Your Memory บอกฉันที ถ้าเธอยังมีความทรงจำ

    บทที่ 3

    บทที่ 3

    ฉันจะได้หาข้ออ้างมาเจอเธออีก

     

                   “คะ ใครคิดถึงคุณกันคะ!? อย่าคิดเองเออเองสิคะ!”

                   พอรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอดีใจกับคำพูดของเขาอย่างไร้เหตุผลฉันก็รีบส่ายหน้าไล่ความรู้สึกแปลกๆ ออกและหันไปเหวี่ยงใส่เขาทันที

                   “อ้าว? ไม่ใช่เหรอ? ว้า เสียใจจัง? คิดถึงฉันหน่อยสิ? : )”

                   ถึงปากจะบอกว่าเสียใจแต่ดูจากท่าทางและรอยยิ้มที่ไม่ยี่หระของเขาแล้วฉันคิดว่าเขาไม่ได้รู้สึกเสียใจอย่างที่ว่าหรอกแถมดูเหมือนเขาจะแอบกวนฉันด้วยฉันเลยเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวเขาที่เหมือนจะสังเกตเห็นจึงเริ่มพูดต่อ

                   “ที่บอกว่ามาหาว่าเพราะว่าเธอคิดถึงน่ะฉันล้อเล่นฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอคิดถึงฉันหรือเปล่า แต่ว่า...”

                   “แต่ว่า...?”

                   “ฉันคิดถึงเธอ ฉันก็เลยอยากเจอกับเธอมันก็แค่นั้นแหละ” เขาพูดพร้อมทั้งมองเข้าตาในตาฉันด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าไม่ได้โกหกทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาฉันไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองเขินอะไรกันแน่ ทั้งๆ ที่เขายังไม่ทันได้ทำอะไร ทั้งๆ ที่ฉันก็จำเขาก็ไม่ได้แต่แค่คำพูดของเขาก็ทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาแล้ว

                   ไม่ดีล่ะ ฉันจะรู้สึกแบบนี้ไม่ได้นะ! ฉันมีแฟนอยู่แล้วนะตั้งสติดีๆ สิ ยัยไอริน! > ^<!

                   “แล้วเธอไม่ไปดูเสื้อกับเพื่อนเหรอ?เห็นเพื่อนเธอยังยืนเลือกเสื้ออยู่ในร้านอยู่เลย”

                   และในระหว่างที่ฉันกำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเองเขาก็ถามพลางพยักเพยิดหน้าให้ฉันหันไปมองเดียร์ที่ยังเดินเลือกเสื้อผ้าอยู่ในร้านฉันจึงส่ายหน้าให้เขาแทนคำตอบ

                   “ไม่ล่ะค่ะ เสื้อผ้าน่ารักๆ มันคงไม่เหมาะกับฉันหรอกค่ะเสื้อผ้าน่ารักๆก็เหมาะกับคนน่ารักๆอย่างเมสเสจมากกว่าคนแบบฉันอยู่แล้วคงไม่เหมาะกับคนที่ไม่น่ารักแบบฉันหรอกค่ะ...”

                   ฉันตอบพลางยิ้มแห้งๆ ให้กับเขาก่อนที่เขาก็ใช้สายตาคมมองสำรวจฉันจากบนลงล่างและล่างขึ้นบนก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

                   “เ๹ื่๪๫นั้นไม่จริงสักหน่อยนะเธอน่ารักออกขนาดนี้ ฉันว่าถ้าเธอใส่เสื้อผ้าพวกนั้นจะต้องเหมาะแน่ๆ เลย : )” เขาพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มและแววตาเป็๞ประกายแบบเดิมเหมือนจะบอกว่าที่พูดนั่นคือเ๹ื่๪๫จริงนั่นทำให้หน้าของฉันร้อนขึ้นอีกครั้ง ฉันเลยต้องรีบเปลี่ยนเ๹ื่๪๫เพื่อแก้เขิน

                   “คราวก่อนต้องขอโทษจริงๆ นะคะที่ต้องไล่คุณกลับเพราะว่าฉันจำคุณไม่ได้จริงๆ... คือว่าที่จริงแล้วฉัน...”

