ในวันนั้นจ้าวกุ้ยอินนำเื่ซือเซียนน้อยเป็ปีศาจไปเล่าให้พวกผู้ใหญ่ฟังแต่ทุกคนต่างมองว่าเป็เื่เหลวไหล ก็แค่เด็กเล่นซนจนทะเลาะกันเท่านั้น ถางซือเซียนจึงยังอยู่รอดปลอดภัย
ต่อมาไม่นานมู่เลี่ยงหรงก็เริ่มช่วยสะสางราชกิจไม่ได้เชิญพี่น้องตระกูลถางมาเข้ามาเล่นในวังด้วย แต่จ้าวกุ้ยอินยังคงได้รับอภิสิทธิ์ให้เข้ามาพบเขาอยู่บ่อยครั้งแต่มีหรือที่มู่เลี่ยงหรงจะสนใจ ในทางกลับกันพอมีเวลาว่างเขาจะแวะเวียนไปตระกูลถางมิได้ขาดทำให้พี่น้องตระกูลถางกับฉินอ๋องผูกพันแน่นแฟ้น
ยามมู่เลี่ยงหรงเหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่ดีก็ยังคงชอบกอดซือเซียนน้อยเพื่อผ่อนคลายอยู่เสมอแต่เมื่อก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ เขาก็เริ่มใช้ความพิเศษนี้ลดลง หากไม่จำเป็เขาจะไม่กอดซือเซียนน้อยอย่างเด็ดขาด
นอกจากนั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีดีดักแล้ว มู่เลี่ยงหรงยังคงเกลียดจ้าวกุ้ยอินเข้าไส้จากพฤติกรรมหลายอย่าง เขาลงความเห็นว่านางคือมารร้ายตัวจริงให้ตายก็ไม่มีทางรับนางเป็พระชายาอย่างแน่นอน แล้วในเมื่อท่านหญิงปักใจว่าตนชอบถางซือเซียนท่านอ๋องหนุ่มจึงแสดงท่าทีคล้อยตาม จนเกิดข่าวลือระหว่างฉินอ๋องกับถางซือเซียนผู้คนต่างพูดว่าท่านอ๋องรอให้ธิดาท่านโหวปักปิ่นเสียก่อนจึงจะรับเข้าจวน
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้จ้าวกุ้ยอินยอมแพ้
ผู้คนในเมืองหลวงต่างทราบว่า หากถางซือเซียนไม่ชอบใครแล้วละก็ อย่าได้หวังตำแหน่งใดๆ ในจวนฉินอ๋อง บรรดาคุณหนูที่หมายจะเข้าสู่เรือนหลังของท่านอ๋องหนุ่มต่างพากันทำดีกับถางซือเซียนหวังจะให้นางส่งเสริม
ชายารองทั้งสามของฉินอ๋องในปัจจุบัน ก็มีข่าวลือว่าเป็เพราะคุณหนูถางยืนยันว่าพวกนางเหมาะสมดีฉินอ๋องจึงให้ความสำคัญกับพวกนาง หาไม่แล้วคงถูกทิ้งขว้าง ได้แต่ชอกช้ำอยู่หลังเรือนเป็แน่จะมีก็แต่เพียงท่านหญิงกุ้ยอินเท่านั้นที่ไม่เข้ามายุ่มย่ามกับธิดาท่านโหว เพราะถือว่าตนเองมีไทเฮาเป็ผู้สนับสนุนอยู่แล้ว
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เวลาก็ล่วงผ่านมาจนถึงวัยที่เด็กน้อยกลายเป็หญิงสาวเต็มตัวถางซือเซียนเข้าพิธีปักปิ่นเมื่อสามเดือนก่อน กลายเป็สตรีที่พร้อมจะออกเรือน
