ตอนที่ 3
ปี 1 เทอม 1 วิชาพื้นฐานวิศวกรรมเคมี
ณหน้าตู้ ATM อาคารเรียนรวม 1
“ พี่โล่ครับ ผมขอลายเซ็นพี่หน่อยได้มั้ยครับ ”เด็กผู้ชายตุ้งติ้งคนหนึ่งเดินตัวเกร็งเข้ามาหาผม ลักษณะกล้า ๆ กลัว ๆแสยะยิ้มให้ผมจนหน้าบิ้ดเบี้ยวไปหมด ผมจึงอดไม่ได้ที่จะแกล้งไอ้น้องคนนี้สักหน่อย
“กูไม่ให้ ” ผมตอบออกไปด้วยสีหน้ากวน ๆ ปนดุ ดูสิ ว่าน้องมันจะทำอะไรต่อ
“ครับ ขอโทษที่รบกวนครับพี่ ” จากนั้นน้องมันก็เดินหลบหน้าผมออกไปโดยไม่คิดที่หันมาง้อ ขอลายเซ็นกับผมเลยสักนิด
“เอ้า ไอ้นี่ ไม่คิดจะง้อกูหน่อยหรอว่ะ ” ผมพูดกับตัวเองเบา ๆ ด้วยความผิดหวังหน่อยๆ เพราะไม่มีน้องคนไหน กล้าที่จะเดินเข้ามาขอลายเซ็นของผมเลยจนกระทั้งไอ้คนหน้ากวนตีนคนนั้นเดินดุ่ม ๆ เข้ามานั่งตรงข้ามกับผม
“หวัดดีครับพี่ ไฮโล ผมไพ่นะครับ หวังว่าพี่จะจำผมได้ ”น้ำเสียงแสนกวนตีนได้เอ่ยขึ้นมาทักทายผม คำพูด และการแสดงออกของมันทำอย่างกับว่าผมกับมันสนิทกันมากอย่างนั้นแหละ
“กูไม่รับไหว้มึงหรอก ขนาดชื่อกู มึงยังเรียกผิดเลย ” ผมหลบสายตาไปทางอื่นพร้อมกับอารมณ์กระฟัดกระเฟียด เพื่อบ่งบอกว่าผมไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่นัก
“โหหห พี่อย่ามาแหลผม พี่ชื่อไฮโลเหอะ ” ใบหน้าแสนกวนโอ้ยได้พูดแทรกผมขึ้นมาอย่างไม่มีมารยาท
“ไอ้สัสนี่ กูเพื่อนเล่นมึงหรอ กูชื่อโล่ ไม่ใช่ไฮโลเว่ย ” ผมเริ่มฉุนหนักเพราะตอนนี้ไอ้เด็กนี่มันกำลังพูดจากวนตีนผมอยู่ ถึงแม้ว่าผมจะชื่อไฮโลจริง ๆแต่ชื่อในฐานะหนุ่มหล่อมหาลัยแล้ว ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหน เรียกผมว่า ไฮโล แน่ ๆ
“เดี๋ยว ๆ มึงจะมองอะไรกูขนาดนี้เนี่ย มีปัญหาอะไรรึไง ”ผมเริ่มเดาพฤติกรรมของไอ้เด็กไพ่นี่ไม่ออกเพราะตอนนี้มันเอาแต่จ้องหน้าผมแล้วก็ยิ้ม ดูน่ากลัว ๆ ยังไงก็ไม่รู้
“ เปล่าครับพี่ผมก็แค่สงสัยเฉย ๆ ”
“สงสัยอะไรของมึง ”
“ ก็... พี่ไม่คิดที่จะยิ้มให้กับรุ่นน้องคนนี้หน่อยหรอครับเอาแต่ทำหน้าตาหน้ากลัวอยู่ได้ น้าาาาา นะค้าบบบบบ พี่ไฮโล ยิ้มหน่อยนะ ”
“อ้อนกูเป็ลูกหมาเลยนะมึง ”
“แล้วสำเร็จมั้ยล่ะครับพี่ ”
“ไม่ มึงเลิกเล่นได้แล้ว ที่มึงมาเนี่ย มึงมาขอลายเซ็นกูใช่ป่ะ ”
“ใช่ครับพี่ ” ผมไม่รอช้ารีบดึงสมุดลายเซ็นจากมือของไอ้เด็กไพ่อย่างไวจนมือของผมเผลอไปัักับมือของมันด้วยความบังเอิญ