                   “ความจำเสื่อมใช่ไหมล่ะ?ฉันรู้แล้วล่ะ” เขาพูดออกมาด้วยท่าทีสบายๆ แต่นั่นกลับทำให้ฉันต้องรีบหันหน้าขวับไปมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

                   “ทำไม... ถึงรู้ได้ล่ะคะ?”ฉันถามเขาด้วยความสงสัย แต่เขาก็ทำเพียงแค่ยักไหล่เล็กๆ และตอบคำถามของฉันด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ออกจะแอบกวนนิดๆ

                   “นั่นสิ ฉันรู้ได้ยังไงกันน้า?เอาเป็๞ว่าเป็๞ความลับ!”

                   “เอ๋!? ขี้โกงนี่คะ! บอกมาเดี๋ยวนี้นะคะ!”

                   “ไม่ล่ะ เป็๞ความลับนั่นแหละดีแล้วเธอจะได้เก็บกลับไปคิดถึงฉันไงล่ะ?” เขาพูดหยอดและมองตาฉันด้วยแววตาเป็๞ประกายฉันเกลียดแววตาเป็๞ประกายแบบนี้ของเขาจริงๆ เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆทุกครั้งที่มองตาเขาฉันรู้สึกว่าแววตาของเขามันช่างน่าคิดถึงยังไงก็ไม่รู้

                   แถมเขานี่หยอดเก่งชะมัดแทบจะทุกประโยคที่คุยกับฉันเลย ฉันเริ่มจะอยากรู้แล้วสิว่าเขาพูดหยอดแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่า?เริ่มจะหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้ ( = _ = * )

                   “คะ ใครจะไปคิดถึงคุณกันคะ!? อย่าคิดเองเออเองสิคะ!”

                   “เธอเนี่ยเรียกฉันว่าคุณๆอยู่นั่นแหละฉันเป็๲พี่เธอนะ เพราะงั้นอย่างน้อยก็เรียกพี่สิ”

                   “ฉันจะเรียกยังไงมันก็เ๹ื่๪๫ของฉันค่ะอีกอย่างฉันไม่รู้จักคุณ... หรืออาจจะเคยรู้จักแต่จำไม่ได้...แต่ก็เท่ากับว่าไม่รู้จักนั่นแหละค่ะเพราะอย่างนั้นกับคนแปลกหน้าฉันไม่เรียกว่าพี่หรอกนะคะ”

                   “ก็นั่นสินะ เพราะอย่างนั้นวันนี้ฉันถึงได้มาหาเธอไงล่ะ”

                   “เพราะอย่างนั้นถึงได้มาหาฉัน...?”ฉันหันไปมองเขาด้วยความสงสัย ขณะที่เขาก็พ่นลมหายใจออกมาเบาๆและหันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

                   “ใช่ ในเมื่อเธอลืมฉันไปแล้วมันก็ช่วยไม่ได้ฉันจะเริ่มต้นจากหนึ่งใหม่ทั้งหมด วันนี้เริ่มต้นจากการแนะนำตัวให้เธอรู้จักแล้วสักวันฉันจะทำให้เป้าหมายของฉันให้สำเร็จให้ได้”

                   ทั้งใบหน้า แววตา และน้ำเสียงทุกอย่างของเขาบ่งบอกว่าเขาจริงจังขนาดไหนนั่นทำให้ฉันนึกถึงเ๹ื่๪๫ราวเมื่อสามวันก่อนขึ้นมาอีกครั้งเป้าหมายของเขาก็คือการทำให้ฉันตกหลุมรักเขาอีกครั้งคิดได้แบบนั้นใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

                   ทั้งๆ ที่มันไม่ควรแต่หัวใจของฉันมันก็พองโตขึ้นมาอีกแล้ว...แต่ว่ายังไงก็ไม่ได้ ยังไงก็ต้องปฏิเสธออกไป เธอมีแฟนอยู่แล้วนะ ไอริน! > ^ <!

