตี้ของเขาจึงจำเป็ต้องหาเควสต์สำหรับให้คนท้องผจญภัยโดยเฉพาะ และโชคดีมากที่มีโรงเตี๊ยมทำเควสต์สำหรับคนท้องพอดีซึ่งเมื่อตี้ของเจอร์กอนเข้าไปข้างในสิ่งที่พวกเขาได้เห็นคือก๊วนคนรอรับเควสต์ซึ่งหลายคนก็เป็เหล่านักผจญภัยที่กำลังตั้งท้องอยู่ไม่ว่าจะเป็ผู้ชายหรือผู้หญิงบางคนท้องยังแฟบหรือไม่นูนมากซึ่งทำให้เจอร์กอนคิดว่าคนพวกนี้ยังท้องอ่อนบางคนก็ท้องนูนเหมือนลูกโป่งที่เป่าลมจนถึงขีดจำกัดแล้วซึ่งพระเอกก็เดาได้ว่าพวกท้องโตขนาดนี้คือท้องแก่จะคลอดแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าคนพวกหลังนี่คิดยังไงถึงยังมาทำเควสต์ผจญภัยสำหรับคนท้องอยู่ทั้ง ๆ ที่อาการเจ็บท้องอาจจะมาได้ทุกเมื่อเว้นแต่คนเหล่านี้ได้ถูกร่ายเวทมนตร์หยุดอาการเจ็บท้องคลอดไว้ก่อนออกผจญภัยอยู่แล้ว
ดังนั้นเจอร์กอนจึงเดินมาที่พนักงานมอบเควสต์หน้าเคาน์เตอร์ทันที
“สวัสดีค่ะ” พนักงานสาวทักทาย
“สวัสดีครับ” เจอร์กอนทักทาย“พอดีว่าผมสงสัยว่าพวกนักผจญภัยท้องแก่พวกนี้พวกเขาร่ายมนตร์หยุดอาการเจ็บท้องคลอดไว้ก่อนออกเดินทางก่อนแล้วเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ” พนักงานมอบเควสต์ตอบ“คือเื่การผจญภัยต่อสู้ในดันเจี้ยนมันมีความเสี่ยงอันตรายอยู่แล้วและมันมีการหักโหมจนไม่เหมาะกับคนท้องซึ่งโรงเตี๊ยมที่นี่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับอาชีพนักผจญภัยที่ยังท้องอยู่แต่อยากลุยต่อและความยากของเควสต์ที่นี่ง่ายกว่าที่อื่นเพื่อให้เหมาะสมกับคนท้องด้วยค่ะ”
“อืม” เจอร์กอนพูดพลางนึกย้อนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการให้คนท้องผจญภัยไปเสี่ยงตายในโลกแฟนตาซีที่เทพธิดาเอลซ่าอัญเชิญให้มาอยู่ซึ่งในอดีตั้แ่ก่อนที่จะมีผู้กล้าท้องได้คนแรกปรากฏตัวหากนักผจญภัยคนใดเกิดตั้งท้องขึ้นมาต้องงดผจญภัยและหันไปทำอาชีพอื่นก่อนเพราะมันไม่เคยมีเควสต์ที่จะลดระดับความยากเพื่อให้รองรับกับคนท้องโดยเฉพาะแม้แต่เหล่าเอลฟ์ก็ยังไม่กล้าออกผจญภัยระหว่างที่ตั้งท้องเลย แต่อย่างไรก็ตามผู้กล้าท้องได้คนแรกก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนท้องก็สามารถบู๊เป็ได้หากไม่มีอาการร้ายแรงใดๆ มาแทรกจนล้มเหลวเสียก่อนซึ่งนั่นทำให้บุคคลในโลกนี้เริ่มเปลี่ยนทัศนคติและเริ่มออกเควสต์ผจญภัยที่ลดความยากสำหรับคนท้องมากขึ้นจนในยุคของเจอร์กอน มันแทบจะเป็เื่ปกติไปแล้ว
