เกิดอะไรขึ้นกันแน่
“เราจำเป็นต้องส่งลูกออกไปคืนนี้เพคะ” เสียงของท่านแม่ดังขึ้นด้วยความกังวล ใครจะไปไหน ท่านแม่กำลังพูดถึงใครกันแน่“ใช่พี่คิดว่าแบบนั้น” เสียงท่านพ่อดังขึ้น“แล้วท่านพี่เตรียมการพร้อมแล้วหรอเจ้าคะ”“พี่เตรียมไว้พร้อมแล้วเหลือแค่รอเวลา” พวกท่านกำลังจะทำอะไรกันแน่ ซักยากจจะรู้แล้วล่ะสิ“แฮ่ๆ คุณหนูทำอะไรอยู่เจ้าคะ ทำไมไม่เข้าไป” เสียงพี่หมิงหมิงดังขึ้นไม่รู้ว่าจะมาทำไมตอนนี้เนี่ยคนกำลังแอบฟังอยู่มาขัดจังหวะจริงๆ“ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ ฮวาเออร์หิวจังเลย” เสียงข้าดังขึ้นหลังจากที่พี่หมิงหมิงวิ่งมาถึงตัวแล้วฉันต้องรีบเดินหนีไปเพื่อไม่ให้มีใครสงสัยว่าฉันแอบฟังแต่ความริงก้ไม่มีใครสงสัยหรอว่าฉันแอบฟังเพราะถึงฉันจะแอบฟังแต่เด็กที่ปัญญอ่อนขนาดนี้คิดอะไรใม่มากหรอก“เจ้ามาแล้วหรอฮวาเออร์” เสียงท่านพ่อดัง“เจ้าคะท่านพ่อ” ฉันตอบรับกับไปพร้อมกับเดินไปหาท่านแม่“มานี่มาฮวาเออร์แม่เตรียมของโปรดลูกเอาไว้มากมายเลย” เสียงท่านแม่ดังขึ้นหลังจากที่ได้เห็นข้าเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มทำให้ท่านต้องหยุดพูดเรื่องที่ยังพูดค้างไว้อยู่“ว้าว มีแต่ของอร่อยเยอะแยะไปหมดเลยลูกกินเลยได้ไหมเจ้าคะ” เสียงข้าดังขึ้น“เจ้าไม่รอพี่เจ้าก่อนหรอฮวาเออร์” เสียงท่านพ่อดังขึ้นหลังจากที่เห็นข้าเดินเข้ามานั่งที่และพูดถึงอาหารที่ตั้งอยู่ที่โต๊ะและเตรียมจะลงมือจัดการอาหารทั้งหมดจึงต้องเอ่ยขึ้นมา“ฮวาเออร์รอท่านพี่ก่อนก็ได้เจ้าคะ” หลังจากที่ข้าพูดจบไม่นานพี่สาวของข้าก็เดินเข้ามาที่ห้องอาหารพอดี“ท่านพี่มาแล้ว แล้วพี่ใหญ่ไปไหนละเจ้าคะ เมื่อไหร่จะมาฮวาเออร์หิวจะแย่แล้ว” หลังจากที่พี่สาวของข้านั่งลงประจำที่เเล้วฉันก็ถามขึ้นเพราะยังไม่เห้นเงาของพี่ชายคนโตเลย“กำลังคิดถึงพี่หรอฮวาเออร์” เสียงพี่ใหญ่ดังขึ้นมาจากทางเข้าประตู“พี่ใหญ่มาแล้วงั้นฮวาเอร์ก็กินได้แล้วนะสิ”“พี่ก็นึกว่าคิดถึงพี่แต่แค่หิวแล้วนี่เอง ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้นแต่ฉันที่กำลังลงมือ๙อาหารที่อยากกินให้ท่านแม่ป้อนก็ยังคงไม่สนใจเสียงหัวเราะเพราะตอนนี้อาหารสำคัญกว่าเด็กอย่างฉันกำลโตต้องกินข้าวเยอะดังนั้นฉันจึงต้องตั้งใจกินข้าวให้เยอะๆ บรรยายกาศในโต๊ะอาหารนั้นหลังจากที่ทุกคนหัวเราะฉันแล้วนั้นทุกคนก้กินอาหารกันย่างมีความสุขและรอยยิ้มตอดเวลาอาหาร