หลงเหยียนลุกขึ้นมองตรวจสอบรอบตัว หลังจากมั่นใจแล้วเขาก็เริ่มหลอมหญ้าวิเศษที่ใช้ชีวิตเสี่ยงได้มา
ใช้พลังปราณบดขยี้หญ้าคืนชีพขจัดสิ่งแปดเปื้อนออก จากนั้นก็กลืนธาตุพลังบริสุทธิ์ที่เหลือผสานเข้ากับพลังหยางเริ่มหลอมภายในกาย เพียงครู่เดียวเท่านั้น หลงเหยียนก็ััได้ถึงความร้อนแรงที่อยู่ภายในกายแรงที่ร้อนระอุเหล่านี้ทำลายชั้นป้องกันร่างกายอย่างต่อเนื่องหล่อเลี้ยงไปทั่วร่างกาย
หลงเหยียนปลื้มปีติ“พิเศษจริงๆ ดูเหมือนจะเป็อย่างที่คนพูดกันพลังหยางที่อยู่ในตัวข้าแข็งแกร่งขึ้นมากสามารถหลอมพลังปราณให้กลายเป็พลังบริสุทธิ์ได้ด้วย”
พลังหยางช่วยให้พลังที่อยู่ในร่างกายนั้นสมบูรณ์แบบหลงเหยียนใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วยามในการหลอมหญ้าคืนชีพ ปริมาณพลังปราณเพิ่มขึ้นอีกครั้งภายในร่างกายแข็งแกร่งจนิญญาัสามารถแหวกว่ายในร่างกายหลงเหยียนพลังไหลเวียนไปทั่วเส้นพลังในร่างกาย
ขณะหลอมกายเวลาจะผ่านไปเร็วเสมอ
ในเวลาที่หลงเหยียนลืมตาขึ้นอีกครั้งรังสีบนตัวของเขาต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ร่างกายที่าเ็ก็ไม่ได้เ็ปขนาดนั้นแล้ว
พลังปราณที่มาจากภายในทำให้หลงเหยียนมีพลังแข็งแกร่งจนแทบฆ่าหมาป่าจันทราได้ในหมัดเดียว
หญ้าเซียนธาราเป็ลำดับต่อไปแค่ได้ยินชื่อนี้ก็พอนึกลักษณะของมันได้แล้วมันคือหญ้าวิเศษที่ช่วยด้านกระดูกโดยเฉพาะ “หรือจะเก็บหญ้าวิเศษต้นนี้เอาไว้ดูว่าจะช่วยเสี่ยวหลิงได้หรือไม่”
“ไม่ต้องเอามาให้ข้า เ้ามันซื่อบื้อจริง ลืมไปแล้วหรือข้าเป็แค่จิตที่เข้ามาสถิตร่างกายหญิงผู้นี้ หญ้าวิเศษไม่ได้ช่วยอะไรข้าเลย”เสียงที่อ่อนแรงดังขึ้นอีกครั้ง
หลงเหยียนมองหลงหลิงแล้วกัดริมฝีปากแน่น
“ได้ ดูเหมือนข้าคงต้องกินมันเข้าไปเองเสียแล้ว”
หลังจากหลอมหญ้าเซียนธาราแล้วร่างกายส่วนที่าเ็ของหลงเหยียนก็ฟื้นฟูกลับมาเป็ดังเดิม ไม่เพียงแค่นั้นกระดูกในร่างกายของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน แข็งแรงกว่าเดิมมากโข กึก...ทันใดนั้นผิวพรรณก็เรืองรอง สามารถเทียบเท่าได้กับหลงหลิงที่มีแสงปกคลุมอยู่ข้างกายได้เลย
ต้องยอมรับว่ามันเป็หญ้าวิเศษที่มีคุณค่าสูงมากหากไม่มีหลงหลิง เกรงว่าหลงเหยียนคงหาหญ้าวิเศษได้ช้ากว่านี้ มองหญิงสาวที่อ่อนแรงเขาก็รู้สึกปวดใจ
ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น คล้ายได้รับยาหล่อเลี้ยงชั้นดีเช่นนั้นิญญายุทธ์ในร่างกายและพลังิญญาก็เลื่อนระดับขึ้นไปหลายขั้น
เวลานี้กายสุริยะเปล่งแสงสว่างเป็ประกายล้อมรอบตัวหลงเหยียนพลังแห่งหยางก็แข็งแกร่งกว่าเดิมเช่นกัน
“หรือว่าหญ้าวิเศษก็ช่วยเลื่อนระดับวิชาข้าด้วย? เช่นนั้นข้าจะลองทำลายเส้นพลังขั้นต่อไป”พลังปราณที่แข็งแกร่งรวมกันในจุดรวมปราณ แล้วหลงหยียนก็ะเิคำราม
พลังปราณทั้งหมดกระจายไปทั่วร่างกายจากวิชากายสุริยะที่อยู่ในระดับแรก เริ่มทะลุชั้นพลังอย่างต่อเนื่องยืมพละกำลังที่แข็งแกร่งของิญญาัเป็ทรัพยากรหนุนหลัง
“กึก!” กายสุริยะสำเร็จแล้ว
หลงเหยียนผงะไป“นี่... นี่มันไม่ใช่ความฝันใช่หรือไม่ ข้าฝึกวิชากายสุริยะระดับสูงสำเร็จหรือนี่?”