เมื่อตื่นจากภวังค์มู่เลี่ยงหรงกลับมารู้สึกผิดต่อถางซือเซียนอีกครั้ง เขาควรเลิกใช้อภิสิทธิ์ขอสูดดมกลิ่นกายของนางได้แล้วมิเช่นนั้นหากมีใครพบเห็นเข้า สาวน้อยจะเสื่อมเสียชื่อเสียงเข้าจริงๆ
“ขอแค่วันนี้นะ...แค่วันนี้พอ” ชายหนุ่มพึมพำเบา ๆ
“ท่านพูดถึงเื่ใด” หญิงสาวงวยงงกับคำพูดอันไม่รู้ที่มา
“ข้าควรหยุดใช้ความพิเศษของเ้าได้แล้ว ไม่อย่างนั้นหากเกิดข่าวลือไม่ดีจะมีใครกล้ามาสู่ขอเ้ากันเล่า”
“ทุกวันนี้ก็ไม่มีแล้วเพคะ ผู้อื่นคอยกันผู้หญิงพวกนั้นให้ท่านจนมีแต่ข่าวลือ”
“เ้าวางใจ ข้าจะหาผู้ชายดี ๆ ให้เ้าเองข่าวลือเล็กน้อยเ่าั้ไม่มีอะไรเสียหาย แล้วข้าจะสมทบสินเ้าสาวให้ดูสิว่ายังจะไม่มีคนมาขออยู่อีกหรือไม่”
“อย่านะเพคะ เซียนเอ๋อร์อยากจะเลือกชายผู้นั้นด้วยตนเอง”
“เหลวไหล! เป็สตรีที่ดีต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่นอกจากท่านโหวแล้ว ข้ากับซือเซินไม่มีทางวางใจให้เ้าเสี่ยงอันตรายได้”
“จะมีอันตรายได้อย่างไร หากพบคนผู้นั้นเมื่อไหร่ละก็ เซียนเอ๋อร์ย่อมต้องบอกพวกท่านให้รู้ก่อนอยู่แล้ว”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่เ้ายังคงเยาว์วัยนัก ไม่มีทางเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมบุรุษ ดังนั้นไม่ต้องรีบร้อน”
“ใครรีบกันเล่า ไม่แน่ว่าเซียนเอ๋อร์อาจจะกลายเป็สาวทึนทึกก็ได้อีกอย่างเล่ห์เหลี่ยมชายอะไรนั่น ผู้อื่นก็เห็นอยู่ทุกวี่วัน” ถางซือเซียนนึกถึงใบหน้าของพี่ชายแท้ ๆขึ้นมาทันที
“เ้างดงามน่ารัก ซ้ำยังมีรอยยิ้มพิมพ์ใจถึงเพียงนี้ไม่มีทางเป็สาวทึนทึกได้ หากไม่พบคนถูกใจจริง ๆ ข้าจะแนะนำคนดี ๆ ให้ แล้วสมทบสินสมรสให้มากๆ หน่อย รับรองว่าเ้าต้องได้บุรุษที่ดีเป็สามี “
“ถางซือเซียนขอบพระทัยท่านอ๋องล่วงหน้าเพคะ” นางซึ้งใจในความเป็ห่วงของเขา
“เ้าจะมาพูดจาเป็ทางการอะไรเอาตอนนี้” มู่เลี่ยงหรงยิ้มให้ดรุณีน้อย ใบหน้าคมสันสงบนิ่งั์ตาไม่มีแววหวั่นไหว
ถางซือเซียนเพียงยิ้มตอบ ไม่พูดอะไรต่ออีก พวกเขาสองคนจึงนั่งรถม้าต่อไปเงียบๆ
รถม้าหรูหราวิ่งไปตามถนนศิลาจวนฉินอ๋องอยู่ห่างจากวังหลวงไม่มากนักใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึง
แต่ก่อนที่คนทั้งสองจะลงจากรถม้า ถางซือเซียนก็เอ่ยกับมู่เลี่ยงหรง
