ในที่สุดผมก็มองเห็นนกฮูกตัวหนึ่งตรงมุมมืดของยอดไม้จึงออกแรงดึงหนังสติ๊กทันที ตั้งใจเล็ง ลูกแก้วมีเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งเิเ ยิงออกไปในระยะยี่สิบเมตรสามารถทะลุแผ่นไฟเบอร์บอร์ดสามชั้นได้อย่าว่าแต่นกฮูกเลย ต่อให้เป็ผู้ใหญ่ที่แข็งแรง ถ้าถูกยิงที่ใบหน้าก็จะเป็แผลฉีกกระดูกแตก
คนจี่หนานทั่วไปมีท่าทียำเกรงและอยู่ห่างจากนกฮูกน้อยคนที่จะไปยุ่งกับนกพวกนี้
คืนนี้ผมรู้สึกคับแค้นใจมากเกินไปจึงรู้สึกว่านกพวกนี้ขัดหูขัดตา
“กี่โมงแล้ว”
ขณะที่ผมกำลังจะยิงนั่นเอง จู่ๆก็มีคนพูดขึ้นที่ข้างหลัง ผมใจนมือสั่น ลูกแก้วพุ่งตรงออกไปในความมืด
“กี่โมงแล้ว” เสียงนั้นถามอีก
ผมหันขวับทันที ปู่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วกำลังจ้องมองผม
“ปู่...ปู่ตื่นแล้วหรือครับยัง...เช้าอยู่เลย ปู่นอนต่อเถอะ” ผมพูดตอบประโยคหน้ากับประโยคหลังไม่ต่อเนื่องกัน
“นกฮูกร้องกี่ที” ปู่ถามอีก
“อะไรนะครับ” ผมยังงงอยู่ไม่รู้ว่าที่ปู่ถามหมายถึงอะไร
ปู่ตบหัวเตียงดังเพียะ “เด็กเวรน่าฟาดสักที! นกฮูกร้องกี่ที ร้องกี่ครั้งแล้ว”
ปู่ป่วยเป็โรคอัลไซเมอร์สิบกว่าปีแล้ววันๆ ดูป้ำๆ เป๋อๆ ท่าทางเหม่อลอย ผมไม่เคยได้ยินปู่พูดเป็เื่เป็ราวสักประโยคยิ่งไม่เคยพูดด่าว่าใครด้วยความโมโห
ผมมองออกไปนอกหน้าต่างตอบอย่างไม่แน่ใจว่า “น่าจะ...สองครั้งแล้วครับ”
นับจากตอนที่ผมสะดุ้งตื่นจากกึ่งฝันกึ่งหวนรำลึกบวกกับเมื่อครู่อีกครั้ง ก็น่าจะสองครั้งแล้ว
จู่ๆ ปู่ก็ใจหายวาบ แล้วตบหัวเตียงอีก ถอนหายใจยาวแล้วว่า“สองครั้งแล้ว สองครั้งแล้ว อีกแค่ครั้งเดียว...พญายมมาเอาชีวิต ให้ตายยามสาม ไม่ว่าใครก็อยู่ไม่ถึงยามห้าดูแล้วชะตาของข้า เซี่ยจิ่วเซียงคงจบสิ้นแล้ว! ชะตาของสกุลเซี่ยเราจบสิ้นแล้ว! น่าเศร้าจริงๆน่าเศร้า...”
