เป่ยลู่ที่คิดว่าในมิติยังเหลือซาลาเปาอยู่แค่ 7ลูกนั้นที่จริงแล้วไม่ใช่ มิติที่เธอได้รับมานั้น ภายในไม่มีอะไรนอกจากบ่อน้ำพุิญญาที่เทพฝึกหัดให้มา แต่เมื่อเธอนำสิ่งของหรืออะไรก็ตามเข้าไปในมิติ เมื่อเธอหยิบออกมามันจะเพิ่มจำนวนเท่าเดิมเหมือนตอนที่ใส่เข้าไป ซึ่งก็แปลว่า ตอนนี้เธอเหลือซาลาเปา 10 ลูกเท่าเดิมและไม่มีวันหมด นี่คือความวิเศษของมิติที่เทพฝึกหัดไม่ทันได้บอกเธอ
หลังจากที่กินซาลาเปาอิ่มแล้วเธอก็ช่วยน้องชายเก็บฟืนที่พ่อตัดเอาไว้เข้าไปเรียงในครัว ซึ่งอยู่ติดกับบ้าน เพราะครัวของบ้านนี้แยกออกไปด้านนอก โอ่งน้ำขนาดใหญ่มีน้ำใส่อยู่เต็มโอ่งคาดว่าคงเป็ฝีมือของพ่อและน้องชาย
“อาซาน แล้ววันนี้เธอไม่ไปเรียนหรอ”
“พี่ใหญ่ ผมอายุ 12ปีแล้ว จบชั้นประถม 6 แล้วนะครับ”
“ทำไมเร็วจังเลยล่ะ กว่าพี่จะเรียนจบก็ตอนอายุ 15เลยนะ”
“ก็เพราะผมเรียนเก่งไงครับ อีกอย่างพี่รองช่วยสอนแล้วก็ช่วยส่งผมเรียนด้วย”
“แล้วพี่รองของเธอสบายดีใช่ไหม”
“ครับ พี่เขยดีต่อเธอมาก ตอนนี้คงใกล้จะคลอดแล้ว พวกเราตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมอยู่พอดี”
“ใช่จ้ะ แม่กับพ่อพวกเราตั้งใจว่าเดือนหน้าจะไปเยี่ยมเสี่ยวฟางที่บ้าน เสี่ยวลู่ไปกับแม่สิ น้องคงดีใจที่เจอลูก”
“ค่ะ ฉันจะไป “เป่ยลู่นึกถึงน้องสาวคนรอง ใบหน้าเล็กๆ จิ้มลิ้มผิวขาว ตากลมโต น้องสาวชื่อว่า เป่ยฟาง ตอนนี้อายุ 16ปี คาดไม่ถึงว่าน้องสาวจะแต่งงานเร็วกว่าเธอด้วยซ้ำแถมตอนนี้ยังใกล้คลอดแล้วอีกด้วย แต่ไม่ว่ายังไงก็เป็เื่ที่ดีแหละนะ
ทางด้านหวงเป่ยหรงนั้นเขามาดูที่นาของตนเอง หลังจากที่ได้พูดคุยกับลูกสาวคนโตแล้ว ตอนนี้กำลังจะเดินกลับไปที่บ้าน ซึ่งภรรยาและลูกๆ กำลังรออยู่ เขาเดินกลับอย่างสบายใจ แม้ว่าลึกๆ แล้วจะอดที่จะสงสารลูกสาวคนโตไม่ได้ แต่เขาเป็พ่อ เป็ผู้นำครอบครัว เขาจะไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเด็ดขาด
“กลับแล้วหรออาหรง ได้ข่าวว่าเสี่ยวลู่กลับมาเยี่ยมบ้านหรอ”
“ครับลุงจาง”
“ดีๆ แล้วเสี่ยวฟางล่ะใกล้คลอดหรือยัง”
