Tales of Fang and Claw ตำนานเขี้ยวและกรงเล็บ

    บทที่ 17 | แผงลอย เงินตรา และอาหาร (1)

    หนึ่งสัปดาห์ได้ผ่านไปแล้ว หลังจากที่ฉันมาถึงเมืองนี้และได้เข้ามาอยู่ใต้การคุ้มครองของโบสถ์แห่งฟัลเนีย

    ฉันเริ่มรับได้แล้วว่ามีเสียงอยู่ในหัวของฉัน ถึงแม้จะไม่อยากก็เถอะ...

    'ฉันได้ยินน่ะ...'

    แค่ทำเป็๞ไม่สนใจ สักพักเธอก็จะเงียบไปเอง

    ชีวิตในโบสถ์ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ตื่นเช้ามาก็ทานอาหารกับพวกนักบวช ซึ่งฉัน... ตื่นไม่เคยทันเลย โชคดีที่ลุงในโรงอาหารเก็บอาหารส่วนของฉันไว้ให้ ทำให้มีอะไรกินตอนสาย ถึงแม้อาหารจะเย็นหมดแล้วก็เถอะ...

    ตอนเที่ยงก็แวะไปทักทายเนเรสักพัก ก่อนที่เธอจะปลีกตัวไปทำกิจวัตรประจำวันของพวกนักบวช

    ส่วนฉันนะเหรอ... ไม่มีอะไรให้ทำเลย นอกจากอ่านหนังสือที่ยืมจากโบสถ์มาอ่าน ซึ่งเนื้อหาในนั้นมีแต่เ๱ื่๵๹ของ 'ฟัลเนีย' เทพแห่งความรักและเสียงดนตรี รวมถึงคำสอนต่างๆ ของเธอ ซึ่งก็มีแต่เ๱ื่๵๹รักใคร่ทั้งนั้นเลย...

    "เฮ้อ—"

    เสียงถอนหายใจดังออกมาเป็๲ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

    "แหม~ ถ้าท่านเทพ 'ฟัลเนีย' ได้มาเห็นสภาพของเ๯้าตัวเล็กตอนนี้ คงได้ร้องไห้แน่เลย"

    "ในนี้มันมีแต่เ๱ื่๵๹รักใคร่ทั้งนั้นเลยนี่คะ คุณฟัลเนีย... หนูอ่านแล้วจับใจความไม่ได้เลย ไม่เห็นจะมีอะไรที่น่าสนใจเลยสักนิด..."

    "อา~ เ๯้าตัวเล็กคงยังไม่เข้าใจถึงความรักที่ท่าน 'ฟัลเนีย' พยายามสอนนะจ๊ะ ไม่ต้องรีบไปหรอก ค่อย ๆ อ่านไปทีละนิด เดี๋ยวก็เข้าใจเอง"

    บางครั้งตอนที่อ่านหนังสืออยู่ในสวนดอกไม้ คุณฟัลเนียก็จะเข้ามาทักทายแล้วก็บรรยายคำสอนต่าง ๆ นานา ที่ฟังแล้วก็ยากที่จะเข้าใจ... ทั้งหนังสือ ทั้งคำบรรยาย... น่าเบื่อเกินไปแล้ว ถ้าต้องอยู่แบบนี้ต่อไป คงเฉาตายก่อนแน่ ๆ เลย

    "เฮ้อ—"

    "อืม~ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เ๽้าตัวเล็กลองออกไปเดินเที่ยวในเมืองแล้วหรือยังจ๊ะ?"

    "อ๋ะ!? ยังเลยค่ะ แค่เดินรอบๆ โบสถ์กับตึกของพวกอัศวินเอง"

    "งั้นลองไปเดินรอบๆ ดูไหมล่ะ เมืองนี้ค่อนข้างปลอดภัยเลยนะ เรารับประกันได้เลยในฐานะผู้ดูแลเมืองนี้!"

    จริงด้วย อุตส่าห์ได้ออกมาจากหมู่บ้านและมาที่เมืองนี้ทั้งที พอแยกกับวิเวียร์เลยซึมไปพักใหญ่จนไม่ได้คิดถึงเ๹ื่๪๫นี้เลย

    "อืม— ลืมคิดเ๱ื่๵๹นี้ไปเลยค่ะ"

    "งั้นก็ดีเลย! รับนี่ไปนะเ๯้าตัวเล็ก แล้วก็อย่าบอกทิสนาน่ะ ฟุฟุฟุ"

    "นี่มัน..."

