ตอนนี้ผมรู้สึกเบื่อและเหนื่อยแทนผู้ชายตรงหน้าผมมากและผมยังรู้อีกว่าตัวเองอยู่ในความฝัน ผมไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในฝันนี้มานานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงว่าในฝันนี้ผมไม่มีสิทธิ์ขยับตัวหรือพูดอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ผมทำได้มีเพียง การมองผู้ชายตรงหน้าฆ่าศัตรูนับไม่ถ้วน ในความมืดมิด
เขาเป็ผู้ชายผมสีดำ ส่วนสูงประมาณ 185 เิเ ยืนหันหลังให้ผม
มีปีกสีดำทมิฬสวยงามอยู่กลางหลัง พร้อมด้วยกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแกร่งสุดๆ
เขาไม่ได้ใส่เสื้อและรองเท้า ใส่เพียงกางเกงขายาวสีดำ
ถือดาบคาตานะฟันศัตรูที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ สิ่งที่ทำให้ผมยังคงสนใจก็คือวิชาดาบของเขา มันคือศิลปะอย่างแท้จริง การลงดาบแต่ละครั้งไม่มีความลังเล มันต่อเนื่องเหมือนน้ำไหลไปตามกระแส เพียงแต่กระแสน้ำนี้ทั้งเชี่ยวอย่างรุนแรงและไหลด้วยความรวดเร็ว
เมื่อศัตรูเข้ามาในระยะดาบ ไม่ว่าจะฟันดาบมาที่เขาหรือจะถอยไปป้องกัน พวกเขาเ่าั้จะถูกฟันด้วยความเร็วเหนืุ์จนตายในที่สุด ตอนแรกๆที่ผมเห็นผมอึ้งไปเลยเพราะมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเขาฟันไปตอนไหน แต่ด้วยความที่ผมมองมาตลอดตอนนี้เลยพอมองตามวิถีดาบทันแล้ว ส่วนเื่ผมสู้ไหวไหม ผมว่าคงไปให้เขาเชือดเล่นมากกว่า
หืม อยู่ดีๆเขาก็หยุดแล้ว ศัตรูเองก็หมดไปแล้วด้วย จากนั้นภายในความมืดมิด เริ่มมีแสงสว่างปรากฎที่หน้าผู้ชายคนนั้น แสงนี้มันสว่างแสบตาจนผมต้องหรี่ตาลง ผมเห็นผู้ชายคนนั้นหันหน้ามาทางผมแต่เพราะแสงนี่ทำให้ไม่เห็นใบหน้าของเขาเลย เขาทำท่าเหมือนมีอะไรสักอย่างจะบอกผมจากนั้นเขาก็พูดขึ้นมา
“อย่าได้ตกอยู่ในความสิ้นหวังเองซะล่ะ” จากนั้นเขาก็เดินหายเข้าไปในแสงสว่าง ผมที่ทนความสว่างไม่ไหวจึงหลับตาลง
ผมลืมตาขึ้น พบเพดานห้องสีขาวที่คุ้นเคย ััของหมอนที่อยู่ใต้หัวและความนุ่มของที่นอน มันคือห้องของผม
จากนั้นผมรู้สึกได้ถึงััที่มือซ้ายจึงหันไปดู พบว่ามิร่าหลับอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงของผม เธอกุมมือของผมด้วยมือเธอทั้งสองข้าง วางไว้บนตักของเธอ
“เธอคอยเฝ้าและช่วยเหลือนายตลอด 1 เดือนเต็มเลยนะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังทางขวาของผม เมื่อผมหันไปจึงพบเธอ เทพธิดาแห่งความสิ้นหวัง ออร่า