หลงเหยียนตื่นเต้นมากตามบันทึก หากฝึกวิชากายสุริยะระดับสูงสำเร็จ ผู้ฝึกสามารถหลอมทุกสรรพสิ่งสามารถฆ่าิญญาเทพ ดูดรับแสงอาทิตย์ได้
หลงเหยียนลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้โขดหิน รวมพลังปราณแล้วฟาดฝ่ามือลง โขดหินถูกหลอมละลายกลายเป็ผุยผง
“พลังของมันน่ากลัวเช่นนี้เชียว? เกรงว่าต่อให้จะมีพลังสูงกว่าข้าแต่ก็คงรับพลังโจมตีนี้ไม่ได้แน่” เวลานี้ใบหน้าของหลงเหยียนประกายรอยยิ้ม
ยังไม่พอยังต้องหลอมดอกราตรีเก้าหางอีกต้น
หญ้าวิเศษนี้หล่อเลี้ยงพลังปราณในกายขจัดสิ่งแปดเปื้อนพลังปราณ ระหว่างการหลอมหลงเหยียนััได้ว่ากายสุริยะหลอมเข้ากับธาตุพลัง เพิ่มความแข็งแรงภายในกาย
ในกระดูกเส้นพลังของเขาขยายใหญ่ขึ้นมาก หลงเหยียนตกตะลึงในใจหากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ตนฝึกวิชากายสุริยะแล้ว เกรงว่าตอนนี้ร่างกายต้องะเิเพราะหญ้าวิเศษสามต้นนี้แน่เพราะร่างกายไม่อาจทนรับการเปลี่ยนแปลงจากหญ้าวิเศษ
“ขั้นตอนในการเตรียมพร้อมสำเร็จแล้วดูเหมือนตอนนี้ก็รอแค่เวลาในการเลื่อนขั้นไปขั้นที่สี่แล้วล่ะ”
ตอนนี้พละกำลังได้รับการเลื่อนระดับแล้วแค่ใช้วิชาในการเพิ่มระดับ กายสุริยะจึงจะปลดปล่อยพละกำลังขั้นสูงสุดออกมาได้และวิชาการต่อสู้ทั้งหมดก็ต้องทำเช่นนี้เหมือนกัน
ครั้งนี้เขาไม่ได้รีบร้อนไม่ว่าอย่างไรก็ยังมีเวลาอีกห้าวันพลังปราณจำนวนมหาศาลในร่างกายก่อเกิดอย่างต่อเนื่อง พละกำลังพุ่งไปถึงขั้นที่ห้าเขามีความมั่นใจในการจะล้มหลงอวี่ซีได้แล้ว
ทว่าหลงเหยียนกลับลืมไปว่าพลังเลื่อนระดับทุกหนึ่งขั้น ความแตกต่างของสองขั้นนั้นราวกับฟ้ากับดินเมื่อถึงขั้นที่สี่ การฝึกวิชาก็ยากลำบากมากกว่าเดิม
พลังปราณที่แข็งแกร่งในร่างกายปะทุหลงเหยียนกัดฟันกรอด ร่างกายถูกปะทะอย่างต่อเนื่องความเ็ปคล้ายตอนก้าวเข้าสู่ชีพัขั้นที่หนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้น? ข้าหลอมหญ้าวิเศษไปถึงสามต้นเชียวนะทำไมภายในร่างกายยังมีพลังปราณมหาศาลเช่นนี้ไม่มีเหตุผลเลยที่จะทำลายเส้นพลังที่สี่ไม่ได้ เพราะอะไรถึงเ็ปปานนี้?"