    ยังไม่ทันที่จะตอบกลับ คุณฟัลเนียก็ยัดถุงอะไรบางอย่างใส่มือฉัน ข้างในนั้นมีเหรียญมากมาย

    "นี่น่าจะประมาณสองพันริค ใช้ได้เต็มที่เลยนะ เดี๋ยวตัวเราต้องไปทำธุระข้างนอกก่อน เ๽้าตัวเล็กก็เดินเที่ยวให้สนุกได้เลยนะจ๊ะ!"

    ทันทีที่พูดจบ คุณฟัลเนียก็รีบลุกเดินจากไป ปล่อยให้ฉันนั่งงงอยู่คนเดียว

    "เอ๊ะ? ริค...? เงิน? ยังไม่ได้... อธิบายอะไรเลย..."

    โดนทิ้งให้อยู่คนเดียวแบบงงๆ อีกแล้ว...

    ลองก้มดูในถุงก็พบว่าข้างในถุงผ้านี้มีเหรียญสีน้ำตาลและสีเงินอยู่เยอะพอสมควร แต่ว่าปัญหามันอยู่ที่ฉัน... ใช้เงินเหล่านี้ไม่เป็๲

    ดูเหมือนว่าทุกคนจะเอาสิ่งนี้ไปแลกของต่างๆ กันสินะ นั่นก็เท่ากับว่า... ฉันก็เอาไปแลกเป็๞ของกินได้น่ะสิ!

    พรุ่งนี้ต้องไปลองดูแล้ว

    "ขอบคุณมากเลยนะคะคุณฟัลเนีย แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าอธิบายว่ามันใช้ยังไงหน่อย..."

     

    เช้าวันต่อมา...

    ไม่สิ ตื่นสายอีกแล้ว ฮะฮะฮะ...

    ฉันออกจากโบสถ์เพื่อไปเดินสำรวจเมืองด้วยตัวคนเดียวอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะใจหนึ่งก็กลัวที่จะต้องออกจากโบสถ์ไปเดินในที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่อีกใจหนึ่งก็เบื่อที่จะต้องอยู่แต่ในโบสถ์ แถมยังอยากลองกินอะไรใหม่ ๆ ด้วย...

    เสื้อผ้าที่ใส่อยู่เป็๲เสื้อผ้าที่ยืมมาจากกองอัศวิน เพราะขยับไปมาได้สะดวกสบายกว่าชุดของพวกนักบวชที่เนเรเตรียมไว้ให้ ด้านหลังมีถุงผ้าที่คุณฟัลเนียให้มาห้อยเอาไว้อยู่

    ผู้คนมากมายต่างเดินไปมาตามทางเดิน หรือไม่ก็ว่ายไปมาตามสายน้ำ เพื่อมาจับจ่ายใช้สอยยามเช้าตรู่หรือไม่ก็ออกไปทำงานของแต่ละคนกัน

    ตลาดคือที่แรกที่ฉันเลือกจะเดินไป เพราะกลิ่นคาวของเนื้อหรืออาหารต่างๆ ที่ลอยมาไกลถึงโบสถ์ ทำให้อดห้ามใจไม่ได้

    "ว้าวว ของกินเต็มไปหมด..."

    มีร้านแผงลอยข้างทางและเรือเล็กมากมายที่ตั้งของขายอยู่ ไม่ว่าจะเป็๲อาหารหรือของอะไรอื่นๆ ที่ฉันไม่รู้จัก แต่ที่แน่ๆ คืออาหารเ๮๣่า๲ั้๲ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งกลิ่นเนื้อและอาหารแปลกๆ

    'น-น้ำลายไหลแล้วเรย์เน่!'

    จ-จริงด้วย!

    ฉันรีบเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมา เผลอลืมตัวไปซะได้

    'อยากกินก็ไปซื้อกินสิ เงินก็มีแล้วนี่?'

    เงียบไปเลย เสียงในหัวแบบเธอน่ะ

    ฉันตัดสินใจอะไรเองได้นะ!

    'เชิญตามสบายเลยก็แล้วกัน'

    อันนั้นก็น่ากิน อันนี้ก็น่ากิน เนื้อตรงนั้นก็กลิ่นหอม

    โอ้ยยย น่ากินไปหมดเลย

    แต่ว่า... จะซื้อของยังไงดีล่ะเนี่ย คุณฟัลเนียดันไม่ได้อธิบายอะไรพวกนี้เลย

    จะให้ถามก็... ไม่ไหว น่ากลัวเกินไปอ่ะ! ลองดูคนอื่นไปพลาง ๆ ก่อนดีกว่า

    ................................................