“ง้อวววววว นี่พี่ไฮโลแอบแต๊ะอั๋งผมหรอครับเนี่ย อยากจับมือผมก็บอกครับไม่เห็นต้องแกล้งแย่งสมุดจากมือของผมเลย ” ผมนี่นับถือความมั่นหน้าของเ้าหมอนี่จริง ๆ เลยครับ หลงตัวเองจนกู่ไม่กลับแล้ว
“ไอ้ไพ่ กูเพื่อนเล่นมึงหรอ เดี๋ยวเหอะ ๆ เดี๋ยวมึงจะโดน ”ผมชี้หน้าว่ามันด้วยความหงุดหงิด จากที่แกล้ง ๆ เป็คนโหดด้วยลุคของพี่ระเบียบแต่ตอนนี้เริ่มที่จะโมโหมันขึ้นมาจริง ๆ ซะแล้ว
“อ่ะ ได้ลายเซ็นแล้วก็ไปดิ ยืนบื้ออยู่ทำไม อยากโดนกูต่อยก่อนรึไง ”
“ครับ ครับ ไหน ๆ เช็คของหน่อยสิ ” ไอ้เด็กไพ่นั่นรับสมุดขอลายเซ็นจากผมไปจากนั้นก็เปิดดูสมุดหน้าสุดท้าย ที่ผมพึ่งจะเซ็นให้มันไปหมาด ๆ ก่อนที่มันจะโวยวายใส่ผม
“เฮ่ยพี่ไฮโล ได้ไงเนี่ย พี่จะเซ็นให้ผมแค่นี้ไม่ได้นะ ”จากนั้นมันก็เปิดหน้าสมุดลายเซ็นแล้วยื่นคืนมาให้กับผมอีกครั้ง
โล่ พี่ระเบียบ ปี 4
“ ทำไมแล้วมึงมีปัญหาอะไร กูก็เซ็นให้มึงแล้ว มึงจะเอาอะไรจากกูอีก ” ผมตอบออกไปด้วยความงง ๆ และแอบสงสัย ว่าผมพลาดอะไรไปหรือเปล่า ที่จู่ ๆ ไอ้เด็กนี่ก็โวยวายขึ้นมาเฉยๆ
“พี่ดูนี่นะ พี่ ๆ คนอื่น ๆ เขาให้ทั้ง Facebook lineIG บางคนให้เบอร์มาด้วย แล้วพี่ดูของพี่ดิ ให้แค่ชื่อเนี่ยนะแถมชื่อ ก็ยังเป็ชื่อเก๋อีก ”
“อ้าว ไอ้นี่ ”
“ไม่ได้อ่ะ ผมไม่ยอม พี่ไซโลเซ็นให้ผมใหม่เดี๋ยวนี้เลย ”
“มึงมองหน้ากูนะ กูไม่ให้ ไม่เซ็นเว่ย ” ผมเริ่มเสียงดังใส่เพราะรู้สึกว่าน้องมันเริ่มจะล้ำเส้นผมมากเกิดไปเสียแล้วถึงแม้ว่าจะเคยไปดื่มด้วยกันหนึ่งครั้ง แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้ผมอยากจะสนิทกับมันมากขึ้นสักหน่อย
“ก็ได้ ไม่ให้ ก็ไม่ให้ งั้นพี่บอกชื่อ พ่อ! พี่มา ว่าพ่อของพี่ชื่อว่าอะไร ”ใบหน้าที่ยิ้มแบบเ้าเลห์ประสงค์ร้ายได้มองมาที่ผมอย่างไม่ลดละแล้วสถานการณ์ในตอนนี้ ก็กำลังบอกผมว่า มันจะไม่ยอมละทิ้งความพยายามแน่ ๆ
“พี่ไฮโล แยกคิ้วหน่อยก็ดีพี่ คิ้วพันกันยู่ยี่ไปหมดแล้วเนี่ย 555 ”จากนั้นมันก็โน้มตัวเข้ามาหาผม แล้วใช้มือขวาพร้อมนิ้วชี้และนิ้วกลางแยกคิ้วของผมให้ออกห่างจากกัน จนผมสะดุ้งโหยงด้วยความใอย่างสุดขีด
“ยุ่ง! ” ผมปัดมือของมันออกทันทีที่รู้สึกตัว สายตาเลิ่กลั่กสมงสมองเบลอไปหมดแล้วครับตอนนี้ เมื่อผมตั้งสติได้ ผมก็รีบหยิบกระเป๋าแล้วพยายามปลีกตัวออกมาจากมันทันที
“กูไปล่ะ กูมีเรียน ”
“อ้าวพี่ แล้ว contact กับชื่อพ่อพี่ล่ะพี่ยังไม่ได้ให้ผมเลยนะ ” ผมนี่ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วหันไปคุยกับมันตรง ๆ ก่อนไปว่า
