ด้วยความเหนื่อยล้าจากพายุแห่งความปรารถนาที่พัดกระหน่ำมาตลอดทั้งคืนในที่สุดจ้าวหานเฟิงก็ไม่อาจฝืนทานทนต่อความอ่อนเพลียได้ศีรษะของเขาซบลงและดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนาน
จนกระทั่งแสงทองของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านรอยแยกของผืนผ้าม่านเบื้องบนเข้ามาภายในกระโจมใหญ่ดวงตาของนายกองหนุ่มค่อยๆ ลืมตื่นขึ้นอย่างช้าๆ ทว่าทันทีที่สติเริ่มกลับคืนมาเขากลับพบว่าในยามนี้ ศีรษะของตนนอนหนุนอยู่บนแผงอกและร่างแกร่งของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนอย่างแนบชิด
"เ้าตื่นแล้วหรือ... ทหารหนุ่ม"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความอ่อนโยนพร้อมกับวงแขนแกร่งของจอมทัพที่กระชับโอบกอดร่างของชายหนุ่มเอาไว้หลวมๆราวกับจะให้ไออุ่น
"ข้า... คือข้า..."
ท่ามกลางแสงสว่างอันอบอุ่นของรุ่งอรุณจ้าวหานเฟิงกลับรู้สึกอับจนถ้อยคำรสััและเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่านมาหลั่งไหลเข้ามาในสมองจนหัวใจเต้นระทึกด้วยความสับสนละอายตัวเขาที่เป็ชายชาตรี มีภรรยาที่รักรอคอยอยู่เื้ัทว่าในยามนี้กลับต้องมานอนทอดกายอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษเพศเดียวกันเช่นนี้ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าตนเองสมควรจะเริ่มต้นประโยคกับคนตรงหน้าอย่างไรดี
แม่ทัพเซียวหลงเหยียนยกยิ้มบางเบาที่มุมปากแววตาคมลึกดูสงบดุจผู้ผ่านโลกมามากท่าทีของเขาเรียบเฉยราวกับล่วงรู้และอ่านทุกความสับสนในใจของหนุ่มน้อยผู้นี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่งจอมทัพรู้ดีแก่ใจว่าจ้าวหานเฟิงมีใจปฏิพัทธ์ต่อสตรีหาได้มีรสนิยมชื่นชอบในบุรุษเพศด้วยกันไม่เขาจึงเลือกใช้วาจาอันแยบคายเพื่อปลอบประโลมและทลายกำแพงความผิดบาปในใจของอีกฝ่าย
"เ้าไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนตัวเองหรอก พวกเราเพียงแค่ตักตวงความสุขสมจากกันและกันในยามที่ต้องเผชิญาอันอ้างว้างเท่านั้น"
จอมทัพเฒ่าเว้นจังหวะพลางใช้ฝ่ามือลูบไล้เรือนผมของนายกองหนุ่มเบาๆก่อนจะเอ่ยความจริงอีกข้อที่ทำให้จ้าวหานเฟิงถึงกับนิ่งงัน
"ที่บ้านของข้า... ก็มีทั้งฮูหยินและลูกๆที่รอคอยการกลับไปของข้าอยู่เช่นกันข้าและเ้าหาได้มีความแตกต่างกันในเื่นั้นไม่ ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปในยามนี้คือการที่ตัวข้าเลือกที่จะสุขสมและยินดีไปกับความปรารถนาอันเร้นลึก...รสชาติของกามราคะที่น้อยคนนักบนโลกหล้าจะมีวาสนาได้ลิ้มลอง"
ถ้อยคำหว่านล้อมอันชาญฉลาดที่ดึงเอาครอบครัวมาอ้างดั่งสะพานที่ช่วยทอดข้ามความรู้สึกผิดบาป ทำให้จ้าวหานเฟิงได้แต่เบิกตานิ่งมองบุรุษผู้สูงวัยกว่าด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปทั้งโล่งอกที่ตนเองไม่ได้แปรเปลี่ยนไปเป็อื่นและเริ่มคล้อยตามไปกับสัจธรรมอันบิดเบี้ยวที่จอมทัพยัดเยียดให้ในเช้าวันใหม่นี้
บุรุษต่างวัยทั้งสองร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเช้าด้วยกันอย่างเงียบเชียบทว่าสายตาของจอมทัพเฒ่ายังคงจับจ้องพยัคฆ์หนุ่มไม่วางตาก่อนที่เซียวหลงเหยียนจะเอ่ยแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเปี่ยมด้วยความจริงใจดุจผู้ใหญ่ที่เอ็นดูบุตรหลาน
"อีกไม่นาน... ศึกา ณ สมรภูมิเขาเทียนหลงแห่งนี้ก็จะจบสิ้นลงหน้าที่สำคัญที่สุดของเ้าในยามนี้คือต้องรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ให้ได้ข้าจะช่วยผลักดันและสนับสนุนเ้าให้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดตามสัญญาข้ารู้ดีว่าเ้าเป็คนเก่ง มีสติปัญญาและความสามารถเหนือผู้ใด... แต่ถึงอย่างนั้นตัวเ้าก็อย่าได้คิดทำอะไรที่มันฝืนกำลังตนเองนักเลย"
คำปลอบโยนที่แฝงไปด้วยความห่วงใยและคำมั่นสัญญาเื่อนาคตดั่งกระแสน้ำอุ่นที่รินรดลงบนใจที่บอบช้ำจ้าวหานเฟิงรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาดปราการความหวาดระแวงในอกพลันพังทลายลงไปอีกด่านชายหนุ่มประสานมือพลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมจากใจจริง
"ขอบพระคุณท่านแม่ทัพที่เมตตา..."
ทว่า...ทันทีที่นายกองหนุ่มก้มหน้าลงด้วยความซาบซึ้งั์ตาของจอมทัพผู้มากเล่ห์กลับแปรเปลี่ยนเป็ประกายวาววับยามเมื่อยกยิ้มลึกที่มุมปากอย่างชั่วร้าย แววตาอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นแท้จริงแล้วเขาหาได้้าคำขอบคุณอันไร้ค่าไม่ สิ่งที่พญาราชสีห์ตัวนี้กระหายถวิลหาคือรสััอันหวานล้ำจากเรือนร่างตรงหน้าต่างหาก
ไม่เปิดโอกาสให้ทหารหนุ่มได้ตั้งตัวแม่ทัพเซียวหลงเหยียนขยับกายเข้าประชิดมือหนาเชยคางมนขึ้นก่อนจะบดเบียดเรียวปากลงไปขยี้จูบอย่างรุนแรงและหิวกระหายเท่าทวีคูณรสััอันดุดันรุกรานเข้าสู่โพรงปากอย่างไร้ความปรานีตักตวงเอาน้ำหวานและลมหายใจของจ้าวหานเฟิงไปจนสิ้นจนร่างแกร่งของนายกองหนุ่มสั่นระริกไปทั้งสรรพางค์กาย
