วันศุกร์แสนจะสุดหรรษาของเหล่าพนักงานที่เป็วันสุดท้ายของสัปดาห์ เพราะบริษัทหยุดงานเสาร์-อาทิตย์
"กูจะไปชงกาแฟ มึงไปด้วยมั้ย" วินหันไปถามเพื่อนสนิทอย่างริว ที่กำลังเตรียมเอกสารเพื่อจะลงไปตรวจระบบบำบัดน้ำเสียร่วมกับบริษัทที่จ้างมาตรวจ เพื่อนำข้อมูลส่งหน่วยงานที่รับผิดชอบเื่นี้
"ไม่อะ เดี๋ยวกูจะไปแล้ว"
"เออ ๆ" วินพยักหน้า พร้อมกับหยิบไอแพดคู่ใจและหมวกเขียวประจำตำแหน่ง
แล้วเดินออกจากห้องทำงานมุ่งหน้าไปที่ครัวขนาดย่อมของออฟฟิศ ที่ด้านในมีตู้เย็น 1 ตู้ ถัดเข้ามามีซิงค์ล้างจาน ด้านหลังมีเครื่องกดน้ำร้อน และกล่องสี่เหลี่ยมใส่กาแฟซองรวมถึงโอวัลตินไว้ให้กับพนักงาน
แต่พอไปถึงก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเจอคนที่ชอบกำลังยืนชงกาแฟอยู่
"มาชงกาแฟเหมือนกันเหรอครับ" พอลเอ่ยทักทายอย่างเป็กันเอง
"ค...ครับ" ที่เคยบอกว่ากล้า พอเอาเข้าจริงก็ไปไม่เป็เหมือนกัน
วินค่อย ๆ เดินเข้าไปหยุดใกล้ ๆ อีกฝ่าย แล้วเอื้อมมือหยิบแก้วกระดาษและซองกาแฟ
"เป็ จป. สนุกไหม" อีกฝ่ายชวนคุยอีกครั้ง
วินหันมามองแว๊บนึง แว๊บเดียวจริง ๆ แล้วรีบหันกลับไป เพราะเขินไม่ไหวแล้ว
"ก็...สนุกดีครับ" ตรงกันข้ามเลยต่างหาก ปวดหัวสุด ๆ
"ดีแล้วที่วินสนุก เพราะพี่เคยคุยกับ จป.ที่เก่า เขาบอกโคตรปวดหัว" พอลหัวเราะ
"เขาก็พูดถูกครับ" วินยอมรับโต้ง ๆ ทั้งที่เมื่อกี้ยังบอกว่าสนุกอยู่เลย
"อ้าว! เปลี่ยนใจแล้วเหรอ" พอลแซว
"ครับ ก็มันปวดหัวจริง ๆ หนิ ทั้งเอกสาร ทั้งคนอีก" วินเลิกทำทรง แล้วระบายความในใจออกมา
พอลยืนอมยิ้มให้รุ่นน้องด้วยความเอ็นดู พอวินเห็นก็ยืนช็อก
(รอยยิ้มนี้มันใกล้เกินไปแล้วครับพี่พอล) หูของวินเริ่มขึ้นสี
"สู้ ๆ นะ พี่ไปทำงานต่อแล้ว" พอลบอกลารุ่นน้อง
"ค...ครับ" วินพยักหน้า
ตึก ตัก ตึก ตัก วินกุมมือไปที่หัวใจพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมา หลังจากเก็บอาการมานาน
"ก็พี่น่ารักซะขนาดนี้ จะไม่ให้ผมชอบได้ไง" ปกติวินต้องเติมน้ำตาลลงในกาแฟเพิ่ม แต่วันนี้ของด เพราะชีวิตมันหวานอยู่แล้ว
วินกระดกกาแฟร้อน ๆ เข้าปาก " อื้อ...ขมชะมัด!!"