“แล้วคุณมาเพื่อรับเควสต์ใช่ไหมคะ?”พนักงานมอบเควสต์ถาม
“ใช่ครับ” เจอร์กอนตอบ“ผมมากับปาร์ตี้ของผมด้วยครับ”
ว่าแล้วเจอร์กอนก็ผายมือไปหาคลาริเอน,ฟินเรียร์, อาร์เธอเรีย,และขุนนางบางส่วนที่มาจากโรงเรียนแซ็คเคิลที่อยู่ในตี้ของเขาด้วย
“แล้วคุณเป็หัวตี้เหรอคะ?”พนักงานมอบเควสต์ถามเจอร์กอน
“ใช่ครับ” เจอร์กอนตอบ “ผมกับภรรยาท้องมาประมาณห้าปีเข้าไปได้แล้วครับยังไม่คลอดออกมาเลย”
“งั้นเดี๋ยวฉันดูค่าพลังของคนท้องในตี้ของคุณก่อนนะคะ”พนักงานมอบเควสต์บอกพร้อมกับยกแท่นวางลูกแก้วตรวจสแตตตัวละครมาวางบนแคชเชียร์“ช่วยจับลูกแก้วดวงนี้เพื่อเช็กค่าพลังของคุณพ่อคุณแม่ด้วยค่ะ”
“ครับ/ค่ะ” เจอร์กอนและคลาริเอนบอก
“เชิญเลยครับ”เจอร์กอนผายมือให้คลาริเอนตรวจก่อน และค่าพลังของเธอในตอนนี้คือ 227ส่วนเจอร์กอนมีค่าพลังที่ 229 ซึ่งเหมาะกับความยากระดับอะพอคาลิปส์พลัส 22ในตอนที่ยังไม่ได้ตั้งท้อง แต่การตั้งท้องจะมีเอฟเฟกต์ที่ต้องลดระดับความยากลงให้เหมาะสมไปด้วยขึ้นอยู่กับระยะการตั้งท้องว่าคนคนนั้นตั้งท้องมานานแค่ไหนแล้วถ้าเกิดว่าท้องมาไตรมาสแรกที่โดยปกติแล้วจะวนอยู่กับการแพ้ท้องเป็หลักพร้อมกับอาการหิวอาหารที่เพิ่มขึ้น ความยากของเควสต์สำหรับคนท้องระยะนี้จะต้องง่ายลงประมาณ1 – 3 ขั้น ในขณะที่การท้องในไตรมาสที่สอง การเคลื่อนไหวร่างกายที่ลดลง 20%และพละกำลังอ่อนแอลง 20%ทำให้ความยากของเควสต์สำหรับคนท้องระยะนี้ต้องง่ายลงไปอีก 4 – 6 ขั้นและการท้องในไตรมาสที่สามขึ้นไป การเคลื่อนไหวร่างกายลดลงไป 60% และพละกำลังอ่อนแอลง 60%ยิ่งทำให้ความยากของเควสต์สำหรับคนท้องระยะนี้ต้องง่ายลงถึง 7 ขั้นขึ้นไปเท่ากับว่า ตี้ของพระนางคู่นี้ ต้องทำเควสต์ในความยากระดับอะพอคาลิปส์พลัส 15ลงมาเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม ค่าพลังของเจอร์กอนและคลาริเอนทำให้พนักงานมอบเควสต์ถึงกับตาโตเพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยเจอนักผจญภัยคนใดที่สามารถอัปเกรดสกิลและเพิร์กมาได้จนค่าพลังสูงขนาดนี้มาก่อน
“นี่คุณเล่นอัปเกรดสายใยสกิลและเพิร์กจนมาได้ขนาดนี้เหรอคะ??”พนักงานมอบเควสต์ถาม
“ใช่ครับ” เจอร์กอนตอบ “ทำไมเหรอครับ?”
