ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ผู้มั่งคั่งด้วยโกดังสินค้าในยุค 70 (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 50 เล่นงานเธอก็เหมือนรนหาที่ตาย

            ช่วงบ่ายขณะที่เซี่ยเฉินเฟิงกำลังให้น้ำเกลือคุณปู่จ้าวก็มาถึงโรงพยาบาล

            เซี่ยโม่อยากไปที่ร้านหนังสือซินหวาเพื่อดูชุดหนังสือเรียนวิชาคณิตฯฟิสิกส์ และเคมี ทั้งอยากไปที่ทำการไปรษณีย์แสตมป์ของยุคนี้ในอนาคตจะมีค่าอย่างมาก

            “อาจารย์คะฉันอยากออกไปทำธุระสักครู่ รบกวนอาจารย์ช่วยดูแลเฉินเฟิงสักพักได้ไหมคะ”

            “รีบกลับมาล่ะ”

            “ค่ะ”

            เธอตรงไปยังที่ทำการไปรษณีย์ก่อนพอไปถึงเธอเอ่ยกับพนักงานว่า “คุณป้าคะ ฉันชอบแสตมป์เลยอยากจะซื้อสะสมไว้หลายๆ อันคุณป้าช่วยเอาขึ้นมาให้ดูหน่อยได้ไหมคะว่ามีแบบไหนบ้าง”

            ไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่ามีคนสะสมแสตมป์ด้วย? พอพนักงานเห็นเด็กสาวตรงหน้าแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าซอมซ่อแววตาพลันเปลี่ยนเป็นดูถูก เอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “ดูอะไรอยากจะซื้อราคาเท่าไร”

            เซี่ยโม่เข้าใจในทันทีพนักงานคงนี้คงนึกว่าเธอไม่มีเงินซื้อเธอยังมีเงินสองร้อยหยวนที่ได้มาจากหวางลี่ลี่เป็นค่ารักษาน้องชายเธอเก็บเอาไว้ในโกดังสินค้า จนถึงตอนนี้เพิ่งจะใช้ไปแค่ไม่กี่หยวนเท่านั้นเอง

            เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแท้จริงแล้วคือล้วงมือเข้าไปหยิบเงินจากในโกดังสินค้าออกมาวางบนโต๊ะ

            “เงินเท่านี้น่าจะเพียงพอให้ซื้อได้หลายอันหยิบออกมาให้ฉันดูหน่อยค่ะ ฉันอยากซื้ออันที่สวยๆ”

            โดยปกติแล้วคนคนซื้อแสตมป์จะดูแค่มูลค่าของแสตมป์นั้นพนักงานมีสีหน้างุนงง ทั้งไม่คิดว่าเด็กสาวตรงหน้าจะมีเงินมากถึงขนาดนี้และไม่คิดว่าจะมีคนอยากซื้อแสตมป์แค่เพราะความสวยงาม

            คนที่มาซื้อแสตมป์ราคาห้าสิบหยวนย่อมเป็นลูกค้ารายใหญ่พนักงานจึงไม่กล้าชักช้า นำชั้นลิ้นชักเล็กๆที่ใส่แสตมป์เอาไว้ออกมาวางบนเคาน์เตอร์ น้ำเสียงที่พูดเปลี่ยนเป็นเกรงอกเกรงใจ“สาวน้อย เลือกได้ตามสบายเลยนะ”

            ค่อยดีขึ้นมาหน่อย

            เซี่ยโม่ทำหน้าพึงพอใจขณะเปิดลิ้นชักทีละชั้นก่อนจะพบว่าในลิ้นชักชั้นท้ายๆ คือแสตมป์ซึ่งเป็นรูปภูเขาและแม่น้ำ