ที่แรกกะจะไม่ใส่น้ำตาล แต่พอกินเข้าไปแล้ว มันไม่ไหวจริง ๆ สุดท้ายก็เติมน้ำตาลเหมือนเดิม
หลังจากดื่มกาแฟเติมพลังเต็มเปี่ยม ก็สวมหมวกประจำตำแหน่ง แล้วเดินลงไปข้างล่าง เพื่อไปสำรวจหาจุดเสี่ยงในไลน์ผลิตพร้อมกับตรวจถังดับเพลิงประจำเดือนไปด้วย เช้านี้จะไปที่ตึก 1 และ 2 ก่อน ส่วนตึก 3 ตอนบ่ายค่อยมา เพราะตึก 3 แก้ไขจุดเสี่ยงไปได้เยอะแล้ว
"มึง จป. มา!" พนักงานรีบสะกิดเพื่อนให้สวมที่อุดหูให้เรียบร้อย
"เฮ้อ...ก็กูอึดอัดอะ แม่งจะให้ใส่เยอะแยะทำไมก็ไม่รู้" พนักงานคนนั้นบ่น
วินสวมที่อุดหูก่อนจะเดินเข้าไปในห้องผลิตนั้น เพราะห้องนี้เสียงเครื่องจักรดัง และไม่สามารถเปลี่ยนให้เสียงเบาลงได้ แต่ยังจำเป็ต้องให้พนักงานทำงานอยู่ วิธีแก้สุดท้ายคือให้สวมที่อุดหู เพื่อลดผลกระทบต่อระบบการได้ยินให้กับพนักงาน
วินเดินสำรวจจุดต่าง ๆ พร้อมกับสังเกตพนักงานไปด้วย ว่ายังป้องกันหูตัวเองอยู่ไหม
หลังจากเดินสำรวจภายในห้องนั้นเสร็จ ก็เดินกลับออกมา แล้วตรวจถังดับเพลิงแต่ละจุดต่อ ว่ายังพร้อมใช้งานอยู่ไหม
ระหว่างที่เดินสำรวจ ก็รับรู้ถึงสายตาของพนักงานหลายคนที่บ่งบอกว่าไม่ค่อยถูกใจที่มี จป. มาเดินสักเท่าไหร่
วินรู้ วินเห็น แต่วินต้องฮึบไว้ เพราะหน้าที่มันกำหนดให้เป็เช่นนั้น
วินเดินต่อไปที่คลังสินค้า ซึ่งเป็ตึกที่ 2 รถโฟล์คลิฟท์กำลังยกของขึ้นชั้นเก็บของ
"ฮัลโหลพี่ชาย" วินเอ่ยทักทายคินที่กำลังยืนตรวจเช็คของอยู่
"ไง จป. วันนี้จะมาตรวจอะไร" คินหันมาตอบ
"มาตรวจถังดับเพลิงว่าคลังสินค้าตรวจไปรึยัง" วินพยายามให้พนักงานตรวจสอบถังดับเพลิงเอง ซึ่งเขาเคยอบรมให้แล้ว พนักงานจะได้รู้และใช้งานเป็ ซึ่งเขาจะมาตรวจซ้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
"ไก่ มึงตรวจถังดับเพลิงยัง" คินหันไปถามลูกน้องในแผนก
"ตรวจแล้วพี่ แต่เหลือฝั่งนู้นอีก 5 ถังที่ยังไม่ตรวจ เพราะไอ้แดงมันลา เดี๋ยวผมไปตรวจให้ตอนนี้แหละ" ไก่รีบวิ่งไปตรวจสอบถังดับเพลิง แล้วเขียนลงในป้ายบันทึกที่ห้อยไว้แต่ละถัง
"มีเวลาเป็เดือน ทำไมพวกมึงไม่ทยอยกันตรวจวะ" คินบ่นให้กับลูกน้อง เพราะวินจะมาตรวจซ้ำทุกต้นเดือน ดังนั้นพนักงานจะมีเวลา 1 เดือนในการตรวจถังดับเพลิงในแผนกของตน ซึ่งมีจำนวนถังดับเพลิงที่ไม่เยอะ เพราะจัดให้เหมาะสมกับหน้างาน