“นี่ กูฝากมึงไปบอกไอ้พี่โฟนด้วย ว่ากูไม่บอกชื่อพ่อกูหรอก ส่วนเื่ contact กู กูไม่นิยมให้คนที่มีจิ๋มเป็ลำอย่างมึงเข้าใจแล้วใช่ป่ะ ” ผมชี้หน้า แล้วมองมันด้วยหางตาก่อนที่จะเดินออกไปจากที่ตรงนั้นแบบเท่ ๆ // ไอ้เด็กนี่ อันตรายว่ะพยายามอย่าเอาตัวเข้าไปสนิทด้วยนะ ตัวกู //ผมครุ่นคิดกับตัวเองขณะที่กำลังเดินไปเรียนวิชาสาขาตอนบ่ายสามถึงหกโมงเย็นของวันนี้
ณห้องเรียน อาคารเรียนรวม 1 รายวิชา PCE I
ด้วยความที่วิชานี้เป็วิชาพื้นฐานของวิศวกรรมเคมีตัวแรกที่ปีหนึ่งจะต้องลงเรียนแต่ผมกลับยังต้องมาเรียนนั่งโง่ ๆ เรียนอยู่กับเพื่อนอีกหนึ่งคนในมุมหลังห้องเพราะพวกผมเป็พี่ปีสี่ที่ยังเรียนรายวิชานี้ไม่ผ่านเลย
“สวัสดีค่ะนักศึกษา ทั้งใหม่และเก่านะคะ ” ทันทีที่อาจารย์เข้ามาในห้องอาจารย์ก็เริ่มแนะนำรายวิชา การเก็บคะแนนเป็อย่างไร ต้องซื้อหนังสือมั้ยและแน่นอนว่า หลังจากแนะนำรายวิชาเสร็จแล้วอาจารย์แม่ก็ต้องหันมาแซวนักศึกษารุ่นพี่อย่างผมออกสื่อด้วยความสนุกสนาน
“อ้าว คุณนิรุตติ์ นี่คุณยังไม่ผ่านวิชานี้อีกหรอคะ คุณเรียนกับอิฉันมา 6 ครั้งแล้วนะ คุณไม่ต้องรักอาจารย์ขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ”อาจารย์หันมาแซวผมสุดแสนเจ็บจี๊ดที่หัวใจแบบสุด ๆ
“โธ่ อาจารย์ เดี๋ยวผมก็ผ่านแล้วครับเนี่ย อาจารย์อย่ากดดันสิครับ 555 ” ผมพูดแก้ต่างไปงั้น ๆ แหละครับทั้งที่ตอนนี้ผมอายมาก จนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีเพราะไม่ใช่แค่คำพูดของอาจารย์ที่เสียดแทงใจของผม แต่สายตาของรุ่นน้องที่มองมาพร้อมกับเสียงหัวเราะกระซิบกระซาบ ว่าผมเรียนโง่ เรียนหกครั้งแล้วก็ยังไม่ผ่านได้สื่อออกมาเป็บรรยากาศให้ผมได้รับรู้ ความรู้สึกอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว น้ำตาใส ๆแทบจะประทุออกมา จนเพื่อนของผมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ต้องขอตัวออกไปจากห้องก่อนเพราะไม่อยากประสบพบเจอกับบรรยากาศแบบนี้
“อืมมม เทอมนี้ก็ตั้งใจล่ะ เอาให้ผ่าน แล้วก็ เลิกเรียนแล้วอย่าพึ่งกลับนะรอคุยกับอิฉันก่อน บอกนายบูมที่นั่งข้าง ๆ เธอเมื่อกี้นี้ด้วยล่ะ ”อาจารย์แม่หันมาพูดกับผมด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังหน่อย ๆ
