เจ็บ... เจ็บชะมัด เดี๋ยวก่อนเธอควรตายไปแล้วไม่ใช่เรอะ เช่นนั้นไอ้ความเ็ปนี่มันมาจากไหน มู่เสวี่ยหลินลืมตาตื่นขึ้นด้วยความสับสน
ภาพเบื้องหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยประกายแสงสุกสกาวของเหล่าดวงดารา ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่มืดมิดและเต็มไปด้วยจุดแสงเล็กๆ มากมายที่กำลังแข่งกันส่องแสง
สายลมเย็นที่พัดผ่านทำให้เธอตัวสั่นเทาด้วยความเ็ป ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าร่างกายเธอในตอนนี้คงเต็มไปด้วยาแมากมายนับไม่ถ้วน
มู่เสวี่ยหลินขมวดคิ้วหากว่าตามประสบการณ์ผ่าตัดนับครั้งไม่ถ้วน ดูท่าว่าตอนนี้กระดูกซี่โครงกับขาน่าจะหัก นอกจากนี้ยังมีาแใหญ่ที่ท้องอีกหนึ่งจุด อาการเวียนหัวที่เป็อยู่ตอนนี้ก็เกิดขึ้นมาจากเสียเื
อาการเช่นนี้มิใช่อาการของคนที่ถูกฟ้าผ่าจะมีได้ มู่เสวี่ยหลินคิดบางทีเธออาจจะเจอไอ้นั่นเข้าแล้ว ใช่เหตุการณ์ยอดฮิตที่เหล่าตัวเอกต่างโลกชอบเจอ มันก็คือการทะลุมิตินั้นเอง
เดิมทีแล้ววันนี้ควรเป็วันที่เธอมีความสุขมากที่สุด เพราะคาเฟ่ที่นางเฝ้าฝันมานานกำลังจะได้เปิด แต่ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ใช้ชีวิตเป็เ้าของคาเฟ่ก็ต้องมาโดนฟ้าผ่าตายไปแบบงงๆ
มู่เสวี่ยหลินจำได้ว่าตัวเองพึ่งจะเดินกลับจากห้างพร้อมกับข้าวของมากมายที่จะเอาไปฉลองกับเหล่าลูกรัก (สัตว์เลี้ยง) ในบ้าน และทันใดนั้นเองเธอก็ถูกฟ้าผ่าลงมาในขณะเปิดประตูรถ
ยังไงก็ตามความจริงที่ว่าเธอนั้นยังมีชีวิตอยู่มันก็ทำให้มู่เสวี่ยหลินอดดีใจไม่ได้ แม้ว่าตอนนี้เธอจะมาอยู่ต่างโลกและสภาพร่างกายที่ขยับเล็กน้อยเธอก็จะได้ไปเจอกับยมบาลทุกเมื่อก็ตามที เธอก็ยังมีความสุขนั้นก็เพราะว่า
ในเมื่อมันเป็การทะลุมิติเช่นนั้นเธอเองก็ต้องมีนิ้วทองใช่ไหม? ท่านเทพคงจะไม่ปล่อยให้เธอมาตายั้แ่เริ่มหรอกมั้ง? หากตัวเอกตายั้แ่เริ่มคนอ่านนิยายคงได้ปานิยายทิ้งกันพอดี
มู่เสวี่ยหลินคิดแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้มีเวลาตรวจดูนิ้วทองของตัวเอง ความเ็ปสายหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวและภาพที่มิใช่ความทรงจำของเธอก็ปรากฏขึ้น
ความเ็ปอยู่ไม่นาน หลังจากความทรงจำสุดท้ายฉายจบ เสวี่ยหลินถึงได้เข้าใจว่าทำไมร่างของเธอถึงได้าเ็เยอะขนาดนี้ ก็แน่ล่ะเล่นตกลงมาหน้าผาสูงขนาดนั้น ดีแค่ไหนแล้วที่กระดูกหักแค่ไม่กี่ที่
