แฟนครับ ไม่ใช่พ่อ

    #แฟนครับไม่ใช่พ่อ บทที่ 4

    วันศุกร์แสนจะสุดหรรษาของเหล่าพนักงานที่เป็๲วันสุดท้ายของสัปดาห์ เพราะบริษัทหยุดงานเสาร์-อาทิตย์ 

    "กูจะไปชงกาแฟ มึงไปด้วยมั้ย" วินหันไปถามเพื่อนสนิทอย่างริว ที่กำลังเตรียมเอกสารเพื่อจะลงไปตรวจระบบบำบัดน้ำเสียร่วมกับบริษัทที่จ้างมาตรวจ เพื่อนำข้อมูลส่งหน่วยงานที่รับผิดชอบเ๹ื่๪๫นี้ 

    "ไม่อะ เดี๋ยวกูจะไปแล้ว" 

    "เออ ๆ" วินพยักหน้า พร้อมกับหยิบไอแพดคู่ใจและหมวกเขียวประจำตำแหน่ง

    แล้วเดินออกจากห้องทำงานมุ่งหน้าไปที่ครัวขนาดย่อมของออฟฟิศ ที่ด้านในมีตู้เย็น 1 ตู้ ถัดเข้ามามีซิงค์ล้างจาน ด้านหลังมีเครื่องกดน้ำร้อน และกล่องสี่เหลี่ยมใส่กาแฟซองรวมถึงโอวัลตินไว้ให้กับพนักงาน

    แต่พอไปถึงก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเจอคนที่ชอบกำลังยืนชงกาแฟอยู่

    "มาชงกาแฟเหมือนกันเหรอครับ" พอลเอ่ยทักทายอย่างเป็๲กันเอง

    "ค...ครับ" ที่เคยบอกว่ากล้า พอเอาเข้าจริงก็ไปไม่เป็๞เหมือนกัน

    วินค่อย ๆ เดินเข้าไปหยุดใกล้ ๆ อีกฝ่าย แล้วเอื้อมมือหยิบแก้วกระดาษและซองกาแฟ 

    "เป็๞ จป. สนุกไหม" อีกฝ่ายชวนคุยอีกครั้ง

    วินหันมามองแว๊บนึง แว๊บเดียวจริง ๆ แล้วรีบหันกลับไป เพราะเขินไม่ไหวแล้ว

    "ก็...สนุกดีครับ" ตรงกันข้ามเลยต่างหาก ปวดหัวสุด ๆ 

    "ดีแล้วที่วินสนุก เพราะพี่เคยคุยกับ จป.ที่เก่า เขาบอกโคตรปวดหัว" พอลหัวเราะ

    "เขาก็พูดถูกครับ" วินยอมรับโต้ง ๆ ทั้งที่เมื่อกี้ยังบอกว่าสนุกอยู่เลย

    "อ้าว! เปลี่ยนใจแล้วเหรอ" พอลแซว

    "ครับ ก็มันปวดหัวจริง ๆ หนิ ทั้งเอกสาร ทั้งคนอีก" วินเลิกทำทรง แล้วระบายความในใจออกมา

    พอลยืนอมยิ้มให้รุ่นน้องด้วยความเอ็นดู พอวินเห็นก็ยืนช็อก 

    (รอยยิ้มนี้มันใกล้เกินไปแล้วครับพี่พอล) หูของวินเริ่มขึ้นสี

    "สู้ ๆ นะ พี่ไปทำงานต่อแล้ว" พอลบอกลารุ่นน้อง

    "ค...ครับ" วินพยักหน้า

    ตึก ตัก ตึก ตัก วินกุมมือไปที่หัวใจพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมา หลังจากเก็บอาการมานาน

    "ก็พี่น่ารักซะขนาดนี้ จะไม่ให้ผมชอบได้ไง" ปกติวินต้องเติมน้ำตาลลงในกาแฟเพิ่ม แต่วันนี้ของด เพราะชีวิตมันหวานอยู่แล้ว

    วินกระดกกาแฟร้อน ๆ เข้าปาก " อื้อ...ขมชะมัด!!"