“ครับ อาจารย์ " ผมตอบอาจารย์ด้วยข้อความสั้น ๆ ก่อนที่สายตาของผมจะไปหยุดอยู่ที่ ไอ้เด็กไพ่ ที่กำลังนั่งหันหน้ามาทางผมอยู่แถมยังฉีกยิ้มอันหน้าหวาดกลัวมาให้กับผมอีกต่างหาก // เชี่ย! มันต้องเล่นกูแน่ๆ เลย // ผมคิดอยู่ภายในใจ และมันก็เป็อย่างที่ผมคิดด้วยความที่มันนั่งหน้าโต๊ะของอาจารย์ และผมนั่งตรงมุมหลังห้องไม่ว่าอาจารย์จะถามอะไรออกมา มันก็มักจะยกมือตอบแถมยังเผื่อคำตอบโยนมาให้กับผมคนนี้อีกด้วย
“อาจารย์ครับ ที่อาจารย์ถามว่า steady state คืออะไร พี่ไฮโล มีคำตอบครับ ”
“อ้าว นายนิรุตติ์ ยืนขึ้นแล้วตอบค่ะ ” ทุกครั้งที่มันโยนปัญหามาให้กับผมมันก็จะหันมาส่งยิ้มเหมือนส่งกำลังใจมาให้ผมเสมอ ซึ่งผมอยากจะบอกกับมันจริง ๆ ว่าผมไม่้า เพราะทุกคำถามที่โยนมา ผมแม่งตอบไม่ได้สักคำถามเลยเปิดเผยความโง่อย่างเต็มรูปแบบไปเลยครับ // ไอ้สัสไพ่ เลิกเรียนเมื่อไหร่กูต่อยมึงปากแตกแน่ // ตลอดเวลาสองชั่วโมงผมต้องดำน้ำตอบคำถามของอาจารย์จนแทบจะร้องไห้ ในที่สุดเวลาแห่งนรกอันนานแสนยาวนานก็ได้สิ้นสุดลง พร้อมกับ classwork อีกสองข้อ และแน่นอนว่าผมคนนี้จะต้องเดินดุ่ม ๆ ไปหาเื่ไอ้เด็กไพ่มันแน่ ๆแต่หน้าเสียดายที่อาจารย์เรียกไว้ซะก่อน ไม่อย่างนั้นล่ะก็ แม่ง! เจอกู
“คุณนิรุตติ์ คุณบูม จะไปไหนคะมาพบอิฉันก่อนค่ะ ” เมื่อน้อง ๆ ออกไปจากห้องจนหมดอาจารย์ก็รีบพูดปรามพวกผมเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นล่ะก็ไอ้เด็กไพ่ได้ตายจมกองเืแน่ ๆ
“ มานั่งสิอิฉันมีเื่จะคุยด้วย ”
“ครับ ” จากนั้นผมกับบูมก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะของอาจารย์ก่อนที่อาจารย์จะนั่งลง และเริ่มบทสนทนาด้วยความเคร่งเครียด
“ อิฉันเข้าเื่เลยก็แล้วกันนะคะ” ตอนนี้ หัวใจของผมเต้นตุบตับ จนแทบจะหลุดออกมาเพราะว่าถ้าอาจารย์แม่เรียกคุยมันต้องเป็เื่ที่สำคัญมาก ๆ แน่ ๆ ครับ
“เริ่มจากคุณก่อนเลย คุณนิรุตติ์ คุณรู้ใช่มั้ย ว่าตอนนี้เกรดเฉลี่ยของคุณวิกฤติขนาดไหน ”อาจารย์ถามผมขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดูเป็ห่วงและจริงจังแบบสุด ๆ
“รู้ครับ ” ผมก้มหน้าก้มตาตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอันแสนสั่นเครือ
“ตอนนี้เกรดของคุณอยู่ที่ 1.83 นั่นหมายความว่าถ้าเทอมนี้เกรดคุณตก ต่ำกว่า 1.80 คุณโดนรีไทร์นะคะแถมคุณยังติดโปรมาแล้วสองครั้ง ถ้าเทอมนี้ เกรดเฉลี่ยของคุณไม่ถึง 2.00 คุณก็ถูกรีไทร์อยู่ดี คุณเข้าใจที่อิฉันพูดใช่มั้ย ” อาจารย์พูดเน้นย้ำและมองหน้าผมพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เข้าใจครับ ” ตอนนี้สมองของผมเบลอไปหมด ความรู้สึกหน่วงอยู่ภายในหัวใจเหมือนจะหายใจไม่ออก