                   “ฉันไม่ได้อยากรู้จักคุณสักหน่อยค่ะ!ที่ฉันอยากรู้มีแค่เ๹ื่๪๫พ่อแม่เท่านั้นแหละ! ฉันมีแฟนแล้วนะคะ!เ๹ื่๪๫จะให้ตกหลุมรักคุณมันเป็๞ไปไม่ได้หรอกค่ะ!”ฉันรีบหันไปโวยวายใส่เขาโดยไม่ทันรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากบอกสิ่งที่คิดออกไปเขาดูจะเป็๞คนช่างสังเกตกว่าที่ฉันคิดเสียอีกเพราะเขาสามารถจับใจความสำคัญในประโยคได้ทันที

                   “เธออยากรู้เ๱ื่๵๹ของพ่อแม่เธออย่างนั้นเหรอ?”

                   เขาทวนคำพูดที่ฉันเผลอหลุดปากออกไปทำให้ฉันชะงักกึกพอรู้แบบนั้นเขาก็ยิ้มกริ่มตรงมุมปากเหมือนคนที่ถือไพ่เหนือกว่าและเขาก็เริ่มพูดต่อ

                   “ฉันรู้นะ เ๱ื่๵๹ของพ่อแม่เธอน่ะรู้จักดีเลยล่ะ ก่อนที่เธอจะความจำเสื่อมฉันไปที่บ้านเธอก็เจอกับพวกเขาประจำนี่นาแล้วที่เธอมาถามฉันแบบนี้ก็แสดงว่า...?”

                   “เสียไปแล้ว... เมื่อสามปีก่อนในอุบัติเหตุที่ทำให้ฉันเสียความทรงจำแล้วฉันก็จำอะไรเกี่ยวกับพวกท่านไม่ได้เลย...”ฉันก้มหน้าตอบคำถามเขาอย่างช่วยไม่ได้ และทันทีที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นเขาก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาแต่เพียงไม่นานก็กลับมาเป็๞ปกติ

                   “อย่างนั้นเองเหรอ...?คุณน้าคุณอาเสียแล้วเหรอ...?” เขาพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าเล็กๆก่อนที่เขาจะรีบส่ายหน้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเขาก็เริ่มพูดต่อด้วยท่าทีที่เมือนคนถือไพ่เหนือกว่า

                   “แต่แบบนั้นก็ดี...งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน ถ้าเธออยากรู้เ๹ื่๪๫พ่อกับแม่ของเธอ ฉันก็จะเล่าให้ฟังแต่ต้องแลกกับการที่เธอจะต้องรู้จักฉันไปด้วยไม่อย่างนั้นฉันจะไม่เล่าเ๹ื่๪๫ของพ่อกับแม่เธอเด็ดขาด ว่าไงล่ะ?”

                   “แบบนั้นมันขี้โกงนี่คะ...”ฉันหันไปมองจ้องเขาเหมือนจะต่อว่า แต่เขาก็ทำเพียงยักไหล่ให้ด้วยท่าทีไม่ยี่หระ

                   “บนโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ง่ายๆหรอกนะ? ว่าไงจะตกลงหรือเปล่า?”

                   เขาถามฉันด้วยรอยยิ้มกวนๆฉันได้แต่นิ่งอึ้งคิดไตร่ตรองอยู่ในใจว่าควรจะทำอย่างไรดี ใจหนึ่งก็รู้สึกผิดต่อไคท์ที่เป็๲แฟนของฉันแต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะรู้เ๱ื่๵๹พ่อแม่ของตัวเองจนทนไม่ไหวเขาที่เหมือนจะดูออกว่าฉันยังลังเลอยู่จึงลุกขึ้นและรีบพูดให้ฉันตัดสินใจ

                   “ฉันให้โอกาสเธอแค่ตอนนี้เท่านั้นถ้าไม่รีบเลือก งั้นฉันจะไปล่ะนะ”

                   พูดจบเขาก็รีบหันหลังเดินจากไปทันทีปล่อยให้ฉันมองเขาตาค้างหลังจากที่ฉันใช้เวลาตัดสินอยู่อีกหลายนาที สุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะความรู้สึกผิดจนได้ฉันรีบลุกขึ้นวิ่งตามหลังเขาไปและเข้าไปจับมือของเขาเอาไว้

                   “ตกลงค่ะ! ช่วยเล่าเ๹ื่๪๫พ่อกับแม่ให้ฉันฟังทีเถอะค่ะ!” ฉันรีบบอกเขาด้วยเสียงดัง เขาที่ได้ยินแบบนั้นจึงหันมามองฉันด้วยรอยยิ้มก่อนที่เขาจะถามฉัน

                   “เธอพูดว่าตกลงออกมาแล้วนะ?”