    ที่แรกกะจะไม่ใส่น้ำตาล แต่พอกินเข้าไปแล้ว มันไม่ไหวจริง ๆ สุดท้ายก็เติมน้ำตาลเหมือนเดิม

    หลังจากดื่มกาแฟเติมพลังเต็มเปี่ยม ก็สวมหมวกประจำตำแหน่ง แล้วเดินลงไปข้างล่าง เพื่อไปสำรวจหาจุดเสี่ยงในไลน์ผลิตพร้อมกับตรวจถังดับเพลิงประจำเดือนไปด้วย เช้านี้จะไปที่ตึก 1 และ 2 ก่อน ส่วนตึก 3 ตอนบ่ายค่อยมา เพราะตึก 3 แก้ไขจุดเสี่ยงไปได้เยอะแล้ว

    "มึง จป. มา!" พนักงานรีบสะกิดเพื่อนให้สวมที่อุดหูให้เรียบร้อย 

    "เฮ้อ...ก็กูอึดอัดอะ แม่งจะให้ใส่เยอะแยะทำไมก็ไม่รู้" พนักงานคนนั้นบ่น 

    วินสวมที่อุดหูก่อนจะเดินเข้าไปในห้องผลิตนั้น เพราะห้องนี้เสียงเครื่องจักรดัง และไม่สามารถเปลี่ยนให้เสียงเบาลงได้ แต่ยังจำเป็๞ต้องให้พนักงานทำงานอยู่ วิธีแก้สุดท้ายคือให้สวมที่อุดหู เพื่อลดผลกระทบต่อระบบการได้ยินให้กับพนักงาน

    วินเดินสำรวจจุดต่าง ๆ พร้อมกับสังเกตพนักงานไปด้วย ว่ายังป้องกันหูตัวเองอยู่ไหม

    หลังจากเดินสำรวจภายในห้องนั้นเสร็จ ก็เดินกลับออกมา แล้วตรวจถังดับเพลิงแต่ละจุดต่อ ว่ายังพร้อมใช้งานอยู่ไหม 

    ระหว่างที่เดินสำรวจ ก็รับรู้ถึงสายตาของพนักงานหลายคนที่บ่งบอกว่าไม่ค่อยถูกใจที่มี จป. มาเดินสักเท่าไหร่ 

    วินรู้ วินเห็น แต่วินต้องฮึบไว้ เพราะหน้าที่มันกำหนดให้เป็๞เช่นนั้น 

    วินเดินต่อไปที่คลังสินค้า ซึ่งเป็๲ตึกที่ 2 รถโฟล์คลิฟท์กำลังยกของขึ้นชั้นเก็บของ

    "ฮัลโหลพี่ชาย" วินเอ่ยทักทายคินที่กำลังยืนตรวจเช็คของอยู่ 

    "ไง จป. วันนี้จะมาตรวจอะไร" คินหันมาตอบ

    "มาตรวจถังดับเพลิงว่าคลังสินค้าตรวจไปรึยัง" วินพยายามให้พนักงานตรวจสอบถังดับเพลิงเอง ซึ่งเขาเคยอบรมให้แล้ว พนักงานจะได้รู้และใช้งานเป็๞ ซึ่งเขาจะมาตรวจซ้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ 

    "ไก่ มึงตรวจถังดับเพลิงยัง" คินหันไปถามลูกน้องในแผนก 

    "ตรวจแล้วพี่ แต่เหลือฝั่งนู้นอีก 5 ถังที่ยังไม่ตรวจ เพราะไอ้แดงมันลา เดี๋ยวผมไปตรวจให้ตอนนี้แหละ" ไก่รีบวิ่งไปตรวจสอบถังดับเพลิง แล้วเขียนลงในป้ายบันทึกที่ห้อยไว้แต่ละถัง

    "มีเวลาเป็๲เดือน ทำไมพวกมึงไม่ทยอยกันตรวจวะ" คินบ่นให้กับลูกน้อง เพราะวินจะมาตรวจซ้ำทุกต้นเดือน ดังนั้นพนักงานจะมีเวลา 1 เดือนในการตรวจถังดับเพลิงในแผนกของตน ซึ่งมีจำนวนถังดับเพลิงที่ไม่เยอะ เพราะจัดให้เหมาะสมกับหน้างาน 

