เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 51 ความก้าวหน้าและเวลาที่ใกล้เข้ามา

    บทที่ 51
    ครึ่งปีผ่านไป
    ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! เสียงระเบิดดังต่อเนื่องกันหลายครั้งจากเวทย์มนต์ของท่านพ่อที่ยิงใส่
    “เข้ามาเลยครับท่านพ่อ” ผมตะโกนหลังจากหลบเวทย์มนต์ที่ท่านพ่อยิง
    [Flame Enchant] ท่านพ่อร่ายเวทย์ไฟเคลือบดาบทันทีก่อนจะโจมตีใส่ผม
    ผมฉากหลบไปด้านข้างก่อนจะเดะเข้าใส่สีข้างท่านพ่อ แต่ท่านกันด้วยข้อศอกก่อนเราทั้งคู่จะแยกกันออกมาตั้งหลักใหม่
    [Electric Shock] ผมร่ายเวทย์สายฟ้าเคลือบเช่นกัน ก่อนเราทั้งคู่จะพุ่งเข้าใส่กันอีกครั้ง
    เคร้ง !! เคร้ง !! เคร้ง !! พวกเราใช้เพลงดาบอาทมาฎเหมือนกันทำให้กินกันไม่ลง ท่านพ่อผมนี่อัจฉริยะจริงๆ ฝึกกับผมไม่ถึง 3 ปีก็ชำนาญขนาดนี้แล้ว
    เมื่อหลายเดือนก่อนหลังจากที่ก้อนเห็ดผมให้ผลผลิตผมก็ให้ท่านพ่อนำมันไปเผยแพร่วิธีการเพาะเห็ด พร้อมทั้งสาธิตวิธีการทำต่างๆ ให้ชาวบ้านได้รู้จนตอนนี้เริ่มมีคนเพาะออกมาขายให้เห็นบ้างแล้ว
    ผมว่างๆอยู่เลยหมั่นฝึกวิชาไว้ก่อนที่จะเข้าเรียนที่อาคาน่าตอนนั้นท่านพ่อก็เข้ามาเห็นพอดี ท่านจึงอาสาช่วยผมฝึก ครั้งแรกที่ท่านพ่อเห็นผมเคลือบเวทย์มนต์ไปที่อาวุธท่านดูแปลกใจพอสมควร ท่านบอกว่าเทคนิคนี้ที่โรงเรียนอาคาน่าจะสอนให้ในปีที่สอง ส่วนปีแรกจะเป็นพื้นฐานซะส่วนใหญ่ ยิ่งเห็นผมใช้เวทย์สายฟ้า ซึ่งเป็นธาตุพิเศษอีกด้วย แต่ระดับไหนนั้นท่านก็ไม่ทราบเหมือนกันเพราะต้องใช้ลูกแก้วในการตรวจวัดซึ่งมีเฉพาะที่โรงเรียนอาคาน่าเท่านั้น
    ส่วนเรื่องเนื้อบ่มแห้งนั้น เมื่อหลายวันก่อนที่ผมเดินในตลาดผมเห็นชาวบ้านเริ่มนำมันมาขายให้กับพวกพ่อค้าบ้างแล้ว ตอนนี้เศรษฐกิจเมืองผมดีเป็นอย่างมาก เผลอๆอาจจะดีพอๆกับเมืองหลวงเลยด้วยซ้ำ
    กลับมาที่การต่อสู้ของผมและท่านพ่อกันดีกว่า ตอนนี้ผมกำลังเล็งหาช่องว่างในการโจมตีใส่ท่านพ่ออยู่ ระหว่างหาช่องว่างก็ได้แต่ดวลดาบกันไปเรื่อยๆ แต่จู่ๆผมก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหาร ท่านพ่อเริ่มใช้จิตสังหารโจมตีแล้วสินะ ผมใช้สมาธิจินตนาการว่ามีฟองอากาศล้อมลอมตัวผมอยู่เพื่อเป็นเกราะป้องกันจิตสังหาร
