บทที่ 14 พายุที่กำลังใกล้เข้ามา
คฤหาสน์ตระกูลหูในยามราตรีอันมืดมิดราวกับถูกปกคลุมด้วยผ้าม่านแห่งความตายที่หนาทึบและเย็นชืด ลมหนาวจากเทือกเขารอบเมืองหย่งหนิงพัดโชยเข้ามาอย่างแ่เบา แต่กลับนำพาความเย็นะเืที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก
ทำให้ใบไม้แห้งกรอบร่วงหล่นลงพื้นราวกับเสียงกระซิบแห่งิญญาที่กำลังรอคอยการแก้แค้นที่สะสมมานานหลายร้อยปี โคมไฟสีแดงเข้มที่ห้อยตามเสาหินทั้งสองข้างแผ่แสงสลัวจาง ๆ ส่องกระทบลายเสือโคร่งที่แกะสลักบนผนังหินอ่อนสีดำสนิท ทำให้เงาของเสือดูราวกับมีชีวิตจิติญญา กำลังจ้องมองทุกคนที่เข้ามาในเรือนด้วยสายตาแห่งนักล่าที่หิวโหยและโหดร้ายยิ่งนัก
กลิ่นกำยานเข้มข้นผสมกับกลิ่นโลหิตจาง ๆ ที่ยังหลงเหลือจากศึกครั้งก่อน ๆ ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้บรรยากาศในห้องโถงด้านข้างที่เป็สถานที่ลับสุดยอดของตระกูลหูยิ่งหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยูเาน้ำแข็งั์ที่กำลังจะถล่มลงมา ทุกการหายใจของผู้าุโในโถงราวกับถูกบีบคั้น ทำให้หัวใจเต้นรัวราวกลองศึกที่กำลังจะเริ่มต้นการรบเื
ภายในห้องโถงที่ผนังหินหนาทึบถูกสลักค่ายกลป้องกันเสียงและการสอดแนมระดับสูงสุด ทำให้แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับหนิงม่ายขั้นเก้า่ปลายก็ยากที่จะล่วงรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน ผู้าุโหลายสิบคนนั่งเรียงกันอย่างเงียบสงบ
แต่ละคนล้วนเป็ผู้ฝึกตนระดับหนิงม่ายแทบทั้งสิ้น พลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ทำให้อากาศในโถงสั่นะเืเล็กน้อย ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวอย่างเงียบ ๆ แต่ในใจของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความโลภที่พลุ่งพล่าน ทุกสายตาจับจ้องไปยังหูอิ่นโหยว่ บรรพบุรุษของตระกูลหูที่นั่งหัวโต๊ะ รูปร่างผอมบางราวกับโครงกระดูกที่หุ้มด้วยิับาง ๆ เนื้อหนังติดกระดูกจนเห็นเส้นเืปูดโปนชัดเจน ผิวพรรณซีดเผือดราวศพที่เพิ่งขึ้นจากหลุม
ดวงตาคู่หนึ่งลึกเว้าลึกจนดูเหมือนหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่ง แววตาว่างเปล่ายิ่งนัก ราวกับไม่มีชีวิตชีวาเหลืออยู่ กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ทำให้ผู้าุโที่อยู่ใกล้ที่สุดตัวเกร็งโดยไม่รู้ตัว
หูอิ่นโหยว่คือเสาหลักที่ยังหลงเหลือของตระกูลหู ผู้ที่เคยทะลวงใกล้จะถึงระดับจินตันเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่เพราะาแเก่าจากศึกใหญ่ในอดีตและการฝืนใช้เคล็ดวิชา 'เพลิงกัดิญญา' ที่ดูดกลืนชีวิตศัตรูมาเสริมตนเอง ทำให้ร่างกายถดถอยลงอย่างช้า ๆ จนบัดนี้เหลืออายุขัยไม่มากนัก แต่ด้วยประสบการณ์และเคล็ดวิชาลึกลับ เขายังคงเป็ที่เกรงกลัวยิ่งนัก
ตระกูลหูด้วยแผนการที่ค่อย ๆ กวาดล้างตระกูลเฉาในอดีต ตอนนี้การจะทำลายทรัพย์สินและยึดครองรอบนอกก็เป็เื่ของเวลาเพียงเท่านั้น ยิ่งเห็นตระกูลเฉาทำตัวหัวหดอยู่ในกระดอง ไม่กล้าตอบโต้แม้แต่น้อย ก็ยิ่งทำให้ผู้าุโตระกูลหูยิ่งได้ใจใหญ่
พวกมันหัวเราะเยาะในใจว่าตระกูลเฉาคงสิ้นหวังอย่างแท้จริง เพราะไร้ซึ่งประมุขที่แข็งแกร่งคอยคุ้มกัน หูเหล่ย ประมุขตระกูลหู ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ ใบหน้าดุดันคิ้วหนา ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวที่จ้องเหยื่อ ลุกขึ้นยืนช้า ๆ พลังปราณหนิงม่ายขั้นเก้า่ต้นแผ่ซ่านออกมา ทำให้อากาศสั่นะเื
“แผนการของเรากำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นยิ่งนัก ตระกูลเฉาไม่มีทางตอบโต้ได้อีกต่อไป การยึดร้านค้าสมุนไพรในย่านตะวันออกเสร็จสิ้นแล้ว คนงานของพวกมันถูกขับไล่ไปหมดสิ้น และเส้นแร่เหมืองศิลาปราณระดับต่ำที่เหลือเพียงน้อยนิด ก็ถูกเรายึดครองโดยไม่มีการขัดขวางแม้แต่น้อย คืนนี้เราจะส่งคนไปเผาคลังสินค้าของพวกมันในย่านเหนือเมืองให้วอดวาย และพรุ่งนี้เมื่อหูเฟิงมาถึง เราจะบุกคฤหาสน์หลักของพวกมันโดยตรง ฆ่าทุกคนที่ขัดขวาง กลืนทรัพยากรทั้งหมด... และลบชื่อตระกูลเฉาออกจากเมืองหย่งหนิงตลอดกาล!”
