ในที่สุดและสุดท้าย ด้วยคำถามร้อยๆ ที่ต้องถามเขาก็ได้หนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง เขาเริ่มสัมภาษณ์ตัวของ
บิลลี่ แบรดฟอร์ด เอง โดยเธอจัดเวลาให้เป็ประจำวันละ 1 ชั่วโมงในตอนบ่าย เพื่อจะตอบคำถามของเขาลงในเครื่องบันทึกเสียง
และเขาก็ได้รู้จักงานอาชีพของเธอ ความเป็คนตรงไปตรงมา อารมณ์ขันที่ทำให้งานดูไม่เป็งานเท่าใดนัก นอกเสียจากที่เขาตั้งใจจะถามเพื่อหาข้อมูลในสิ่งที่้าจริงๆ
และขณะนี้เขากำลังเป็อยู่ ภายใต้อากาศในยามบ่ายที่ร้อนจนเหงื่อโชกของปลายเดือนสิงหาคมมุ่งหน้าเพื่อจะได้ไปสัมภาษณ์กับ...แต่...ไม่ใช่...ไม่มีการสัมภาษณ์ในวันนี้ เขานึกขึ้นมาได้ บิลลี่ แบรดฟอร์ด เพิ่งจะยกเลิกการนัดหมายนั้น เธอกำลังมีธุรกิจวุ่นวาย เื่นี้ทำให้เขาออกจะไม่พอใจนัก การยกเลิกการนัดหมายครั้งนี้...เพิ่งจะเป็ครั้งที่ 2 นับแต่ได้เริ่มงานกันมา แต่นอร่าก็ได้บอกอย่างชัดเจนแล้ว สุภาพสตรีหมายเลข 1...ท่าน้าที่จะพบเขาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เกี่ยวกับเื่อื่น เขาพิศวงว่ามันควรจะเป็เื่ใดกันแน่...
เขาเพิ่งจะพ้นมาจากสวนสาธารณะลาฟาแยตต์...ข้ามถนนเพนซิลวาเนีย อเวนิว ใกล้ซุ้มยามรักษาการณ์ เขาเปิดกระเป๋าเงินเพื่อแสดงบัตรประจำตัวเ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเช่นเคย…เดินขึ้นไปตามทางโค้ง สู่ปีกทางเข้าด้านทิศเหนือ เขามาถึงบันไดใหญ่ซึ่งปูด้วยพรมสีแดง ซึ่งมีภาพวาดของเฮอร์เบิร์ท ฮูเวอร์ ประดับไว้ ก้าวขึ้นบันไดทีละสองขั้น ผ่านภาพวาดของวูดโรว์ วิลสัน และแฟรงคลิน ดี. รูสเวลท์ และเมื่อขึ้นถึงบันไดขั้นบนสุดก็ได้รับการต้อนรับโดย นอร่า จัดสัน
“ผมทำเวลาได้ 15 นาที พอดีไหม” ปาร์คเกอร์ถามกระพือลมให้ตัวเอง “ผมรีบมาแทบแย่ ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบคอยผมนาน”
“ฉันกลุ้มใจจะแย่อยู่แล้วละค่ะ” นอร่าตอบ “กลัวว่าคุณจะโดนรถบรรทุกชนตาย หรือไม่ก็เพราะตัวคุณเอง”
“ตัวเองอะไรกัน สั่นทุกทีเวลาอยู่ต่อหน้าผู้หญิง”
“เอาไว้พูดเื่นั้นกันเวลาอื่นเถอะค่ะ”
“เรานัดพบกันหน่อยได้ไหมล่ะ”
“ไม่ได้ค่ะ” เธอตอบเสียงแข็ง เดินนำหน้าเขาเข้าไปยังห้องสีเหลืองรูปรีนั้น “อย่างไรก็ตามคุณมาได้ทันเวลาพอดี การให้สัมภาษณ์ของท่านเพิ่งจะเสร็จไปเมื่อสัก 10 นาทีนี่เอง พวกผู้สื่อข่าวไปกันหมดแล้ว พวกเ้าหน้าที่โทรทัศน์กำลังเก็บเครื่องไม้เครื่องมืออยู่”