“ไม่ ข้าต้องทนให้ได้ ข้าไม่ยอมถอดใจหรอก อีกอึดใจเดียวข้าก็จะสำเร็จแล้วหากถอดใจตอนนี้ เช่นนั้นความพยายามที่ผ่านมาก็ไร้ความหมายไม่ง่ายเลยที่ข้าจะก้าวขึ้นไปถึงระดับชีพัที่สาม ข้าต้องทนให้ได้”
“อ๊าก! เจ็บเหลือเกิน” สายตาของเขาดูดุร้ายมาก ความรู้สึกคล้ายเส้นชีพจรในร่างกายกำลังฉีกขาดทำให้หลงเหยียนรู้สึกเ็ปอย่างแสนสาหัส
“อดทน ข้าต้องทนข้ามผ่านมันไปให้ได้คนอื่นอาจต้องใช้เวลาหนึ่งปีในการหลอมกายขึ้นไปหนึ่งขั้นแต่ข้ามีต้นกำเนิดพลังที่แข็งแกร่งปานนี้ แล้วจะให้ข้าจะถอดใจได้อย่างไรที่สำคัญกว่านั้น ข้ามีิญญาัที่แข็งแกร่งเฉกเช่นโล่กำบัง ถ้ายังไม่สำเร็จข้าคงเสียชาติเกิด”
“อ๊าก!” หลงเหยียนะเิเสียงคำราม นั่นคือเสียงคำรามของั!
ิญญาสัตว์ที่อยู่รอบข้างถูกเสียงคำรามนั้นข่มขวัญต่างก็หนีกันกระเจิง
ประสาทััของพลังิญญาแข็งแกร่งมากฟิ้ว... หลงเหยียนพ่นไอออกมายาวๆ
ร่างอ่อนยวบทรุดลงพื้นในที่สุดครั้งนี้เขาก็เลื่อนระดับขั้นได้สำเร็จ บทสรุปของครั้งนี้ก็คือความเ็ป
แต่สุดท้ายหลงเหยียนก็อดทนข้ามผ่านมันไปได้
หลงเหยียนก้าวขึ้นไปถึงระดับชีพัขั้นที่สี่สำเร็จแล้วหลงเหยียนเจ็บจนสุดท้ายน้ำตาหยดลงมาหนึ่งหยด ร่วงลงบนพื้น
ใบหน้าเขาประกายรอยยิ้มพอใจ...
หลงเหยียนกำหมัดแน่นกระเด้งขึ้นมานั่งตัวตรง ก่อนจะชกหมัดออกไปกลางอากาศอย่างต่อเนื่องลมจากหมัดทำลายห้วงอากาศ เกิดเสียงเสียดสีที่แสบแก้วหู
เป็อย่างที่คิดพลังขั้นที่สี่ทรงพลังกว่าขั้นที่สามมาก มากจริงๆ
หลายวันก่อนเซียวปิงหลานมีพลังขั้นที่สี่ เมื่อเทียบกับหลงเหยียนตอนนี้แล้วมันคือความแตกต่างราวฟ้ากับดิน
มองทิศทางที่ตั้งของเมืองัหลงเหยียนประกายรอยยิ้ม รอยยิ้มของเขาแลดูน่าพิศวง
พักครู่หนึ่งหลงเหยียนเดินหน้าทำลายเข้าขั้นที่ห้าต่อ เพราะสิ่งที่มีในตอนนี้ไม่อาจทำให้เขารู้สึกพึงพอใจหากทำก็ต้องทำให้ถึงขั้นสูง หากไม่ทำก็ไม่ทำเลย ขอแค่มีพละกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนั้นจึงจะศิโรราบทุกอย่างได้ จึงจะปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองได้
มองไปยังหลงหลิงที่อยู่ในสภาพอ่อนแรงมาตลอดใช้ร่างกายต่อต้านอนาคอนดาเพื่อตน และนับแต่วันนี้เป็ต้นไปหลงเหยียนสาบานว่าจะไม่ยอมให้สตรีผู้นี้ต้องพลีชีพเพื่อตนอีก
นี่คือสิ่งที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งควรทำปกป้องคนที่คู่ควรได้รับการปกป้อง นี่คือหน้าที่ที่เขาควรรับผิดชอบเพราะหลงเหยียนอยากเป็ชายที่ผ่าเผยและแข็งแกร่งและนี่ก็คือสิ่งที่บิดาของเขาอยากเห็นมาโดยตลอด
--------------------