    ไม่ไหว ไม่เข้าใจอะไรเลย!

    ผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ที่ฉันเดินดูตามร้านต่างๆ คอยดูผู้คนซื้อขายของกัน จนบางทีก็มีคนมองมาทางฉันด้วย

    ของต่าง ๆ มีราคาเป็๞ของมันเอง แค่ต้องถามพวกพ่อค้าแม่ค้า แล้วพวกเขาก็จะบอกเอง

    แต่เหรียญแต่ละเหรียญมีค่าเท่าไหร่นี่สิ ดูห่างๆ แบบนี้ไม่มีทางรู้แน่

    แต่จะให้เข้าไปถามมันก็... แปลกๆ

    ไม่กล้าถามด้วย... น่าอายจัง

    อยากให้วิเวียร์อยู่ตรงนี้ด้วยเลย—

    'ให้ฉัน... ช่วยไหม...?'

    ไม่ต้อง! อย่างเธอน่ะอยู่เงียบๆ ไปเถอะ!

    'ตามใจ...'

    แค่เสียงในหัวของฉัน จะไปช่วยอะไรได้กันเล่า!

    เนื้อตรงนั้นน่ากินจัง~

    "เอ้า แม่หนู! จะยืนจ้องอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม แล้วก็เอ่อ... น้ำลายไหลย้อยแล้วนะ"

    "อ๊ะ! ข-ขอโทษค่ะ!"

    คุณลุงร้านเนื้อย่างข้างหน้าหันมาพูด หลังจากที่ทอนเงินให้กับลูกค้าคนก่อนหน้า

    "อยากกินก็ซื้อ อย่ามัวแต่จ้องจนทำให้คนอื่นเข้าใจร้านฉันผิดสิ"

    "ค่ะ?"

    ฉันเอียงคอด้วยความสงสัย

    "ก็คนของกองอัศวินเล่นจ้องมาที่ร้านฉันไม่หยุดแบบนี้ ก็ขายของไม่ได้นะสิ"

    "ข-ข-ขอโทษค่ะ! ต-แต่ว่าหนูแค่—"

    "เอ้า! สรุปว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ?"

    "—ยืมเสื้อผ้ามา..."

    ยังไม่ทันที่จะพูดจบ คุณลุงก็พูดด้วยอารมณ์หุนหัน

    "ถ้าไม่ ก็ช่วยไปจ้องร้านอื่นที"

    "ข-ขอโทษค่ะ คุณลุง... หนูแค่... ห-หิว!"

    "เรียกใครลุงกันห๊ะ! ฉันยังแค่เจ็ดสิบ ยังไม่แก่เลยนะ!"

    "อึ้ยยย! ข-ขอโทษค่ะ"

    จ-เจ็ดสิบ... นี่ไม่แก่ตรงไหนกัน

    'ไม่ต้องมาถามเลย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน'

    ไม่ได้ถามเธอสักหน่อย!

    "เอ้า! ว่ายังไง ยัยหนู"

    "ซ-ซ-ซื้อค่ะ! ข-ขอสองไม้ค่ะ!"

    "ก็แค่นั้นก็สิ้นเ๹ื่๪๫ ทั้งหมด ยี่สิบริค"

    "ย-ยี่สิบ ร-ริค?"

    หางตาเหลือบไปมองถุงเหรียญที่เปิดอยู่ในมือ

    "เออ—"

    ท-เท่าไหร่กันเนี่ย ยี่สิบ...ริค

    'ริค' ที่ว่าน่าจะเป็๲ค่าเงินมั้ง... แต่ว่าเหรียญต่างๆ มีค่าเท่าไหร่บ้างก็ไม่รู้

    "หืมมม"

    คุณลุงเ๽้าของแผงเริ่มหงุดหงิดขึ้นทุกที แถมจ้องมาด้วยสายตาที่น่ากลัวมาก

    "ค-คือว่า..."

    "เอ้า! หรือว่าจะไม่มีเงินจ่าย?"

    "ป-เปล่าค่ะ... คือว่า..."

    "จะอือๆ ออๆ อะไรเล่า รีบๆ พูดมาได้แล้ว! คงไม่ใช่นับเงินไม่เป็๲ใช่ไหมเนี่ย?"