    "เออพี่คิน! เสื้อสะท้อนแสงผมสั่งให้ใหม่แล้วนะ อาทิตย์หน้า ของน่าจะมาส่ง" วินแจ้งให้คินทราบเ๹ื่๪๫เสื้อสะท้องแสงตัวใหม่ให้กับพนักงานขับรถโฟล์คลิฟท์ใส่ขณะขับรถ เพื่อให้คนอื่นเห็นแล้วระวังว่ารถโฟล์ฟลิฟท์กำลังมา อย่าเดินเข้าไปใกล้ โดยเฉพาะเวลาทำงานกะกลางคืน เพราะเสื้อตัวเก่ามันเริ่มซีดและชำรุดแล้ว

    "อื้ม! โอเค" คินพยักหน้า 

    "แล้วก็เ๹ื่๪๫ห้องน้ำ ช่างเขาจะมาซ่อมให้๰่๭๫บ่ายนะ" วินแจ้งอีกเ๹ื่๪๫ 

    "ดี ๆ ลูกน้องพี่มันยิ่งบ่นอยู่ว่าต้องเดินไปเข้าห้องน้ำที่ตึก 1" ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 50 เมตรได้

    "สงสารอะ" วินนึกเห็นใจพนักงานคลังสินค้า ที่เมื่อวานแจ้งในที่ประชุม คปอ. ว่าส้วมร้าวและตัน จึงต้องเปลี่ยนโถส้วมใหม่ 

    "ก็เออดิ ปวดขี้ทีต้องวิ่งสับตีนแตกอะ กว่าจะถึงห้องน้ำ" 

    "เดี๋ยวพรุ่งนี้ห้องน้ำก็กลับมาใช้ได้แล้ว อดทนกันหน่อยเด้อพี่ ๆ" วินหันไปบอกพนักงานคนอื่น ๆ

    พนักงานพยักหน้าตอบ

    วินตรวจสอบถังดับเพลิงและจุดเสี่ยงเสร็จ ก็ปาไปเที่ยงพอดี เพราะวันนี้มีแพลนตรวจถึงดับเพลิงให้ครบทุกถัง 

     

    โรงอาหารเต็มไปด้วยพนักงานและร้านขายอาหาร 6-7 ร้าน รวมร้านน้ำและร้านผลไม้ด้วย

    วิน ริว และวา นั่งทานมื้อเที่ยงด้วยกัน ซึ่งเมนูวันนี้ทุกคนสั่งเหมือนกันคือก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย

    "เป็๞ไงมึง เรียบร้อยดีไหม" วินถามริว ถึงการตรวจระบบบำบัดน้ำเสีย 

    "ต้องรอผลแล็บก่อน แต่ตรวจเบื้องต้น ค่าก็เข้าขั้นเสี่ยงอยู่" 

    วินพยักหน้าบอกว่าเข้าใจ

    "แล้วมึงโอเคขึ้นยัง" วินหันมาถามวา เพราะเมื่อคืนอีกฝ่ายเมาหนัก จนพวกเขาได้ลากไปส่งที่ห้อง

    "ยังเฮิร์ทอยู่ว่ะ ขอเวลาทำใจก่อน" วาตอบด้วยสีหน้าเศร้า ๆ 

    ริวมองดูคนข้าง ๆ ด้วยความเป็๲ห่วงอย่างเห็นได้ชัด 

    "หันมารักคนที่เขารักมึงก็ดีนะ" วินพูดขึ้นมาลอย ๆ

    "ใครรักกูวะ?" วาเลิกคิ้ว

     วินกำลังจะตอบ แต่ถูกสายตาพิฆาตจากริวว่าห้ามปากโป้งออกมาเชียวนะ

    "กูก็ไม่รู้! มึงก็หาดูเอาเองแล้วกัน" วินโบ้ยไปทางอื่นแทน

    "มีด้วยเหรอวะ? หรือว่าน้องเอมเหรอ?" วานึกถึงพนักงานสาวฝ่ายผลิตน่ารัก ๆ คนนั้น ที่มีคนเคยเล่าให้ฟังว่าน้องเขาแอบปลื้มเธออยู่

