หนึ่งสัปดาห์ได้ผ่านไปแล้ว หลังจากที่ฉันมาถึงเมืองนี้และได้เข้ามาอยู่ใต้การคุ้มครองของโบสถ์แห่งฟัลเนีย
ฉันเริ่มรับได้แล้วว่ามีเสียงอยู่ในหัวของฉัน ถึงแม้จะไม่อยากก็เถอะ...
'ฉันได้ยินน่ะ...'
แค่ทำเป็ไม่สนใจ สักพักเธอก็จะเงียบไปเอง
ชีวิตในโบสถ์ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ตื่นเช้ามาก็ทานอาหารกับพวกนักบวช ซึ่งฉัน... ตื่นไม่เคยทันเลย โชคดีที่ลุงในโรงอาหารเก็บอาหารส่วนของฉันไว้ให้ ทำให้มีอะไรกินตอนสาย ถึงแม้อาหารจะเย็นหมดแล้วก็เถอะ...
ตอนเที่ยงก็แวะไปทักทายเนเรสักพัก ก่อนที่เธอจะปลีกตัวไปทำกิจวัตรประจำวันของพวกนักบวช
ส่วนฉันนะเหรอ... ไม่มีอะไรให้ทำเลย นอกจากอ่านหนังสือที่ยืมจากโบสถ์มาอ่าน ซึ่งเนื้อหาในนั้นมีแต่เื่ของ 'ฟัลเนีย' เทพแห่งความรักและเสียงดนตรี รวมถึงคำสอนต่างๆ ของเธอ ซึ่งก็มีแต่เื่รักใคร่ทั้งนั้นเลย...
"เฮ้อ—"
เสียงถอนหายใจดังออกมาเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
"แหม~ ถ้าท่านเทพ 'ฟัลเนีย' ได้มาเห็นสภาพของเ้าตัวเล็กตอนนี้ คงได้ร้องไห้แน่เลย"
"ในนี้มันมีแต่เื่รักใคร่ทั้งนั้นเลยนี่คะ คุณฟัลเนีย... หนูอ่านแล้วจับใจความไม่ได้เลย ไม่เห็นจะมีอะไรที่น่าสนใจเลยสักนิด..."
"อา~ เ้าตัวเล็กคงยังไม่เข้าใจถึงความรักที่ท่าน 'ฟัลเนีย' พยายามสอนนะจ๊ะ ไม่ต้องรีบไปหรอก ค่อย ๆ อ่านไปทีละนิด เดี๋ยวก็เข้าใจเอง"
บางครั้งตอนที่อ่านหนังสืออยู่ในสวนดอกไม้ คุณฟัลเนียก็จะเข้ามาทักทายแล้วก็บรรยายคำสอนต่าง ๆ นานา ที่ฟังแล้วก็ยากที่จะเข้าใจ... ทั้งหนังสือ ทั้งคำบรรยาย... น่าเบื่อเกินไปแล้ว ถ้าต้องอยู่แบบนี้ต่อไป คงเฉาตายก่อนแน่ ๆ เลย
"เฮ้อ—"
"อืม~ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เ้าตัวเล็กลองออกไปเดินเที่ยวในเมืองแล้วหรือยังจ๊ะ?"
"อ๋ะ!? ยังเลยค่ะ แค่เดินรอบๆ โบสถ์กับตึกของพวกอัศวินเอง"
"งั้นลองไปเดินรอบๆ ดูไหมล่ะ เมืองนี้ค่อนข้างปลอดภัยเลยนะ เรารับประกันได้เลยในฐานะผู้ดูแลเมืองนี้!"
จริงด้วย อุตส่าห์ได้ออกมาจากหมู่บ้านและมาที่เมืองนี้ทั้งที พอแยกกับวิเวียร์เลยซึมไปพักใหญ่จนไม่ได้คิดถึงเื่นี้เลย
"อืม— ลืมคิดเื่นี้ไปเลยค่ะ"
"งั้นก็ดีเลย! รับนี่ไปนะเ้าตัวเล็ก แล้วก็อย่าบอกทิสนาน่ะ ฟุฟุฟุ"
"นี่มัน..."