“ท่านไม่สามารถทำตามนัดได้จริงๆ” หรือ
“ท่านมีหมายกำหนดการที่รัดตัวมาก เื่ที่จะต้องเดินทางไปมอสโคว์ตอนบ่ายวันพรุ่งนี้ แลดบิวรี่เพิ่งมาจากลอนดอน...ทั้งๆ” ที่น่าจะมาั้แ่เมื่อวานนี้แล้ว...แล้วก็เลยบังคับให้ท่านลองเสื้อตัวสุดท้าย ที่ท่านจะใส่ในการประชุมสุดยอดที่ลอนดอน ต่อจากนั้นอาทิตย์หน้า ฉันก็เลยต้องเปลี่ยนแปลงรายการอะไรต่อมิอะไรหมด...แล้วท่านก็ยังมีงานจะต้องถ่ายภาพให้กับนิตยสาร เฮ้าส์ บิวทิฟูล ที่จะต้องทำ เราเลื่อนไม่ได้อีกแล้ว ท่านจะต้องร่วมเดินทางไปกับท่านทูตฝรั่งเศสที่จะไปชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
“แล้วท่าน้าพบผมเื่อะไรล่ะ” ปาร์คเกอร์ถาม
“ฉันไม่ทราบค่ะ” นอร่าตอบ “ท่านมีเวลาให้คุณ 5 นาที หลังจากที่เสร็จจากการให้สัมภาษณ์ และก่อนที่จะลองเสื้อ...เรามาถึงแล้วค่ะ”
ทั้งคู่เดินมาถึงทางเข้าสู่ห้องสีเหลืองแล้ว ยืนอยู่เคียงข้างกัน ขณะที่เ้าหน้าที่โทรทัศน์ขนเครื่องมือของเขาออกมา พอพวกนั้นลับร่างไปหมดแล้ว นอร่าก็เดินนำเข้าไปภายในติดตามด้วยปาร์คเกอร์
ไม่มีใครอยู่ในห้องนั้นเลยนอกจาก บิลลี่ แบรดฟอร์ด เธอกำลังยืนหันหลังให้เขา ผมสลวยสีบลอนด์ของเธอยาวจรดไหล่ เธอยื่นแขนเกาะโซฟาตัวหนึ่ง และทรุดตัวลงนั่งเตะรองเท้าออก...ตอนนั้นเองที่เธอเหลือบเห็นเขาทั้งสองคน
“โอ...นอร่า...ฉันกำลังสงสัยอยู่ทีเดียวว่าเธอไปอยู่เสียที่ไหน...เฮลโล...กาย” เธอชี้ไปที่โซฟาที่อยู่ใกล้ “นั่งสิคะ”
ปาร์คเกอร์เดินไปทรุดตัวลงนั่งตามหน้าที่
“สวัสดีครับ ท่านผู้หญิงแบรดฟอร์ด”
“กาย...ได้โปรดเถอะ” เธอขัดขึ้น ชักสีหน้าอย่างรำคาญใจ “เป็ครั้งที่สิบแล้วนะ...คุณเลิกเรียกฉันว่า ท่านผู้หญิงแบรดฟอร์ดเสียทีได้ไหม...ฉันหมายความตามนั้นจริงๆ” นะฉันนั่งอยู่ที่นี่ พบคุณทุกวัน เราต่างก็แจ้งใจกันดี...ฉันเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างต่อหน้าคุณ ทั้งด้านจิตใจและร่างกาย ยอมให้คุณมองดูโครงกระดูกที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าของฉันทุกใบ และคุณก็ยังจะมาทำเป็เ้าพิธีการอยู่อีก เปลี่ยนมันั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป เข้าใจไหม โดยเฉพาะ...ฉันขอให้คุณไตร่ตรองคำพูดที่คุณจะพูดกับฉันด้วย นับั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป...ลาก่อน...ท่านผู้หญิงแบรดฟอร์ด...เฮลโล บิลลี่...