    วินยักไหล่ไม่ตอบ ปล่อยให้วาสงสัยอยู่แบบนั้น แต่คำพูดนั้นดันทำให้แววตาของริวแข็งขึ้นเพราะความหึงมันเริ่มทำงาน

    วินยิ้มอย่างพอใจที่ได้แกล้งริว (ช้า ๆ แบบมึง คนอื่นเขาแย่งไปแดกหมด) วินด่าเพื่อนสนิทในใจ

    หลังเลิกงาน ทุกคนต่างแยกย้าย วินเดินผ่านแผนกฝ่ายผลิต ก็ไม่เห็นพอลแล้ว 

    "กลับแล้วเหรอ? อดเจอเลย" วินมีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะจะได้เจอกับพอลอีกทีก็ต้องรอวันจันทร์นู้น เขาไม่เคยเกลียดเสาร์-อาทิตย์เลย จนพอลเข้ามา เขาแทบจะไม่อยากให้มีวันหยุดเลยด้วยซ้ำ 

    วินขับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาจอดที่ตลาด กะว่าจะซื้อของไปตุนไว้ในตู้เย็น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกจากห้องใน๰่๥๹วันหยุด 

    ของกินละลานตาไปหมด มีทั้งแบบพร้อมทานและแบบสดที่ซื้อไปทำเอง

    วินเลือกซื้อของที่คิดไว้จนครบ เหลือแต่ของที่จะทานเย็นนี้ เขากะว่าจะซื้อแบบพร้อมทานไปเลยจะได้ไม่เหนื่อยไปทำเองอีก 

    (ปลาเผาก็น่าสนใจ แต่ตัวใหญ่เกิน เดี๋ยวกินไม่หมด) วินคิดในใจขณะมองไปที่ร้านขายปลาเผา 

    เขาจึงเดินผ่านไปที่ร้านอื่น 

    (แหนมเนืองก็น่ากิน แต่ชุดเล็กดันหมด เหลือแต่ชุดใหญ่ วาสนาวันนี้จะได้กินของที่ชอบไหมเนี่ย!) วินเถียงกับตัวเอง

    เขาตัดใจจากแหนมเนือง แล้วเดินต่อ มองซ้ายที ขวามี ไม่รู้ว่าเย็นนี้จะทานอะไร ไม่อยากให้เป็๲ชุดใหญ่ ขอแค่กินมื้อเดียวหมดก็พอ 

    "เหนื่อยอ่า..." พรีม หญิงสาวอายุ 43 ปี ทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ไม้สำหรับให้ผู้คนที่มาจับจ่ายตลาดได้นั่ง มีวางในแต่ละจุด รอบๆ ตลาด

    "งั้นพรีมนั่งรออยู่ตรงนี่นะ เดี๋ยวผมไปซื้อหมู และน้ำมะพร้าวเย็น ๆ มาให้" พอลบอกกับภรรยาสุดที่รัก เพราะพรีมเลิกงานจากจังหวัดนึง ก็รีบบึ่งรถมารับเขาเพื่อที่จะได้มาอยู่ด้วยกันใน๰่๥๹เสาร์-อาทิตย์ อีกฝ่ายน่าจะเหนื่อยมาก เพราะเป็๲ไกด์นำเที่ยวให้ชาวต่างชาติ ซึ่งต้องใช้พลังงานไม่น้อยเลย 