            ดวงตาของเธอเป็นประกาย

            เซี่ยโม่จำได้แม่นว่าชาติที่แล้วภาพแสตมป์ชุดนี้มีค่ามหาศาลเลยทีเดียว

            เธอเปิดลิ้นชักดูต่อแม้แต่แสตมป์ที่ออกมาเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ซึ่งมีทั้งหมดเก้าแบบก็ยังมีเธอเลือกมันออกมาสามสี่แบบ และแสตมป์รูปแบบอื่นอีกสามสี่แบบ ก่อนจะเอ่ยกับพนักงาน“เอาแค่นี้แหละค่ะ”

            พนักงานคำนวณราคาทั้งหมด 21.8 หยวน

            เธอสะท้อนในใจราคาถูกเหลือเกิน พอคิดถึงว่าในอนาคตแสตมป์พวกนี้จะมีราคาสูงมากแค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว

            หลังออกจากที่ทำการไปรษณีย์เธอเดินไปยังร้านหนังสือซินหวาต่อ

            หลังจากบอกชื่อชุดหนังสือที่เธอต้องการแก่พนักงานพนักงานก็กล่าวขอโทษด้วยสีหน้าจนปัญญา “ชุดหนังสือที่คุณต้องการทางร้านเราไม่มีร้านเราเป็นร้านเล็กๆ หากต้องการหนังสืออะไรไปดูที่ร้านใหญ่ในอำเภอจะดีกว่า”

            ใบหน้าเซี่ยโม่เต็มไปด้วยความผิดหวังแต่พอคิดได้ว่ายังขาดหนังสือเรียนสำหรับชั้นมัธยมปลายอีกสองเล่มเธอเลยเปลี่ยนเป้าหมาย เดินหาอยู่ครู่หนึ่งก็เจอ

            มือพลิกดูราคาด้านหลังเล่มละหนึ่งหยวนกว่าเท่านั้นเอง เธอคิดอย่างทอดถอนใจ ของสมัยนี้ราคาถูกเหลือเกิน

            เมื่อได้หนังสือครบตามต้องการทีนี้เธอก็ไม่ต้องรอซื้อในโรงเรียนแล้ว

            ยุคนี้เป็นยุคที่มีประชากรเด็กเยอะหลังจากพี่คนโตเรียนจบก็จะส่งต่อหนังสือเรียนให้น้องชายน้องสาวใช้ต่อซึ่งก็นับว่าเป็นวิธีที่ไม่เลว

            ไหนจะมีที่สำหรับยืมหนังสือและคัดลอกหนังสืออีก

            หลังจากอาจารย์แต่ละวิชากำหนดหนังสือเรียนที่จะใช้ได้แล้วก็มักมาถามความต้องการของนักเรียนในชั้นส่วนจะสั่งซื้อหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของนักเรียน

            หลังจากซื้อเสร็จเซี่ยโม่ก็เดินออกมาจากร้านหนังสือ บังเอิญเห็นรถที่จะวิ่งไปในอำเภอผ่านมาพอดี

            การเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงกว่าหากเธอต้องการไปไปรษณีย์ ร้านหนังสือ และร้านของเก่าในตัวอำเภอควรต้องมีเวลาว่างเต็มวันถึงจะพอให้จัดการทุกอย่างเช่นนั้นรอให้เปิดเทอมค่อยหาเวลาไปก็แล้วกัน

            เย็นวานนี้เธอสัญญากับน้องชายเอาไว้ว่าจะไปซื้อปิ่งในโรงอาหารให้ พอเห็นว่าใกล้จะถึงเวลากินข้าวแล้วเธอจึงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล

            ก่อนกลับเธอเดินไปในจุดปลอดคนเอาแสตมป์ที่ซื้อมาเก็บใส่ในโกดังสินค้าทั้งตัวเหลือแค่หนังสือเรียนของชั้นมัธยมปลายเท่านั้นจากนั้นถึงค่อยกลับไปโรงพยาบาล

            เธอเดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยพบว่าน้องชายที่กำลังให้น้ำเกลือกำลังโวยวายกับคุณปู่จ้าวว่าอยากจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร

            ครั้นเห็นเธอเปิดประตูเข้ามาเซี่ยเฉินเฟิงหันมาพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด “พี่ครับพี่พูดกับคุณปู่จ้าวให้หน่อยว่า เมื่อเช้าพี่ก็พาผมไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยผมบอกกี่รอบคุณปู่จ้าวก็ไม่เชื่อ”

            คุณปู่จ้าวยิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อ ฉันแค่แกล้งแหย่เล่นเพื่อถ่วงเวลารอเธอกลับมาต่างหาก”

            “อาจารย์ขอโทษค่ะ สองวันที่ผ่านมาตอนเฉินเฟิงให้น้ำเกลือ เป็นอาจารย์ที่คอยดูแลตลอดเลย”เซี่ยโม่กล่าวอย่างรู้สึกผิด

            “ไม่ต้องเกรงใจเธอปฏิบัติยังไงกับฉัน ฉันรู้ดีอยู่แก่ใจ พวกเธอสองพี่น้องเจอปัญหาฉันย่อมต้องช่วยเหลือ”

            “อาจารย์คะอาจารย์คิดว่าพรุ่งนี้น้องชายฉันจะออกจากโรงพยาบาลได้ไหมคะ”

            คุณปู่จ้าวพยักหน้า“คิดว่าได้ แต่น่าจะต้องซื้อยาสมุนไพรกลับไปกินเพื่อบำรุงร่างกายอีกสักระยะ”

            “อาจารย์คะงั้นพวกเราไปกินข้าวที่โรงอาหารกันเถอะค่ะ พอกินเสร็จเดี๋ยวฉันเอาเงินให้อาจารย์จะได้ไปเดินเล่นแล้วก็ซื้อยากลับมาด้วย”

            “ฉันไม่ไป!”เหล่าจ้าวที่ปกติพูดง่าย หากคราวนี้กลับดื้อดึงไม่ยอม

            เธอชะงักก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าร้านยาที่เปิดในตัวตำบลตอนนี้เป็นคู่แค้นของอีกฝ่าย

            พอคิดได้เธอรีบกล่าวขอโทษทันที“ขอโทษค่ะ ฉันลืมไปเสียสนิทเลย งั้นอาจารย์จดชื่อยากับปริมาณมาให้ฉันกินข้าวเสร็จเดี๋ยวฉันไปซื้อเอง”

            “ได้กินข้าวเสร็จแล้วฉันจะเขียนให้”

            คุณปู่จ้าวกับเซี่ยโม่จูงมือเซี่ยเฉินเฟิงคนละข้างส่วนมืออีกข้างของเธอถือกล่องข้าวเอาไว้ ทั้งสามคนเดินไปที่โรงอาหารด้วยกัน

            ระหว่างทางคุณปู่จ้าวเห็นมีคนไม่น้อยทักทายสองพี่น้องจึงเอ่ยถามเด็กสาวด้วยความสงสัย “โม่โม่ เธอไปรู้จักพวกเขาตั้งแต่เมื่อไร”

            เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ฟังรวมถึงเรื่องเมื่อเช้าด้วย

            “ผู้หญิงคนนั้นอยากเป็นศัตรูกับเธอรนหาที่ชัดๆ” เหล่าจ้าวเอ่ยอย่างทอดถอนใจ

            “อาจารย์ทำไมพูดแบบนี้ละคะ ฉันเป็นแค่เด็กสาวอ่อนแอบอบบางคนหนึ่งเท่านั้น”

            เหล่าจ้าวยกมือชี้ที่ศีรษะ“เธอมันเจ้าเล่ห์ คนที่อยากทำร้ายเธอคือพวกรนหาที่ตายเท่านั้นแหละ”

            นึกไม่ถึงเลยว่าฐานะของเธอในสายตาอาจารย์จะสูงส่งขนาดนี้

            “อาจารย์ประเมินฉันสูงเกินไปแล้วหรืออาจารย์จะทายนิสัยจากลักษณะหน้าตาของคนได้?”