ผมดีใจทันทีที่ได้ยินปู่เอ่ยชื่อเซี่ยจิ่วเซียงออกมา“ปู่ครับ ปู่หายป่วยแล้วหรือครับ จำชื่อตัวเองได้แล้ว”
ั้แ่ปู่เริ่มป่วยก็ลืมชื่อตัวเองหลายครั้งที่นักท่องเที่ยวผ่านถนนชวีสุ่ยทิงพูดคุยกับปู่ปู่ตอบชื่อตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ
“จำได้สิ” ปู่ขมวดคิ้วแน่นจนิันูนขึ้น
“ปู่...” ผมเพิ่งพูดออกมาคำเดียว ปู่ก็ยกฝ่ามือขึ้นส่งสัญญาณห้าม
“ไม่ต้องพูด ฟังให้ดี ฟังให้ดี!” ปู่บอก
ผมรีบพยักหน้าแล้วก้าวพรวดมานั่งที่ข้างเตียง
“ประธานหัน[1]ตายแล้วแต่ข้อพิพาทยังไม่จบ คนญี่ปุ่นยังเคลื่อนไหวอยู่ จากภาคใต้ถึงภาคเหนือ จากแผ่นดินใหญ่ถึงญี่ปุ่นจิตใจเยี่ยงโจรของพวกมันไม่มีวันตาย ญี่ปุ่นเป็ประเทศเกาะเล็กๆเกิดแผ่นดินไหวบ่อยมาก ชาวญี่ปุ่นรู้ดีว่าสักวันในอนาคตเกาะจะแตกออกเป็เสี่ยงๆจมลงไปในทะเล ดังนั้นเป้าหมายในการมีชีวิตของพวกเขาก็คือการขึ้นบก ต้องดินแดนสักแห่งบนแผ่นดินใหญ่เอเชียหรืออเมริกาแล้วทิ้งทะเลมาอาศัยบนแผ่นดิน หลานต้องจำไว้แม่ทัพหันเป็แค่เหยื่อตกปลาที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ เหยื่อตกปลาฉวัดเฉวียนขึ้นๆ ลงๆเป็แค่ปรากฏการณ์ภายนอก การสู้รบที่แท้จริงอยู่ใต้ผิวน้ำ” ปู่พักหายใจ แล้วหันไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะข้างหัวเตียง
คนเมืองอื่นได้ยินคำว่า “ประธานหัน”คงจะเข้าใจยาก แต่ถ้าเอ่ยชื่อนี้ออกมา ชาวจี่หนานรุ่นเก่าล้วนรู้ดีว่าเขาคือใคร
แน่นอนว่าประธานหันตายไปแล้วเขาเสียชีวิตที่นานกิงตอนที่ผีญี่ปุ่น[2]บุกลงใต้ปีที่สอง ทั้งยังแบกรับกับการถูกลบหลู่ว่า “ทิ้งเมืองหนี ไม่ทันสู้รบก็ยอมแพ้แล้ว”ตายอย่างไร้เกียรติ
ความจริงในสายตาชาวจี่หนานประธานหันเป็แม่ทัพที่เก่ง ในยุคสมัยที่เหล่าขุนศึกสู้รบแย่งชิงอำนาจกันเขาทำประโยชน์ให้กับชาวจี่หนานรวมทั้งชาวซานตงไม่น้อย นับว่าเป็ขุนนางที่ดีในยามที่บ้านเมืองวุ่นวาย
ที่ปู่เอ่ยถึงคนญี่ปุ่นด้วยนั้นผมย่อมเข้าใจดี ปู่หมายถึงสายลับระดับสุดยอดที่กองทัพญี่ปุ่นที่กวนตง[3]สมัยนั้นลอบส่งมาเพื่อ“ปฏิบัติการลอบสังหารประธานหัน” ที่จี่หนาน
เื่ราวเหล่านี้มีการบันทึกในประวัติศาสตร์ของซานตงเื่ที่ผมประทับใจมากก็คือประธานหันยิงสายลับญี่ปุ่นตายที่หน้าอนุสรณ์สถานรำลึกวันที่สามพฤษภา[4]ทำให้ชาวจี่หนานรู้สึกภาคภูมิใจ