    "น่ารักที่สุดเลย แฟนใครเนี่ย" พรีมอ้อนคนรัก

    "แฟนคุณพรีมไงครับ" พอลจับแก้มคนรักอย่างเอ็นดู

    "รอแป๊บนะ" พอลบอกภรรยา

    "อื้ม!" พรีมพยักหน้างึก ๆ 

    พอลเดินเข้าไปในตลาดเพื่อไปซื้อหมูมาทำชาบูที่จะเป็๞อาหารมื้อเย็นของเขาและภรรยา 

    (งั้นส้มตำกับไก่ย่างนี่แหละ เวิร์กสุดแล้ว) สุดท้ายวินก็เลือกเมนูได้สักที 

    "เอาส้มตำปูปลาร้า 1 ถุงครับ แล้วก็ไก่ย่าง 1 ไม้ ข้าวเหนียว 1 ห่อครับ" วินสั่งออเดอร์กับป้าคนขายส้มตำ

    "ได้จ้ะ รอแป๊บนะ" 

    "ครับ" วินพยักหน้า แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อรอ พร้อมกับวางถุงวัตถุดิบทำอาหารไว้บนตัก มีทั้งเนื้อสัตว์และผักที่ซื้อตุนไว้เป็๞สัปดาห์ ซึ่งเขาจะออกมาซื้อของแบบนี้ทุก ๆ วันศุกร์

    ระหว่างนั่งรอ สายตาก็มองดูผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของ จนสายตาไปสะดุดเข้ากับคนที่คิดว่าจะได้เจอกันอีกทีก็วันจันทร์ แต่ตอนนี้เขาเจอคนนั้นแล้ว 

    "เหลือกี่คิวครับ" วินหันมาถามแม่ค้าร้านส้มตำ

    "3 คิวจ้ะ"

    "เดี๋ยวผมมาเอานะครับ" วินบอกแม่ค้าเสร็จ ก็ลุกหอบของดิ่งไปหาเป้าหมาย กะจะไปถามว่าพักอยู่หอไหน จะได้ชวนไปทานข้าวด้วยกันเพราะอีกฝ่ายพึ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ น่าจะยังไม่รู้เส้นทางสักเท่าไหร่ 

    วินเร่งฝีเท้า เดินไปอมยิ้มไป ช้ากว่านี้ไม่ได้ ต้องรีบทำความรู้จัก จะได้เริ่มจีบอย่างจริงจัง 

    ระหว่างที่รีบเดินอยู่นั้นก็ไม่ได้มองซ้ายหรือขวาเลย เป้าหมายมีไว้พุ่งชนของแท้ 

    "โอ๊ย!"

    "ขอโทษครับ!" วินรีบยกมือไหว้ขอโทษผู้ชายที่เขาเผลอเดินชน ซึ่งน่าจะอายุมากกว่าเขา

    "เดินดูทางบ้างดิวะ!!"

    "ขอโทษครับ พี่เจ็บตรงไหนไหมครับ" วินมีสีหน้า๻๷ใ๯อย่างเห็นได้ชัด

    "ไม่เจ็บมากหรอก นี่น้องจะรีบไปไหนเนี่ย!" ชายคนนั้นบ่น

    "เออ..." วินหันไปมองเป้าหมาย แต่ตอนนี้หายไปแล้ว 

    (เฮ้ย!! หายไปไหนแล้วอะ) 

    "เฮ้น้อง!" ชายคนนั้นโบกมือไปมาเรียกสติคนอายุน้อยกว่า 

    "ขอโทษอีกครั้งนะครับ" วินหันกลับมาขอโทษคนตรงหน้าอีกครั้ง 

    "อื้ม! ไม่เป็๞ไร คราวหลังก็เดินระวัง ๆ แล้วกัน" 

    "ครับ" วินพยักหน้า 

    หลังจากแยกย้ายกับคนตรงนั้น วินก็เดินไปที่ร้านขายเนื้อหมูสดที่เขาเห็นพอลก่อนหน้านี้ วินมองซ้ายขวา ก็ไม่เจออีกฝ่ายแล้ว

    "พลาดจนได้!" วินนึกเสียดาย คลาดกันแค่นิดเดียวเอง 

    วินเดินคอตกกลับมาที่ร้านส้มตำ และอาหารที่สั่งไว้ก็เสร็จพอดี เขาจ่ายตังค์ แล้วเดินกลับไปที่รถเพื่อขับกลับหอ