                   “ค่ะ!”

                   “เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วนะ?”

                   “ไม่เปลี่ยนใจแน่นอนค่ะ!”

                   “แล้วก็ฉันไม่อนุญาตให้เปลี่ยนใจทีหลังแล้วนะตกลงใช่ไหม?”

                   “ตกลงทุกอย่างนั่นแหละค่ะ! เพราะงั้นรีบๆ เล่าเ๹ื่๪๫ทุกอย่างออกมาได้แล้วค่ะ!” ฉันรีบ๻ะโ๷๞ยืนยันกับเขา ทำให้เขายิ้มกริ่มออกมาเหมือนจะพอใจกับการตัดสินใจของฉัน

                   “ก็ดี งั้นไปกันเถอะ” เขากุมมือของฉันที่จับมือของเขาเอาไว้และดึงให้ฉันเดินตามหลังเขาไปฉันพยายามจะขืนไว้แล้วนะ แต่เขาแรงเยอะมากจนฉันได้ต้องเดินตามหลังเขาไปอย่างช่วยไม่ได้

                   “ไป? ไปที่ไหนคะ?”ฉันถามเขาด้วยความสงสัยและพยายามจะแกะมือออกจากมือของเขา แต่มือของเขามันเหนียวอย่างกับกาวไม่ว่าจะดึงยังไงก็ดึงมือไม่ออกสุดท้ายเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลยไปเท่านั้น

                   “ไปหาที่นั่งคุยกันไงล่ะ อ๊ะร้านนี้ก็ดีเหมือนกันนะ สมัยก่อนพวกเราก็มาทานไอศกรีมที่นี่บ่อยนะแต่เธอคงจำไม่ได้ล่ะสิ” เขาว่าพลางมองซ้ายมองขวาหาร้านที่จะเข้าไปนั่งคุยกันได้สุดท้ายก็จูงมือพาฉันเดินเข้าไปในร้านไอศกรีมจ้าวดังที่ป้ายหน้าร้านเป็๲สีแดง

                   “เดี๋ยวสิคะ ฉันไม่มีเงินนะคะ!”ฉันพยายามดึงมือตัวเองไม่ตามเข้าไปในร้านเพราะไม่มีเงินจะเข้าไปทานไอศกรีมในร้าน

                   “ไม่เป็๲ไร ฉันเลี้ยงเอง”

                   “ฉันเกรงใจ ไม่ต้องหรอกค่ะ เปลืองเงินจะตาย”

                   “ฉันมีเงินเยอะแค่ไอศกรีมร้อยสองร้อย สบายน่า”

                   “แต่ว่า... เพื่อนของฉันรออยู่นะคะ!”

                   “ไว้เดี๋ยวค่อยไปชวนเพื่อนเธอมากินด้วยกันก็ได้ฉันเลี้ยงให้”

                   “แต่ว่า...”ฉันยังพยายามเถียงเขาอยู่

                   “ไม่มีแต่ เข้าไปนั่งได้แล้ว”เขาตัดบทและดึงมือของฉันให้เข้าไปนั่งด้วยกัน

                   ให้ตายสิทำไมฉันถึงต่อปากต่อคำอะไรกับเขาไม่เคยชนะเลยล่ะเวลาฉันต่อปากต่อคำกับคนอื่นไม่เป็๞แบบนี้แท้ๆ ฮึ่ม เขาบอกว่าจะเลี้ยงสินะงั้นจะสั่งไอศกรีมแพงๆ รีดเงินเขาให้หมดตัวเลย คอยดู!

                   “สตรอว์เบอร์รีซันเดค่ะ” ว่าไปนั่นไม่กล้าสั่งแพงหรอก เกรงใจเขาอยู่ดี ( = _ = ; )

                   “ช็อคโกแลตซันเดครับ”เขาหันไปสั่งกับพนักงาน หลังจากที่พนักงานเก็บเมนูเสร็จก็หันมาคุยกับฉัน “สตรอว์เบอร์รี่ซันเดเหรอ?สมัยก่อนเวลาฉันเลี้ยงไอศกรีมเธอ เธอก็มักจะสั่งแต่สตอรว์เบอร์รีซันเดตลอดถึงจะความจำเสื่อมแต่เธอนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ?”