หูจ้าน ผู้าุโใหญ่ รูปร่างสูงใหญ่กล้ามเนื้อกำยำราวกำแพงเหล็ก ใบหน้าเหลี่ยมมีรอยแผลเป็พาดจากหน้าผากลงถึงคางซ้าย ทำให้ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก หัวเราะเสียงทุ้มต่ำที่ดังก้องในโถง
“ถูกต้องขอรับท่านประมุข วันนี้เราสังหารคนเฝ้าเหมืองสามคนของพวกมัน ทิ้งร่างไว้ในป่าให้สัตว์อสูรกิน และอ้างว่าถูกสัตว์อสูรสังหาร... พวกมันทำได้เพียงกัดฟันกลั้นใจ ไม่กล้าตอบโต้แม้แต่น้อย! นี่คือสัญญาณว่าตระกูลเฉากำลังจะล่มสลายสิ้นเชิง เืล้างเื น้ำตาล้างน้ำตา ข้าจะนำกองกำลังส่วนตัวไปถล่มคลังสินค้าคืนนี้เอง!”
หูหย่งเสี้ยว ผู้าุโรอง ชายหนุ่มรูปร่างผอมบางแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคม ดวงตาเล็กแหลมราวงูพิษ ยิ้มเย็นอย่างเ้าเล่ห์ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงพิษร้าย
“ข้าจะส่งสายลับไปข่มขู่พ่อค้าที่เหลือให้หันมาค้าขายกับเราเท่านั้น และพรุ่งนี้ เมื่อหูเฟิงมาถึง เราจะใช้บารมีหุบเขาหลอมอัคนีบุกโจมตีคฤหาสน์หลักของพวกมันโดยตรง ไม่เหลือแม้แต่เศษซาก หูเฟิงไม่ใช่แค่ลูกหลานของเรา... เขาคือกุญแจสู่ความรุ่งโรจน์ของตระกูลหูให้สืบทอดยาวต่อไปนับพันปี! ด้วยเขา…เราจะไม่ใช่แค่ตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองหย่งหนิง แต่จะเป็ตระกูลที่หุบเขาหลอมอัคนียอมรับและหนุนหลังอย่างเต็มที่!”
หูเฟิง คือบทบาทสำคัญที่ทุกคนในตระกูลหูต่างยกย่องและหวังพึ่งอย่างยิ่ง เขาเป็อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ถูกส่งไปเข้าร่วมเป็ศิษย์ในหุบเขาหลอมอัคนี สำนักที่เชี่ยวชาญเคล็ดวิชาเพลิงอัคนีและการหลอมอาวุธวิเศษ หูเฟิงมีรากิญญาไฟแปรผันที่นับพันปีในตระกูลหูจะมีครั้ง
ทำให้เขาก้าวหน้าในการฝึกฝนอย่างรวดเร็วราวกับัทะยานฟ้า ในวัยเพียงยี่สิบห้าปี เขาใกล้บรรลุถึงขั้นหนิงม่าย่ปลายแล้ว และได้รับการยกย่องจากผู้าุโฮั่วซานโหยว่ให้เป็ศิษย์สืบทอด บทบาทของหูเฟิงไม่ใช่เพียงอัจฉริยะในตระกูล
แต่ยังเป็สะพานเชื่อมระหว่างตระกูลหูกับหุบเขาหลอมอัคนี ทำให้ตระกูลหูได้รับทรัพยากร โอสถ และการคุ้มครองมากมาย เขาคือความหวังที่จะนำตระกูลหูสู่จุดสูงสุดในอาณาจักรเทียนเหอ และพรุ่งนี้อีกฝ่ายกำลังจะกลับมาพร้อมผู้าุโระดับจินตันจากหุบเขา เพื่อช่วยเหลือตระกูลในการกวาดล้างตระกูลเฉาให้สิ้นซาก
“หูเฟิงไม่ใช่แค่อัจฉริยะธรรมดา” หูเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจที่ดังก้อง “เขาคือผู้ที่จะทำให้ตระกูลเราก้าวข้ามขีดจำกัดของตระกูลในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ด้วยลูกหลานของเราจะได้รับการสนับสนุนจากหุบเขาหลอมอัคนีอย่างเต็มที่ และตระกูลเฉาจะกลายเป็เพียงฝุ่นผงใต้ฝ่าเท้าของเรา!”
