ธารทิพย์ถลึงตามองเขา อยากจะเจาะหัวของเขาดูนักว่าข้างในนั้นบรรจุอะไรไว้กันแน่วันๆ ถึงได้คิดเื่แต่เื่เหลวไหล แถมตอนนี้ยังพูดคำว่า เสร็จ ที่สื่อถึงการสุขสมในความใคร่ให้เธอได้ยินแล้ว
ในชาติก่อน เธอเคยผ่านโลกมามากแล้ว การรักษาพรหมจรรย์จะว่าสำคัญก็สำคัญถ้ารักษาไว้ได้จนถึงแต่งงานก็ดี แต่ก็ไม่ได้จำเป็กับชีวิตขนาดนั้น
ในเมื่อสูญเสียไปแล้วก็ไม่อยากจะคิดอะไรมากอีกทั้งเธอเองก็เต็มใจทำเื่แบบนั้นกับเขา ข้อนี้เธอไม่คิดปฏิเสธหรือโยนความผิดให้เขาฝ่ายเดียวแต่สิ่งสำคัญคือต้องป้องกันให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา
“พี่อาร์มไม่ได้ใส่ถุงยาง”
“อ้อ”ที่แท้เป็เื่ที่เขาปล่อยสิ่งนั้นเข้าไปในตัวเธอนั่นเอง “ขอโทษครับ พี่ผิดเองแต่พี่ว่ามันดีมากเลยนะ”
การทำเื่พรรค์นั้นโดยไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยให้ความรู้สึกที่ดีมากๆเขาและเธอััแแ่กันโดยไม่มีอะไรขวางกั้น ธารทิพย์เองก็รู้สึกว่ามันดีมากแต่ว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ
“ดียังไงคะดีที่น้ำต้องมากังวลเื่จะท้องไหมเหรอ” ธารทิพย์เสียงแข็งใส่เขา
“ถ้าน้ำท้องพี่ก็ไม่ได้จะปัดความรับผิดชอบนี่นางานพี่กำลังไปได้ดี เลี้ยงทั้งน้ำทั้งลูกก็ได้”
“ไม่เป็ไรได้ยังไงน้ำยังเรียนไม่จบเลยนะ”
“ก็... พี่แค่สมมติ”เขาเงียบไปชั่วครู่แล้วก็พูดต่อ “เอาแบบนี้ดีกว่าเดี๋ยวพ่อแม่กลับมาเราก็บอกพวกท่านกันเถอะ”
“บอกว่าอะไรคะ”
“บอกว่าเราคบกันแล้ว”
“แล้วพี่อาร์มคิดว่าพ่อน้ำจะทำยังไงต่อคะ”
พ่อของธารทิพย์เป็พวกหัวโบราณหวงลูกสาว แน่นอนว่าต้องขัดขวางพวกเขาอยู่แล้ว ถ้าบอกไปการคบกันของพวกเขาคงจะถูกจับตามองจะขยับตัวทำอะไรก็ลำบาก
“พี่ว่าเราหมั้นกันไว้ก่อนเลยดีไหมครับ”
เขาได้ทีก็เริ่มตะล่อมเธอ เขาไม่กลัวพ่อของเธอการทำตัวให้ถูกทำนองคลองธรรม ขอหมั้นเธอไว้ ไม่ใช่เื่ที่ต้องกลัวหรือกังวล เขาคิดว่านี่เป็การแสดงความจริงจังของเขาที่มีต่อเธอ
อีกอย่าง การที่เธอถูกผู้ชายอื่นมองทำให้เขาไม่ชอบใจและรู้สึกไม่ปลอดภัยไม่รู้ว่าตอนที่เขาไม่อยู่จะมีใครต่อใครมาจีบเธอบ้าง เขาต้องรีบตัดโอกาสคนพวกนั้น
“เดี๋ยวพอน้ำเรียนจบเราก็แต่งงานกันเลย ดีไหม” เขาพูดอย่างกระตือรือร้น
ธารทิพย์มองหน้าเขาอย่างพินิจพิจารณา“พี่อาร์มคะ เรามาคุยกันหน่อยเถอะ”
เขามองสำรวจเธอไปทั่วตัว ก่อนจะเอ่ยต่อรอง“ย้ายไปนั่งคุยที่โซฟาได้ไหม”
“นั่งคุยตรงนี้แหละค่ะจะไปที่โซฟาทำไม”
คำว่าโซฟาเหมือนเป็คำแสลงหูในตอนนี้เขาเพิ่งทำเื่แบบนั้นกับเธอไปบนโซฟาในโรงหนัง ตอนนี้ยังจะชวนเธอไปนั่งบนโซฟาอีกจะไม่ให้เธอระแวงได้ยังไงกัน
เขาทำท่าน่าสงสาร“พี่ก็แค่อยากกอดแฟน”
“น้ำกำลังคุยเื่จริงจังนะคะ”