เธอเอียงแก้มให้เขา
“จูบเสียสิ” เธอว่า
เขาโน้มตัวเข้าไปจูบเธออย่างขลาดๆ
“เฮลโล บิลลี่” เขาว่า
เธอชี้ไปที่ นอร่า จัดสัน ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม
“ใช้ได้ไหม นอร่า... เป็อย่างไรบ้างการให้สัมภาษณ์”
“ทำได้วิเศษมากค่ะ ตรงไปตรงมาแล้วก็เปิดเผยดีไม่มีข้อสงสัยอะไรเลย รู้สึกว่าพวกเขาจะชอบท่านมากด้วยค่ะ”
“ฉันก็หวังว่าจะเป็อย่างนั้น เพื่อเห็นแก่แอนดรู ฉันคิดว่าจะต้องทำให้บ่อยขึ้น”
“น่าจะต้องทำนะคะ” นอร่าตอบ
บิลลี่หันมาทางปาร์คเกอร์
“ฉันต้องขอโทษด้วยที่วันนี้ต้องะโหนีเหตุการณ์ตอนที่สำคัญที่สุดในชีวิต และวาระสำคัญของท่านผู้หญิง เราทิ้งเฮโรอีนไว้ตรงไหนนะ สะกดรอยตามมันหรือยัง”
“ยังครับ เพิร์ล ไว้ท์...ยังไม่ถึงตอนนั้น” ปาร์คเกอร์ยิ้นจนเห็นฟัน “เมื่อวานนี้เราจบลงตรงที่ว่า ท่านกำลังเรียนอยู่ในชั้นปีที่ 3 และได้รับทุนทางสาขาวรรณคดีจากมหาวิทยาลัยไปอังกฤษ”
สีหน้าของบิลลี่สลดลง
“ใช่” เธอพูด “การเดินทางครั้งที่ฉันได้พบกับเจเนต ฟาร์เลจ์ คุณมีชื่อเธอที่เขียนอยู่ในเื่แล้วนี่”
“ครับ ถูกต้อง เป็สาวชาวอังกฤษที่เขียนนวนิยาย เธอเป็เพื่อนที่ดีคนหนึ่งของท่าน เท่าที่ผมได้อ่านพบ”
“เธอเป็อย่างนั้นจริงๆ” "สีหน้าของบิลลี่เศร้าลง “เธอเสียชีวิตแล้วเมื่อคืนนี้...ด้วยโรคมะเร็ง ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเธอเป็โรคนั่น ท่านทูตอังกฤษได้เขียนจดหมายให้คนมาส่งให้เมื่อเช้านี้ เพื่อบอกให้ฉันทราบ...ท่านทูตเป็เพียงคนหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนที่รู้ว่าเราสนิทกันแค่ไหน ฉันอยากบอกคุณว่า มันเป็เื่ที่ะเืใจมาก”
“ผมเสียใจด้วยครับ” ปาร์คเกอร์ตอบ
“ฉันพบกับเจเนต ฟาร์เลจ์ ในการเดินทางไปทัศนศึกษาครั้งนั้น ฉันพักอยู่กับเธอ...เธอเป็คนที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับฉันระหว่างที่อยู่ในลอนดอน...แก่กว่าฉัน 10 ปี เรากลายมาเป็เพื่อนสนิทกัน ฉันเหินห่างเธอไปบ้าง งานในทำเนียบขาวนี่มันกีดกันเื่อื่นๆ” เอาไว้หมด ฉันหวังว่าจะได้พบเธอในลอนดอนในสัปดาห์หน้านี้ แต่มาถึงเวลานี้...ฉันก็คงต้องโทรศัพท์ไปหาสามีกับลูกของเธอ
นอร่าก้มลงมองดูนาฬิกาข้อมือ
“บิลลี่คะ...ดิฉันไม่อยากขัดท่านเลย...เรามีเวลาน้อยมากแล้วนะคะ”
บิลลี่ปลุกตัวเองขึ้นจากภวังค์
“ดีมาก ตลอดทั้งวันนี้ไม่ได้คิดถึงมันเลย หมุนไปหมุนมาอยู่อย่างนี้” เธอยิ้มให้ปาร์คเกอร์ “ก่อนหน้านี้เราพูดถึงเื่อะไรนะ ตอนที่คุณเข้ามาน่ะ...อ๋อ...เกี่ยวกับการที่ะโหนีวันนี้...ฉันกำลังจะจัดให้คุณ เพราะฉะนั้นฉันจึงได้เรียกคุณมาพบ”
กาย ปาร์คเกอร์ คอย...