                   “เอ๊ะ... อย่างนั้นหรือคะ?”ฉันถามเขาอย่างไม่มั่นใจเพราะตัวฉันเองก็จำเ๱ื่๵๹ในอดีตไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲แบบนั้นจริงก็คงเป็๲ว่าเพราะฉันเกรงใจเขานั่นแหละฉันถึงสั่งสตรอว์เบอร์รีซันเดที่มันถูกหน่อย จะได้ไม่เปลืองเงินเขามากฉันนี่ก่อนจะความจำเสื่อมก็เป็๲คนดีเหมือนกันสินะ ภูมิใจเล็กๆเหมือนกัน

                   “ถ้าอย่างนั้นฉันจะแนะนำตัวก่อนแล้วกันอย่างน้อยก็ต้องรู้ชื่อกันก่อนล่ะนะ” เขาว่าแล้วก็เริ่มแนะนำตัวให้ฉันฟังด้วยรอยยิ้ม

                   “ฉันชื่อว่าจินตภพ สุทธินารานันท์ ชื่อเล่นว่าจินเพิ่งอายุ 19 ปีนี้ เธอจะเรียกว่าพี่จินเหมือนสมัยก่อนก็ได้สมัยมัธยมต้นเราเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน แล้วฉันก็ไปเรียนต่อม.ปลายที่อเมริกาสามปีเพิ่งได้กลับมาเพราะจะมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทย”

                   “ส่วนฉัน...”ฉันตั้งใจจะแนะนำตัวต่อจากเขาตามมารยาท แต่เขาก็ยกมือขึ้นบอกให้ฉันหยุดก่อน

                   “เธอไม่ต้องแนะนำตัวก็ได้ ฉันรู้เ๱ื่๵๹ของเธออยู่แล้วนี่นาเธอชื่อไอริน วรการกรกุล อายุ 17 และจะอายุ 18 ในวันที่ 18 สิงหาปีนี้ใช่ไหมล่ะ?”

                   “ใช่ค่ะ”ฉันพยักหน้าตอบเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดนั้นถูกต้องทุกอย่างจะว่าไปมันก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะรู้เ๹ื่๪๫ของฉันเพราะคนที่ความจำเสื่อมและลืมเ๹ื่๪๫ของเขาไปทั้งหมดมีแค่ฉันคนเดียวนี่นา

                   “แล้วก็... ก่อนที่เธอจะความจำเสื่อมพวกเราเป็๲แฟนกัน เธอคงรู้แล้วสินะ?” เขาถามฉันด้วยแววตาที่แฝงแววเศร้าสร้อยส่วนฉันก็ได้แต่พยักหน้าตอบรับ

                   “ค่ะ ก็พอจะรู้แล้ว แต่ว่ายังไงก็จำไม่ได้ค่ะ...”

                   “ในขณะที่ฉันยังคงรักและรอที่จะได้กลับมาพบเธอตลอดสามปีแต่พอกลับมาอีกทีก็รู้ว่าเธอลืมเ๱ื่๵๹ของฉันจนหมดแถมยังไปมีแฟนใหม่แล้ว อย่างกับละครหลังข่าวแน่ะ?”เขาว่าพลางหัวเราะหึๆในลำคอราวกับอยากจะประชดโชคชะตาที่เล่นตลกแบบนี้

                   จะว่าไปมันก็ฟังดูโหดร้ายจริงๆ นั่นแหละทั้งๆ ที่เขารอคอยฉันมาตลอดสามปี แต่ฉันกลับลืมเ๹ื่๪๫ของเขาและไปมีแฟนใหม่แบบนี้ ถ้าฉันเป็๞เขาฉันก็คงรู้สึกแย่เหมือนกันคิดได้แบบนี้ก็เล่นเอารู้สึกผิดขึ้นมาเลย

                   “เ๱ื่๵๹นั้น... ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะฉันไม่รู้จริงๆ ก็เลยเผลอไล่คุณไปแบบนั้น” ฉันรีบก้มหัวขอโทษเขาอย่างสำนึกผิดจนเขาต้องทำหน้าเหลอหลารีบโบกไม้โบกมือไปมาเหมือนจะบอกว่าไม่เป็๲ไร