“พี่ก็จริงจัง พี่อยากกอดน้ำจริงๆนะ” เขามองเธอตาละห้อย “พี่สัญญาว่าจะกอดเฉยๆ”
“คำสัญญาของผู้ชายเชื่อไม่ได้หรอกค่ะ”
“งั้นพี่ไม่สัญญาแล้วก็ได้ขอพี่กอดหน่อยนะ” เธอเพิ่งอาบน้ำมาตัวหอมๆเขาอยากกอดเธอนั้นเป็เื่จริงซะยิ่งกว่าจริง เขาอยากสูดดมกลิ่นกายของเธอ
ไม่รอให้ธารทิพย์ได้เถียงอะไรอีกเขาลุกขึ้นพยายามดึงเธอให้ไปนั่งที่โซฟา แต่ธารทิพย์ไม่ยอมคล้อยตามเขาเขาเลยอุ้มเธอขึ้นมาซะเลย
หลังจากวางเธอลงให้นั่งลงบนโซฟาได้สำเร็จเขาก็นั่งลงข้างๆ และกอดเธอไว้ เอาหน้าซุกลงที่ซอกคอของเธอ ท่าที่เขาโปรดปราน
คนตัวโตอย่างเขากลายร่างเป็แมวขี้อ้อนอีกแล้ว
“พี่อาร์มรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่”เธอเอ่ยเริ่มบทสนทนาที่เธอคิดว่าแสนจริงจัง
ต้องจริงจังอยู่แล้ว ในเมื่อเขาไม่ได้เจอกับเธอมาตั้งนานอยู่ๆ โผล่แล้วยังมาทำกับเธอแบบนี้ พูดไปถึงเื่การหมั้นและการแต่งงาน เื่นี้เขาควรต้องมีคำอธิบายให้เธอสักหน่อย
“รู้สิ พี่กอดน้ำอยู่”เขาตอบเสียงอู้อี้คล้ายไม่ได้คุยเื่สลักสำคัญอะไร
“ไม่ใช่ พี่อาร์มรู้ไหมตัวไหมว่าทำไมถึงมากอดน้ำ”
“ก็น้ำเป็แฟนพี่ไง พี่กอดแฟนตัวเองแปลกเหรอครับ”
ธารทิพย์เริ่มถอนหายใจ เค้นสมองว่าตัวเองจะต้องใช้คำไหนถึงจะคุยกับเขาได้รู้เื่“ทำไมน้ำถึงเป็แฟนพี่อาร์มล่ะ”
“ผู้ชายคนนึง อยากเป็แฟนกับผู้หญิงคนนึงก็ต้องเพราะว่าชอบสิครับ” ไม่งั้นจะเป็อะไรได้
“พี่อาร์มชอบน้ำเหรอ”
“ชอบ”
“ไม่จริง”
“ทำไมจะไม่จริง” เขาชอบเธอมากเขารู้ดี จะไม่จริงได้ยังไงกัน
“พี่อาร์มจำได้ไหมว่าเราเจอกันครั้งล่าสุดตอนไหน”
อัคนีนิ่งคิดไปชั่วครู่ “หลายเดือนก่อน”
“ไม่ใช่ สองปีมาแล้วต่างหาก” นี่ไง แค่นี้เขาก็จำไม่ได้จะมาบอกว่าชอบเธอได้ยังไง
เขานิ่งไปอยู่นานความจริงแล้วเขาไม่อยากจะพูดถึงเื่ในวันนั้น เขากลัวว่าเธอจะรู้สึกเศร้าขึ้นมาอีกแต่ในเมื่อเธอถาม เขาคงต้องพูด ไม่งั้นก็จะตกเป็จำเลยของเธอ “งานศพย่าของน้ำพี่ก็ไป”
คราวนี้ฝ่ายที่นิ่งเป็ธารทิพย์เขาไปงานศพย่าของเธอ เธอจำได้ว่าในงานศพนั้นเธอเอาแต่ร้องไห้ ถ้าเขาไปจริงๆเขาคงต้องเห็นเธอในสภาพนั้น
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบ เขาเลยพูดต่อ“พี่... เห็นน้ำร้องไห้ เลยไม่ได้เข้าไปทัก”
“แบบนั้นจะนับว่าเจอกันได้ไงน้ำไม่ได้เห็นพี่อาร์มซะหน่อย ไม่ได้คุยอะไรด้วยเลย” เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาไปงานศพย่าของเธอ
“นับสิ ตอนนั้นที่พี่เห็นน้ำร้องไห้พี่ก็ตัดสินใจแล้วว่าน้ำจะต้องเป็ผู้หญิงของพี่”
ธารทิพย์หันหน้าไปหาเขาเขาเอาคางเกยไว้ที่บ่าของเธอ พอเธอหันไป ใบหน้าของเธอจึงอยู่ใกล้เขาในระยะประชิด
ดวงตาสองคู่มองจ้องกันใจของธารทิพย์เริ่มเต้นผิดจังหวะ