ยังไม่ทันที่จะตอบกลับ คุณฟัลเนียก็ยัดถุงอะไรบางอย่างใส่มือฉัน ข้างในนั้นมีเหรียญมากมาย
"นี่น่าจะประมาณสองพันริค ใช้ได้เต็มที่เลยนะ เดี๋ยวตัวเราต้องไปทำธุระข้างนอกก่อน เ้าตัวเล็กก็เดินเที่ยวให้สนุกได้เลยนะจ๊ะ!"
ทันทีที่พูดจบ คุณฟัลเนียก็รีบลุกเดินจากไป ปล่อยให้ฉันนั่งงงอยู่คนเดียว
"เอ๊ะ? ริค...? เงิน? ยังไม่ได้... อธิบายอะไรเลย..."
โดนทิ้งให้อยู่คนเดียวแบบงงๆ อีกแล้ว...
ลองก้มดูในถุงก็พบว่าข้างในถุงผ้านี้มีเหรียญสีน้ำตาลและสีเงินอยู่เยอะพอสมควร แต่ว่าปัญหามันอยู่ที่ฉัน... ใช้เงินเหล่านี้ไม่เป็
ดูเหมือนว่าทุกคนจะเอาสิ่งนี้ไปแลกของต่างๆ กันสินะ นั่นก็เท่ากับว่า... ฉันก็เอาไปแลกเป็ของกินได้น่ะสิ!
พรุ่งนี้ต้องไปลองดูแล้ว
"ขอบคุณมากเลยนะคะคุณฟัลเนีย แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าอธิบายว่ามันใช้ยังไงหน่อย..."
เช้าวันต่อมา...
ไม่สิ ตื่นสายอีกแล้ว ฮะฮะฮะ...
ฉันออกจากโบสถ์เพื่อไปเดินสำรวจเมืองด้วยตัวคนเดียวอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะใจหนึ่งก็กลัวที่จะต้องออกจากโบสถ์ไปเดินในที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่อีกใจหนึ่งก็เบื่อที่จะต้องอยู่แต่ในโบสถ์ แถมยังอยากลองกินอะไรใหม่ ๆ ด้วย...
เสื้อผ้าที่ใส่อยู่เป็เสื้อผ้าที่ยืมมาจากกองอัศวิน เพราะขยับไปมาได้สะดวกสบายกว่าชุดของพวกนักบวชที่เนเรเตรียมไว้ให้ ด้านหลังมีถุงผ้าที่คุณฟัลเนียให้มาห้อยเอาไว้อยู่
ผู้คนมากมายต่างเดินไปมาตามทางเดิน หรือไม่ก็ว่ายไปมาตามสายน้ำ เพื่อมาจับจ่ายใช้สอยยามเช้าตรู่หรือไม่ก็ออกไปทำงานของแต่ละคนกัน
ตลาดคือที่แรกที่ฉันเลือกจะเดินไป เพราะกลิ่นคาวของเนื้อหรืออาหารต่างๆ ที่ลอยมาไกลถึงโบสถ์ ทำให้อดห้ามใจไม่ได้
"ว้าวว ของกินเต็มไปหมด..."
มีร้านแผงลอยข้างทางและเรือเล็กมากมายที่ตั้งของขายอยู่ ไม่ว่าจะเป็อาหารหรือของอะไรอื่นๆ ที่ฉันไม่รู้จัก แต่ที่แน่ๆ คืออาหารเ่าั้ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งกลิ่นเนื้อและอาหารแปลกๆ
'น-น้ำลายไหลแล้วเรย์เน่!'
จ-จริงด้วย!
ฉันรีบเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมา เผลอลืมตัวไปซะได้
'อยากกินก็ไปซื้อกินสิ เงินก็มีแล้วนี่?'
เงียบไปเลย เสียงในหัวแบบเธอน่ะ
ฉันตัดสินใจอะไรเองได้นะ!
'เชิญตามสบายเลยก็แล้วกัน'
อันนั้นก็น่ากิน อันนี้ก็น่ากิน เนื้อตรงนั้นก็กลิ่นหอม
โอ้ยยย น่ากินไปหมดเลย
แต่ว่า... จะซื้อของยังไงดีล่ะเนี่ย คุณฟัลเนียดันไม่ได้อธิบายอะไรพวกนี้เลย
จะให้ถามก็... ไม่ไหว น่ากลัวเกินไปอ่ะ! ลองดูคนอื่นไปพลาง ๆ ก่อนดีกว่า
................................................