แต่ว่าไปแล้วขณะนี้เป็ยุคสมัยที่สันติ จีนกับญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางการทูตกันเป็ประเทศเพื่อนบ้านที่มีเพียงช่องแคบกั้นไว้ไม่ว่าจะเป็ข้าราชการระดับสูงในรัฐบาลหรือเป็ประชาชนทั่วไปต่างพลิกหน้าประวัติศาสตร์ที่ทำากันอย่างดุเดือดเอาเป็เอาตายไปแล้วคนหนุ่มสาวเมื่อปลายศตวรรษก่อนก็เริ่มเป็ “ติ่งญี่ปุ่น” พากันเห่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและการ์ตูนจากญี่ปุ่นลืมไปแล้วว่าบรรพชนเคยใช้เืย้อมทะเลสาบต้าิจนแดงฉานอย่างไร
“รับมือกับโจร ต้องฆ่าตายให้หมดไม่ก็ตายไปด้วยกัน ไม่มีทางเลือกสายที่สาม สือโถว หลานจงจำไว้เราสกุลเซี่ยเดินบนเส้นทางที่ไม่มีทางถอย ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะอันตรายแค่ไหนก็ต้องก้าวไปทีละก้าว ปู่ใกล้ตายแล้วจากนี้ไปหลานจะเป็ผู้สืบทอดคนเดียวของตระกูลเซี่ย จงจำไว้ตราบใดที่ศัตรูยังไม่ตาย การสู้รบจะไม่ยุติ” ปู่ยกน้ำขึ้นดื่มทีเดียวหมดแก้วยังไม่ทันวางแก้วลงก็รีบพูดกับผม
“ผมจะแก้แค้นให้พี่ใหญ่ ปู่ครับ บอกผมหน่อยทำอย่างไรจึงจะแก้แค้นให้พี่ใหญ่ได้” ผมร้อนใจมาก
เป็ความจริงอย่างที่ปู่พูด ถ้าปู่หลับตาลงอีกครั้งสกุลเซี่ยจะเหลือเพียงผม เซี่ยเทียนสือคนเดียวเท่านั้น
“เรามีเหยื่อตกปลา คนญี่ปุ่นเป็ปลาขอเพียงกระจกวารีโหรเทพยังอยู่ พวกนั้นต้องมาติดเบ็ดเอง หลานไม่ไปหาพวกมันพวกมันก็ต้องมาหาหลานเอง จำไว้นะ กระจกวารีโหรเทพเป็สมบัติของคนจีนอย่าให้คนญี่ปุ่นชิงไปได้เด็ดขาด ในมือท่านประธานหันยังมีของสิ่งหนึ่ง ไปหาหลานต้องไปตามหา หมากรุก...หมากรุกโอรส์ชนะพนัน...หาให้พบ นั่นเป็สมบัติที่ราชตระกูลแห่งจักรพรรดิต้องมี...ถ้าใครหาเจอก็จะได้รับบรรดาศักดิ์ได้เป็มหาเสนาบดี ได้ดินแดน เป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่เป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่...” ปู่พูดจนหมดแรง เส้นเอ็นบนหน้าผากโป่งออกมา ราวกับรากไม้เปลือยเปล่าบนพื้นดินที่แห้งผาก
เราคนสกุลเซี่ยล้วนมีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมแต่ใบหน้าปู่ผ่ายผอมเกินไป จนรูปหน้าดูแคบยาวและผอมแห้ง ราวกับตัวไพ่นกกระจอกที่ถูกขัดสีจนสึกอย่างหนัก
เป็ครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่าหมากรุกโอรส์ชนะพนันแต่เพื่อประหยัดเวลาของปู่จึงไม่กล้าถาม เพียงแต่ผงกหัวทุกครั้งที่ปู่หยุดพักหายใจเพื่อแสดงว่าจำคำพูดทุกคำของปู่ได้