มู่เสวี่ยหลินรู้สึกปวดหัวเมื่อนึกถึงความใสซื่อของร่างเดิมที่ถูกคำพูดไม่กี่คำของลูกพี่ลูกน้องยั่วยุ จนลงทุนเดินทางมาป่านิลกาฬซึ่งเป็ที่อยู่ของเผ่าอสูร แต่ก็นะใช่ว่าเธอจะไม่เข้าใจความคิดของร่างเดิมสักทีเดียว
เ้าของร่างเดิมเป็ร่างของเด็กสาวที่มีชื่อเดียวกันกับเธอ เด็กคนนี้เกิดในตระกูลสวีที่เป็ตระกูลผู้ฝึกสัตว์อันเลื่องชื่อไปทั่วทั้งแผ่นดิน ไม่เพียงเท่านั้นตระกูลนี้ยังเป็เ้าของตำหนักหมื่นอสูรหนึ่งในห้าสำนักใหญ่ของทวีปผืนฟ้า
แต่ทว่ามู่เสวี่ยหลินนั้นเป็เพียงคนไร้ประโยชน์ที่ฝึกสัตว์ไม่ได้ดูดซับปราณเข้าร่างก็ไม่ได้อีกเช่นกัน เ้าตัวเลยถูกยึดนามสกุลสวีคืนแล้วให้ใช้นามสกุลของมารดาแทน ด้วยกลัวเ้าร่างเดิมจะออกไปทำให้ตระกูลอับอาย ทั้งที่เกิดในตระกูลผู้ฝึกสัตว์อสูรแต่ดันไม่สามารถฝึกสัตว์ได้
สำหรับโลกใบนี้ที่กำปั้นคือคำพูดเ้าของร่างเดิมจึงถือได้ว่าเป็ขยะที่แท้จริง อย่างไรก็ตามนางนั้นยังมีบิดามารดาคอยคุ้มครอง ดังนั้นชีวิตในตอนต้นจึงมิได้ลำบากมากนัก
แต่ทว่าความสุขนี้ก็อยู่ได้ไม่นานเมื่ออยู่มาวันหนึ่งบิดามารดาของนางก็ได้จากไปในระหว่างภารกิจของป่านิลกาฬ เด็กน้อยที่พึ่งจะอายุได้เพียงหกขวบจึงถูกเหล่าญาติๆ พากันกลั่นแกล้ง ท่านปู่ของนางก็ทอดทิ้งนางเพราะนางเป็เพียงคนไร้ประโยชน์ ส่วนท่านย่านั้น... อย่าเอ่ยถึงเลยจะดีกว่า
เอาเป็ว่าสาเหตุที่เด็กน้อยน่าสงสารคนนี้ที่มีรูปร่างคล้ายเด็กแปดขวบทั้งที่ความจริงนางอายุสิบสองแล้วนั้นก็เป็เพราะท่านย่าคนดีของนางทั้งนั้น ส่วนสาเหตุการตายของเด็กน้อยคนนี้ก็คือเสียเืมากเกินไป
มู่เสวี่ยหลินสรุปสาเหตุการตายของเ้าร่างเดิมในใจพร้อมทั้งคิดหาวิธีปลุกนิ้วทองไปด้วย ล้อเล่นน่า หากนางยังนอนเล่นต่อไปก็ต้องตายเป็รายต่อไปนะสิ แถมร่างเดิมยังเป็แค่คนธรรมดาที่ดึงพลังปราณเข้าร่างไม่ได้ทั้งๆ ที่ มีรากิญญาที่ดีที่สุดอย่างรากิญญา์ซึ่งสามารถฝึกฝนได้เร็วกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า
“ไม่หรอกมั้ง ฉันคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นใช่ไหม?” เสียงเล็กพึมพำออกมาในขณะพยายามมองหานิ้วทองในร่างกายตน
บอกตามตรงถ้าลุกได้นางคงลุกไปนานแล้ว แต่ด้วยความที่หนึ่งในอาชีพเก่าของนางคือหมอ ดังนั้นสมองเลยบอกนางว่าถ้าไม่อยากตายก็ห้ามขยับ ตอนนี้มู่เสวี่ยหลินเลยทำได้นอนราบไปกับพื้นและใช้ดวงตามองหารอยตำหนิบนร่างกาย
อย่างไรก็ตามไม่ว่ามู่เสวี่ยหลินจะหายังไงนางก็หาไม่เจอ ไม่ว่าจะเป็ในสติหรือบนร่างกายล้วนแต่ว่างเปล่า เด็กสาวที่พึ่งดีใจไปได้ไม่นานก็เริ่มใจเสีย นี่นางคงมิใช่ว่านางจะต้องมาจบชีวิตที่นี่จริงๆ ใช่ไหม?