“แล้วอีกเื่หนึ่ง ถ้าเทอมนี้คุณยังไม่ผ่านวิชาพื้นฐานด้านวิศวกรรมเคมีวิชานี้อีกคุณไม่มีสิทธิ์เรียนจบแล้วนะคะ เพราะว่ามันจะเกินโควต้า 8 ปี ที่มหาลัยเปิดให้ นั่นหมายความว่าั้แ่เทอมนี้เป็ต้นไป คุณห้าม F วิชาไหนอีกแล้วก็ต้องผ่านทุกวิชาด้วยเกรด B ขึ้นไปอีกด้วยถ้าน้อยกว่านั้น ชีวิตมหาลัยของคุณ จบแน่ค่ะ ”
“ครับ ” ตอนนี้ผมเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไร จนกระทั้งอาจารย์ลุกออกมาจากเก้าอี้แล้วเดินมาหาผม จากนั้นอาจารย์ก็โอบกอดผมเอาไว้ทันทีที่อ้อมแขนนั้นได้โอบล้อมผมเอาไว้นั้น น้ำตาที่ไม่ยอมไหลในตอนแรกก็พลั่งพลูออกมาปานเขื่อนแตก เนื้อตัวสั่นเทา เหมือนไม่ใช่ตัวผมตอนนี้ผมไม่มีอะไรจะพูด หรือสาธยายอะไรออกมาเลยด้วยซ้ำทุกอย่างที่ออกมาล้วนมีแต่ความรู้สึกที่ผิดหวังกับตัวเอง
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร อย่าร้อง ๆ อิฉันเข้าใจ ๆ ” อาจารย์พูดปลอบใจผมแล้วใช้มืออันแสนอบอุ่นลูบไปที่ไรผมของผมเบา ๆ
“ผมจะโดนรีไทร์ จริง ๆ หรอครับอาจารย์ ผมยังมีความฝัน ผมยังอยากเรียนต่อผมยัง้าใส่ชุดครุยอ่ะ ผมอยากจะเข้างานรับปริญาผมยังไม่อยากถูกรีไทร์ตอนนี้ครับอาจารย์ ผมยังไม่อยากถูกรีไทร์ ”ผมกอดอาจารย์เอาไว้แน่น แล้วพูดความรู้สึกที่อยู่ภายในใจของตัวเองออกมาจนเกือบหมดพร้อมกับเสียง สะอื้นไห้ น้ำหู น้ำตาไหลเป็เด็กน้อยอนุบาลกันเลยทีเดียวสักพักเมื่อผมใจเย็นลง อาจารย์ก็พูดออกมาว่า
“อาจารย์ก็ช่วยอะไรเรามากไม่ได้นะ เราต้องพยายามเอง ไหน ๆเธอก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วหนิ เทอมนี้ก็ทุ่มเททุกอย่างที่มีให้กับการเรียนอิฉันเชื่อว่าคุณทำได้ มีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาอิฉันได้นะ อิฉันจะพยายามให้คำปรึกษาที่ดีให้กับคุณโอเคมั้ย ”
“ขอบคุณครับ อาจารย์ ”
“สู้ ๆ อาจารย์เป็กำลังใจให้ อ่ะ! เื่ของคุณนิรุตติ์ผ่านไป ต่อไปเื่ของคุณค่ะคุณบูม ” จากนั้นอาจารย์ก็พูดถึงเื่ของไอ้บูมต่อตอนนี้ผมไม่มีกะจิกกะใจจะฟังอะไรต่อแล้วครับเพราะแค่เื่ของตัวเองผมก็รับมันแทบจะไม่ไหวแล้วแต่ถึงยังไงก็ต้องนั่งฟังปัญหาของเพื่อนต่อทันทีที่ผมรู้ ว่าตอนนี้ไอ้บูมมันโดนรีไทร์ไปแล้วเมื่อเทอมก่อน