ไม่ไหว ไม่เข้าใจอะไรเลย!
ผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ที่ฉันเดินดูตามร้านต่างๆ คอยดูผู้คนซื้อขายของกัน จนบางทีก็มีคนมองมาทางฉันด้วย
ของต่าง ๆ มีราคาเป็ของมันเอง แค่ต้องถามพวกพ่อค้าแม่ค้า แล้วพวกเขาก็จะบอกเอง
แต่เหรียญแต่ละเหรียญมีค่าเท่าไหร่นี่สิ ดูห่างๆ แบบนี้ไม่มีทางรู้แน่
แต่จะให้เข้าไปถามมันก็... แปลกๆ
ไม่กล้าถามด้วย... น่าอายจัง
อยากให้วิเวียร์อยู่ตรงนี้ด้วยเลย—
'ให้ฉัน... ช่วยไหม...?'
ไม่ต้อง! อย่างเธอน่ะอยู่เงียบๆ ไปเถอะ!
'ตามใจ...'
แค่เสียงในหัวของฉัน จะไปช่วยอะไรได้กันเล่า!
เนื้อตรงนั้นน่ากินจัง~
"เอ้า แม่หนู! จะยืนจ้องอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม แล้วก็เอ่อ... น้ำลายไหลย้อยแล้วนะ"
"อ๊ะ! ข-ขอโทษค่ะ!"
คุณลุงร้านเนื้อย่างข้างหน้าหันมาพูด หลังจากที่ทอนเงินให้กับลูกค้าคนก่อนหน้า
"อยากกินก็ซื้อ อย่ามัวแต่จ้องจนทำให้คนอื่นเข้าใจร้านฉันผิดสิ"
"ค่ะ?"
ฉันเอียงคอด้วยความสงสัย
"ก็คนของกองอัศวินเล่นจ้องมาที่ร้านฉันไม่หยุดแบบนี้ ก็ขายของไม่ได้นะสิ"
"ข-ข-ขอโทษค่ะ! ต-แต่ว่าหนูแค่—"
"เอ้า! สรุปว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ?"
"—ยืมเสื้อผ้ามา..."
ยังไม่ทันที่จะพูดจบ คุณลุงก็พูดด้วยอารมณ์หุนหัน
"ถ้าไม่ ก็ช่วยไปจ้องร้านอื่นที"
"ข-ขอโทษค่ะ คุณลุง... หนูแค่... ห-หิว!"
"เรียกใครลุงกันห๊ะ! ฉันยังแค่เจ็ดสิบ ยังไม่แก่เลยนะ!"
"อึ้ยยย! ข-ขอโทษค่ะ"
จ-เจ็ดสิบ... นี่ไม่แก่ตรงไหนกัน
'ไม่ต้องมาถามเลย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน'
ไม่ได้ถามเธอสักหน่อย!
"เอ้า! ว่ายังไง ยัยหนู"
"ซ-ซ-ซื้อค่ะ! ข-ขอสองไม้ค่ะ!"
"ก็แค่นั้นก็สิ้นเื่ ทั้งหมด ยี่สิบริค"
"ย-ยี่สิบ ร-ริค?"
หางตาเหลือบไปมองถุงเหรียญที่เปิดอยู่ในมือ
"เออ—"
ท-เท่าไหร่กันเนี่ย ยี่สิบ...ริค
'ริค' ที่ว่าน่าจะเป็ค่าเงินมั้ง... แต่ว่าเหรียญต่างๆ มีค่าเท่าไหร่บ้างก็ไม่รู้
"หืมมม"
คุณลุงเ้าของแผงเริ่มหงุดหงิดขึ้นทุกที แถมจ้องมาด้วยสายตาที่น่ากลัวมาก
"ค-คือว่า..."
"เอ้า! หรือว่าจะไม่มีเงินจ่าย?"
"ป-เปล่าค่ะ... คือว่า..."
"จะอือๆ ออๆ อะไรเล่า รีบๆ พูดมาได้แล้ว! คงไม่ใช่นับเงินไม่เป็ใช่ไหมเนี่ย?"