                   “เดี๋ยวสิ ไม่ต้องขอโทษหรอกเ๹ื่๪๫นั้นมันก็ช่วยไม่ได้นี่นา ไม่มีใครคิดหรอกว่าเธอจะความจำเสื่อมแบบนี้”เขาว่าแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆเหมือนจะบอกว่าไม่เป็๞อะไรแล้วจริงๆก่อนที่เขาจะเป็๞ฝ่ายขอโทษฉันบ้าง“ฉันเองก็ต้องขอโทษเธอด้วยนะที่ทำตัวไม่ดีตอนที่เจอกับเธอครั้งแรกตอนนั้นฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเธอความจำเสื่อม”

                   “เ๱ื่๵๹นั้นไม่เป็๲ไรหรอกค่ะก็คุณไม่รู้นี่นาว่าฉันความจำเสื่อม”คราวนี้ฉันเลยต้องเป็๲ฝ่ายที่โบกไม้โบกมือบอกว่าไม่เป็๲ไรเหมือนกับเขาแต่เขาก็ส่ายหน้าและพยายามขอโทษฉันอยู่

                   “ยังไงฉันก็เป็๞คนผิด เธอไม่ได้ผิดอะไรเลยขอโทษนะ”

                   “ไม่ใช่หรอกค่ะฉันต่างหากที่เป็๲คนผิด คุณต่างหากที่ไม่ผิดเลย ขอโทษนะคะ”

                   “ไม่สิ ฉันต่างหากที่ควรขอโทษเธอไม่ผิดสักหน่อย!”

                   “ฉันต่างหากที่ผิดพี่ต่างหากที่ไม่ผิดเลยค่ะ!” และระหว่างที่กำลังเถียงกันฉันก็เผลอหลุดเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเขาจาก ‘คุณ’ เป็๲ ‘พี่’ โดยไม่รู้ตัว

                   “ฉันต่างหากที่ผิด... เอ๊ะ พี่เหรอ?”เขาตั้งใจจะเถียงฉันอีกครั้ง แต่เขาก็ชะงักไปเมื่อรู้ว่าฉันเผลอเรียกเขาว่าพี่

                   “ใช่ค่ะ พี่ไม่ผิดหรอกค่ะฉันต่างหากที่ผิด... อ๊ะ!”

                   แล้วฉันก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเขาโดยไม่รู้ตัวฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเผลอเรียกเขาออกไปแบบนั้นมันอาจจะเป็๞แค่ความบังเอิญ หรืออาจจะเป็๞เพราะว่าสมองของฉันมันเคยชินกับการเรียกเขาว่าพี่ก็เลยเผลอพูดออกไปเองทั้งๆที่ไม่รู้ตัวก็ได้

                   “เอาเป็๲ว่าพวกเราผิดทั้งคู่ก็แล้วกันจะได้ไม่ต้องโทษกันไปกันมาแบบนี้”เขารีบสรุปและตัดจบเ๱ื่๵๹ที่เรากำลังเถียงกันอยู่โดยไม่ได้ว่าอะไรอีกแต่ฉันสังเกตเห็นเหมือนว่าเขายิ้มออกมาด้วยความพอใจอยู่นะ ฉันตั้งใจจะถามเขาต่อถ้าไม่ใช่ว่าพนักงานร้านเอาไอศกรีมออกมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะเสียก่อน

                   “สตรอว์เบอร์รีกับช็อคโกแลตซันเดได้แล้วค่ะ”พนักงานสาวถือถาดที่ใส่ไอศกรีมสองถ้วยมาเสิร์ฟเขาจึงยื่นมือออกไปรับไอศกรีมสองถ้วยนั้นและหันไปยิ้มให้กับพนักงานสาวด้วยรอยยิ้มพริมใจ

                   “ขอบคุณครับ : )”

                   “มะไม่เป็๞ไรค่ะ...”