มู่เสวี่ยหลินได้แต่คิดว่าเหตุใด์ทำไมถึงได้ใจร้ายกับนางเช่นนี้นะ คาเฟ่ที่นางสู้อุตส่าห์อดออมเก็บเงินมานานก็ยังไม่ทันจะได้เปิดกิจการ นางก็ดันมาตายเสียก่อนแล้วไหนจะยังมีเหล่าลูกน้อยของนางที่กำลังเฝ้ารอให้นางกลับไปให้อาหารอีก
เมื่อหวนนึกถึงเหล่าเด็กๆ ในบ้านมู่เสวี่ยหลินก็ยิ่งเศร้า นางไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาจะเป็ไงบ้างจะมีคนไปให้อาหารหรือยัง นอกจากนี้นางก็ไม่อยู่แล้วเกรงว่าเด็กพวกนั้นคงไม่พ้นถูกส่งไปยังศูนย์สงเคราะห์เป็แน่
“์เฮงซวย!”
เปรี้ยง!
“...”
มู่เสวี่ยหลินที่เห็นสายฟ้าฟาดลงมาห่างจากตนเพียงไม่กี่เซ็นก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ภายในใจของเด็กสาวได้แต่คิดว่านางพึ่งจะด่าไปเพียงคำเดียวใช่ไหม สายฟ้าถึงได้ฟาดลงมา
อย่างไรก็ตามมันยังไม่จบเพียงเท่านั้น ยังมีสายฟ้าอีกสองสายที่ตกลงมา ทำให้มู่เสวี่ยหลินถึงกับตกตะลึงที่์เ้าคิดเ้าแค้นถึงเพียงนี้ นางพึ่งด่าไปแค่ประโยคเดียวก็มอบสายฟ้าให้ถึงสามสาย
สายฟ้าทั้งสองยังคงฟาดลงด้านข้างนางเช่นเดิม ในขณะที่มู่เสวี่ยหลินคิดว่ามันจบแล้ว สายฟ้าสายที่สี่ก็ฟาดลงมาบนตัวนาง ทำให้เด็กสาวได้เบิกตามองด้วยความตกตะลึงที่ตนถูกฟ้าผ่าอีกแล้ว ความคิดสุดท้ายของมู่เสวี่ยหลินก่อนที่ทุกอย่างจะมืดไปนั้นก็คือ ์หัว***
......
