
ตอนที่1 รักแท้ของนวล
แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมาบนใบหน้าคมสันของเอก เขาปล่อยให้สายลมพัดผ่านเส้นผมสีดำขลับ
ดวงตาคู่คมมองออกไปยังทุ่งข้าวโพดเขียวขจีที่แผ่กว้างสุดลูกหูลูกตา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดมกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และกลิ่นข้าวโพดอ่อนๆ ที่ปะทะจมูก
เอกหนุ่มไทย ขับรถไถค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามแปลงข้าวโพดบนูเา ชายหนุ่มคิดถึงพ่อเสมอ พ่อเป็คนสอนให้เขารักการทำเกษตร
สอนให้เขารู้จักความอดทน และความสำคัญของครอบครัว พ่อเสียชีวิตไปั้แ่เขาอายุเพียง 15 ปี
ทิ้งให้เขาอยู่กับแม่ ทั้งสองต้องช่วยกันดูแลไร่ข้าวโพด 100 ไร่บนูเาแห่งนี้ ส่วนมากเอกเป็คนทำไร่มากกว่าแม่ เพราะเขาไม่อยากให้แม่ลำบาก
"แม่ครับ เอกจะดูแลไร่ให้ดีที่สุดเลยนะครับ"
เอกพูดกับตัวเองเบาๆ ทุกวันเอกต้องตื่นั้แ่เช้ามืด เพื่อมาทำงานบนไร่ เขาต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
ทั้งไถพรวนดิน ปลูกข้าวโพด ดูแลวัชพืช และเก็บเกี่ยวผลผลิต แม้จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน แต่เอกก็ไม่เคยบ่น
ส่วนแม่ของเขา ก็จะเป็คนทำอาหารมาส่งให้เขากินทุกวัน และกลับไปทำงานอยู่ที่บ้านเตรียมอาหารเย็นใว้รอเอกด้วย
เขาทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ เพราะนี่คือมรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้ และเป็สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำเพื่อแม่ได้
หลังเลิกงาน เอกมักจะกลับไปช่วยแม่ทำอาหาร และนั่งคุยกันถึงเื่ราวต่างๆ ในแต่ละวัน แม่ของเอกเป็ผู้หญิงที่เข้มแข็ง อดทน และใจดี
เธอเป็เสาหลักของครอบครัวมาโดยตลอด เอกรักและเคารพแม่มาก
"แม่ครับ พรุ่งนี้เอกจะไปซื้อปุ๋ยใหม่นะครับ"
เอกกล่าวกับแม่ที่กำลังนั่งเย็บผ้าอยู่
"ไม่ต้องซื้อหรอกลูก เอาเงินเก็บไว้ใช้จ่ายอย่างอื่นเถอะ"
แม่กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่เป็ไรครับแม่ เอกอยากให้ไร่ของเรามีผลผลิตดีๆ "
เอกยืนยันกับแม่ของเขา แม่ของเอกยิ้มให้ลูกชายด้วยความรักและชื่นชม
"ลูกของแม่เก่งที่สุดเลย"
เอกนอนลงบนที่นอนฟูกบางๆ ในบ้านไม้ หลังเล็ก มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่เต็มไปด้วยดวงดาว เขาฝันถึงอนาคตที่สดใส
เขาอยากจะพัฒนาไร่ข้าวโพดให้ใหญ่ขึ้น อยากจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้แม่ ได้อยู่สบาย และอยากจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข กับครอบครัว
แสงแดดตอนบ่ายสาดส่องลงมาบนเส้นทางลูกรัง ที่คดเคี้ยวขึ้นสู่ยอดเขา นวลขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง
เธอเตรียมอาหารกลางวันใส่ตะกร้าหวายมาให้เอก ลูกชายคนเดียว ที่กำลังขยันขันแข็งทำงานบนไร่ข้าวโพด
"ใกล้ถึงแล้วลูก"
นวลพูดกับตัวเองเบาๆ เธอกังวลกลัวลูกจะหิวข้าว เพราะวันนี้เธอมาสาย เพราะมีธุระที่ลงไปคุยเื่ปุ๋ยที่ลูกชาย้าซื้อ
กับเถ้าแก่ขายปุ๋ย ความเร่งรีบวุ่นวายั้แ่เช้า ทำให้ใบหน้าของเธอฉายแววอ่อนล้า
ขณะที่กำลังขับรถขึ้นเนินสูงชัน รถมอเตอร์ไซค์ก็เสียหลักไถลลงข้างทาง นวลร้องออกมาด้วยความใ
ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง ขาของเธอเ็ปมาก จนแทบจะขยับไม่ได้
"โอ๊ย!"