                   และด้วยรอยยิ้มของเขาก็ทำให้พนักงานสาวถึงกับหน้าแดงขาอ่อนแรงแทบจะลงไปนอนกองกับพื้นฉันแอบเห็นว่าพนักงานสาวคนนั้นหลังจากที่เดินกลับไปก็วิ่งไปกรี๊ดกร๊าดกับเพื่อนสาวที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าร้านด้วย

                   เห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้กลัวสาวไม่หลงหรือไงถึงบริหารเสน่ห์ไปทั่วแบบนี้ ( = _ = * )

                   “นี่แล้วเ๱ื่๵๹...”ฉันตั้งใจจะหันไปถามเขาเ๱ื่๵๹พ่อแม่ด้วยท่าทีหงุดหงิดท่าไม่ใช่ว่าเขายกช้อนไอศกรีมขึ้นมาปิดปากฉันไว้ก่อน

                   “ทานไอศกรีมเย็นๆ ก่อนสิเดี๋ยวไอศกรีมละลายแล้วมันจะไม่อร่อยนะเอานะ? : )”

                   “แต่ว่า...”

                   “ไม่มีแต่ ฉันเป็๞คนเลี้ยงอยากให้เธอกินก็ต้องกิน” เขาไม่พูดเปล่าเอาช้อนไอศกรีมในมือไปตักวิปครีมจากไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี่ซันเดขึ้นมาจ่อตรงปากของฉัน

                   “ฉันทานเองได้ย่ะ!”ฉันรีบแย่งช้อนออกมาจากมือเขาด้วยความหงุดหงิด เขาที่เห็นแบบนั้นหัวเราะคิกคักฉันจึงหันไปจ้องเขาตาเขม็ง

                   “หึงที่เห็นฉันไปยิ้มให้กับสาวอื่นหรือไง?”

                   “ใครหึงกันคะ!? ไม่มีสักหน่อยค่ะ!”

                   “ก็เธอไง หึงอยู่ชัดๆ”

                   “ไม่ได้หึงค่ะอย่ามาคิดเองเออเองสิคะ!”

                   “ถ้าไม่ได้หึง...งั้นเธอหงุดหงิดอะไรกันล่ะ?”เขาเอียงคอถามฉันด้วยรอยยิ้มราวกับรู้ทันทำให้ฉันชะงักกึก

                   นั่นสินี่ฉันหงุดหงิดอะไรเขากันนะ? ถ้านี่ไม่ใช่การหึงแล้วล่ะก็... ใช่แล้ว! ฉันก็แค่หงุดหงิดที่เขาไม่ยอมเล่าเ๱ื่๵๹ของพ่อกับแม่ของฉันสักที!มันก็แค่นั้นแหละ!ฉันพยายามหาเหตุผลมาอธิบายว่าตัวเองหงุดหงิดเ๱ื่๵๹อะไรกันแน่ทั้งที่จริงๆก็รู้อยู่แก่ใจยู่แล้วว่าสาเหตุที่ตัวเองหงุดหงิดมันเพราะอะไรกันแน่

                   สุดท้ายแล้วฉันก็เลยได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานไอศกรีมไปโดยไม่ได้ต่อปากต่อคำอะไรกับเขาอีกพอรู้สึกตัวอีกทีทั้งเขาทั้งฉันต่างก็ทานไอศกรีมกันจนหมดแล้วและเขาก็เดินไปจ่ายเงินโดยที่ฉันยืนรอเขาอยู่หน้าร้านตั้งใจว่ายังไงก็จะเค้นความจริงเ๹ื่๪๫พ่อแม่ของฉันจากเขาให้ได้ ถ้าไม่ใช่ว่ามีเสียงๆหนึ่ง๻ะโ๷๞เรียกฉันดังขึ้นเสียก่อน

                   “ไอริน หายไปไหนมาเนี่ย? ตามหาตั้งนาน!”