            “ฉันอายุปูนนี้แล้วคนแบบไหนไม่เคยเจอบ้าง แค่เห็นฉันก็รู้แล้วว่าเธอเป็นคนฉลาดตอนแรกก็กลัวอยู่ว่าเธอจะไม่มีพรสวรรค์เรื่องวิชาแพทย์  นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะความจำดีกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เสียอีกตอนยังไม่มีใครมาล่วงเกินเธอ เธอก็เหมือนกับแมว แต่พอใครมาล่วงเกินเข้าเธอก็กลายร่างเป็นเสือทันที”

            เธอฟังแล้วรู้สึกดีใจเหลือเกิน

            หากหวางเมิ่งเมิ่งไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นไม่หาเรื่องใส่ตัว ก็คงไม่เป็นแบบทุกวันนี้ แต่นี่กลับหาเรื่องเธอไม่หยุดไม่หย่อนขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ

            “แล้วพรุ่งนี้พวกเราจะกลับยังไงให้ฉันไปยืมจักรยานมาสองคันเอาไหม พวกเราน่ะเดินได้ไม่มีปัญหาแต่เฉินเฟิงเพิ่งหายป่วย หากให้เดินจะเหนื่อยเกินไป”ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

            เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมบอกเรื่องหนึ่งกับอาจารย์ไปเสียสนิท“อาจารย์คะ พี่ซ่งบอกว่าพรุ่งนี้ตอนเที่ยงจะมารับตอนเช้าเฉินเฟิงยังต้องให้น้ำเกลือก่อนใช่ไหมคะตอนเที่ยงให้น้ำเกลือเสร็จแล้วพวกเราค่อยเก็บของกลับ”

            เหล่าจ้าวยกยิ้มพร้อมกล่าวชม“เด็กซ่งคนนี้นี่ไม่เลว งั้นก็เอาตามนี้พรุ่งนี้ช่วงเช้าเฉินเฟิงให้น้ำเกลือเป็นขวดสุดท้ายฉันปรึกษากับหมอเจ้าของไข้เรียบร้อยแล้ว”

            ทั้งคู่เดินไปคุยไปไม่นานก็มาถึงโรงอาหาร

            พอเห็นว่ามีคนจำนวนมากกำลังต่อแถวรอซื้ออาหารเซี่ยโม่เลยให้คุณปู่จ้าวพาเฉินเฟิงไปนั่งรอที่โต๊ะก่อน ส่วนเธอจะเป็นคนไปซื้อเอง

            เนื่องจากมีผู้คนพลุกพล่านเสียงในโรงอาหารจึงค่อนข้างดัง เสียงคนพูดคุยดังกระทบโสตประสาทตลอดเวลา

            ทันใดนั้นเซี่ยโม่รู้สึกเหมือนมีคนแทรกแถวมายืนด้านหลังก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี “โม่โม่ เธอก็มากินข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอ”

            เมื่อหันกลับไปมองไม่ใช่ใครอื่น เจ้าของเสียงคือเซี่ยวฉางเซิงที่เธอรังเกียจนั่นเอง

            “ฉันไม่รู้จักนายสักหน่อย”เธอตีหน้าเย็นชาใส่

            “โม่โม่เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ทำไมเธอต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันด้วย”อีกฝ่ายเอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจ“หรือเป็นเพราะผู้ชายที่เหมือนอันธพาลที่อยู่กับเธอวันนั้นเขาห้ามไม่ให้เธอคุยกับฉันใช่ไหม”

            เด็กหนุ่มคนนี้นี่น่ารำคาญจริงๆ!

            เธอยังคงเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้จักนาย อย่ามายุ่งกับฉัน!”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ผู้มั่งคั่งด้วยโกดังสินค้าในยุค 70 (จบ) ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668