เธอนั่งไขว้ห่างอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามกับมิร่า เธอสวมเดรสสีดำเช่นเดิม แต่ผมสีม่วงตรงยาวถึงพื้นเปลี่ยนเป็ผมสีม่วงยาวถึงประมาณหน้าอกแล้วรวบมาไว้ด้านหน้าทางขวา สมกับที่เป็เทพธิดา ความสวยของเธอไม่เป็รองใครเลย
“ขอบคุณที่ชม”
“อย่ามาอ่านใจกันนะเฟ้ย” ผมเผลอพูดตบมุกออกไปจนได้
เพราะว่ามีเสียงดังเกิดขึ้น เด็กทางซ้ายมือของผมตื่นขึ้นแล้ว เธอจ้องที่ผม ผมก็จ้องไปที่เธอ เธอไม่ได้พูดอะไรผมจึงเริ่มทักทายเธอก่อน
“อรุณสวัสดิ์ มิร่า”
เมื่อผมพูดจบน้ำตาเธอไหลออกมาจากตาก่อน จากเธอถึงค่อยๆเริ่มสะอื้นและปล่อยโฮออกมายกใหญ่ เธอะโขึ้นมาบนเตียง ซุกหน้ามาที่หน้าอกของผมและต่อยผมรัวๆด้วยสองมือเล็กๆของเธอ
“ท่านไกรอัสบ้าที่สุดเลยค่ะ คนสติดีที่ไหนเขาวิ่งไปหาากันบ้าง ถ้าเป็อะไรขึ้นมาหนูจะทำยังไง”
เธอยังคงสะอื้นไม่หยุดและเพราะเสียงเมื่อกี๊ ทำให้มีคนได้ยินและเดินเข้ามาดูสถานการณ์ เมื่อประตูเปิดออก พบจูน่ายืนอยู่่ เราสบตากัน ผมยกมือขึ้นทักทายเธอ ส่วนเธอก็ก้มหัวให้ผม เธอค่อยๆเดินเข้ามาที่เตียงของผมมและพูดคุยกับลูกสาวของเธอ
“มันเสียมารยาทนะคะ มิร่า” เธอดุลูกสาวของเธอและดึงมิร่าออกจากผม ขอบคุณมากครับจูน่า เท่านั้นจะได้โล่งขึ้น ‘แอ้กก’ สิ่งที่ผมไม่คิดก็เกิดขึ้น จูน่าขึ้นมานั่งบนเตียงนำหน้าของผมซุกหน้าอกของเธอและเธอก็กอดหัวของผมไว้
“นายน้อย ดิฉันดีใจที่ท่านปลอดภัยนะคะ”
แม้แต่คุณก็ติดเชื้อกอดจากบ้านนี้สินะครับจูน่า
“ขอบคุณมากนะครับจูน่า”
เธอปล่อยผมจากอ้อมอกและบอกว่าจะไปตามท่านพ่อท่านแม่มา
ที่จริงผมยังไม่พร้อมคุยกับพวกเขาเลย การจะคุยกับพวกเขา มันหมายความว่าต้องบอกสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งมันยากเกินกว่าที่ผมจะพูดออกไป แถมเสี่ยงต้องบอกตัวจริงกับพวกเขาด้วย
“ไม่ต้องกังวล ฉันบอกพวกเขาหมดแล้ว” ผมหันไปทางออร่า พร้อมทำหน้างงใส่เธอ
เพียงครู่เดียวท่านพ่อท่านแม่ก็มาถึงที่ห้อง ไม่พูดพร่ำทำเพลง พวกเขาเข้ามากอดผม ทั้งสองร้องไห้ไม่ต่างจากเด็ก ผมเองก็รู้สึกไม่ดีที่ทำให้พวกเขาเป็ห่วงขนาดนี้ จึงขอโทษพวกเขา
“ขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงครับ”
หลังจากนั้นพวกเขาก็ปล่อยผมและไปนั่งข้างๆ ภายในห้องเริ่มเงียบลง ผมที่ยังไม่รู้เื่ราวก็แนะนำออร่า
“เอ่อ…นี่ ออร่า ครับ ดูเหมือนเธอจะเป็เทพธิดาแห่งความสิ้นหวังที่มอบพลังให้ผม”
“พวกเรารู้แล้วจ้ะ”
หืม รู้แล้วหรอ ออร่าดังขนาดนั้นเลยรึไง
“ก็บอกแล้วไงว่าเล่าไปหมดแล้ว รวมทั้งต้นกำเนิดของนายด้วย”
อ่าา งั้นเองสินะ เพราะงั้นถึงรู้สึกว่าเงียบแปลกๆ
“แสดงว่าทุกคนรู้ต้นกำเนิดของผมแล้วใช่ไหมครับ?”