                   เดียร์ที่เดินมาเจอฉันยืนอยู่นอกร้านไอศกรีม๻ะโ๷๞เรียกชื่อของฉันทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าฉันเผลอเดินตามเขามาโดยที่ทิ้งเดียร์ไว้ที่ร้านเสื้อผ้านานเป็๞ชั่วโมงเลยนี่นาเขาเองเมื่อเดินออกมาจากร้านก็เห็นเดียร์กำลังเรียกฉันอยู่ เขาเลยหันมาพูดกับฉันอย่างเสียดาย

                   “ว้า เสียดายจัง เพื่อนเธอมาแล้วท่าทางเวลาเดทของวันนี้จะหมดแล้วสิ”เขาว่าพลางยักไหล่ด้วยท่าทีไม่ยี่หระเหมือนจะไม่ได้เสียดายจริงอย่างที่ว่าและฉันก็รีบหันไปเถียงเขาทันที

                   “ไม่ใช่เดทสักหน่อยค่ะ!ฉันก็แค่ตามคุณมาเพราะว่าอยากรู้เ๹ื่๪๫ของพ่อแม่เท่านั้นแหละเพราะงั้นรีบเล่าเ๹ื่๪๫ของพ่อแม่ให้ฉันฟังได้แล้วค่ะ!”ฉันเถียงเขาเสียงแข็งพลางจ้องเขาเขม็งเป็๞การกดดันให้เขาเล่าเ๹ื่๪๫ของพ่อแม่ฉันได้แล้วแต่สิ่งที่เขาทำมีเพียงแค่การหัวเราะคิกคักตอบเท่านั้น

                   “หืม? เป็๲อย่างนั้นหรอกเหรอ? ว้าไอ้ฉันก็นึกว่านี่เป็๲เดทเสียอีก”เขาหัวเราะคิกคักออกมาก่อนจะมองเวลาในนาฬิกาข้อมือของตัวเอง“แต่ว่าตอนนี้มันก็เริ่มเย็นแล้วนะเอาไว้คราวหน้าฉันค่อยเล่าเ๱ื่๵๹ของพ่อแม่เธอให้ฟังทีหลังดีกว่าเพราะเวลาแค่นี้คงเล่าอะไรได้ไม่เยอะหรอก”

                   “แบบนั้นมันขี้โกงนี่คะ!? ก็ตกลงแล้วนี่นาว่าจะเล่าให้ฟังน่ะ!”

                   “ฉันบอกว่าจะเล่าให้ฟังแต่ไม่ได้บอกว่าจะเล่าให้ฟังวันนี้นี่นา?”เขาพูดพลางมองตาฉันด้วยแววตาเ๽้าเล่ห์สุดๆ ทำให้ฉันได้แต่เหวอเพราะมันเป็๲อย่างที่เขาพูดจริงๆ

                   เขาไม่เคยพูดเลยว่าจะเล่าให้ฉันฟังวันนี้ฉันเสียรู้เขาจนได้! ทำไมเขาถึงได้เป็๞คนขี้โกงแบบนี้!แบบนี้ก็เหมือนกับเขาได้มาเดทกับฉันฟรีๆน่ะสิ!(จริงๆก็ไม่ฟรีหรอก ก็เขาเลี้ยงไอศกรีมฉันไปแล้วนี่นา)

                   “ทั้งๆ ที่ฉันมองคุณดีขึ้นแล้วแท้ๆทำไมถึงเป็๲คนแบบนี้กันคะ? นิสัยไม่ดีเลย! ( = _ = * )”

                   “ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็จะไม่มีเหตุผลให้เธอมาเจอกับฉันอีกน่ะสิ”เขายกมือขึ้นมาแตะหัวฉันเบาๆ พร้อมทั้งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

                   “เพราะอย่างนั้นฉันก็เลยต้องทำแบบนี้ฉันจะได้หาข้ออ้างมาเจอเธออีกไง : )”

                   พูดจบเขาก็โบกมือลาฉันและก็เดินจากไปทั้งอย่างนั้นเป็๞จังหวะเดียวกับที่เดียร์เดินมาหาฉัน พอเดียร์สังเกตเห็นท่าทางแปลกๆ ของฉัน เธอก็ถามขึ้นด้วยความเป็๞ห่วง

                   “ไอริน เธอเป็๲อะไรหรือเปล่า? หน้าแดงเชียว?หรือตากแอร์นานไปจนเป็๲หวัดหรือเปล่า?” เดียร์ถามด้วยความเป็๲ห่วง ฉันจึงได้แต่พยักหน้าตอบออกไป

                   “อื้อ ท่าทาง... จะเป็๞หวัดล่ะ...”

                   หวัดที่เกิดขึ้นกับฉันนี่มันประหลาดสุดๆไปเลยนะ...

                   เพราะมันเป็๲หวัดที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นตึกตักไม่หยุดเลย...