แต่พอกินข้าวเสร็จบรรยายการตอนนี้ถ้าฉันไม่คิดไปเองนะบรรยายกาศมันค่อนข้างจะอึดอัดเป็นอย่างมากแต่ฉันต้องทำเป็นมองไม่เห็นหรือไม่รู้สึกอะไรกับบรรยากาศที่เกิดขึ้น“ให้พี่หมิงหมิงพาเจ้าเข้านอนนะเด็กดีของแม่” เสียงท่านแม่พูดขึ้นก่อนเพื่อทำลายความเงียบด้วยการให้พี่หมิงหมิงพาฉันไปนอน ฉันพยักหน้าตอบรับคำท่านแม่“คุณหนูเราไปนอนกันเถอะเจ้าคะ”“เจ้าคะ” หลังจากที่ฉันพูดเสร็จก็ลุกออกจาเก้าอี้ที่ใช้นั่งทานอาหารแล้วเดินออกไปจาห้องอาหารกลับไปที่ห้องเพื่อทำธุระส่วนตัวและนอน ฉันเดินมาถึงเรือนพักแล้วพี่หมิงหมิงแล้วก็มีสาวใช้ถืออ่างล้างหน้าพร้อมกับผ้ามาให้พี่หมิงหมิงทันที“คุณหนูล้างหน้าก่อนนะเจ้าคะ” เสียงพี่หมิงหมิงดังขึ้นหลังจากที่จัดอุปกรณ์เรียบร้อมแล้วเลยเรียกฉันให้ไปนั่งที่โต๊ทันที“เจ้าคะ” ฉันขานรับและเดินไปนั่งโต๊ะให้พี่หมิงหมิงช่วยล้างหน้าให้พอฉันทำธุระส่วนตัวสร็จฉันก็เข้านอนแล้วหลับตาลงแต่วามจริงฉันไม่ได้หลับหรอกแค่ต้องการจะหลอนพี่หมิงว่าฉันหลับแล้วให้ออกไปจากห้องเพราะฉัรต้องการอยู่คนเดียวเพื่อใช้ความคิดกับเรื่องที่ได้ยินมา หลับจากที่ฉันแกล้งหลับตาไปได้สักพักพี่หมิงหมิงก็เดินออกไปจากห้องพร้อมกับดับตะเกียงและปิดประตูพอฉันได้ยินเสียงเดินที่่างออกไปไกลแล้วฉันก็เด้งตัวลงขึ้นมาจากที่นอนทันทีต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่นอนเพราะฟังจากน้ำเสียงและสีหน้าตอนที่ฉันเดินเข้าห้องไปถึงจะแค่แปบเดียวแต่สีหน้านั้นมันต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ มันคงจะไม่มีอะไรร้ายแรงหรอมั้งเพราะยังไงฉันที่ตอนนี้อยู่ใน่างเด็กตัวแค่เนี่ยคงไม่สามารถช่วยอะไรเข้าได้หรอเพราะคงไม่มีใครเชื่อว่าเด็กที่ปัญญาอ่อนอย่างเด็กนี่จะช่วยเหลืองานอะไรได้อยู่แล้ว หรือบ้างทีฉันอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของคนอื่นไปแล้วกันเพราะยังไงพวกเขาน่าจะมีวิธีรับมืออยู่แล้วที่จิงฉันไม่ต้องไปเครียดอะไรกับเรื่องที่ไม่รู้ ถ้าคิดใอีกมุมพ่อของเด็กคนนี่ก็น่าจะมีความสามารถที่จะเเก้ปัญหาอยู่หรอ เพราะการที่จะมายืนในตำแหน่งที่สูงขนาดนี้ได้คงไม่โง่จนไม่สามารถแก้ปัญหาได้หรอมั้ง ในเมื่อฉันบอกว่าฉะนจะทำตัวเป็นเด็กฉันก็ควรจะทำตามที่ตัวเองต้องการสิ เพราะเด็กทุกคนไม่มีใครมานั่งเครียดเรื่องของผู้ใหญ่หรอ หลังจากคิดได้ดังนั้นฉันก็ล้มตัวลงนอนและก็หลับไปในเวลาอันรวดเร็ว