มู่เสวี่ยหลินที่คิดว่าตนนั้นได้ตายไปแล้วก็ลืมตาตื่นขึ้นในสถานที่ใหม่ ทิวทัศน์อันงดงามเบื้องหน้าที่สวยจนคล้ายกับไม่มีอยู่จริงทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองกำลังอยู่บน์
ดวงตากลมกะพริบตาอย่างงุนงง พร้อมกับมองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ จุดที่นางยืนอยู่นั้นคือทางเดินที่มีจุดหมายปลายทางเป็ใจกลางหุบเขา
หุบเขาอันงดงามที่เต็มไปด้วยต้นท้อมันคล้ายป่าท้อที่นางเคยเห็นในซีรีส์แต่ทว่างดงามกว่าหลายร้อยเท่า ทั่วทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยสีชมพูของดอกท้อไม่เว้นแม้กระทั่งทางเดิน
กลีบดอกท้อลอยไปตามลมราว บนพื้นมีก้อนเมฆสีขาวนวลราวกับก้อนสำลีลอยอยู่ ที่ใจกลางหุบเขาคือต้นท้อั์ที่ขนาดใหญ่มากจนเหมือนกับต้นไม้โลกที่เธอเคยเห็นในเกม
แซ่ดๆ
เสียงดังจากพุ่มไม้ทำให้มู่เสวี่ยหลินใจนรีบะโหนีออกจากตรงนั้น พอนางหลบไปแล้วก็มีกระต่ายขาวะโออกมา ทั้งตัวของมันมีสีขาวราวกับก้อนหิมะ ดวงตาสีแดงราวกับทับทิมจ้องมาทางนางด้วยความสนใจ
มู่เสวี่ยหลินที่หนีเพราะนึกว่ามีสัตว์ประหลาด:……
กระต่ายน้อยมองมู่เสวี่ยหลินครู่นึงก่อนจะะโเข้าใกล้นางแล้วใช้หัวถูไถกับขากางเกงแล้วเงยหน้าขึ้นกะพริบตามองเธอด้วยดวงตากลมโตที่ไร้พิษภัย
มู่เสวี่ยหลินที่ถูกกระต่ายอ้อนก็ใจเหลวเป็น้ำ นางยื่นมือออกมาอุ้มมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เ้ากระต่ายที่ถูกอุ้มก็ยิ่งมีความสุข มันใช้หัวถูไถฝ่ามือของเธออย่างออดอ้อน ราวกับว่ามันชอบนางมาก ซึ่งมันก็ทำให้เด็กสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
นางใช้ฝ่ามือน้อยของตนลูบขนอันนุ่มนิ่มของกระต่ายน้อยอย่างมีความสุข ก่อนจะมาที่โลกนี้มู่เสวี่ยหลินมีสัตว์เลี้ยงตัวน้อยอยู่หลายตัว ในบรรดานั้นเองก็มีกระต่ายอยู่คู่หนึ่ง มันเป็กระต่ายสองสีที่มีสีขาวและน้ำตาลกับกระต่ายสีเทา
ทุกวันหลังเลิกงานเธอจะกลับมาลูบเ้าสองตัวนี้เพื่อฟื้นฟูพลังงาน แต่ทว่าเ้าพวกตัวป่วนนั้นชอบตบนางด้วยอุ้งเท้าทุกครั้งที่นางอุ้ม ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงหันไปอ้อนเ้าชิบะอินุตัวน้อยแทนทุกครั้ง
มาตอนนี้เมื่อมีกระต่าย (เหยื่อ) ตัวน้อยมาถวายตัวถึงที่ หากนางไม่ฟัดมันให้หนำใจก็อย่ามาเรียกนางว่ามู่เสวี่ยหลิน
กระต่ายน้อยที่เข้ามาเพราะชอบกลิ่น:?