"เออพี่คิน! เสื้อสะท้อนแสงผมสั่งให้ใหม่แล้วนะ อาทิตย์หน้า ของน่าจะมาส่ง" วินแจ้งให้คินทราบเื่เสื้อสะท้องแสงตัวใหม่ให้กับพนักงานขับรถโฟล์คลิฟท์ใส่ขณะขับรถ เพื่อให้คนอื่นเห็นแล้วระวังว่ารถโฟล์ฟลิฟท์กำลังมา อย่าเดินเข้าไปใกล้ โดยเฉพาะเวลาทำงานกะกลางคืน เพราะเสื้อตัวเก่ามันเริ่มซีดและชำรุดแล้ว
"อื้ม! โอเค" คินพยักหน้า
"แล้วก็เื่ห้องน้ำ ช่างเขาจะมาซ่อมให้่บ่ายนะ" วินแจ้งอีกเื่
"ดี ๆ ลูกน้องพี่มันยิ่งบ่นอยู่ว่าต้องเดินไปเข้าห้องน้ำที่ตึก 1" ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 50 เมตรได้
"สงสารอะ" วินนึกเห็นใจพนักงานคลังสินค้า ที่เมื่อวานแจ้งในที่ประชุม คปอ. ว่าส้วมร้าวและตัน จึงต้องเปลี่ยนโถส้วมใหม่
"ก็เออดิ ปวดขี้ทีต้องวิ่งสับตีนแตกอะ กว่าจะถึงห้องน้ำ"
"เดี๋ยวพรุ่งนี้ห้องน้ำก็กลับมาใช้ได้แล้ว อดทนกันหน่อยเด้อพี่ ๆ" วินหันไปบอกพนักงานคนอื่น ๆ
พนักงานพยักหน้าตอบ
วินตรวจสอบถังดับเพลิงและจุดเสี่ยงเสร็จ ก็ปาไปเที่ยงพอดี เพราะวันนี้มีแพลนตรวจถึงดับเพลิงให้ครบทุกถัง
โรงอาหารเต็มไปด้วยพนักงานและร้านขายอาหาร 6-7 ร้าน รวมร้านน้ำและร้านผลไม้ด้วย
วิน ริว และวา นั่งทานมื้อเที่ยงด้วยกัน ซึ่งเมนูวันนี้ทุกคนสั่งเหมือนกันคือก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย
"เป็ไงมึง เรียบร้อยดีไหม" วินถามริว ถึงการตรวจระบบบำบัดน้ำเสีย
"ต้องรอผลแล็บก่อน แต่ตรวจเบื้องต้น ค่าก็เข้าขั้นเสี่ยงอยู่"
วินพยักหน้าบอกว่าเข้าใจ
"แล้วมึงโอเคขึ้นยัง" วินหันมาถามวา เพราะเมื่อคืนอีกฝ่ายเมาหนัก จนพวกเขาได้ลากไปส่งที่ห้อง
"ยังเฮิร์ทอยู่ว่ะ ขอเวลาทำใจก่อน" วาตอบด้วยสีหน้าเศร้า ๆ
ริวมองดูคนข้าง ๆ ด้วยความเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัด
"หันมารักคนที่เขารักมึงก็ดีนะ" วินพูดขึ้นมาลอย ๆ
"ใครรักกูวะ?" วาเลิกคิ้ว
วินกำลังจะตอบ แต่ถูกสายตาพิฆาตจากริวว่าห้ามปากโป้งออกมาเชียวนะ
"กูก็ไม่รู้! มึงก็หาดูเอาเองแล้วกัน" วินโบ้ยไปทางอื่นแทน
"มีด้วยเหรอวะ? หรือว่าน้องเอมเหรอ?" วานึกถึงพนักงานสาวฝ่ายผลิตน่ารัก ๆ คนนั้น ที่มีคนเคยเล่าให้ฟังว่าน้องเขาแอบปลื้มเธออยู่