เธออยากรู้ว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงคิดว่าเธอจะต้องเป็ผู้หญิงของเขาเธอมองเขาอย่างรอคอย
“พี่คิดว่า... ยัยคนนี้ขี้แยจังยิ่งร้องไห้ก็ยิ่งน่าเกลียด”
“...” ธารทิพย์ที่เตรียมจะซึ้ง พอได้ยินสิ่งที่เขาพูดก็เบือนหน้าหนีเขาคนอย่างเขาพูดอะไรดีๆ ไม่เป็รึไงกันนะ
อัคนีหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ “พี่ล้อเล่นน่ะพี่เห็นน้ำร้องไห้ ตอนนั้นพี่ก็คิดทันทีเลยว่าต่อไปนี้จะไม่ให้น้ำร้องไห้อีกแล้วพี่จะดูแลน้ำเอง”
พูดจบก็กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น กระซิบที่ข้างหูของเธอ“ดีไหม ให้พี่ดูแลน้ำนะ”
เขาตบหัวแล้วลูบหลังชัดๆ ธารทิพย์คิดในใจอย่างขุ่นเคือง“ถ้างั้นเวลาเจอผู้หญิงร้องไห้ พี่อาร์มก็อยากดูแลทุกคนเลยสินะ”
“เปล่า พี่คิดแบบนี้กับน้ำคนเดียวคิดถึงมาตั้งนานแล้ว”
อัคนีรู้สึกอยากกัดลิ้นตัวเองเขาไม่ควรแหย่เธอเล่น เขาคิดว่าพอพูดถึงเื่ย่าของเธอจะทำให้เธอเศร้าเลยอยากเล่นมุกให้เธออารมณ์ดีสักหน่อย แต่กลายเป็ว่าเธอไม่ขำ
ธารทิพย์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเล่นเกมจับโกหก“พี่อาร์มจำได้ไหมว่าคุยกับน้ำครั้งสุดท้ายว่ายังไง” เธอหยุดนิดหนึ่งคล้ายเปิดโอกาสให้เขาได้ทบทวนความจำแล้วพูดต่อ “พี่อาร์มบอกว่าการคุยกับน้ำให้พี่อาร์มรู้สึกแย่ จำได้ไหมคะ”
“จำได้ครับ”
“อืม แล้วจะบอกว่าชอบน้ำมาตั้งนานได้ยังไง”
“พี่ชอบน้ำแต่คุยกับน้ำทำให้พี่รู้สึกแย่จริงๆ พี่เห็นน้ำก็อยากกอด แต่กอดไม่ได้พี่ก็ต้องรู้สึกแย่อยู่แล้วสิ”
เขากระชับอ้อมแขนและเริ่มซุกไซ้ซอกคอของเธอ“น้ำไม่รู้หรอกว่าพี่ต้องอดทนอดกลั้นแค่ไหน อัดอั้นจนจะบ้าตายอยู่แล้ว”
ฝ่ามือของเขาเริ่มอยู่ไม่สุขเลื่อนมากอบกุมความอวบอูมที่หน้าอกของเธอ
“พี่อาร์ม”
เขาชะงักมือ “มือมันเลื่อนไปเองน่ะพี่ขอโทษ” ขอโทษแต่ปาก แต่ไม่ยอมปล่อย ยังคงเอามือวางแหมะไว้ตรงนั้นต่อ
ธารทิพย์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ “พี่อาร์มอกหักมาใช่ไหมคะ”
“เปล่านี่”
“น้านุชบอก”
“แม่พี่ก็เดาไปเรื่อย”
“แต่พี่อาร์มทำตัวแปลก”
“พี่เปล่าซะหน่อย พี่ชอบน้ำแค่คนเดียวจะอกหักได้ยังไง”
“พี่อาร์มมาบ้านน้ำก็เอาแต่ทำหน้าบึ้งไม่พอใจก็ไปะโเชือก จะบอกว่าชอบน้ำได้ยังไง”
อัคนีกระแอมอย่างเก้อกระดาก พลางคิดใคร่ครวญในใจ
เขาไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาชอบเธอั้แ่เธอยังใช้คำนำหน้าว่าเด็กหญิง
เขาไม่อยากให้เธอรู้ว่าทำไมเขาถึงต้องะโเชือก
แบบนั้นเธอจะคิดว่าเขาเป็พวกโรคจิตใคร่เด็กแต่ถ้าอธิบายเื่นี้ได้ไม่ดี เธออาจจะคิดว่าเขาโกหก
งั้นก็ไม่ต้องอธิบายแล้วกัน