เ้ากระต่ายน้อยเองก็คงไม่คาดว่าวันหนึ่งตัวมันจะถูกเด็กสาวชาวมนุษย์ลวนลาม มันเข้ามาหามู่เสวี่ยหลินก็เพราะชอบกลิ่นหอมบนตัวนาง ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้จิตชัดเจนมากขึ้นแต่ยังช่วยในเื่ของพลังอีก
ดังนั้นแม้เด็กสาวผู้นี้จะลวนลาม (เอาหน้าถูท้อง) มัน กระต่ายน้อยก็ยอมปล่อยไปแต่โดยดีเมื่อเทียบกับการได้เลื่อนขั้นแล้ว แค่โดนถูตัวนิดๆ หน่อยมันยอมได้ เ้ากระต่ายคิดในใจ
มู่เสวี่ยหลินที่ไม่รู้เื่นี้ก็ฟัดกระต่ายจนพอใจ ก่อนจะออกเดินทางสำรวจสถานที่ที่นางอยู่ ตอนนี้ร่างกายของนางไม่ได้เจ็บอีกแล้ว สงสัยคงเพราะตายไปแล้วเลยไม่มีแผล ดังนั้นนางจึงสามารถเดินเหินไปไหนมาได้อย่างอิสระ
สถานที่แรกที่มู่เสวี่ยหลินไปคือลำธาร เนื่องจากจุดที่นางมันอยู่ใกล้ลำธาร สองเท้าก้าวไปยังทิศทางที่กระต่ายน้อยออกมา หลังพุ่มไม้นั้นคือป่าท้ออันงดงามที่กว้างสุดลูกหูลูกตา มู่เสวี่ยหลินเดินไปตามทิศทางของที่ตนได้ยินเสียงน้ำไหล
ลำธารอยู่ไม่ไกลจากจุดที่นางอยู่มากนัก มู่เสวี่ยหลินเดินราวๆ ห้านาทีก็มาถึง ที่นั่นนางยังได้พบกับสัตว์ตัวอื่นอีกด้วย ส่วนใหญ่เป็สัตว์ตัวน้อยน่ารัก พวกมันพากันหันมามองนางด้วยความฉงน แต่ละตัวไม่มีความตื่นตระหนกเลยที่ได้เห็นมนุษย์อ๋อไม่สิตอนนี้นางน่าจะเป็ิญญาถูกไหม
จนถึงตอนนี้มู่เสวี่ยหลินก็ไม่รู้ตัวตนเองนั้นมิใช่ิญญา ดังนั้นนางจึงคิดว่าตนเองเป็ิญญาพวกสัตว์เลยไม่กลัวนาง เด็กสาวมองหาที่ว่างห่างจากพวกสัตว์ก่อนจะเดินไป
น้ำในลำธารใสจนมองเห็นก้น มีปลาตัวน้อยสีขาวว่ายไปมา มู่เสวี่ยหลินก้มลงมองเงาของตนในลำธาร เดี๋ยวนะิญญาไม่มีเงาใช่ไหม เด็กสาวที่พึ่งจะนึกได้มองเงาในลำธารด้วยความใ
มู่เสวี่ยหลิน: ให้ตายเถอะยัยหน้าผีนี่ใครกัน
สวัสดีค่ะรี้ดที่น่ารักทุกคน วันนี้ก็กลับมาพบกับเื่ใหม่ประจำเดือนนี้กันค่ะ นิยายในเดือนนี้จะเป็ฝึกตนเป็เซียนนะคะ น้องนางเอกจะมีศิษย์พี่อยู่ทั้งหมดเก้าคน ซึ่งก็จะค่อยทยอยออกมาทีละคนแถมแต่ละคนก็ยังมีร่างเดิมเป็สัตว์ตัวน้อยน่ารักๆมาให้นางเอกได้ฟัดอีกด้วย ส่วนพระเอกของเื่อื้อ...มีแหละคะแต่จะจบคู่กันไหมนั้นก็ต้องดูไปก่อน เพราะยัยน้องเขามุ่งมั่นกับคาเฟ่มากดังนั้นอย่าพึ่งไปสนใจเื่รักเลยค่ะ
จุดเริ่มต้นตอนนี้เป็่แรกของการฝึกฝนก่อนไปผจญภัยในโลกบำเพ็ญนะคะ เพราะงั้น่แรกอารมณ์นางเอกจะเหมือนกับไปเรียนกวดวิชา รี้ดๆที่อ่านแล้วก็อย่าลืมกดใจ หรือคอมเม้นท์เป็กำลังใจให้ยัยน้องจบกวดวิชาด้วยนะคะ^^
ปล. เื่นี้ไม่มีดราม่ามีแต่ตลกที่ไม่ค่อยตลก นิสัยนางเอกจะเข้ากับหน้าตาเพราะตอนตายอายุยังไม่เยอะซึ่งจะมีเฉลยทีหลัง