    คุณลุงพูดด้วยน้ำเสียงบีบคั้น ก่อนจะพูดประชดประชันปิดท้าย

    ฉันทำได้แค่ส่งยิ้ม พลางพยักหน้าเบาๆ ด้วยความเขินอาย แล้วตอบกลับไปคำเดียวเบาๆ

    "ค-ค่ะ..."

    "นี่ยัยหนูล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย—!"

     

    เท่าที่ฟังคุณลุงอธิบายมา...

    'ริค' หรือชื่อเต็มๆ คือ 'ริคโค่' คือสกุลเงินที่ใช้กันในทวีปนี้

    ทำไมวิเวียร์กับคุณอลิเซียถึงไม่ได้อธิบายให้ฟังกันเนี่ย...

    เหรียญทองแดงนั้นมีมูลค่าอยู่ที่ หนึ่ง ห้า และสิบ ริค

    เหรียญเงินเล็กมีมูลค่าอยู่ที่ หนึ่งร้อย และห้าร้อย ริค

    เหรียญเงินใหญ่มีมูลค่าอยู่ที่ หนึ่งพัน ริค

    เหรียญเหล่านี้ จริงๆ แล้วมันมีเขียนอยู่ว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ แต่เพราะเขียนในภาษากลาง ทำให้ฉันอ่านไม่ออก แต่ก็พอจะดูที่ขนาดหรือสีของเหรียญได้อยู่

    จริงๆ ยังมีเหรียญที่มีมูลค่ามากกว่านี้อยู่อีก แต่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักกัน เพราะไม่เคยได้เห็นหรือใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้คุณลุงบอกได้แค่นี้

    "แค่นี้แหละที่บอกได้ เฮ้อ— ไม่รู้ว่าไม่รู้จริง ๆ หรือเป็๲พวกบ้านนอกกันแน่ คงไม่ได้มาจากอีกทวีปหรือเกาะข้างๆ ใช่ไหมเนี่ย"

    "แหะๆ ... ขอโทษค่ะ..."

    ขอโทษค่ะลุง หนูไม่รู้จริงๆ

    คุณลุงมีสีหน้าเอือมระอา พลางยื่นเนื้อมาให้สองไม้ ก่อนที่ฉันจะรีบหยิบเหรียญทองแดงสองเหรียญยื่นกลับไป

    "ยัยหนู! นั่นมันหกริค"

    "ข-ขอโทษค่ะ!"

    ตายแล้ว หยิบผิด๻ั้๹แ๻่แรกเลย! มันต้องเหรียญใหญ่ๆ นี่สิ—

     

    หลังจากแยกกับคุณลุง ฉันก็แวะร้านขายของกินต่างๆ อีกมากมาย

    พลางลองกินเนื้อปลาทะเลที่อีเรียเงือกจับมาย่างไฟขาย ซึ่งรสชาติไม่ได้แย่มาก แต่บางทีก็โดนก้างแทงจนกินต่อไม่ลง

    และยังมีเนื้อสัตว์แปลก ๆ อีกด้วยที่ลองกินมา แม้จะต้องจ่ายมากกว่าเนื้อทะเลนิดหน่อยก็เถอะ

    แต่ที่ฉันชอบเลยก็คือเนื้อปลาหมึกนี่แหละ ไม่ได้อร่อยมาก แต่เคี้ยวหนุบหนับและเพลินสุดแล้ว แต่ติดที่ว่ามีกลิ่นคาว ๆ เหมือน... คุณฟัลเนียด้วย แปลกจังเลย...

    มีลองแวะดูร้านผัก ผลไม้บ้าง แต่ว่า... ฉันไม่อยากกินพวกมันนี่สิ สุดท้ายก็จบที่ซื้อเนื้อแปลก ๆ มานั่งกินริมน้ำ พลางนั่งดูวิวของเรือที่แล่นผ่านไปมาอยู่ดี

    ที่น่าแปลกก็คือ...

    'ลองสาหร่ายย่างอันนั้นหน่อยได้ไหม ดูน่ากินมากเลยนะ!'

    เสียงในหัวของฉันพูดไม่หยุดมาตลอดทางเลย

    เธอพูดอย่างกับว่าเป็๲คนกินเองงั้นแหละ

    สาหร่ายย่าง... ก็แค่ผักจากทะเลนี่นา ไม่กินหรอก!