เขาโน้มตัวไปจูบเธอปิดปากที่ช่างซักถามจับผิดของเธอไม่ให้เธอได้มีโอกาสพูดอีก มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาปิดตาของเธอไว้ให้เธอไม่ต้องรับรู้สิ่งใดอีก รับรู้แค่รสััจากริมฝีปากและปลายลิ้นของเขา
ธารทิพย์พยายามดิ้นรนออกแรงขัดขืนเขาแต่ฝ่ามือของเขาเลื่อนมาตรึงที่ท้ายทอยของเธอไว้ทำให้เธอขยับไม่ได้ต้องยอมรับจุมพิตจากเขาแต่โดยดี เพราะตาถูกปิดไว้ทำให้ััส่วนอื่นชัดเจนขึ้นเป็พิเศษลิ้นของเขาไล่วนเวียนตวัดเกี่ยวพันลิ้นของเธออย่างเว้าวอน เนิ่นนานเนิบช้าจนเธอแทบละลายซะตรงนั้นหมดแรงจะขัดขืนเขาอย่างสิ้นเชิง
เสียงหนึ่งดังขึ้นเบาๆทำลายความเงียบ
เขาลืมตาขึ้นหยุดจุมพิตแสนรัญจวนมองเธออย่างหยอกล้อ
ธารทิพย์หน้าแดงเถือกทำไมกระเพาะบ้าๆ ของเธอต้องมาส่งเสียงร้องเอาตอนนี้ด้วยนะ
“หิวแล้วใช่ไหม ไปกินข้าวกันเถอะพี่อุ่นอาหารไว้ให้แล้ว”
อัคนีทำตัวเป็เ้าบ้านเหมือนลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็แขกเขาอาสาทำทุกอย่างให้โดยที่เธอไม่ต้องบอก อุ่นอาหาร จัดโต๊ะ ล้างจานเก็บกวาดพื้นบ้าน
ธารทิพย์มองเขาทำนั่นทำนี่อย่างกระตือรือร้นพลางคิดในใจว่านี่สินะ ่โปรโมชั่นที่เขาว่ากัน เวลาผู้ชายเกิดความรู้สึกรักชอบผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาใน่แรกๆ จะดูแลผู้หญิงคนนั้นดีอย่างกับเ้าหญิง
อัคนีจัดการทุกอย่างเสร็จก็มานั่งข้างๆเธอ “พี่ทำงานบ้านเรียบร้อยแล้ว”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“น้ำไม่คิดจะให้รางวัลพี่สักหน่อยเหรอครับ”เขามองเธอแววตาพราวระยับ
“พี่อาร์มทำดีหวังผลเหรอคะ” เธอชะล่าใจไปซะแล้ว
“พี่ไม่ได้หวังผลแต่พี่หวังอย่างอื่น” เขาเอียงหน้ามามองเธอ สายตาของเขาเริ่มลุ่มลึกร้อนแรง
“...” ดูสายตาเ้าเล่ห์นั่นสิเขากำลังจะเริ่มอีกแล้ว ธารทิพย์ไม่ตอบ ไม่อยากให้เขาพูดอะไรชวนคิดไม่ดีอีก
“ว่าไงครับ ให้รางวัลพี่หน่อยนะ” เขาขยับเข้ามาใกล้เธอยื่นหน้ามาใกล้เธอกว่าเดิม
รางวัลของเขาคงมิวายเื่จะกินเธอสินะเธอรู้ว่ายังไงคืนนี้ก็หนีเขาไม่พ้น “พี่อาร์มจะเอาอะไรคะ”
“ชุดนั้นยังอยู่ไหม”
“ชุดอะไรคะ”
“ชุดนอนที่น้ำใส่วันนั้น”
ชุดนอนที่เธอใส่วันนั้น ธารทิพย์หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาแล้ว “วันไหนคะ”
“ชุดนั้นไง วันที่พี่เอาข้าวมาส่ง” แววตาของเขายิ่งดูซุกซนพราวระยับมากขึ้น
“ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วน่าจะไม่อยู่แล้วค่ะ”
“จริงเหรอ งั้นพี่ลองไปหาดู” เขาทำท่าจะเดินเข้าห้องนอนของเธอ
ธารทิพย์ใจกระตุก นี่เขาจะไปค้นตู้เสื้อผ้าของเธอรึไงในนั้นมีชุดชั้นในอยู่ด้วยนะ
เธอยื้อเขาไว้ รีบปฏิเสธยังหลุดปากบอกเขา“ไม่ๆ น้ำจำได้แล้วว่ายังอยู่”
มุมปากของเขายกยิ้มน้อยๆอย่างพึงใจ ก้มลงมากระซิบข้างหูเธอ “งั้นคืนนี้น้ำใส่ชุดนั้นให้พี่ดูหน่อยนะ”