แต่เทอมนี้มันยังมาเรียนเป็เพื่อนผมอยู่ผมที่นั่งฟังก็ถึงกับหูอื้อไปเลยครับ ว่าไอ้บูมเพื่อนนั่งเรียนเพียงหนึ่งเดียวของผม จะถูกรีไทร์ไปแล้วและที่สำคัญคือที่บ้านของมันยังไม่มีใครรู้ ว่ามันโดนรีไทร์แถมมันยังไม่อยากจะยอมรับความจริงอีกด้วยว่าตอนนี้มันพ้นสภาพการเป็นักศึกษาไปเรียบร้อยแล้วยิ่งอาจารย์พูดมันก็ยิ่งต่อต้าน และไม่ยอมรับความจริงและวิ่งหนีออกไปจากห้องจนอาจารย์แม่ต้องรีบวิ่งตามออกไปทันที จากนั้นกายหยาบของผมก็ได้เดินออกมาจากห้องด้วยความรู้สึกผิดหวังในตัวเองแบบสุด ๆพลันสายตาหันไปเจอกับรุ่นน้องอย่างไอ้ไพ่ ที่กำลังยืนนิ่ง ๆ อยู่ต่อหน้าผมตรงประตู
“ไหวมั้ยพี่ ” มันถามผมด้วยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“นี่มึงอยู่ที่นี่ตลอดเลยหรอ ” ผมหันไปมองมันด้วยใบหน้าอันแสนเศร้า
“ขอโทษครับพี่ ที่ผมเสียมารยาท ”สีหน้ารู้สึกผิดของหมอนั่นได้แสดงออกมาจนผมคนนี้รู้สึกได้ ผมจึงพูดปัด ๆออกไปให้มันจบ ๆ เพราะตอนนี้ผมไม่มีแรงมากพอที่จะไปรบราฆ่าฟันกับมันแล้ว
“เออ ช่างแม่งเหอะ หลีกไปได้แล้ว ” ผมใช้สายตาบ่งบอกกับบุคคลตรงหน้าว่าให้หลบไปแต่เด็กนี่กลับไม่หลบ แต่กลับคว้าแขนของผมเอาไว้
“พี่ไฮโลครับ ไปกับผม ”
“อะไรของมึงอีกเนี่ย ปล่อยกู กูเหนื่อย กูจะกลับหอ กูไม่มีอารมณ์ไปไหนทั้งนั้นแหละ ”
“น๊าาา นะ พี่ แป๊บเดียว ” จากนั้น ผมก็ถูกไอ้ไพ่ลากไปที่อาคารบรรณสารผมไม่รู้หรอกนะว่ามันคิดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ ๆ เลยก็คือ ผมในตอนนี้ไม่พร้อมที่จะพบหน้าหรือสนทนากับใครทั้งนั้น ผมอยากจะใช้ชีวิตคนเดียวคิดทบทวนเื่ของผมเงียบ ๆ แล้วนี่มันคือ อะไรทำไมผมต้องมานั่งร่วมโต๊ะอ่านหนังสือที่บรรณสารกับหมอนี่ด้วย
ณห้องติวขนาด 4 คนที่ห้องบรรณสาร
“พี่ มาสิครับ มานั่งสิ ” ไอ้เด็กไพ่กวักมือเรียกให้ผมเข้าไปนั่ง
“อะไรของมึงเนี่ย ” ผมเดินเข้าไปนั่ง ข้างหน้าไวท์บอร์ดแบบงง ๆ
“พากูมาที่นี่ทำไม ”
“เราก็จะมาวางแผนชีวิตของพี่กันยังไงละครับ ” ไอ้ไพ่หยิบปากกาเขียนไวท์บอร์ดขึ้นมาแล้วส่งยิ้มให้กับผมด้วยความอ่อนโยน
“ตลกแล้ว มึงจะช่วยอะไรกูได้ อีกอย่าง กูกับมึงไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นสักหน่อย ”
“เออน๊าาา พี่ไฮโล ผมเข้าใจ เอาเป็ว่า นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไปเราก็มาสนิทกันเข้าไว้ไง แค่นี้เราก็จะเริ่มรู้จักกันไปเรื่อย ๆ แล้ว จริงป่ะ ”