    ผมต้องใช้พลังความคิดในการจินตนาการ การใช้จิตสังหารมันค่อนข้างเหมือนการใช้พลังจิต ผมจับจุดได้ว่ามันใช้หลักการเดียวกัน ถ้าจะใช้จิตสังหารโจมตี แค่จินตนาการถึงความต้องการฆ่า หรือคุกคามเพ่งจิตไปที่บุคคลที่ต้องการโจมตีเท่านั้น
    “หยุด!! ดีมากลูก รับมือกับจิตสังหารได้คล่องแล้วนะ” ท่านพ่อสั่งหยุดและปลดเวทย์มนต์ที่เคลือบดาบท่านออกหลังจากพวกเราสู้กันมาเป็นชั่วโมง
    ฟู่ !! ผมค่อยๆปลดเวทย์มนต์ออกและเก็บดาบกลับเข้าฝัก
    “เราเข้าบ้านไปอาบน้ำกันเถอะลูก เสร็จแล้วลงมาหาพ่อที่ห้องนั่งเล่นด้วยล่ะ” ผมพยักหน้าก่อนเดินตามท่านพ่อไป
    จากนั้นผมก็เข้าไปอาบน้ำหลังจากฝึกกับท่านพ่อมาทั้งวัน ช่วงนี้งานท่านพ่อเริ่มเบาลงมั่งแล้ว เพราะอะไรหลายๆอย่างเริ่มลงตัว อีกทั้งงานส่วนนึงท่านพ่อยังให้คุณมัลโก้เป็นคนจัดการอีกด้วย
    เมื่อผมจัดการธุระส่วนตัวเสร็จผมก็มาหาท่านพ่อที่ห้องนั่งเล่นผมเห็นท่านพ่อกำลังนั่งทานของว่างอยู่กับท่านแม่
    “เป็นอย่างไรบ้างลูกการฝึกวันนี้” ท่านแม่ทักผม
    “ก็ดีขึ้นมากเลยครับ ท่านพ่อเก่งมากจริงๆ” ผมหันไปชมท่านพ่อ
    “เอาล่ะคุณก็ให้ลูกนั่งลงก่อนเถอะ” ท่านพ่อบอกกับท่านแม่ ทันทีที่ผมนั่งลงคุณอามีน่าก็เดินเอาของว่างมาวางตรงหน้าผมทันที ผมหยิบขนมทานไปสองสามชิ้นก่อนท่านพ่อจะถามขึ้นมา
    “เอาล่ะคลาวด์ลูกตัดสินใจรึยังว่าจะออกเดินทางไปโรงเรียนอาคาน่าวันไหน” ท่านพ่อถามถึงกำหนดการ
    “อีกสี่เดือนโรงเรียนถึงจะเปิดรับสมัครสินะครับ” ผมถามท่าน
    “ใช่ อีกสี่เดือนลูกอย่าลืมคำนวณเวลาการเดินทางไปด้วยล่ะ มันใช้เวลาการเดินทางเกือบสองเดือนเลยทีเดียวนะ ลูกจะต้องเดินทางไปที่เมืองโบเดเวีย เพื่อเดินทางไปขึ้นเรือต่อที่ท่าเรือ เพราะโรงเรียนอาคาน่าตั้งอยู่บนเกาะอาคาน่า ซึ่งเป็นเอกเทศจากอาณาจักรทั้งสี่” ผมพยักหน้า
    “ผมกะว่าอีกเดือนครึ่งค่อยออกเดินทางก็ได้ครับ” ผมบอกออกไป
    “อย่างนี้ก็ดีเลยนะคุณ เดือนหน้าก็เป็นวันเกิดลูกพอดีเลย จะได้ฉลองกันก่อนที่จะเดินทาง” ท่านแม่ผมหันไปบอกกับท่านพ่อ
    “โอ้เดือนหน้าแล้วสินะ” ท่านพ่อดูเหมือนพึ่งจะนึกได้ ผมก็เช่นกันลืมไปเลยว่าเดือนหน้าก็วัดเกิดอายุครบสิบห้าปีของผมแล้ว ในโลกนี้เด็กที่อายุสิบห้าถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว
    จากนั้นพวกเราก็คุยกันไปนั่งทานอาหารว่างกันไป ช่างเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น ผมรู้สึกขอบคุณตาลุงที่ส่งผมมาโลกนี้จริงๆที่ให้โอกาสผมได้ใช้ชีวิตใหม่แบบนี้ บางครั้งผมเองก็คิดถึงพวกหลวงตาและหลวงพี่ที่คอยเลี้ยงดูผมมา ผมหวังว่าพวกท่านจะสบายดี ส่วนผมตอนนี้มีความสุขดีครับ
    จากนั้นก็ได้เวลามื้อเย็นเมื่อผมทานอาหารเสร็จผมก็ขอตัวออกไปเดินเล่นในเมืองยามค่ำคืนสักหน่อย
    ภายในเมือง
    ผมออกมาเดินเล่นที่ตลาดตอนนี้ตลาดภายในเมืองค่อนข้างคึกคัก ประชากรเองก็เพิ่มขึ้นมากจนเมืองผมตอนนี้กลายเป็นเมืองสองชั้นไปแล้วเพราะกำแพงที่ขยายต่อเติมออกไปทำให้เกิดกำแพงชั้นนอกและชั้นในขึ้นมา
    ผมเดินดูและอุดหนุนอาหารไปหลายร้าน คนขายส่วนมากเองก็มักจะแถมๆให้ผมเพราะทุกคนต่างรู้จักผมดี
    ผมเดินทอดน่องมาบริเวณชายหาด ผมเห็นคู่รักหลายคู่ นั่งทานอาหารกันริมหาด ตอนนี้เก้าอี้ชายหาดมันวางทอดยาวไปเป็นกิโลเมตร ถ้าให้นับคงเป็นพันตัวแน่นอน
    ร้านอาหารเองก็มีเพิ่มมากขึ้นส่วนร้านที่เด่นที่สุดตอนนี้คงเป็นร้านคุณมาธาร์เพราะดูเหมือนคุณมาธาร์จะรวมร้านของสมาคมแม่บ้านสร้างใหม่ให้เป็นร้านเดียวขนาดหลายห้อง
    ตอนนี้กุ้งมังกรเผาและปลาหมึกเป็นอาหารที่นิยมที่สุดของนักท่องเที่ยวเพราะเมื่ออื่นๆไม่มีทางได้กิน เนื่องจากระยะทางการขนส่งทำให้อาหารทะเลสดมันจะเสียซะก่อนจึงหาทานได้ที่เมืองบาร็อคที่เดียว
    ผมนั่งดื่มด่ำบรรยากาศของทะเลยามค่ำ ผมค่อยๆทานอาหารทะเลที่ซื้อมาจนหมดก่อนจะหยิบไม้แกะสลักที่ผมแกะเป็นรูปของฟีน่าออกมา ตอนผมแกะเสร็จผมลืมมอบให้เธอ แต่ไม่เป็นไรผมต้องเจอเธออีกแน่นอนที่โรงเรียนอาคาน่า ผมมองดูมันก่อนจะเก็บกลับไปผมพกติดตัวไว้เสมอเพราะเผื่อบังเอิญเจอกันผมจะได้มอบให้เธอได้ทันที
    ผมนั่งอยู่ที่ริมทะเลอีกเป็นชั่วโมงก่อนจะ เห็นว่าได้เวลากลับบ้านแล้วจึงค่อยๆเดินทางกลับอีกไม่นานผมก็จะไม่ได้เห็นภาพแบบนี้อีกนานเลยสินะ
    ผมกลับมาถึงบ้านก่อนจะเข้าห้องนอนไปผมล้มลงบนเตียงก่อนจะค่อยๆหลับตาลงและหลับไปจบ...

    คล้ายกับเรื่องเด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี ที่คุณอ่าน