วินยักไหล่ไม่ตอบ ปล่อยให้วาสงสัยอยู่แบบนั้น แต่คำพูดนั้นดันทำให้แววตาของริวแข็งขึ้นเพราะความหึงมันเริ่มทำงาน
วินยิ้มอย่างพอใจที่ได้แกล้งริว (ช้า ๆ แบบมึง คนอื่นเขาแย่งไปแดกหมด) วินด่าเพื่อนสนิทในใจ
หลังเลิกงาน ทุกคนต่างแยกย้าย วินเดินผ่านแผนกฝ่ายผลิต ก็ไม่เห็นพอลแล้ว
"กลับแล้วเหรอ? อดเจอเลย" วินมีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะจะได้เจอกับพอลอีกทีก็ต้องรอวันจันทร์นู้น เขาไม่เคยเกลียดเสาร์-อาทิตย์เลย จนพอลเข้ามา เขาแทบจะไม่อยากให้มีวันหยุดเลยด้วยซ้ำ
วินขับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาจอดที่ตลาด กะว่าจะซื้อของไปตุนไว้ในตู้เย็น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกจากห้องใน่วันหยุด
ของกินละลานตาไปหมด มีทั้งแบบพร้อมทานและแบบสดที่ซื้อไปทำเอง
วินเลือกซื้อของที่คิดไว้จนครบ เหลือแต่ของที่จะทานเย็นนี้ เขากะว่าจะซื้อแบบพร้อมทานไปเลยจะได้ไม่เหนื่อยไปทำเองอีก
(ปลาเผาก็น่าสนใจ แต่ตัวใหญ่เกิน เดี๋ยวกินไม่หมด) วินคิดในใจขณะมองไปที่ร้านขายปลาเผา
เขาจึงเดินผ่านไปที่ร้านอื่น
(แหนมเนืองก็น่ากิน แต่ชุดเล็กดันหมด เหลือแต่ชุดใหญ่ วาสนาวันนี้จะได้กินของที่ชอบไหมเนี่ย!) วินเถียงกับตัวเอง
เขาตัดใจจากแหนมเนือง แล้วเดินต่อ มองซ้ายที ขวามี ไม่รู้ว่าเย็นนี้จะทานอะไร ไม่อยากให้เป็ชุดใหญ่ ขอแค่กินมื้อเดียวหมดก็พอ
"เหนื่อยอ่า..." พรีม หญิงสาวอายุ 43 ปี ทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ไม้สำหรับให้ผู้คนที่มาจับจ่ายตลาดได้นั่ง มีวางในแต่ละจุด รอบๆ ตลาด
"งั้นพรีมนั่งรออยู่ตรงนี่นะ เดี๋ยวผมไปซื้อหมู และน้ำมะพร้าวเย็น ๆ มาให้" พอลบอกกับภรรยาสุดที่รัก เพราะพรีมเลิกงานจากจังหวัดนึง ก็รีบบึ่งรถมารับเขาเพื่อที่จะได้มาอยู่ด้วยกันใน่เสาร์-อาทิตย์ อีกฝ่ายน่าจะเหนื่อยมาก เพราะเป็ไกด์นำเที่ยวให้ชาวต่างชาติ ซึ่งต้องใช้พลังงานไม่น้อยเลย
"น่ารักที่สุดเลย แฟนใครเนี่ย" พรีมอ้อนคนรัก
"แฟนคุณพรีมไงครับ" พอลจับแก้มคนรักอย่างเอ็นดู
"รอแป๊บนะ" พอลบอกภรรยา
"อื้ม!" พรีมพยักหน้างึก ๆ
พอลเดินเข้าไปในตลาดเพื่อไปซื้อหมูมาทำชาบูที่จะเป็อาหารมื้อเย็นของเขาและภรรยา