นวลร้องออกมาด้วยความเ็ป นอนอยู่บนพื้นดินเย็นๆ หญิงสาวรู้สึกสิ้นหวัง เธอคิดถึงเอกขึ้นมาทันที
ไม่รู้ว่าลูกชายจะหิวและเป็ห่วงเธอขนาดไหนเมื่อหญิงสาวไม่เอาข้าวไปส่งให้ตรงเวลา และถ้าใช้เวลาเดินทางนานเกินไป
เอกต้องเป็ห่วงเธอแน่ๆ ยิ่งคิดทำให้หญิงสาวแทบสลบ ในขณะที่กำลังจะหมดสติไปนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงรถโฟร์วิลมาไกลๆ
'โชคดีเหลือเกิน'
นวลคิดในใจ หมอมนัส หมอประจำอนามัยของหมู่บ้าน ขับรถโฟร์วิลผ่านมาพอดี เห็นนวลนอนอยู่ข้างทาง จึงรีบจอดรถลงไปช่วยเหลือทันที หมอมนัสอุ้มนวลขึ้นรถโฟร์วิลอย่างระมัดระวัง แล้วรีบขับไปส่งที่สถานีอนามัย
"ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณนวล เดี๋ยวหมอจะดูแลให้"
หมอมนัสพูดปลอบใจนวล ระหว่างขับรถไปส่งนวลที่อนามัย นวลได้เล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้หมอมนัสฟัง
หมอมนัสฟังด้วยความสนใจและเห็นใจ เขาบอกว่านวลโชคดีมาก ที่เขามาพบเห็นพอดี ถ้าหากปล่อยให้นอนอยู่ข้างทางนานกว่านี้ อาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
"ขอบคุณหมอมากนะคะที่ลงมาช่วยนวล"
นวลกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง เมื่อมาถึงสถานีอนามัย หมอมนัสตรวจดูอาการเบื้องต้นอย่างละเอียด
พบว่านวลขาบวมอักเสบไม่ถึงกับหัก และมีรอยฟกช้ำตามตัวหลายแห่ง หมอมนัสจัดยาพาราให้นวลกินยาแก้ปวด
และนำส่งนวลไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย
"คุณนวลจะต้องไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลก่อนนะครับ รอดูอาการ ให้หมอตรวจละเอียดอีกที"
หมอมนัสกล่าว นวลรู้สึกเสียใจที่ต้องนอนรอดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลในอำเภอ เพราะเธอเป็ห่วงเอกมาก แต่หมอมนัสก็บอกว่าจะโทรศัพท์ไปแจ้งให้เอกทราบ
แดดอ่อนๆ ยามบ่ายคล้อยส่องกระทบตัวรถไถที่จอดนิ่งอยู่ข้างกระท่อมบนูเา เอกเฝ้ารอแม่ด้วยความร้อนใจเป็ห่วงแม่ของเขามากๆ
ชายหนุ่มรู้ดีว่าแม่ต้องเตรียมอาหารกลางวันมาส่งเขาแน่ๆ แต่วันนี้ทำไม? มาช้ามากหลายชั่วโมง
เอกเดินวนไปวนมาอยู่หน้ากระท่อม ก่อนจะตัดสินใจคว้ากุญแจมอเตอร์ไซค์คู่ใจ แล้วขับลงจากูเา
เพื่อไปตามหาแม่ ที่ร้านขายปุ๋ย เมื่อมาถึงเถ้าแก่บอกเอกว่าแม่เขากลับไปตั้งนานแล้ว เอกจึงตัดสินใจขับรถกลับมาที่บ้านอีกครั้ง
ขณะที่กำลังจะเปิดประตูเข้าบ้าน โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อก็สั่นขึ้น เอกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็เบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เขาตัดสินใจรับสาย
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................