    'ร้านเมื่อกี้มันร้านอะไรนะ ย้อนกลับไปดูหน่อยได้ไหม! ข-ขนมปังนั่นอะไรน่ะ น่ากินจัง ลองกินหน่อยสิ!'

    นั่นมันก็แค่ขนมปังเอง ไม่เอา ฉันจะกินเนื้อ!

    'เธอจะกินแต่ของคาวไม่ได้นะ ลองกินของหวานจากร้านที่เดินผ่านมาหน่อยเถอะ ขอร้องล่ะๆ!'

    แถมบางที ถ้าฉันไม่ยอมซื้อมากิน เธอก็จะไม่ยอมหยุดพล่ามด้วย

    'กลับไปร้านขนมปังนั่นก่อนเถอะ! มันต้องอร่อยแน่ ๆ เชื่อฉันสิ!'

    สุดท้ายก็ได้แต่ลองกินตามดู

    ทำอย่างกับว่าเธอรับรู้รสชาติได้นะ ฉันเป็๲คนกินนะ ไม่ใช่เธอ

    'สุดท้ายเธอก็กินตามที่ฉันพูดนี่นา'

    ตอนนี้ฉันกำลังกินขนมปังไส้ผลไม้แห้งราดน้ำผึ้งอยู่ริมน้ำ พร้อมกับดื่มนมและชีสจากร้านของอีเรีย 'โฮลสไตน์' ใกล้ ๆ นี่

    ขาแกว่งไปมาในทะเล พลางงับเข้าไปในขนมปังทีละคำ พร้อมกับยกขวดนมขึ้นมาดื่ม

    ตอนแรกเ๽้าของร้านจะใส่ธัญพืชแทน แต่ฉันขอให้เปลี่ยนเป็๲ผลไม้แห้ง เพราะไม่อยากกินผัก...

    ขนมปังนี่มันยังไงกันเนี่ย ทำไมแพงกว่าเนื้อที่ฉันเพิ่งจะซื้อมากินอีก...

    ไม่มีกลิ่นหอมของความคาว แต่เป็๲กลิ่นหอมหวานที่น่าดึงดูดแทน

    'เ๹ื่๪๫มาก กินๆ ไปเถอะ'

    อุตส่าห์กินให้แล้ว ยังจะมาบ่นอีก! ฉันไม่จำเป็๲ต้องกินตามเธอก็ได้ รู้ไหม?

    'รู้แล้วๆ ~ แล้วเป็๞ยังไงล่ะ ขนมปังนั่นอร่อยไหม?'

    เธอพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ แบบรู้ได้ชัดเลยว่าเธอก็อยากกินเหมือนกัน

    ก็ไม่แย่...

    'อย่าพูดแค่นี้สิ! ฉันก็อยากจะรู้นะว่ารสชาติมันเป็๲ยังไง'

    เ๹ื่๪๫เยอะ...

    อร่อยมั้ง?

    เนื้อขนมปังข้างนอกนั้นกรอบ แต่ข้างในกลับนุ่มนิ่ม แถมมีกลิ่นหอมหวานผสมกับกลิ่นของเตาถ่านลอยออกมาด้วย ส่วนไส้ผลไม้แห้งก็... ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะ แต่ว่ามันก็อร่อย... ทั้งหวานและเปรี้ยวผสมกันทุกครั้งที่กัดไปโดน แถมน้ำผึ้งที่ราดก็หวานมาก ๆ ด้วย

    'แล้วนมกับชีสนั่นล่ะ?'

    นั่นน่ะเหรอ?

    ถึงนมรสชาติจะจืด แต่ได้ความเข้มข้นกลบจนฉันรู้สึกชอบเลย ชีสก็เค็มๆ แปลกๆ แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรมาก

    'อื้อๆ บอกแล้วว่าพวกมันต้องอร่อย'

    แต่คนกินก็คือฉันนะ เธอน่ะรับรู้รสชาติได้ด้วยเหรอ?

    '...ไม่'

    หึ หึ หึ

    น่าเสียดาย งั้นก็ดูฉันกินต่อไปแล้วกันนะ~

    คิดว่าออกตอนละสัปดาห์ไม่ไหวละ ตอนนี้เลยเล็งไว้ 1-2 ตอนต่อเดือนแทนละ

    งานเยอะ555

    ขออภัยมานะที่นี้ด้วยครับที่ปล่อยตอนนิยายช้า~

    nai wa~

    นิยายแนะนำ