หูอิ่นโหยว่ที่ครุ่นคิดอยู่นาน พลันยิ้มเย็นอย่างน่าหวาดกลัว รอยยิ้มที่ทำให้อากาศในโถงเย็นวาบลงราวกับฤดูหนาวมาเยือนกะทันหัน ใบหน้าเหี่ยวย่นที่ซีดเผือดบิดเบี้ยวด้วยความสะใจที่ฝังลึกมานานหลายร้อยปี
“ดี... แผนการรุกรานของเราจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เราจะไม่รอให้ตระกูลเฉาตั้งตัว คืนนี้… ส่งกองกำลังลับไปเผาคลังสินค้าของพวกมันในย่านเหนือเมืองให้วอดวาย และเมื่อหูเฟิงมาถึง เราจะบุกคฤหาสน์หลักของพวกมันโดยตรง ฆ่าทุกคนที่ขัดขวาง กลืนทรัพยากรทั้งหมด... และลบชื่อตระกูลเฉาออกจากเมืองหย่งหนิงตลอดกาล ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย!”
ผู้าุโทุกคนต่างกำหมัดแน่น น้ำเสียงของหูจ้านดังขึ้นอย่างดุดันและมุ่งมั่น “ถูกต้องขอรับท่านบรรพบุรุษ ข้าจะนำกองกำลังส่วนตัวไปถล่มคลังสินค้าคืนนี้เอง ให้พวกมันรู้สึกถึงความสิ้นหวังก่อนวันสุดท้าย!”
หูหย่งเสี้ยวหัวเราะเสียงต่ำแต่เ็า “และด้วยหูเฟิงที่กำลังจะกลับมา เราจะไม่เสียเปรียบแม้ตระกูลเฉาจะมีประมุข... เขาจะนำคำสั่งจากผู้าุโฮั่วซานโหยว่มาด้วย ผู้าุโระดับจินตันจากหุบเขา... ตระกูลเฉาจะถูกบดขยี้ราวมดใต้ฝ่าเท้า!”
บรรยากาศในโถงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความมั่นใจที่มากเกินไป ผู้าุโหลายคนหัวเราะอย่างสะใจ ราวกับชัยชนะอยู่ใกล้แค่เอื้อม พวกมันมองเห็นทรัพยากร เหมืองแร่ ร้านค้า และศักดิ์ศรีของตระกูลเฉากำลังจะตกเป็ของพวกมันทั้งหมด
แต่หูเฉิงหลาน ผู้าุโจากสาขารองยังคงขมวดคิ้วแน่น ความไม่สบายใจในใจยิ่งทวีคูณราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลาน “ทำไม... ข้ารู้สึกว่ามันราบรื่นเกินไป... ตระกูลเฉาไม่เคยยอมแพ้ง่ายขนาดนี้... หรือว่าพวกมันกำลังวางแผนอะไรที่เรามองไม่เห็น?”
แต่ไม่มีใครฟังคำเตือนของเขา เพราะความโลภและความมั่นใจได้กลืนกินเหตุผลไปหมดสิ้นแล้ว
ในขณะเดียวกัน ในคฤหาสน์ตระกูลเฉา เฉาหลินหยวนที่เพิ่งออกจากปิดด่าน ลืมตาขึ้นช้า ๆ พลังปราณจินตันขั้นสอง่ต้นแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ แต่หนักแน่นราวภูผา ดวงตาเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่นที่รุนแรงยิ่ง “อีกไม่นานนัก... มรสุมจะเยือนตระกูลหู และพวกมันจะได้รู้ว่า ความมั่นใจที่มากเกินไป... คือจุดจบของพวกมันเอง!”
แต่ในเงามืดของถนนสายหลักที่มุ่งสู่เมืองหย่งหนิง หูเฟิงที่กำลังเดินทางกลับมากับผู้าุโจากหุบเขาหลอมอัคนี ยิ้มอย่างเย่อหยิ่งและมั่นใจเต็มเปี่ยม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับแกะสลักจากหยก ดวงตาคมกริบฉายแววทะนงตน
“ตระกูลเฉา... ข้าจะทำให้พวกเ้ารู้ว่า การเป็ศัตรูกับตระกูลหูมีราคาแพงเพียงใด... จุดจบของตระกูลเ้ากำลังมาเยือนแล้ว”