พวกเขาพยักหน้าและจ้องมาที่ผม
“งั้นผมขอแนะนำตัวอีกครั้ง ผมคือ ไกรอัส ฮาฟ ฮาร์ด เ้าชายที่เหลือรอดเพียงคนเดียวจากอาณาจักรศัตรูของพวกคุณ”
หน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผมอธิบายไม่ได้ ไม่รู้ว่าเศร้าใจหรือว่าอย่างไร คนที่เริ่มพูดก่อนคือตาแก่
“ไม่ว่าอย่างไร เ้าก็คือ ลูกชายของบ้านหลังนี้” เขาพูดด้วยความหนักแน่น
ผมไม่เข้าใจเลย ทำไมเขาถึงยังพูดอย่างนั้น
“ไม่สิ ผมเพิ่งบอกว่า ผมคือเ้าชายของอาณาจักรฮาร์ดนะ”
ทันใดนั้น ทั้ง 4 คน ก็เข้ามากอดผมพร้อมกัน พวกเขาต่างร้องไห้และแย่งกันพูด
“ข้าไม่สนหรอก เ้าเป็ลูกชายข้านะ” ตาแก่พูด
“ใช่แล้วจ้ะ ยังไงเธอก็เป็ลูกของพวกเราเสมอ” ท่านแม่เสริม
“ยังไงนายน้อยก็เป็นายน้อยของดิฉันเสมอค่ะ” จูน่าลูบหัวของผม
“ฮึก ฮึก ท่านไกรอัสน่ะ เป็นายท่านของหนูนะคะ หนูไม่ยอมมีนายท่านคนอื่นนอกจากท่านไกรอัสเด็ดขาดเลย แงง” มิร่างอแง
พวกเขาไม่ได้คิดว่าผมคืออดีตเ้าชายของฮาณาจักรฮาร์ดเลย พวกเขาคิดว่าผมคือส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้มาตลอด ั้แ่ที่ผมเข้ามาที่นี่แล้ว
สิ่งที่ผมไม่ได้รู้สึกถึงมันมานานเริ่มเกิดขึ้น น้ำตาไหลลงอาบแก้มของผม เวลาที่ผ่านมาผมคิดว่าบ้านหลังนี้เป็เพียงที่อยู่ เพื่อรอจะแก้แค้นเหล่าคนที่พรากสิ่งสำคัญของผม แต่ที่ผมคิดมันผิด เพราะมัวแต่คิดว่าต้องทำตัวเป็ผู้ใหญ่จะได้ไม่ถูกเอาเปรียบ และหลงลืมว่าตัวเองเป็เด็กคนหนึ่งที่้าความรักจากครอบครัวตามปกติ วันนี้เองก็เป็วันที่ผมร้องไห้เหมือนเด็กๆ อย่างที่ควรจะเป็
หลังจากที่เราปรับทุกข์กันเรียบร้อย ผมตัดสินใจถามสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่ผมหมดสติอยู่ คำถามทั้งหมดถูกตอบโดยตาแก่
เริ่มจากั้แ่เกิดเหตุการณ์ มิร่าและออลวินซ์พาผมกลับไปรักษาตัวที่คฤหาสน์รินเฟียร์ แต่หมอที่เข้ามาดูอาการบอกว่าพลังเวทย์ในร่างกายของผมกำลังบ้าคลั่งอย่างหนัก ด้วยไหวพริบของมิร่า เพราะไม่อยากรบกวนนานเกินไป เธอจึงขอพาผมกลับมาที่บ้านเพื่อให้หมอประจำตระกูลไวท์ฟรอนเทียร์ดูอาการแทน
ความจริงก็คือเธอจำได้ว่าสวนดอกไม้ของท่านแม่ สามารถลบล้างสถานะผิดปกติได้ แม้จะไม่แน่ใจว่าจะได้ผลแต่เธอก็ยืนยันว่าจะพากลับมา ก่อนกลับเธอจึงส่งจดหมายบอกตาแก่ที่อยู่ด้านตะวันออกและท่านแม่ที่รออยู่ที่บ้าน พวกเธอรีบเดินทางโดยแทบไม่หยุดพัก มิร่าดูแลผมตลอดเวลา ออลวินซ์ก็บังคับรถม้าและคอยหาอาหารและยาต่างๆมาให้