ทว่าในยามนี้...ร่างกายของจ้าวหานเฟิงกลับหาได้มีความคิดที่จะขัดขืนหรือผลักไสไม่สัญชาตญาณนักรบที่เคยหยิ่งทะนงถูกหลอมละลายด้วยไฟตัณหาจนหมดสิ้นชายหนุ่มหลับตาลงพริ้มปล่อยกายปล่อยใจให้ตอบสนองและโอนอ่อนผ่อนตามไปกับบทรักอันเร่าร้อนที่จอมทัพเฒ่าเป็ผู้ชี้นำยอมสยบจำนนต่ออำนาจและรสสวาทอันเย้ายวนในเช้าวันใหม่ช้าๆ อย่างไร้ทางขัดขืน
"นายกองหนุ่ม... ข้า้าเ้าจงส่งมันเข้ามาภายในเรือนร่างของข้าเสียเถิด"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจบัดนี้กลับแหบพร่าเว้าวอนระคนออกคำสั่งกระตุ้นเร้าจวนเจียนจะทนไม่ไหวจอมทัพเฒ่าเซียวหลงเหยียนเปิดเผยความปรารถนาอันแรงกล้าดึงรั้งร่างของเพชรเม็ดงามให้ก้าวข้ามเส้นแบ่งกฎเกณฑ์ทั้งมวลแน่นอนว่าจ้าวหานเฟิงที่เพิ่งเคยลิ้มลองรสชาติแห่งตัณหาอันเร่าร้อนนี้เป็ครั้งแรกในใจยามนี้หาได้มีความละอายหลงเหลืออยู่ไม่เพลิงราคะที่ถูกจุดขึ้นโหมกระพือจนเขากระหายที่จะลิ้มลองรสััแปลกใหม่นี้ด้วยตัวเองเช่นกัน
ชายหนุ่มขยับกายเข้าแนบชิดทันทีที่แก่นกายความเป็ชายอันร้อนผ่าวและแข็งขืนบดเบียดแทรกซึมเข้าสู่ร่องรอยแห่งสวาทของจอมทัพผู้เหนือหัวร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพเซียวถึงกับสะท้านเยือกผิวเนื้อบิดเร้ากระตุกรับััอันแกร่งกร้าวส่วนจ้าวหานเฟิงเองก็ถึงกับกระสันรัญจวนจนตัวเกร็ง ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นความคับแน่นของช่องทางรักเื้ัจอมทัพบีบรัดตรึงแรกรุ่นจนแทบขยับกายไม่ได้
ด้วยความสดใหม่ของร่างกายที่เพิ่งเคยพานพบศึกสวาทรูปการณ์นี้เป็คราแรกเพียงเวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วอึดใจ พยัคฆ์หนุ่มก็มิอาจอัดอั้นทานทนได้อีกต่อไปเขากระตุกสะโพกสอบสลักลึกก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งความปรารถนาอันฉีดพล่านเข้าไปในเรือนร่างของจอมทัพจนหมดสิ้น
แม่ทัพเซียวหลงเหยียนฟุบหน้าลงกับผืนฟูกพลางผ่อนลมหายใจยาวก่อนจะพลิกกายกลับมาส่งยิ้มบางเบาอันแสนอ่อนโยนทว่าฉาบด้วยความช่ำชองดุจผู้ชนะั์ตาคู่นั้นกวาดมองขุนศึกหนุ่มที่นอนหอบหายใจกระเส่าอย่างไร้เดียงสา
"นายกองหนุ่ม... ตัวเ้ายังคงต้องฝึกปรืออีกมากนัก หลังจากนี้ข้าจะเป็ผู้สั่งสอนเ้าให้กลายเป็ชายชาตรีที่แท้จริงเอง..."
จอมทัพเฒ่าเอื้อมมือลูบไล้โครงหน้าหล่อเหลาพลางกระซิบวาจาอันแฝงไปด้วยมนต์สะกดแห่งกามราคะ"แล้ววันหนึ่งเ้าจะรู้... ว่าจะไม่มีสตรีนางใด หรือบุรุษผู้ใดในใต้หล้าที่จะสามารถปฏิเสธความสุขสมอันล้ำเลิศที่เ้ามอบให้ได้อีกต่อไป"
ถ้อยคำนั้นดั่งคำทำนายที่ขีดเส้นชะตากรรมของจ้าวหานเฟิงให้เปลี่ยนไปตลอดกาลบัดนี้พยัคฆ์หนุ่มผู้เคยถือมั่นในเกียรติยศและรักแท้ได้ถลำลึกเข้าสู่ศาสตร์แห่งราคะบิดเบี้ยว