“หากวันใดเลี่ยงหรงเกอเกอพบเจอเื่หนักหนา จนใจของท่านแบกรับเอาไว้ไม่ไหวเซียนเอ๋อร์ยินดีให้ท่านใช้กลิ่นหอมจรุงจิตได้เป็กรณีพิเศษ”
“คงไม่ได้แล้วล่ะ เพราะเ้าเป็ผู้ใหญ่แล้ว อีกอย่างจะให้ข้าเที่ยววิ่งไปหาอ้อมกอดจากสตรีที่ไม่ใช่ภรรยาอีกได้อย่างไร”
“เอาไว้เฉพาะเื่ที่หนักหนาแล้วจริง ๆ ก็แล้วกันเพคะเซียนเอ๋อร์เป็สตรีอ่อนแอมีเพียงสิ่งนี้ที่จะช่วยแบ่งเบาท่านได้บ้าง”
“ขอบใจ หากวันใดใจข้าเ็ปเกินทานทนจะคิดถึงเ้าเป็คนแรก” มู่เลี่ยงหรงลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เขาตั้งมั่นแล้วว่าจะไม่ให้ถางซือเซียนต้องแบกรับอะไรเพื่อตนเองอีกนางเป็โล่กันสตรีให้เขามานานเกินไปแล้ว ส่วนเื่กลิ่นหอมพิเศษนี้ก็ตั้งใจจะเลิกใช้อย่างเด็ดขาด
มู่เลี่ยงหรงประคองถางซือเซียนลงจากรถม้าทั้งสองย่างเท้าผ่านธรณีประตูสีดำบานใหญ่พร้อมกัน เขาอยากจะพักผ่อนสมองเต็มทีจึงรีบเร่งเดินกลับตำหนักหลักของตน
“เซียนเอ๋อร์ เ้าเล่นฉินให้ข้าฟังหน่อย”
“ให้พี่จื่อหรูเล่นดีกว่า ส่วนผู้อื่นจะไปทำน้ำดอกกุ้ยกับบ๊วยให้ท่านดื่ม”
“เซียนเอ๋อร์ เ้าย้ายมาอยู่จวนข้าเถิด”
“ท่านอย่าพูดเหลวไหล”
“ข้าจ้างเ้าเป็แม่ครัวก็ได้”
“หึ! ที่แท้ก็ห่วงแค่เื่กิน”
“ไหน ๆ ก็มาแล้ว อยู่กินข้าวเย็นกับข้าเลยแล้วกันเดี๋ยวจะให้คนไปตามซือเซินมาด้วย”
“ท่านอ๋องประสงค์จะรับประทานสิ่งใดจงบัญชา” ถางซือเซียนลอบกรอกตารู้ทันว่าที่เขาชวน หมายถึงอาหารนั้นนางต้องเป็คนทำ
“นางฟ้าน้อย เ้ารู้ทันข้าอีกแล้ว”
“เพคะ หม่อมฉันจะกลายร่างเป็แม่ครัวของจวนฉินอ๋องเดี๋ยวนี้”
“กว่าจะถึงเวลาอาหารค่ำยังอีกตั้งหลายชั่วยาม ไม่ต้องรีบร้อนหรอก”มู่เลี่ยงหรงส่งยิ้มเอาใจแม่ครัวคนเก่ง “แต่ขอน้ำแกงดอกกุ้ยกับบ๊วยก่อนเลย”
ถางซือเซียนอยากทุบคนตะกละในใจของเขา นางเป็ทั้งน้องสาว เป็ได้ทั้งเครื่องมือทำให้สบายใจ แล้วยังเป็แม่ครัวอีกด้วยแต่กลับเขากลับไม่เคยคิดจะมอบตำแหน่งคนข้างกายให้บางครั้งสาวน้อยก็คิดว่าฉินอ๋องใช้งานตนหนักเกินไป ไหนจะเป็โล่กันสตรีซ้ำยังต้องคอยทำตามคำสั่ง ช่างสมเป็ท่านอ๋องผู้เอาแต่ใจจริง ๆ
‘หากไม่คิดจะรับข้าเข้าจวนท่านก็รีบแต่งงานไปเสียเถิด ผู้อื่นจะได้สบายเสียที’ ถางซือเซียนพร่ำบ่นในใจพร้อมเดินตรงไปยังห้องครัวใหญ่ของจวนฉินอ๋อง