“ประธานหันเป็คนดีสกุลเซี่ยเรา...ปักษาเลือกแมกไม้ทำรัง ขุนนางดีเลือกเ้านายทำงานแต่น่าเสียดายที่คนคำนวณไม่อาจสู้ฟ้าคำนวณ ฟ้าคำนวณไม่อาจสู้แผ่นดินหมุนคำนวณขั้นสุดท้ายแล้ว แต่หมากที่ยังขาดไปหนึ่งกระบวนท่า หลานเอ๋ย เสี่ยวสือโถวจงจำไว้ตลอดไป หัตถลักษณ์ ใบหน้าลักษณ์และรูปลักษณ์เป็สิ่งที่เป็มาแต่เกิด แต่ลักษณ์เกิดจากใจลักษณ์สลายด้วยใจ รูปร่างหน้าตาชี้ขาดโชคชะตา ชะตายังสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกสุดท้ายถ้าไม่สามารถบรรลุถึงขั้นที่ฟ้ากับคนเป็หนึ่งเดียว ชะตากับลักษณ์ล้วนสมบูรณ์ก็จะต้องชะตาขาดลักษณ์สลายตายอย่างน่าอนาถ...นี่เป็เส้นทางที่ไม่มีทางถอย แต่เมื่อเราแซ่เซี่ยแล้วก็ย่อมชี้ขาดว่าจะร่ำรวยสูงศักดิ์ หรือไม่ก็ขาดลูกหลานสืบสกุล...”ปู่ยิ่งพูดก็ยิ่งเร็วขึ้น คำพูดยิ่งเร้นลับ ทำให้ผมจับต้นชนปลายไม่ถูก
ผมจึงพูดแทรกขึ้น “ปู่ครับ กระจกวารีโหรเทพอยู่ที่ไหนเป็ของอะไรกันแน่ แล้วหมากรุกโอรส์ชนะพนันล่ะครับเป็กระดานหมากหรือว่าเป็ของสิ่งหนึ่ง หรือเป็ภาพวาดครับ”
ผมเริ่มสังหรณ์ใจรางๆ แล้วว่าสกุลเซี่ยเรามีความเป็มาที่ไม่ธรรมดาต่อให้เวลานี้ซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็ก ใช้ชีวิตอย่างสมถะแต่ต้องเคยมี่เวลาที่รุ่งโรจน์แน่นอน
“นั่นเป็หมากรุกหมากรุกที่ตัดสินชะตาชีวิต คนของสมาคมเจ็ดอ๋องทุ่มเทชีวิตเพื่อมาแย่งชิงของสิ่งนี้”ปู่ตอบ
“สมาคมเจ็ดอ๋องอะไรหรือครับ”มีชื่อใหม่เพิ่มขึ้นอีก ทำให้ผมยิ่งสับสน
“สมาคมเจ็ดอ๋องหรือ” ลูกกระเดือกของปู่เลื่อนขึ้นลงทันใดนั้นดวงตาปู่ก็เปล่งประกายในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน“มีแต่เราสกุลเซี่ยเท่านั้น จึงจะสยบสมาคมเจ็ดอ๋องได้ ประธานหันเคยมอบป้ายอักษรทองคำแก่สกุลเซี่ยเราด้วยมือท่านเองมีข้อความว่าอ๋องแห่งหมื่นอ๋อง ต่อหน้าสกุลเซี่ยเรา สมาคมเจ็ดอ๋องจะมีความหมายอะไรฮ่าๆ ฮ่าๆ! สกุลเซี่ยเรามีฟ้าดินอยู่ในมือ มองทะลุทั้งหยินและหยาง บนเห็นลมฟ้าอากาศเห็นกฎแห่งฟ้าล่างเห็นร้อยชีพจรในหมู่มนุษย์...สมาคมเจ็ดอ๋อง ประกอบด้วยฉี ฉู่ เยียน หัน จ้าว เว่ยและฉิน...ห้าพันปีมาแล้ว มีสกุลเซี่ยเราเป็ด่านหน้าเฝ้ารักษาดินแดนภาคกลางพวกนั้นจะพลิกฟ้าได้หรือ พวกนั้นจะพลิกฟ้าได้หรือ”
เป็แววตาของผู้ที่“ตัดศีรษะของแม่ทัพศัตรูท่ามกลางทหารนับหมื่นอย่างง่ายดาย” แววตาแบบนี้มีเฉพาะในบุคคลที่ยิ่งใหญ่เท่านั้นขณะนี้ปู่เป็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ก่อนหน้านี้ปู่ไม่เคยเอ่ยถึงอดีตของตนเองดังนั้นผมจึงตะลึงงันเมื่อเห็นแววตาเช่นนี้ของปู่