ครู่หนึ่ง บิลลี่จึงได้พูดท่าทางเริงรื่น
“บ่ายพรุ่งนี้เราก็ออกเดินทางแล้ว โดยเครื่องบินกองทัพอากาศไปมอสโคว์ มันจะต้องเป็การเดินทางระยะยาว ที่ไม่ได้สนุกสนานอะไรเลย ฉันก็มีโอกาสที่จะอ่านเื่ของตอลสตอยไปตลอดทาง หรือไม่ก็คุยกับตัวเองจะเป็แอนนา คาเรนน่า หรือ บิลลี่ แบรดฟอร์ด ตลอดเวลา 8 ชั่วโมงนั่น เมื่อไม่มีการประกวดประชัน...ฉันก็เป็ฝ่ายชนะ...บนเครื่องบินนั้น ฉันอยากจะคุยเื่ของตัวเองให้คุณฟัง หรือถ้าจะพูดอีกอย่างหนึ่ง กาย...ฉันกำลังเชิญคุณให้ร่วมเดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศไปมอสโคว์ด้วย เราจะได้คุยกันตลอดทาง ทั้งขาไป...ขากลับ...คุณเคยไปมอสโคว์ไหม”
ปาร์คเกอร์ประหลาดใจเต็มที่
“ทำไมล่ะครับ...ไม่เคย...แต่...ครับ...ขอบคุณท่านมาก...แต่นี่เป็เื่ที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย ผมหมายความว่า...ผมอยากมีเวลาเตรียมตัวสักหน่อย...เื่หนังสือเดินทาง”
“กาย...จริงๆ” นะเธอล้อเขา “ตื่นเต้นอะไรอย่างนั้นล่ะ ฉันรู้ประวัติของคุณดี...เป็หน่วยสืบราชการลับในเวียดนาม...นักสืบ...หรืออะไรพวกนั้น...คุณน่าจะเคยชินกับการเปลี่ยนแปลงสิ...ลงมือได้...คุณถือหนังสือเดินทางการทูตอยู่นี่ เราจะจัดการเื่นี้ให้...เพียงแต่จัดกระเป๋าแล้วออกเดินทางได้ คุณจะต้องร่วมเดินทางโดยตลอดเลย ถ้าฉันไม่ได้อยู่เป็เพื่อนคุณตอนไหน นอร่าก็จะอยู่...เป็ยังไง”
ปาร์คเกอร์มองไปทางนอร่า
“ดีมากครับ ท่านผู้หญิง...เอ้อ...บิลลี่” เขาตอบ “ผมคงต้องรีบตะเกียกตะกายรวบรวมอะไรให้พร้อม”
ขณะที่เขาลุกขึ้นยืน บิลลี่พูดว่า
“นอร่าจะบอกรายละเอียดในการเดินทางให้ และั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป...พรุ่งนี้พบกัน”
มีเสียงเคาะประตู นอร่าเดินไปเปิดอย่างรวดเร็ว หัวหน้าตึกก้าวเข้ามาครึ่งก้าว รายงานว่า
“มิสเตอร์แลดบิวรี่ และมิสควอลส์ มาถึงแล้วครับผม”