เมื่อกลับมาถึง เธอรีบให้ออลวินซ์อุ้มผมไปนอนที่สวนดอกไม้ทันที จากสวนดอกไม้สีขาว เริ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสีดำแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อทั้งสวนถูกย้อมไปด้วยสีดำ ผมจึงถูกอุ้มออกมาให้หมอดูอาการ ปรากฎว่าผมหายเป็ปกติ ไม่เหลืออาการใดๆ เพียงแต่ยังหมดสติ โดยไม่มีใครทราบว่าจะฟื้นขึ้นมาตอนไหน
ท่านแม่บอกว่า หลังจากที่หมอบอกว่าอาการปกติแล้ว ทุกคนต่างโล่งใจ และคนที่โล่งใจที่สุดไม่ใช่ใครเลยนอกจากมิร่า เธอล้มลงที่ข้างเตียงของผม เมื่อหมอตรวจดูก็พบว่าเกิดจากการฝืนตัวเองจนเหนื่อยเกินไปเลยปล่อยให้นอกนพัก แต่เมื่อเธอฟื้นก็ยืนกรานกับทุกคนว่าจะดูแลผมเอง
“แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นละครับ” เพราเข้าใจสถานการณ์รอบตัวแล้วผมจึงถามออกไป
“ไม่มีใครรู้เลยว่าทั้งหมดเป็ฝีมือใคร เพราะตรงนั้นไม่เหลือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ใกล้ๆเลยสักคน ตอนนี้ทุกอาณาจักรกำลังตื่นตระหนกกันยกใหญ่เพราะกำลังรบไม่ทราบที่มา ไม่ต้องห่วงไม่มีใครรู้ว่าเ้าเป็คนทำ”
ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะถ้ามีคนอื่นรู้เข้า ผมคงต้องวุ่นวายแน่ๆ ผลยังดีที่ครั้งนี้เมืองแอชเสียหายไปครึ่งเมืองแต่สิ่งที่ไม่สามารถเอากลับมาได้คือชีวิตของผู้คน ศัตรูที่บุกมาครั้งนี้คือ 1ใน3อาณาจักรที่ร่วมมือกันกำจัดอาณาจักรฮาร์ด มันคือ “อาณาจักรดีไลท์” อาณาจักรนี้อยู่ทางใต้ของอาราจักรเดลเบิร์ก ถือเป็อาณาจักรที่เล็กที่สุด
“ผมน่ะ ไม่ว่ายังไงก็ยังอยากแก้แค้นให้กับทุกคนที่ตายไปครับ” ผมเปิดใจพูดกับทุกคน
“แต่ว่า… ผมไม่ได้้าจะทำลายที่อยู่อาศัยของใคร ผมเพียงอยากปกป้องคนสำคัญของผม เพราะงั้น..” ผมลังเลนิดหน่อยเพราะตัวเองก็เพิ่งผ่านอันตรายมา แต่ไม่ว่ายังไงสักวันก็ต้องบอก
“ผมจะเข้าร่วมาของอาณาจักรนี้ครับ”
เหมือนว่าจะอยู่ในการคาดเดาของทุกคน พวกเขาแสดงสีหน้าเป็ห่วงอย่างชัดเจน ตาแก่เริ่มลูบหัวของผม
“พวกข้าน่ะไม่มีสิทธิ์ห้ามเ้าหรอกนะ แต่รอจนกว่าจะอายุ 16 ได้ไหม ” เขาทำหน้าเศร้าแต่เพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็รอยยิ้ม
“จำไว้ว่าตอนนี้เ้าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว พวกเราทั้งหมดคือครอบครัวที่พร้อมจะช่วยเหลือเ้าอยู่เสมอ ในเวลาที่เ้ามองไม่เห็นหนทาง จงพึ่งพาทุกคนซะ ”
ผมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ผมไม่รู้ว่าเส้นทางที่ผมเลือกมันจะเต็มไปด้วยอะไรบ้าง ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วตัวของผมจะเป็ยังไง แต่ถ้าเป็ตัวผมในตอนนี้ จะต้องผ่านทุกอย่างไปได้อย่างแน่นอน
จบบทที่ 1 ปฐมบทการแก้แค้น