“มือ มือ มือของหลาน!” ปู่ยื่นมือสองข้างออกมาหาผม
ผมตะลึงครู่หนึ่งแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าปู่จะดูฝ่ามือผมผมจึงยื่นมือสองข้างไปที่ฝ่ามือปู่
สองมือปู่มีเรี่ยวแรงอย่างน่าประหลาดมือขวากุมมือซ้ายผม มือซ้ายกุมมือขวาผม สองมือปู่กำแน่นพร้อมกันบีบกระดูกฝ่ามือและกระดูกมือผมจนเกิดเสียงกระดูกลั่นอย่างน่ากลัว
ทีแรกผมคิดว่าปู่จะดูเส้นลายมือของผมแต่ปู่ไม่ได้ก้มหน้า กลับดึงมือผมไปจนฝ่ามือผมแนบกับเบ้าตาสองข้างของปู่
“เอ๊ะ ปู่ครับ ปู่จะทำอะไร” ผมสะดุ้งทั้งฝ่ามือกับข้อมือถูกงอจนเกือบเก้าสิบองศา เจ็บจนชาไปครึ่งตัว
ผมรู้สึกได้ว่าปู่ลืมตาออกเต็มที่ลูกตานูนออกมาข้างนอก กดลงบนใจกลางฝ่ามือผม
จากนั้นลูกตาปู่ก็เคลื่อนไหวรวดเร็วตลอดเวลาั้แ่ต้นจนจบมีส่วนที่ขนาดเท่าเล็บมือแนบกับใจกลางฝ่ามือผมเคลื่อนไปช้าๆความรู้สึกแบบนั้นเหมือนปู่กำลังใช้ลูกตาตัวเองดูลายมือให้ผม
ผมเคยดูลายมือให้ตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งดูเทียบกับตำราดูลายมือโบราณบนชั้นหนังสือในบ้านเก่าบางครั้งดูด้วยซอฟต์แวร์ดูลายมือในคอมพิวเตอร์
ที่น่าเสียดายก็คือตามคำอธิบายจากข้อมูลเ่าั้ลายมือผมธรรมดามาก ไม่มีคุณสมบัติแฝงที่จะมีอนาคตก้าวไกลและไม่มีแนวโน้มที่จะร่ำรวยสูงศักดิ์ เป็แค่ลักษณะของคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
“ปู่ครับ ผม...ผมละอายใจมาก” ผมอยากดึงมือกลับเพื่อเลี่ยงไม่ให้ปู่ผิดหวัง แต่ปู่จับไว้แน่นมาก ผมดึงสองครั้งแต่สองมือของปู่ไม่ขยับเขยื้อนเลย
มีเสียงดังพึ่บพั่บ จู่ๆก็มีนกตัวหนึ่งมาเกาะที่หน้าต่างด้านซ้ายของผม
ผมหันไปมองพบว่าเป็นกฮูกที่ดูแข็งแรงกรงเล็บใหญ่ ขนมันวาว
นกฮูกมักจะไม่เป็ฝ่ายเข้าใกล้มนุษย์สายตาในเวลากลางคืนดีกว่าคนร้อยเท่าแต่ไม่สามารถลืมตาใต้แสงจ้าอย่างแสงแดดหรือแสงไฟ จนเกือบเหมือนตาบอด
จากที่ปู่พูดทำให้รู้ว่าเสียงร้องของนกฮูกเท่ากับการเร่งความตายดังนั้นที่มันบินมาเกาะ ผมจึงรู้สึกเหมือนศัตรูมาเยือน
[1]ประธานหันหมายถึงหันฟู่จวี่ (ค.ศ.1891-1938) ขุนศึกใหญ่ในยุคหมินกั๋ว เป็แม่ทัพบัญชาการเมืองจี่หนาน
[2]ชาวจีนสมัยนั้นเรียกทหารญี่ปุ่นผู้รุกรานว่าผีญี่ปุ่น
[3]กวนตงหมายถึงดินแดนด้านตะวันออกของด่านซานไห่กวนแถบภาคอีสานของจีน
[4]อนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่กองทัพญี่ปุ่นบุกเมืองจี่หนานเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 1928