“ลูกเขยบอกว่าเดือนหน้านี้แล้วครับ “เป่ยหรงเอ่ยตอบชายชราแซ่จางเมื่อเดินผ่านบ้านของเขาไปยังบ้านตนเอง ไม่รู้ว่าใครเป็คนพูดเื่ของลูกสาวทั้งสองของเขากัน ชาวบ้านถึงได้รู้กันทั่วแบบนี้ เขาถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย แล้วรีบเดินกลับบ้านตนเองไป
“นี่ตาเฒ่าจาง คุณไม่รู้อะไร เสี่ยวลู่น่ะฉันได้ข่าวมาว่าแม่สามีขับไล่ออกมาต่างหากล่ะ ถึงได้กลับมาที่บ้านหวง”
“แล้วเธอรู้ได้ยังไง”
“ก็หลานสาวฉันอยู่ในหมู่บ้านนั้นนะสิ”
“งั้นหรอ “เฒ่าจางไม่ได้สนใจคำพูดของหญิงคนนั้นที่เอ่ยบอกมา เขาเพียงนั่งเงียบๆ มองดูหลานชายตนเองนั่งเล่นอยู่บนพื้นต่อไป ส่วนหญิงชาวบ้านที่เห็นว่านินทาลูกบ้านหวงกับเฒ่าจางไม่ได้แล้วก็เดินกลับไปนั่งใต้ต้นไม้เช่นเดิม
หลังจากที่เป่ยลู่กลับมาอยู่ที่บ้านได้ไม่กี่วัน ชาวบ้านก็รับรู้ทั่วกันว่าเธอถูกแม่สามีไล่ออกจากบ้านมา แต่ไม่มีใครรู้เื่จริงสักคนว่าเื่ราวเป็ยังไง แต่สำหรับคนบ้านหวงนั้นพวกเขารู้ดีว่าเื่ราวเป็มายังไง
” ไม่เป็ไรค่ะแม่ปล่อยให้พวกเขาพูดกันไปเถอะ ฉันมีวิธีแก้ที่จะทำให้พวกนั้นไม่กล้าพูดอะไรอีก “เป่ยลู่เอ่ยบอกแม่ของเธอที่กระวนกระวายใจอยู่หน้าบ้าน ต่างจากพ่อที่นิ่งเงียบมาั้แ่เช้า
เป่ยลู่ตัดสินใจไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเธอแจ้งความร้องทุกข์ต่อเขาว่าถูกชาวบ้านพูดจาให้ร้าย ในเื่ที่ไม่เป็ความจริง นั้นเพราะมีคนในหมู่บ้านพูดต่อๆ กันไปว่าเธอถูกไล่ออกมาจากบ้านหลี่ เพราะสามี้าแต่งภรรยาใหม่ อีกส่วนก็พูดกันว่าเพราะเธอไม่เป็ที่รักใคร่ของแม่สามีและตัวสามีของเธอเอง จึงได้ถูกขับไล่กลับมาบ้านเดิม
“เื่ที่ฉันเล่าก็เป็แบบนี้แหละค่ะ ลุงเฟิง”
“ได้ ลุงจะจัดการให้เธอเอง”
“ลุงเฟิงส่งให้คนที่หมู่บ้านนั้นแล้วถามเื่ราวก่อนก็ได้นะคะ ชาวบ้านจะได้ว่าอะไรลุงไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ดี พาเขามายืนยันด้วยก็ดีค่ะ “เป่ยลู่เอ่ยบอกออกไป ซึ่งลุงเฟิงก็เห็นดีด้วย เขาจึงส่งลูกชายคนเล็กไปที่หมู่บ้านนั้นเพื่อถามเื่ราวความจริง และให้พาชายหนุ่มจากหมู่บ้านนั้นมาเป็พยานเื่ของบ้านหลี่และเป่ยลู่ด้วย
ก่อนที่ลุงเฟิงจะตีฆ้องเพื่อเรียกเหล่าชาวบ้านมารวมตัวกันที่ลานกลางหมู่บ้าน ตามที่เป่ยลู่้า เขาเองก็คิดเช่นเดียวกันว่าหากไม่สั่งสอนให้รู้สึกเสียบ้างคงไม่เลิกนิทาชาวบ้านไปทั่วแบบนี้