คุณลุงพูดด้วยน้ำเสียงบีบคั้น ก่อนจะพูดประชดประชันปิดท้าย
ฉันทำได้แค่ส่งยิ้ม พลางพยักหน้าเบาๆ ด้วยความเขินอาย แล้วตอบกลับไปคำเดียวเบาๆ
"ค-ค่ะ..."
"นี่ยัยหนูล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย—!"
เท่าที่ฟังคุณลุงอธิบายมา...
'ริค' หรือชื่อเต็มๆ คือ 'ริคโค่' คือสกุลเงินที่ใช้กันในทวีปนี้
ทำไมวิเวียร์กับคุณอลิเซียถึงไม่ได้อธิบายให้ฟังกันเนี่ย...
เหรียญทองแดงนั้นมีมูลค่าอยู่ที่ หนึ่ง ห้า และสิบ ริค
เหรียญเงินเล็กมีมูลค่าอยู่ที่ หนึ่งร้อย และห้าร้อย ริค
เหรียญเงินใหญ่มีมูลค่าอยู่ที่ หนึ่งพัน ริค
เหรียญเหล่านี้ จริงๆ แล้วมันมีเขียนอยู่ว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ แต่เพราะเขียนในภาษากลาง ทำให้ฉันอ่านไม่ออก แต่ก็พอจะดูที่ขนาดหรือสีของเหรียญได้อยู่
จริงๆ ยังมีเหรียญที่มีมูลค่ามากกว่านี้อยู่อีก แต่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักกัน เพราะไม่เคยได้เห็นหรือใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้คุณลุงบอกได้แค่นี้
"แค่นี้แหละที่บอกได้ เฮ้อ— ไม่รู้ว่าไม่รู้จริง ๆ หรือเป็พวกบ้านนอกกันแน่ คงไม่ได้มาจากอีกทวีปหรือเกาะข้างๆ ใช่ไหมเนี่ย"
"แหะๆ ... ขอโทษค่ะ..."
ขอโทษค่ะลุง หนูไม่รู้จริงๆ
คุณลุงมีสีหน้าเอือมระอา พลางยื่นเนื้อมาให้สองไม้ ก่อนที่ฉันจะรีบหยิบเหรียญทองแดงสองเหรียญยื่นกลับไป
"ยัยหนู! นั่นมันหกริค"
"ข-ขอโทษค่ะ!"
ตายแล้ว หยิบผิดั้แ่แรกเลย! มันต้องเหรียญใหญ่ๆ นี่สิ—
หลังจากแยกกับคุณลุง ฉันก็แวะร้านขายของกินต่างๆ อีกมากมาย
พลางลองกินเนื้อปลาทะเลที่อีเรียเงือกจับมาย่างไฟขาย ซึ่งรสชาติไม่ได้แย่มาก แต่บางทีก็โดนก้างแทงจนกินต่อไม่ลง
และยังมีเนื้อสัตว์แปลก ๆ อีกด้วยที่ลองกินมา แม้จะต้องจ่ายมากกว่าเนื้อทะเลนิดหน่อยก็เถอะ
แต่ที่ฉันชอบเลยก็คือเนื้อปลาหมึกนี่แหละ ไม่ได้อร่อยมาก แต่เคี้ยวหนุบหนับและเพลินสุดแล้ว แต่ติดที่ว่ามีกลิ่นคาว ๆ เหมือน... คุณฟัลเนียด้วย แปลกจังเลย...
มีลองแวะดูร้านผัก ผลไม้บ้าง แต่ว่า... ฉันไม่อยากกินพวกมันนี่สิ สุดท้ายก็จบที่ซื้อเนื้อแปลก ๆ มานั่งกินริมน้ำ พลางนั่งดูวิวของเรือที่แล่นผ่านไปมาอยู่ดี
ที่น่าแปลกก็คือ...
'ลองสาหร่ายย่างอันนั้นหน่อยได้ไหม ดูน่ากินมากเลยนะ!'
เสียงในหัวของฉันพูดไม่หยุดมาตลอดทางเลย
เธอพูดอย่างกับว่าเป็คนกินเองงั้นแหละ
สาหร่ายย่าง... ก็แค่ผักจากทะเลนี่นา ไม่กินหรอก!
'ร้านเมื่อกี้มันร้านอะไรนะ ย้อนกลับไปดูหน่อยได้ไหม! ข-ขนมปังนั่นอะไรน่ะ น่ากินจัง ลองกินหน่อยสิ!'
นั่นมันก็แค่ขนมปังเอง ไม่เอา ฉันจะกินเนื้อ!
'เธอจะกินแต่ของคาวไม่ได้นะ ลองกินของหวานจากร้านที่เดินผ่านมาหน่อยเถอะ ขอร้องล่ะๆ!'
แถมบางที ถ้าฉันไม่ยอมซื้อมากิน เธอก็จะไม่ยอมหยุดพล่ามด้วย
'กลับไปร้านขนมปังนั่นก่อนเถอะ! มันต้องอร่อยแน่ ๆ เชื่อฉันสิ!'
สุดท้ายก็ได้แต่ลองกินตามดู
ทำอย่างกับว่าเธอรับรู้รสชาติได้นะ ฉันเป็คนกินนะ ไม่ใช่เธอ
'สุดท้ายเธอก็กินตามที่ฉันพูดนี่นา'
ตอนนี้ฉันกำลังกินขนมปังไส้ผลไม้แห้งราดน้ำผึ้งอยู่ริมน้ำ พร้อมกับดื่มนมและชีสจากร้านของอีเรีย 'โฮลสไตน์' ใกล้ ๆ นี่
ขาแกว่งไปมาในทะเล พลางงับเข้าไปในขนมปังทีละคำ พร้อมกับยกขวดนมขึ้นมาดื่ม
ตอนแรกเ้าของร้านจะใส่ธัญพืชแทน แต่ฉันขอให้เปลี่ยนเป็ผลไม้แห้ง เพราะไม่อยากกินผัก...
ขนมปังนี่มันยังไงกันเนี่ย ทำไมแพงกว่าเนื้อที่ฉันเพิ่งจะซื้อมากินอีก...
ไม่มีกลิ่นหอมของความคาว แต่เป็กลิ่นหอมหวานที่น่าดึงดูดแทน
'เื่มาก กินๆ ไปเถอะ'
อุตส่าห์กินให้แล้ว ยังจะมาบ่นอีก! ฉันไม่จำเป็ต้องกินตามเธอก็ได้ รู้ไหม?
'รู้แล้วๆ ~ แล้วเป็ยังไงล่ะ ขนมปังนั่นอร่อยไหม?'
เธอพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ แบบรู้ได้ชัดเลยว่าเธอก็อยากกินเหมือนกัน
ก็ไม่แย่...
'อย่าพูดแค่นี้สิ! ฉันก็อยากจะรู้นะว่ารสชาติมันเป็ยังไง'
เื่เยอะ...
อร่อยมั้ง?
เนื้อขนมปังข้างนอกนั้นกรอบ แต่ข้างในกลับนุ่มนิ่ม แถมมีกลิ่นหอมหวานผสมกับกลิ่นของเตาถ่านลอยออกมาด้วย ส่วนไส้ผลไม้แห้งก็... ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะ แต่ว่ามันก็อร่อย... ทั้งหวานและเปรี้ยวผสมกันทุกครั้งที่กัดไปโดน แถมน้ำผึ้งที่ราดก็หวานมาก ๆ ด้วย
'แล้วนมกับชีสนั่นล่ะ?'
นั่นน่ะเหรอ?
ถึงนมรสชาติจะจืด แต่ได้ความเข้มข้นกลบจนฉันรู้สึกชอบเลย ชีสก็เค็มๆ แปลกๆ แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรมาก
'อื้อๆ บอกแล้วว่าพวกมันต้องอร่อย'
แต่คนกินก็คือฉันนะ เธอน่ะรับรู้รสชาติได้ด้วยเหรอ?
'...ไม่'
หึ หึ หึ
น่าเสียดาย งั้นก็ดูฉันกินต่อไปแล้วกันนะ~
คิดว่าออกตอนละสัปดาห์ไม่ไหวละ ตอนนี้เลยเล็งไว้ 1-2 ตอนต่อเดือนแทนละ
งานเยอะ555
ขออภัยมานะที่นี้ด้วยครับที่ปล่อยตอนนิยายช้า~
nai wa~