(งั้นส้มตำกับไก่ย่างนี่แหละ เวิร์กสุดแล้ว) สุดท้ายวินก็เลือกเมนูได้สักที
"เอาส้มตำปูปลาร้า 1 ถุงครับ แล้วก็ไก่ย่าง 1 ไม้ ข้าวเหนียว 1 ห่อครับ" วินสั่งออเดอร์กับป้าคนขายส้มตำ
"ได้จ้ะ รอแป๊บนะ"
"ครับ" วินพยักหน้า แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อรอ พร้อมกับวางถุงวัตถุดิบทำอาหารไว้บนตัก มีทั้งเนื้อสัตว์และผักที่ซื้อตุนไว้เป็สัปดาห์ ซึ่งเขาจะออกมาซื้อของแบบนี้ทุก ๆ วันศุกร์
ระหว่างนั่งรอ สายตาก็มองดูผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของ จนสายตาไปสะดุดเข้ากับคนที่คิดว่าจะได้เจอกันอีกทีก็วันจันทร์ แต่ตอนนี้เขาเจอคนนั้นแล้ว
"เหลือกี่คิวครับ" วินหันมาถามแม่ค้าร้านส้มตำ
"3 คิวจ้ะ"
"เดี๋ยวผมมาเอานะครับ" วินบอกแม่ค้าเสร็จ ก็ลุกหอบของดิ่งไปหาเป้าหมาย กะจะไปถามว่าพักอยู่หอไหน จะได้ชวนไปทานข้าวด้วยกันเพราะอีกฝ่ายพึ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ น่าจะยังไม่รู้เส้นทางสักเท่าไหร่
วินเร่งฝีเท้า เดินไปอมยิ้มไป ช้ากว่านี้ไม่ได้ ต้องรีบทำความรู้จัก จะได้เริ่มจีบอย่างจริงจัง
ระหว่างที่รีบเดินอยู่นั้นก็ไม่ได้มองซ้ายหรือขวาเลย เป้าหมายมีไว้พุ่งชนของแท้
"โอ๊ย!"
"ขอโทษครับ!" วินรีบยกมือไหว้ขอโทษผู้ชายที่เขาเผลอเดินชน ซึ่งน่าจะอายุมากกว่าเขา
"เดินดูทางบ้างดิวะ!!"
"ขอโทษครับ พี่เจ็บตรงไหนไหมครับ" วินมีสีหน้าใอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่เจ็บมากหรอก นี่น้องจะรีบไปไหนเนี่ย!" ชายคนนั้นบ่น
"เออ..." วินหันไปมองเป้าหมาย แต่ตอนนี้หายไปแล้ว
(เฮ้ย!! หายไปไหนแล้วอะ)
"เฮ้น้อง!" ชายคนนั้นโบกมือไปมาเรียกสติคนอายุน้อยกว่า
"ขอโทษอีกครั้งนะครับ" วินหันกลับมาขอโทษคนตรงหน้าอีกครั้ง
"อื้ม! ไม่เป็ไร คราวหลังก็เดินระวัง ๆ แล้วกัน"
"ครับ" วินพยักหน้า
หลังจากแยกย้ายกับคนตรงนั้น วินก็เดินไปที่ร้านขายเนื้อหมูสดที่เขาเห็นพอลก่อนหน้านี้ วินมองซ้ายขวา ก็ไม่เจออีกฝ่ายแล้ว
"พลาดจนได้!" วินนึกเสียดาย คลาดกันแค่นิดเดียวเอง
วินเดินคอตกกลับมาที่ร้านส้มตำ และอาหารที่สั่งไว้ก็เสร็จพอดี เขาจ่ายตังค์ แล้วเดินกลับไปที่รถเพื่อขับกลับหอ