“เฮออออ เด็กน้อยว่ะ ” ผมหันไปมองทางอื่น แล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหัวใจ
“ผมพูดจริง ๆ นะพี่ ผมจะทำให้พี่ แจ้งจบ เป็บัณฑิตวิศวกรรมเคมีไปพร้อมกับผมให้ได้ผมสัญญา เชื่อใจผมนะ ” ผมไม่รู้ว่าทำไม ผมถึงยอมเชื่อคำพูดของไอ้รุ่นน้องที่พึ่งจะเคยเรียนวิชาสาขาเป็ครั้งแรกอย่างมันมาช่วยเหลือ คงเป็เพราะผมไม่เคยปรึกษาเื่การเรียนกับใครเลยมั้ง พอมาเจอคนอย่างมันผมจึงต้องลองเสี่ยงดู เพราะผมก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ลองลดศักดิ์ศรีรุ่นพี่ลงบ้างเผื่อว่าอะไร ๆ หลาย ๆ อย่างจะดีขึ้นจากนั้นผมก็เล่าปัญหาทุกอย่างของผมให้กับมันฟัง ว่าชิวิตของผมในตอนนี้มันดำดิ่งขนาดไหนและช่วยกันวางแผนหาทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้โอกาสการโดนรีไทร์ของผมลดน้อยลง
“โอเค ผมจดข้อมูลและผังการเรียนที่จำเป็ไว้หมดแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ ผมจะเอาแผนการเรียนมาให้พี่นะครับ”
“อืม ขอบใจ ”
“เปลี่ยนจากคำว่า ขอบใจ เป็ข้าวเย็นสักมื้อได้มั้ยครับพี่ ”
“เื่อะไร ”
“ อ้าวเราจะได้สนิทกันมากขึ้นไงครับ ” ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ผมจะเผลอลืมเื่ราวร้าย ๆไปชั่วขณะหนึ่งที่ได้อยู่กับมัน ถึงแม้ว่ามันจะมีนิสัยกวนตีนไปบ้าง แต่ว่าก็ดีแล้วแหละที่มันเป็คนแบบนี้
ณย้านร้านข้าวหน้ามอ ซอยวิศวกร
ตอนสองทุ่มเราขับรถมอไซด์กันมาคนละคันแล้วมาจอดอยู่ย่านร้านข้าวหน้ามอ ที่เปิดเรียงรายสองข้างทางและมีเด็กมหาลัยมานั่งกินข้าวกันตึม เต็มเกือบทุกร้าน
“อ้าวไอ้ไพ่ ยืนนิ่งอยู่ทำไม ไม่เข้าไปหรอ ”
“แป๊บนึงพี่ ผมเลือกร้านก่อน ”
“ห๊ะ อะไรนะ จะต้องเลือกอีกหรอ ร้านไหนก็กิน ๆ ไปเหอะ อิ่มเหมือนกัน ”ผมต่อว่าเ้าคนเื่มากด้วยน้ำเสียงออกขุ่น ๆ เพราะว่ามันยืนมองเดินหาร้านข้าวนานมาก และแล้ว์ก็ได้ประธานร้านข้าวให้กับมันสักที
“อ้าว หนุ่มรูปหล่อตรงนั้นน่ะ มากินข้าวร้านป้ามั้ยคะ ” ทันทีที่ป้าเรียกสายตาลูกหมาน้อยของมันก็หันมามองที่ผม เพื่อบ่งบอกว่ามันเลือกร้านได้แล้ว
“กินข้าวร้านนี้กันมั้ยครับ พี่ไฮโล ”
“โธ่ ไอ้สันขวาน ยืนเลือกร้านข้าวตั้งนาน สุดท้าย มาตายรัง กับไอ้คำว่า พ่อรูปหล่อเนี่ยนะ ”
“ครับบบบบบบบ ” ดูมันสิครับ ขนาดนี้แล้ว ยังจะกล้าส่งยิ้มกวนส้นตีนให้กับผมอีกอย่าให้ผมหมดความอดทนก็แล้วกัน มีหวัง ได้เปิดมวยวัดกันตรงนี้แน่ ๆ