ตอนที่ 7 ใจเด็ด (2)
ไม่ต้องพูดอะไรกันอีก เื่อื่นเขาอาจทน แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับบุตรธิดาเขาไม่อาจทนได้อีก เขาไม่อาจโน้มน้าวบิดา และไม่คิดจะทำตามความ้าของบิดา
เยี่ยอันซื่อกล่าวจบไม่รอให้เยี่ยจวีเฉียวตอบกลับ หันกายเดินออกจากเรือนเหยียนกวง
เยี่ยจวีเฉียวโกรธจัดจนลืมขัดขวางไม่ให้เยี่ยอันซื่อจากไป เขากัดฟันเค้นเสียงออกมาว่า “เ้าลูกทรพี!”
ไม่นานนักเื่ที่เรือนเหยียนกวงก็ล่วงรู้ถึงหูคนที่รอฟังเหตุการณ์
จูซื่อนึกไม่ถึงว่าเยี่ยอันซื่อจะแข็งข้อขึ้นมาเช่นนี้ ถึงกับกล้าขัดคำสั่งของนายท่านผู้เฒ่าโดยตรง นางยังเข้าใจว่าตนเองฟังผิดไป
แม้แต่คำพูดของนายท่านผู้เฒ่ายังไม่มีประโยชน์ ดูท่าว่าทางเรือนสามคงไม่ยอมสละสิทธิ์เข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนแน่นอนแล้ว
หากเป็เช่นนี้ เจิงเอ๋อร์จะทำอย่างไรดี
บุตรชายของตนมีความสามารถแค่ไหน จูซื่อทราบกระจ่างแก่ใจดี ...เจิงเอ๋อร์แม้จะไม่เลวนัก แต่สู้อวี๋เกอของเรือนสามไม่ได้แน่
เพราะรู้ดีถึงข้อนี้ จูซื่อจึงได้วางหมากไว้ก่อนหน้านี้ โดยทำทีเอ่ยปากต่อหน้าเยี่ยจวีเฉียวโดยไม่ตั้งใจไปหลายครั้ง
จูซื่อแต่งเข้าบ้านตระกูลเยี่ยมานานหลายปี อุปนิสัยของพ่อสามีนางพอคาดเดาได้ แม้จะไม่ถึงสิบส่วน แต่ก็พอจะเดาได้แปดเก้าส่วน
นางทราบดีว่าเยี่ยจวีเฉียวให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตระกูลเยี่ยเป็ที่สุดและไม่ชอบเรือนสาม ขอเพียงใช้ข้ออ้าง ‘เพื่ออนาคตบ้านตระกูลเยี่ย’ ก็จะบีบให้เรือนสามยอมสละสิทธิ์เข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนได้
นางคาดเดาไว้ไม่ผิด นายท่านผู้เฒ่า้าให้เรือนสามสละสิทธิ์เพื่อเปิดทางให้เจิงเอ๋อร์
จูซื่อคิดว่าต่อให้เรือนสามไม่ยินยอมพร้อมใจนัก แต่สุดท้ายย่อมคล้อยตามเอง
ถึงอย่างไรที่ผ่านมาเรือนสามก็เป็เช่นนี้มาตลอด
แต่เื่ที่เกิดขึ้นทำให้นางตื่นใ ไม่รู้ว่าเกิดเหตุผิดพลาดที่ใดกันแน่
อาจเพราะคุ้นเคยที่เรือนสามยอมถอยให้กระมัง พอได้ยินว่าเื่ออกมาเป็เช่นนี้ นอกจากประหลาดใจแล้ว นางจึงโมโหโกรธายิ่งนัก
แค่ลูกของจี้ซื่อผู้อ่อนแอไม่ได้เื่คนหนึ่ง เยี่ยอันซื่อกล้าดีอย่างไร อวี๋เกอจะมาขัดขวางอนาคตของบุตรชายนางได้อย่างไรกัน