“ที่ผ่านมาฉันไม่เคยเจอนักผจญภัยที่มีค่าพลังระดับนี้และใช้อาชีพซอร์เซอเรอร์มาก่อนเลยค่ะ”พนักงานมอบเควสต์ตอบ “คือปกติแล้วฉันจะเจอแต่นักผจญภัยที่มีอาชีพอื่นที่ไม่ใช่ซอร์เซอเรอร์เลยฉันก็ไม่รู้เลยค่ะว่าซอร์เซอเรอร์จะสามารถแตกสายไปเล่นอาชีพอื่นได้อ่ะค่ะเพิ่งจะมารู้จากตี้ของคุณเนี่ยแหละค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง” เจอร์กอนพูด
“แล้วที่นี่มีเควสต์ไหนให้พวกเราทำบ้างคะ?”คลาริเอนถาม
“อ๋อ มีค่ะ” พนักงานทำเควสต์ตอบแล้วเดินไปหยิบกระดาษเควสต์มาประมาณห้าแผ่นทั้งห้ามีความยากไม่เกินอะพอคาลิปส์พลัส 15และยังไม่มีใครจองเพื่อทำเควสต์เหล่านี้เลย
“จริง ๆ ยังมีอีกเยอะนะคะ แต่นี่แค่แรกเริ่มเท่านั้นค่ะ”พนักงานทำเควสต์เสริม
เจอร์กอนไล่ดูใบเควสต์ทั้งห้าแผ่น แล้วหันมาคุยกับเพื่อนร่วมตี้ด้วยว่าแต่ละใบเป็อย่างไรและจะเลือกเอาเควสต์อันไหนดี และสุดท้าย
“ผมขอเลือกเควสต์ล่าสมบัติครับ”เจอร์กอนตอบ
“อ่า ล่าขุมทรัพย์สินะคะ”พนักงานทำเควสต์บอกและเลือกเอาใบเควสต์ล่าสมบัติที่มีความยากระดับอะพอคาลิปส์พลัส15 พอดี แถมจุดที่ฝังสมบัติคือดันเจี้ยนในเซาธ์โพลซึ่งเป็สถานที่ที่เก็บไอเท็มศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้กล้าต่างโลกยุคขี้แพ้พยายามจะบุกไปแก้คำสาปที่ดาร์กบลูมประเคนใส่แต่ไม่สำเร็จแต่กลายเป็ทวีปที่คนประสบการณ์สูงชอบออกไปสมบุกสมบันและได้ของกลับมาเยอะแยะส่วนทวีปอื่น ๆ เช่น อีสเทร็ด ก็เป็ทวีปฝั่งตะวันออกที่ดาร์กบลูมครอบงำไปเกินครึ่งส่วนทวีปเวสต์โพสต์ก็เป็ทวีปตะวันตกที่นักผจญภัยมือใหม่นิยมไปบุกจนเกร่อและนอร์ธแลนด์สเป็ทวีปเหนือที่พวกเอลฟ์และคนแคระชอบตั้งถิ่นฐานอยู่แม้ตอนบนเกือบหนึ่งในสี่จะเป็แค่แดนหิมะล้วนๆ ก็ตาม ต่างจากมนุษย์ที่มักจะตั้งถิ่นฐานในทวีปกลางเซ็นเทรียอันเป็ทวีปที่ใหญ่ที่สุดและมีการติดต่อระหว่างอาณาจักรในทวีปกลางอยู่เสมอ
“เซาธ์โพลอีกแล้วเหรอครับ?”ฟินเรียร์อุทาน
“ค่ะ” พนักงานทำเควสต์ตอบ “มีปัญหาอะไรเหรอคะ?”
“เปล่าครับ ผมไม่มีปัญหา” ฟินเรียร์ว่า “แต่ว่าผมได้ยินชื่อเสียงเื่ความยากของแต่ละด่านในทวีปนั้นเฉยๆ ครับ”
“โอเคค่ะ” พนักงานทำเควสต์บอก “เควสต์ล่าสมบัติอันนี้อยู่ในวิหารสีชาดที่มีภูติผีปีศาจมากมายกำลังเฝ้าทรัพย์อยู่และที่ผ่านมายังไม่มีใครบุกเข้าไปเอาได้เลยค่ะ”
“อืม” เจอร์กอนพูด “งั้นผมขอเอาเควสต์นี้แหละครับ”
“โอเคค่ะ” พนักงานทำเควสต์บอก