ผ่านไปครู่หนึ่งกว่านางจะสงบใจได้ จากนั้นนางก็สั่งการลงไปว่า “เรียกคนเตรียมขนมส่งไปให้ฮูหยินผู้เฒ่าสักหน่อย แล้วเล่าเื่ที่นายท่านสามมีปากเสียงกับนายท่านผู้เฒ่าให้ฮูหยินผู้เฒ่าฟังด้วย”
เมื่อนึกถึงฮูหยินผู้เฒ่าจี้ซื่อ ดวงตาของนางจูซื่อทอประกายเย้ยหยัน เหยียดยิ้มมุมปากอย่างดูแคลน
หลายปีมานี้จี้ซื่อเกรงนั่นกลัวนี่ ปากก็คอยพร่ำบ่นแต่คำว่า ‘ครอบครัวปรองดองอยู่ดีมีสุข’ สิ่งที่นางกลัวที่สุดคือนายท่านผู้เฒ่าไม่พอใจ นางคอยพูดให้เรือนสามยอมทนเป็ฝ่ายถอยมาตลอด คราวนี้หากทราบว่าเรือนสามขัดใจนายท่านผู้เฒ่าจะเป็อย่างไรนะ
ผู้คนพากันกล่าวว่ามารดาเลี้ยงมักใจร้าย แต่นางจี้ซื่อเป็มารดาเลี้ยงที่ใจดีเกินเหตุอยู่บ้าง ดีจน...แทบจะโง่งมงายไปแล้ว
เหตุใดในโลกนี้ยังมีคนเช่นจี้ซื่ออีก ช่างห่างไกลจากมารดาเลี้ยงของนางยิ่ง!
จูซื่อเป็บุตรสาวคนโตจากภรรยาเอกของท่านฉางซิงโหว[1] นามเดิมว่าจูเฉิงปี้ น่าเสียดายที่มารดาผู้ให้กำเนิดจากไปก่อนวัยอันควร ต่อมานางจึงต้องตกระกำลำบากอยู่ภายใต้เงื้อมมือของฟ่านซื่อมารดาเลี้ยง จูซื่อได้อาศัยความใจเด็ดหลบรอดจากการให้ร้ายของมารดาเลี้ยงจนได้แต่งเข้าบ้านตระกูลเยี่ยในที่สุด
จูซื่อที่รอดจากเงื้อมมือของมารดาเลี้ยงมาได้ โกรธเกลียดเคียดแค้นมารดาเลี้ยงทุกคนบนโลกใบนี้
ก่อนแต่งเข้าบ้านตระกูลเยี่ย นางได้เตรียมตัวเตรียมใจสู้กับมารดาเลี้ยงของสามีตนให้ตายไปข้างหนึ่ง แต่นึกไม่ถึงว่า...ไม่มีโอกาสลงมือเสียอย่างนั้น
ตอนนางเพิ่งแต่งเข้ามา บิดาของสามีได้มอบอำนาจดูแลบ้านให้นาง มารดาสามีก็เป็คนขี้ขลาดอ่อนแอ ภายหลังมีสะใภ้ร่วมบ้านแต่งเข้ามาอีกสองคน ถ้าไม่ปัญญาทึบก็กลัวมีเื่ ไม่พอมือสักคน
เพียงชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านไปยี่สิบกว่าปีแล้ว จูซื่อใช้ชีวิตที่ผ่านมาอย่างสบายไร้กังวลมาตลอด
หากไม่ใช่เพราะบุตรคนรองสุดที่รัก เยี่ยเซี่ยงเจิง นางแทบลืมไปแล้วว่าตนเองชำนาญเื่การคาดคะนึงจิตใจผู้คนเป็ที่สุด
ต่อให้เยี่ยอันซื่อต่อต้านแล้วอย่างไร นางมีวิธีการมากมายให้เรือนสามยอมศิโรราบ!
ทว่าเห็นได้ชัดว่าคราวนี้นางคาดเดาพลาดไป ขนมที่นางสั่งให้ส่งไปที่เรือนของจี้ซื่อ ถูกส่งกลับมาในสภาพเดิมไร้การแตะต้อง
เชิงอรรถ
^ หนึ่งในบรรดาศักดิ์ของขุนนางจีน เรียงลำดับจากสูงไปต่ำคือ กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน