มาจะกล่าวบทไปถึงสาวน้อยผมดำที่กำลังจรดปลายปากกาลงบนกระดาษด้วยความสนุกในการเล่าเื่ราวของเธอหวังว่าเมื่อไปถึงคนอ่านแล้วเขาจะเข้าใจถึงความรู้สึกของเธอที่ถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอักษรเหล่านี้ท่าทางตั้งใจจดจ่อกับการเขียนตรงหน้าทำเอาคนที่นั่งอ่านหนังสือพลางมองดูอยู่ห่าง ๆอดส่งความรู้สึกเอ็นดูออกมาไม่ได้จนต้องเดินเข้าไปทางด้านหลังแล้ววางมือบนหัวลูบอย่างแ่เบา เธอไม่ได้ปัดมือเขาออกอย่างที่ชอบทำ ถือว่าเป็ปรกติหรือไม่เขาก็ไม่แน่ใจ แต่อย่างน้อยก็แปลว่าเขาจะไม่เจ็บตัวจากการตอบสนองของเธอ
“ตั้งใจใหญ่เลยนะ เขียนถึงไหนแล้วละ”
“ยังไม่ได้เท่าไหร่ฉันพึ่งจะจับฉลากเลือกห้องไปเอง”
“ที่เธอเขียนอยู่มีฉันเข้ามาหรือยัง”
“มาแล้วสิ”
“ฉันจะดูเป็ไงนะในสายตาเธอ”
เขาย่อตัวให้ใบหน้าและสายตาอยู่ในระดับเดียวกับสายตาคู่ฟ้าใสของเธอเผยให้เห็นแววตามุ่งมั่นตั้งใจไม่ต่างกับเวลาที่เ้าตัวถือดาบกวัดแกว่งในสนาม
“นายดู…กระจอก ละมั้ง”
“เฮ้ กระจอกได้ไง ให้พูดใหม่ได้นะไม่ว่ากัน”
“ขอบใจนะ นายใจดีจัง แต่ไม่เป็ไรหรอก”
“อย่าพูดเหมือนเป็ความผิดคนอื่นสิ”
ชายหนุ่มมุ่ยหน้าด้วยท่าน้อยใจต่อสาวน้อยจนเธอต้องเบนสายตาจากจดหมายสำคัญมามองตาเขา
“งอแงอะไร หิวข้าวรึไงยะ” ดูท่าแล้วเป็เขามากกว่าที่อยากจะปล่อยให้เธอเขียนไปจนหิวข้าว
เหล่าเด็กใหม่ที่จับฉลากได้หมายเลข 1ในตอนนี้กำลังจับจองที่นั่งบนโซฟาที่นั่งพื้นนุ่มนิ่มเพื่อจับจองเป็ที่นั่งสำหรับการนัดหมายหลังจากการคัดเลือกหอพักเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนตามกำหนดการปฐมนิเทศแล้วนักเรียนจะแยกไปตามหอพักประจำทิศที่ตนจับฉลากได้
แซมจีเซลกำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นรวมของนักเรียนหอพักทิศเหนือชั้นปี 1ภายในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ตกแต่งเรียบง่าย ดูอบอุ่นมีทุกอย่างที่นักเรียนอย่างพวกเธอ้า หมายถึง้าสำหรับห้องนั่งเล่นน่ะนะโซฟาตัวยาวและสั้นรองรับทั้งการนั่งเดี่ยว นั่งคู่และนอนเอกเขนกพรมสีน้ำตาลเข้มที่ปูบนพื้นไม้ดูนุ่มฟูล่อตาล่อใจให้อยากจะเอาเท้าไปััตรงผนังกลางห้องมีเตาผิงไฟขนาดใหญ่อยู่เป็ศูนย์กลาง เหนือเตาผิงคือนาฬิกาโลหะลูกทุ้มสีทองที่กำลังแกว่งไปเป็จังหวะตรงกันข้ามที่ผนังอีกฝั่งคือหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เป็รูปทรงโค้งยาวจากเพดานจนเกือบถึงพื้นเป็ช่องทางแสงธรรมชาติจากภายนอกที่สอดส่องเข้ามาทำให้ภายในห้องสว่างไปทั่วโดยไม่จำเป็ต้องใช้หลอดไฟหรือจุดไฟที่เตาผิง
เบื้องหน้าเตาผิงที่ยังดับมีกลุ่มคนที่ถูกขนานนามว่าต้นหนประจำทิศเหนือ สาวน้อยที่ยืนหน้ากว่าคนอื่นคือคนเดียวกันกับคนที่ยืนคุยกับฟินน์ในวันที่แซมไปลงทะเบียน ในวันนี้เธออยู่ในชุดนักเรียนที่เต็มยศกว่าเดิมและไม่ได้ดูเหนื่อยเท่าวันนั้นเธอคนนี้ได้แนะนำตัวเองว่า เรเน่ วาซาเรอลี ประธานหอพักทิศเหนือ อยู่ชั้นปีที่ 2 ซึ่งนั่นแหละที่ทำให้แซมรู้สึกสนใจในตัวรุ่นพี่คนนี้เพราะนั่นหมายความว่าเธอได้ลงสมัครประธานหอั้แ่ตอนอยู่ชั้นปี 1 และได้รับเลือกจากคนทั้งหอเหนือ ความสามารถคงจะเป็ที่ประจักษ์อย่างค้านไม่ได้เป็แน่
ถ้าหากได้เห็นพี่สาวคนนี้โชว์ของสักครั้งคงน่าดูไม่น้อย
ความคิดโลดแล่นในหัวขณะฟังเรเน่ประธานหอเหนือพูดเกี่ยวกับกฎระเบียบที่ควรทำ สิ่งห้ามทำและแนะเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในหอพักแห่งนี้ แซมชำเลืองมองคนข้างตัวที่ตัวเธอเองก็คิดว่าฝีไม้ลายมือไม่ได้ด้อยกว่าใครในที่นี้จีเซลจะรู้สึกอย่างไรนะที่ได้เห็นประธานหอที่อายุน้อยขนาดนี้ จะรู้สึกใจเต้นแบบเธอหรือเปล่า
ดวงตาสีฟ้าสดใสส่องประกายแวววับด้วยความตื่นเต้นและสงสัยใครรู้แซมคิดว่าจีเซลคงจะตื่นเต้นกับบทบาทการเป็นักเรียนใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจีเซลมีความหมายอื่นใดแฝงอยู่หรือไม่
“แซม”
“หืม”
“น่าตื่นเต้นจัง ชั้นปี 1 ก็สมัครได้เลยหรอ ฉันน่ะ…”
“ฉันอยากลองสมัครเป็ประธานหอเหนือคนต่อไปดูบ้างจังเลย!”
ยังไม่ทันที่จีเซลจะจบประโยคที่เริ่มไว้กับแซมก็มีเสียงดัง(น่ารำคาญ)เป็เอกลักษณ์แทรกขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเธอทั้งสองเสียงที่ทำให้แซมรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“อ้าวว่าไงดูเหมือนเราจะได้อยู่ห้องเดียวกันนะ”
คำว่า ได้อยู่ คงจะไม่ถูกต้อง ต้อง อยู่ซะมากกว่า
แซมเผลอทำหน้าย่นแววตาฉายความไม่ถูกใจออกมาเมื่อรู้ว่าเ้าของเสียงเจื้อยแจ้วน่ารำคาญด้านหลังของเธอคือไอ้ผู้ชายหน้าตกกระพูดไม่หยุดเมื่อเช้านี้ ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่ค่อยเข้าข้างเธอเอาเสียเลยที่หมอนั่นดันจับฉลากได้อยู่ห้อง 1ทิศเหนือกับเธอ
นี่ต้องทนฟังมันพูดมากไปตลอดสี่ปีเลยหรอวะ!
ศอกแหลมของจีเซลกระทุ้งเข้าสีข้างของแซมเป็สัญญาณว่าเธอควรเก็บสีหน้าให้มากกว่านี้ แซมมองจีเซลพลางกลอกตาไปมาแล้วก็โดนท่าศอกพิฆาตแทงอีกรอบ แซมตัดสินใจยิ้มแห้ง ๆ ให้หนุ่มหน้าตกกระ
“แหม คาดไม่ถึงเลยนะ”
“ว่าแต่เธอชื่ออะไรกันบ้างนะเราควรทำความรู้จักไว้นะ ฉันชื่อ ไนเจล มิเลอร์”
แซมไม่ปล่อยโอกาสพูดคุยดำเนินต่อรีบหันกลับมาสนใจแก๊งต้นหนที่กำลังโฆษณาตัวเองกันอยู่เธอพึ่งจะสังเกตว่าหนึ่งในกลุ่มคนด้านหน้ามีใครบางคนที่ยืนเนียนอยู่กับผ้าม่านราวกับจะกลืนไปกับส่วนหนึ่งของห้ออย่างไม่้าให้ใครสังเกตเห็นแต่เขาดันเป็หนุ่มผมดำ ตาสีฟ้าที่เธอรู้จักดีเลย
ทำไมไอ้พี่นั่นไม่เคยเล่าให้ฟังเลยว่าหัวหน้าชั้นปี
เมื่อพี่ชายรู้ตัวแล้วว่าถูกน้องสาวจับได้ก็เกาคอแก้เขินไปหนึ่งทีน้องสาวที่อยากทำตัวเป็น้องที่ดีเลยทำท่าไม่รู้จักพร้อมกับเมินสายตาที่ส่งมาแล้วฟังที่เขาแนะนำตัวว่าเป็หัวหน้าชั้นปี 3 ร่วมกับนักเรียนหญิงชาวตะวันออกอีกคนที่ชื่อว่ายูริ ซูซูกิ เพราะมีกันสองคนเลยทำหน้าที่ช่วยดูแลชั้นปี 4ไปด้วย เหตุเพราะรุ่นพี่ปี 4ไม่ค่อยได้ประจำอยู่ที่โรงเรียนจะต้องออกไปเพื่อเรียนรู้ชั้นเรียนนอกสถานที่บ่อยครั้งแต่ในความคิดของแซมนั่นไม่ใกล้เคียงกับที่ฟินน์ได้เล่ากล่าวต่อคนอื่น ๆ
ไอ้พี่นั่นคงจะไปแพ้พนันหรือ โดนล่อด้วยอะไรสักอย่างแล้วได้เป็หัวหน้าชั้นปีแหงคนอย่างเขาไม่มีทางจะเสนอตัวไปเป็หัวหน้าแน่ ๆ หรือว่าจะดวงกุดจับฉลากได้เป็กันแน่นะ
กระเป๋าเดินทางใบน้อยใหญ่ใบแล้วใบเล่าถูกลำเลียงขึ้นมาหาเ้าของที่อยู่ในหอพักประจำแต่ละทิศก้าวแรกสำหรับการเป็เด็กหอของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
แซมและจีเซลได้เลือกห้องพักหอทิศเหนือชั้นที่หนึ่งสำหรับเด็กปีหนึ่งภายในห้องพักมีเตียงสองชั้นสองหลังหันหัวไปทางหน้าต่างสูงโค้งจดเพดานที่ล้อมกรอบด้วยไม้สีเข้มและผ้าม่านสีอ่อนตัดกันที่ปลายเตียงทั้งสองหลังมีตู้เสื้อผ้าและกล่องใบใหญ่สำหรับเก็บสัมภาระให้เพียงพอสำหรับเ้าของห้องติดผนังสองด้านมีโต๊ะเขียนหนังสืออย่างละชุด และอีกสองชุดอยู่ติดหน้าต่าง
“อยู่ได้ตั้งสี่คนเลยนะ”จีเซลเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาวางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะตัวหนึ่ง
“มีแล้วสองขาดอีกสอง” แซมเห็นด้วยแล้วปีนขึ้นไปที่เตียงชั้นบนประหนึ่งพร้อมจับจองเป็เ้าของภายในห้องดูปกติเรียบร้อยดีทุกอย่างไม่มีอะไรให้น่าฉงนใจหลังจากที่แซมได้สำรวจด้วยตาเปล่าหนำซ้ำยังถูกทำความสะอาดอย่างดีเตรียมรอรับเ้าของใหม่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะดังขึ้นอย่างเบามือของผู้มาเยือนใหม่ที่หน้าประตูจีเซลวางเสื้อผ้าที่ออกมาจากกระเป๋าลงบนเตียงแล้วหันไปสนใจสาวน้อยที่เปิดประตูเข้ามาใหม่
“เอ่อคะ คะ คือว่า ห้องนี้ เต็มหรือยังคะ”
เ้าของเสียงสั่นด้วยความประหม่าที่โผล่พ้นประตูมาแค่ลำตัวฝั่งซ้ายมือเกาะประตูแน่นราวกับว่าประตูห้องเป็สิ่งเดียวที่ปกป้องเธอจากคนในห้องได้
“เรายังขาดรูมเมทอีกสองคนเลยละยินดีต้อนรับเพิ่มมาก ๆ เลยละ”
จีเซลกล่าวต้อนรับสาวน้อยขี้อายด้วยท่าทางเ้าบ้านอย่างดีใจในขณะที่แซมไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ยังสังเกตความเป็ไปบนเตียงชั้นสอง
“ขะ ขะขอบคุณมากนะคะ ขอ ขอฝากตัวด้วยนะคะ!”
สาวขี้อายคลายนิ้วออกจากกรอบประตูแล้วเดินเข้ามาในห้องเธอเป็สาวแว่นทรงกลมกรอบสีดำ พร้อมด้วยผมสีดำธรรมชาติที่ถูกมัดไว้เรียบร้อย เธอยิ้มอย่างเขินอายเมื่อเห็นจีเซลเดินตรงเข้ามายิ้มสวยให้อย่างเป็มิตร
“ฉันชื่อว่าจิลเลียน เซราฟิน เซเฟอริโน่ ส่วนข้างบนนั่นชื่อ แซม นะ”
แซมโบยมือหย็อยๆ กลับมาเมื่อถูกแนะนำ สาวน้อยส่งยิ้มให้เพื่อนใหม่ แต่เพื่อนใหม่กลับไม่กล้าสบตาทั้งเธอและจีเซลเลย
“ฉะ ฉันชื่อว่ากะ เกวน ค่ะ เกวนดาลิน เอสมี ค่ะ! ฝะ ฝากตัวด้วยนะคะ!!”
เกวนดาลินโค้งตัวลงเล็กน้อยหลังจากแนะนำตัวเสร็จแซมที่เห็นว่ารูมเมทของเธอดูน่าสนใจไม่น้อยเลยปีนลงมาทำความรู้จักด้วยตัวเอง แต่มิวายโดนเพื่อนสนิทขัดขึ้นก่อน
“นี่ ๆไม่ต้องเกร็งกันมากก็ได้นะ ยัยคนนี้ไม่กัดใครหรอก”
“เฮ้ยัยบ้า คนนะไม่ใช่หมา” แซมชกเบา ๆ เข้าที่ไหล่จีเซล “ฉันแซม ซาแมนธา ริคาร์โนะ เรียกแซมก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็ทางการนะรูมเมทเธอมาจากที่ไหนหรอ เรามาจากวัลตูนอร์ธทั้งสองคน”
“อะเอ่อ มาจากไฮเรซน่ะค่ะ คะ คะ คือว่า ฉันเคยเห็นพวกคุณมาแล้ว ตะ ตอนที่แซมประดาบวันก่อน”
“อ๋อเื่วันนั้นอย่าไปจำไว้นานเลยนะ ถือว่าฉันขอ” แซมหันมาทำหน้าเหยเกเมื่อนึกถึงเื่โดนบังคับโชว์ของดีต่อหน้าคนหมู่มากวันนั้น
“เอ๋?ตะ แต่ตอนนั้น…แซมเท่มากเลยนะคะ” เกวนขมวดคิ้วนิ่วหน้าอย่างใจเสียที่ได้ยินแซมพูดแบบนั้น
“อย่าไปคิดมากเลยนะเกวนแซมน่ะแค่เป็พวกขี้เขินน่ะ ว่าแต่เกวนเองก็ไม่ต้องสุภาพมากก็ได้นะ ไหน ๆเราก็จะเป็รูมเมทกันแล้ว”
“อะเอ่อ จะดีหรอคะ คุณจิลเลียน เอ่อ เป็ถึง เอ่อ” เกวนพูดอย่างเหนียมอายพร้อมโน้มหัวลงเล็กน้อยแล้วพูดเสียงเบาราวกับว่าสิ่งที่พูดออกไปอาจจะทำให้ทั้งห้องสั่นคลอน “ปะเป็ เ้าหญิง”
“ไม่เอาน่าเมื่อเช้าอาจารย์ใหญ่ก็บอกไปแล้วนี่ ถ้าเกวนสุภาพกับฉันซะขนาดนั้นฉันเองก็คงลำบากใจแย่เลยนะ” จีเซลปรี่เข้ามาเขย่ามือของเกวนอย่างอ่อนโยนพร้อมขอร้องเธอจนตอนนี้เกวนออกอาการหน้าแดงหูแดง
“เอ๋? มัน มันจะไม่เป็อะไร จริง ๆ หรอคะ”
“เชื่อฉันเถอะยัยคนนี้อยากเป็คนธรรมดาไม่มียศถาเป็ที่สุด”
เกวนทำหน้าชั่งใจกับคำพูดของแซมอยู่นิดหน่อยราวกับว่า้าใช้เวลากับความคิดตัวเองสักครู่แต่สิ่งนั้นก็ทลายลงเมื่อแซมเปิดประตูออกกว้าง เพื่อช่วยขนสัมภาระของเธอเข้ามา เกวนแทบจะเรียกได้ว่าใตาแตกเข้าไปห้ามแซมว่าจะทำเองดีกว่าแต่แซมก็ยังยืนยันว่ารีบเอาของเข้ามาดีที่สุด เพราะกลัวว่าเกวนจะเปลี่ยนใจย้ายห้องเพราะเจอรูมเมทเป็เ้าหญิงสูงศักดิ์ แล้วยัยเ้าหญิงจะได้พาลใจเสียที่เพื่อนใหม่ไม่ยอมร่วมห้องด้วย
ทั้งสามคนจัดสรรพื้นที่ในห้องและตกลงได้ว่าจีเซลและเกวนจะนอนอยู่เตียงชั้นล่างกันคนละเตียงและแซมจะนอนชั้นบนของเตียงเดียวกันกับจีเซล การพักผ่อนหลังจากเก็บของส่วนตัวผ่านไปพร้อมๆ กับที่ทั้งสามรอคอยใครสักคนที่จะเข้ามาเป็รูมเมทคนสุดท้ายในห้องของพวกเธอแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มี ดูเหมือนว่าในปีนี้จะมีจำนวนนักเรียนน้อยกว่าเตียงในหอพัก
ดวงตะวันสีส้มแดงคล้อยต่ำจนลงลับขอบฟ้าบอกเวลากลางคืนให้มนุษย์ผู้ใช้ชีวิตทั้งหลายเตรียมตัวเข้านอนเพื่อพักผ่อนเตรียมใจจะผ่านพ้นหนึ่งนี้ไปแต่ไม่ได้หมายถึงเหล่าเด็กใหม่หอทิศเหนือที่พึ่งจะทานอาหารมื้อเย็นกันเสร็จการก้าวเข้าสู่บทบาทเด็กหอทำให้พวกเขาตื่นเต้นมากเสียจนมีหลายคนมารวมกันที่ห้องนั่งเล่นอย่างมิได้นัดหมาย
ไฟที่เตาผิงถูกจุดขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่นและบรรยากาศผ่อนคลายให้แก่หลายคนในห้องนั่งเล่นเสียงพูดคุยจอแจคลอไปตามสายลมที่ผัดผ่านหน้าต่างห้องที่เปิดรับลมเย็นยามค่ำคืน จีเซลกำลังนั่งจิบชาคาโมมายล์หอมกรุ่นพลางนั่งพูดคุยละลายกำแพงขี้อายของเกวนส่วนแซมเลือกที่นั่งมุมหนึ่งของห้องที่ไม่ห่างจากจีเซลมากนัก ราวกับกำลังสังเกตการณ์คนอื่นในห้องไปด้วยอย่างเงียบๆ แต่แล้วบรรยากาศในห้องก็เริ่มมีสีสันมากขึ้นเสียจนความเงียบสำหรับแซมหายไป
หายไปกับตาเลยแหละ
“อ้าวทุกคนมารวมตัวกันที่นี่เองหรอ” ไนเจลมิเลอร์เ้าของเสียงดังเอกลักษณ์พร้อมด้วยหน้าตกกระโผล่เข้ามาในห้องนั่งเล่นเขาเป็คนสุดท้ายในห้อง 1ทิศเหนือที่แซมอยากจะเสวนาด้วยในนี้เลยละ หรืออาจจะรวมทั้งโรงเรียนเลยก็เป็ได้
“นี่ตอนในโรงอาหารไม่ชวนฉันเลยนะพวกเธอเนี่ยใจร้ายจังเลย” ไนเจลตรงเข้ามาหาแซมราวกับตั้งใจจะพูดด้วยอยู่แล้ว
“พอดีคิวพูดคุยสำหรับคืนนี้ไม่มีนายในรายชื่อน่ะสิ”แซมปฏิเสธกวนไปที หวังว่าจะไม่ดูใจร้ายไป แต่ถ้าใจร้ายได้ก็คงดี
“หืมถือว่าไม่เป็ไรก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ฉันอยู่ในห้องนี้แล้ว” ไนเจลยิ้มตอบอย่างไม่ถือสากับคำพูดกวนของแซม“นี่ทุกคน ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เรามาทำความรู้จักกันไว้ดีกว่ามั้ยขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการเลยแล้วกัน ฉันชื่อ ไนเจลนะ ไนเจล มิเลอร์ยินดีที่จะได้เป็เพื่อนร่วมหอ ร่วมรุ่นกับพวกนายทุกคนนะ”
เสียงเจื้อยแจ้วของไนเจลได้ผลทันตาคนในห้องที่นั่งแยกกันเป็กลุ่มหันมาสนใจเขาที่ยืนอยู่กลางห้องหลายคนก็เริ่มแนะนำตัวกันบ้าง เสียงคุยขึ้นเริ่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกความครื้นเครงเต็มไปด้วยชีวิตและชีวาของบรรดาวัยรุ่นหนุ่มสาวที่รวมตัวกันต่างบอกเล่าความรู้สึกั้แ่เริ่มเข้ามาในที่แห่งนี้ ทั้งความตื่นเต้น ความอยากรู้ความแปลกใจ
“คาดไม่ถึงเลยละที่เราจะได้จับฉลากเลือกห้องแบบนี้” ใครบางคนพูดขึ้นมา
“ฉันว่าน่าตื่นเต้นดีออกอะไรที่ต้องลุ้นสุ่มดวงแบบนี้” ไนเจลพูดขึ้น
“ตื่นเต้นน่ะสิการคัดสรรอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลแบบนี้” เด็กสาวคนหนึ่งที่เคยแนะนำว่าชื่อลิลลี่ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความไม่พอใจออกมาเ้าหล่อนคงจะไม่พอใจในผลลัพธ์ที่ไม่ได้รับคำอธิบายนี้
“กะก็แปลกใหม่ดีนะคะ” เกวนที่นั่งเงียบมาสักพักเริ่มอยากจะมีส่วนร่วมในวงสนทนาด้วยเธอเรียกความสนใจจากคนทั้งห้องให้มาเป็เป้าเดียว เล่นเอาสาวน้อยขี้อายยกมือพัลวันรีบแก้เก้อ “เอ่อ คือ ฉันหมายถึงว่า แปลกใหม่ที่แบ่งห้องแบบนี้เพราะ เพราะอาจารย์ใหญ่น่ะ เอ่อ เชื่อว่าโชคชะตาจำนำคนเหมือน ๆ กันมารวมกันนี่คะ”
“ฉันดูเหมือนเธอหรอหรือใครในห้องนี้ที่ดูเหมือนกันบ้างละ ไม่เห็นจะเข้าใจได้เลยสักนิด” ลิลลี่บ่นอุบอิบอย่างไม่พอใจพลางถอนหายใจดังฟึดฟัด
“แต่ฉันว่าเธอมีส่วนที่เหมือนกับคนนั้นนะ”ไนเจลไม่พูดเปล่ายังชี้ไปทางแซมที่ลุกยืนพิงผนังเงียบ ๆแทนที่จะนั่งอยู่กับเกวนและจีเซล เล่นเอาคนทั้งห้องเปลี่ยนเป้าสายตาไปเป็เธอ
“เฮ้ฉันก็อยู่เฉย ๆ ของฉันนะ” แซมบ่นออกมาเสียงดังอย่างเสียไม่ได้เื่อะไรที่เธอจะต้องยอมให้ไอ้หมอนี่เอาเธอไปแขวนด้วย
“นั่นน่ะสิฉันไปเหมือนเธอคนนั้นตรงไหนกัน”
“ก็นี่ไงลิลลี่กับเธอคนนั้นชอบบ่นตลอดเลย เหมือนกันออก” พูดจบก็หัวเราะขึ้นมาอย่างพออกพอใจในขณะที่เพื่อนคนอื่น ๆ ก็เอาแต่เหมือนทั้งลิลลี่และแซมสลับไปมา ทำเอาสาวน้อยทั้งสองต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“เพื่อนของฉันเธอคนนั้นที่นายพูดน่ะมีชื่อนะ” จีเซลที่ไม่ได้สนใจประเด็นนิสัยขี้บ่นแต่ติดใจการใช้คำเรียกเพื่อนของเธอ “แซม ซาแมนธา ริคาร์โด้เรียกแซมกันก็ได้นะ” จีเซลทำหน้าที่แนะนำแทนเ้าตัวที่ไม่ยอมปริปากพูดถ้าไม่โดนพาดพิง
“ฉันจำได้ริคาร์โด้คนนั้นที่ประดาบในชมรมงานเปิดโรงเรียน” เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นเสียงดังหลังจากที่ได้เพ่งพินิจดูหน้าแซมซีนจดจำที่เ้าของผลงานไม่อยากโดนจดจำมากที่สุด แซมถึงกับเผลอตบหน้าผากตัวเอง
“ขอบคุณที่จำกันได้นะ”แต่ทีหลังไม่ต้องจะดีกว่า
“แล้วคิดว่าเชื่อได้จริงหรอครับที่ทุกคนจะมีนิสัยแบบนั้นน่ะ แบบเดียวกันทั้งห้องเลยเนี่ยนะครับ” เด็กหนุ่มท่าทางสุภาพยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับวิธีการจัดสรรห้องของอาจารย์ใหญ่ที่ให้นักเรียนจับฉลากภายในความคิดแซมตรึกตรองตามคำพูดของเพื่อนคนนั้น เธอเองก็ไม่ได้เห็นชอบกับวิธีนี้เพียงแต่ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเธอยังได้อยู่ห้องเดียวกับจีเซลไม่ว่าจะที่ไหนก็ไม่มีปัญหาทั้งนั้น
“หอพักทิศเหนือเป็พวกบ้าดีเดือด น่าสนุกดีแฮะ”
เสียงคุ้นหูดังขึ้นใกล้พอที่แซมจะได้ยินเพราะตัวคนพูดไม่ได้ยืนอยู่ไกลจากแซมนักราฟาเอลเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงคนที่ต่อปากต่อคำกับเธอก็อยู่ที่นี่ด้วยแซมหันมองเขาพลางนึกสงสัยว่านี่เขาพึ่งจะเข้าที่นี่หรือเธอพึ่งจะเห็นเขากันแน่แต่ที่แน่ใจได้เลยคือตอนเข้ามาที่นี่ครั้งแรกพร้อมพวกต้นหนทิศเหนือเธอไม่เห็นราฟาเอล
“ไง”คำทักทายสั้น ๆ ตอบกลับมาเมื่อดวงตาสีเขียวหม่นสบกับดวงตาสีฟ้าสดใส แซมแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นว่าเขาดูจะอารมณ์มากกว่าวันที่เจอกันครั้งแรกเสียอีก
“งั้นเรามาเล่นอะไรสนุกๆ ดีมั้ย ฉันน่ะเคยไปคุยกับพวกหมอดูมาบ่อย แอบจำวิธีทำนายนิสัยคนมาบ้างด้วย”ไนเจลเสนอขึ้น ดูท่าเขาจะชื่นชอบการทำตัวเป็จุดเด่นและผู้นำความสนใจให้แก่คนอื่นน่าดู
“แล้วนายจะเดานิสัยพวกฉันไปทำไมละ”ใครคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงปนขำ ราวกับอยากจะลองภูมิของคนพูด
“ก็ห้องทิศเหนือมันเป็พวกบ้าดีเดือดนี่ ฉันก็เลยอยากลองเดาเล่น ๆดูว่าพวกนายคนไหนจะมีดีเดือดด้านไหนกันบ้าง” ไนเจลเผยยิ้มออกมาอย่างนึกสนุก“เป็ไงละ ฟังดูน่าสนใจขึ้นบ้างยัง ฉันแค่เดาเล่น ๆพวกนายไม่มีอะไรที่เสียหายสักหน่อย”
และแล้วเกมปาหี่เดานิสัยเพื่อนร่วมห้องก็เริ่มขึ้นพร้อม ๆ กับที่หลายคนเปลี่ยนที่นั่งเข้ามารวมกลุ่มกันกลางห้องใหญ่มากขึ้น เพื่อนหลายๆ คนเริ่มสนใจกับการเกมเดานิสัยของไนเจลสำหรับแซมแล้วนี่ก็ดูเป็กิจกรรมฆ่าเวลาที่ไม่เลวเลย นั่งฟังสนุก ๆได้รู้จักเพื่อนร่วมชั้นขอเพียงแค่ไอ้หมอนั่นไม่ได้ใช้ชื่อเธอไปแขวนไว้เป็หัวข้อพูดโม้อีกก็พอ
ไนเจลเริ่มนั่งเดานิสัยเพื่อนคนนั้นคนนี้ไปมาจนเกิดเสียงหัวเราะขึ้นทั่วไปทั่วห้องนั่งเล่นจนอาจจะดังออกไปที่ทางเดินด้วยซ้ำเพื่อนบางคนตอบโต้ด้วยการหัวเราะ บางคนก็บอกว่าหมอนี่มั่วไปแล้ว
“งั้นแซม!ขอฉันเดาเธอก็แล้วกันนะ”
เอาแล้วไงมันหันมาสนใจเธอที่อุตส่าห์สงบปากสงบคำที่สุดแล้ว สาวน้อยผมดำฉายแววขุ่นเคืองไม่พอใจในดวงตาออกมาอย่างไม่ปิดบังไนเจลที่ตั้งท่าจะหยอกเย้าแซมก็ต้องกลืนคำพูดของตัวเองลงคอหมดเมื่อโดนดวงตาสีฟ้ามองจ้องกลับมาเข้ามาพร้อมกับจุดประสงค์บางอย่างที่แฝงเข้ามา
ไนเจลเผลอลูบต้นแขนตัวเองไปมาเพียงแค่โดนมองแรงอยู่ ๆ ก็รู้สึกกลัวเธอคนนั้นขึ้นมาซะงั้นเจอแบบนี้คงต้องเปลี่ยนเป้าหมาย ไนเจลค่อย ๆ เลื่อนสายตาออกมาจากแซมเบื่อนมาเจอสาวสวยผมทองที่ส่งยิ้มให้เขาแต่กระนั้นรังสีเย็นะเืของแซมก็ยังส่งออกมาถึงเขาได้อยู่ดีคนนี้ก็คงเล่นด้วยไม่ได้สินะ ไนเจลยังต้องเปลี่ยนใจพุ่งเป้าหมายไปหาสาวน้อยอีกคนที่นั่งถัดมา
“อะเอ่อ เปลี่ยนคนดีกว่า เธอละ อยากให้ฉันลองเดานิสัยความดีเดือดของเธอด้วยมั้ย”ไนเจลเดินตรงเข้ามาหาเกวน โดยหลีกเลี่ยงการเดินผ่านแซมให้มากที่สุด
“หะ หา! อะไรนะคะ อะ เอ่อ ฉันงั้นหรอ”
“ใช่แล้วเธอชื่ออะไรหรอ มาทำความรู้จักกันหน่อยสิ”
“อะเอ่อ ฉันชื่อ เกวนดาลิน ค่ะ เกวน เฉย ๆ ก็ได้”
“ฉันว่าเธอน่าจะขี้อายน่าดูนะเป็ผู้ใช้เวทน้ำหรือเปล่านะ ดูท่าทางเข้ากับเธอดี”
“เอ่อคือว่า….”
ท่าทีกระอักกระอ่วนใจของเกวนที่ส่อออกมาทำให้แซมรู้สึกทนไม่ไหวกับการเล่นเกมที่ไม่ได้ขอความสมัครใจจากคนอื่นของไนเจล
“เฮ้ไนเจล ทำไมนายไม่ลองไปถามคนอื่นดูบ้างละ”
เกวนแทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาทันทีที่แซมพูดแทรกขึ้นมา
“เอ๋? ใจร้ายจังนะแซม” ไนเจลทำท่าคอตกถึงแม้ว่าเ้าตัวจะยังนึกสนุกอยู่ก็ตาม
“ลองเดาของผมดูบ้างสิ”
น้ำเสียงทุ่มลึกที่ไม่เหมือนกับเสียงของนักเรียนดังขึ้นทุกสายตาหันไปทางประตูห้องก็เห็นร่างสูงของอาจารย์แดเนียลยืนพิงอยู่ตรงนั้น
ความสงสัยปรากฏขึ้นกลางใจของแซมอาจารย์คนนี้มาอยู่ที่นี่ั้แ่เมื่อไร ทำไมถึงไม่สามารถััตัวตนของเขาได้เลย นี่เป็เพราะเธอห่างหายจากการฝึกหรอแต่ก็ไม่น่าใช่ บางทีเขาอาจจะอำพรางตัวตนได้เหมือนพวกแมลง หรืออาจเป็เธอที่มัวแต่สนใจเกมปาหี่ของไนเจลจนไม่ระวังตัวแซมหันมองจีเซลอย่างเคยตัว
ราวกับว่าเสียงคนในห้องถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอเมื่ออาจารย์เข้ามาในห้องเขาเดินเข้ามากลางห้องตำแหน่งเดียวกันกับที่ไนเจลยืนอยู่ แต่ตอนนี้หมอนั่นลงไปนั่งที่พื้นแล้ว
“อ้าว อย่าเงียบกันสิ ผมอุตส่าห์ยืนฟังมาตั้งนานนะสนุกดีนะ คุณมิเลอร์นี่เอนเตอร์เทนเพื่อนได้เก่งใช้ได้เลยละ”
“เอ่อ ขอบคุณครับอาจารย์ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”
“เอาละหลายคนคงจะสงสัยที่ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ ขอแนะนำเลยแล้วกันพอดีเมื่อตอนบ่ายผมมาช้าไม่ทันที่พวกต้นหนแนะนำผม แดเนียล คาร์เพิร์ธ เป็อาจารย์ที่ปรึกษาของพวกคุณทำไมที่นี่”
สิ้นคำแนะนำตัวของแดเนียลก็ได้ไขข้อข้องใจให้นักเรียนในห้องนั่งเล่น
“ผมมีหน้าที่ดูแลพวกคุณทุกคนในนี้ไม่ว่าพวกคุณจะเป็ใครมีปัญหายากน้อยแค่ไหน ผมให้คำปรึกษาได้แต่ทางออกจะเป็ยังไงก็อีกเื่แล้วกัน เื่การทำตัวในหอเรเน่คงจะเล่าให้ฟังไปแล้ว ผมไม่ได้เคร่งครัดอะไรมากหรอกนะ โต ๆ กันแล้ว ขอแค่เด็กๆ ของผมไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและคนอื่นก็คงพอแล้ว” แดเนียลพูดพลางกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องเพื่อมองดูเหล่าลูกศิษย์หน้าตาพยายามจดจำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เด็กพวกนี้หลายคนเป็เ้าหญิงเ้าชายมียศบางคนเป็ผู้สืบสกุลตระกูลดัง ดูท่าแล้วปีนี้คงจะบันเทิงไม่น้อย “ถ้ามีเื่สงสัยอะไรถามได้เลยนะ ผมไม่ดุหรอก หรือจะถามทีหลังก็ไม่ว่ากัน”
“อาจารย์ครับพรุ่งนี้ก็เริ่มเรียนตามตารางที่พวกรุ่นพี่แจกให้เลยใช่มั้ยครับ”
“ใช่แล้ว ถึงจะเป็วันแรกก็ไม่ขอแนะนำให้สายนะความประทับใจครั้งแรกมักมีผลกับพวกเธอตลอดไปเหมือนกับที่พวกเธอประทับใจฝีไม้ลายมือของแซมในชมรมของผม”
แซมที่ตอนแรกก็พยายามทำตัวกลืนไปกับผนังแล้วตอนนี้ยิ่งรู้สึกอยากตัวเล็กลงไปอีกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มเริ่มกลับมาในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง
“นี่คุณมิเลอร์ ผมละชอบเกมเดานิสัยของคุณมากเลยนะน่าตื่นเต้นดี”
“เรียกไนเจลก็ได้ครับอาจารย์ ว่าแต่อาจารย์อยากลองเล่นกับพวกเรามั้ยละครับ”
“ดีเลยแต่ผมขอลองเป็ผู้ทายแข่งกับไนเจลด้วยแล้วกัน”
ในตอนนี้บรรยากาศแอบเกร็งก็กลับมาเป็บรรยากาศครึกครื้นก่อนหน้านี้หลาย ๆ คนอยากให้อาจารย์ลองทายพวกเขาดูส่วนแซมที่รู้สึกว่าชื่อของตัวเธอเองถูกเอาไปเป็หัวข้อหลายรอบแล้วก็ตั้งท่าจะลากจีเซลกลับห้องแต่จีเซลส่ายหน้าแล้วบอกว่าอยู่นี่ต่อเถอะ ดูท่าเ้าหญิงคนสนิทจะเริ่มสนุกและคุ้นชินกับที่นี่มากกว่าเธอเสียแล้ว
“ก่อนหน้านี้นายทายว่าเกวนดาลินเป็ผู้ใช้น้ำสินะ”
ไนเจลพยักหน้าตอบรับคำของอาจารย์แดเนียลทุกคนหันไปมองทางเกวนเป็ตาเดียวที่ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าหลบหลังของแซมไปแล้ว
“ท่าทางขี้อายน่าดูนะสาวน้อย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา อยู่ไปสักพักก็จะชินไปเอง ผมขอเดาว่าเธอคงจะเป็ผู้ใช้เวทดินสินะ”
ไม่ได้มีเสียงใดออกมาจากปากคนขี้อายมีเพียงแต่สัญญาณแววฉงนตื่นใจในดวงตาฉายออกมา เกวนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนพยักหน้าแล้วเสียงเล็กก็เอ่ยออกมา
“ค่ะ อาจารย์ทราบได้ยังไงคะ” ความฉงนทำให้อาการขี้อายหายปั่วขณะมาแทนที่ด้วยความอยากรู้
“ผมก็แค่สังเกตเองเท่านั้นสีผมสีตาบอกอะไรได้หลายอย่างทีเดียวละ ฮ่า ๆ เอาอีกมั้ย”
คำพูดสุดท้ายเขาหันไปถามคนอื่น ๆ ในห้องดูเหมือนว่านี้บรรยากาศจะเริ่มเข้าที่เข้าทางเสียงแทนความรู้สึกอยากเข้าร่วมของคนในห้องเริ่มแพร่กระจายจากหนึ่งคนไปสู้อีกคนที่เหลือจนคนที่อยากจะกลับยังต้องรู้สึกอยากอยู่ฟังต่อ
เกมปาหี่ที่น่ารำคาญของไนเจลเริ่มมีสีสันมากขึ้นเพราะอาจารย์แดเนียลมาเป็ผู้ร่วมทายด้วยเสียงหัวเราะสรวลขบขันดังอบอวลไปทั่วทั้งห้องบ่งบอกถึงความพออกพอใจของศิษย์ใหม่และอาจารย์ถึงแม้ว่าไนเจลจะเป็ฝ่ายที่ทายถูกน้อยกว่าอาจารย์หรือจะเรียกให้ถูกว่าแทบจะเดาไม่ถูกเลยเสียมากกว่าแต่กระนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกถอยจากกิจกรรมละลายพฤติกรรมนี้ลงไปเลยหนำซ้ำเ้าตัวยังคงดูสนุกมากขึ้นไปเสียจนเพื่อนคนอื่น ๆ เริ่มอยากมาเป็นักทายนิสัยหมอดูจำเป็กันบ้างแล้วแซมที่นั่งฟังอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆก็มีท่าทีสนอกสนใจในวิธีการคิดการสังเกตของอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่ไม่น้อย
“เอาอีกครับ นี่อาจารย์ลองทายผมบ้างสิ”
“เฮ้ ฉันต่อคิวก่อนนะ”
“ทางนี้หน่อยครับอาจารย์”
เสียงเรียกร้องความสนใจจากเหล่าเด็กทโมนเรียกร้องด้วยความสนุกที่ยั้งไม่อยู่ผิดกับฝ่ายอาจารย์ที่ยังอยู่ในโหมดสบายใจไม่รีบร้อนกับความเร่งรั้นของคนอื่นใด แดเนียลกวาดสายตาอย่างที่เขาชอบทำอีกครั้งเพื่อมองหานักเรียนที่พยายามจะหลบสายตาหรือแเีไปกับผนังและโซฟามุมห้องและแล้วก็เขาก็เจอสาวน้อยผมดำที่ส่งสายตารำคาญและแผ่รังสีเยือกเย็นออกมาเสียจนไนเจลที่กระตือรือร้นต้องร่นถอย
แซมสะดุ้งไหล่สั่นเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าโดนจับได้นี่เธออุตส่าห์ป้องกันตัวเองจากความสนใจของไนเจลไปได้ แต่ก็ยังเหลือสายตาของแดเนียลที่ไวราวกับเหยี่ยวสินะดูท่ากับอาจารย์คนนี้คงไม่ง่าย คนคนนี้ให้ความรู้สึกรับมือได้ยาก แต่เธอดันรู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันคุ้นเคยจากตัวเขาแซมตัดสินใจไม่หลบสายตา พร้อมลดการ์ดเยือกเย็นกำบังที่ตั้งเอาไว้อาจารย์แดเนียลคลี่ยิ้มออกมาอย่างสบายใจราวกับว่าการพบเจอเด็ดหัวแข็งไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา
“ไงยัยหนู เอากับเขามั้ยละ”
“ก็คงจะเอาแบบนั้นแหละค่ะ” แซมตอบอย่างถือปฏิเสธไม่ได้ ยักไหล่ของไปที
“ไม่ละกันของเธอเอาไว้ก่อนดีกว่าครับอาจารย์” ไนเจลที่ยังทำตัวสมเป็ตัวเองไม่ได้ดูบรรยากาศซะบ้างเลย “ขอผมทายของคนข้าง ๆ ดีกว่า”
“เกวน ที่นายทายผิดไปแล้วน่ะหรอ”
“เพื่อนเธอข้าง ๆ อีกคนต่างหากสิ”
“เอาสิ ฉัน จิลเลียน นะ นายคิดว่าฉันเป็ไงละ”จีเซลที่นั่งรอความสนุกอยู่นานแล้ว เท้าแขนเข้ากับแขนโซฟานิ้วเรียวยาวลูบไล้ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูของตัวเองอย่างนึกสนุก ราวกับเป็เอลฟ์สาวเ้าเสน่ห์ที่กำลังรอเหยื่อมาฮุบแซมที่แลเห็นท่าทางของเพื่อนสนิทแล้วนึกสยองถึงแม้ภายนอกจีเซลจะดูเป็คนเรียบร้อยพูดน้อยและใจเย็นเพียงใดแต่อย่าลืมไปว่าสายเืเอลฟ์ครึ่งหนึ่งนี้ได้แสดงอำนาจความน่าหลงใหลและความท้าทายออกมาได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
ไนเจลออกท่าเขินหน้าแดงอย่างชัดเจนเมื่อถูกลูกครึ่งเอลฟ์คนสวยจ้องมองมาในดวงตาเหมือนเชื้อเชิญให้เขามองเข้ามาเพื่อค้นหาตัวเธอ
เอาแล้วไง จีเซลทำแบบนี้อีกแล้วเป็คนสวยที่รู้ตัวว่าสวยแล้วใช้ความสวยได้อย่างน่ากลัวสุด ๆ
แซมนึกในใจในตอนที่มองเห็นทุกอย่าง
“อะ เอ่อ อย่างแรกเลยคือ……. เธอสวยนะ สวยจัง”
คำพูดหลุดออกมาจากปากของไนเจลอย่างไม่รู้ตัวราวกับกำลังโดนมนตร์สะกดให้ต้องอยู่ในภวังค์ เสียงหัวเราะขบขันดังขึ้นอยู่เื้ัแต่ก็ไม่ได้ทำให้คนต้องมนตร์รู้สึกตัวแต่อย่างใด
แต่ทันใดนั้นเองเสียงดีดนิ้วของแดเนียลก็ดังขึ้นเรียกให้ไนเจลต้องตาตื่นแล้วตบหน้าตัวเองเบาๆ แล้วถามตัวเองเบา ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แดเนียลหันไปมองสาวน้อยมากเสน่ห์ดูเหมือนว่าศิษย์ใหม่ของเขาจะรู้จักสิ่งที่เรียกว่ามนตร์เสน่ห์ จีเซลส่งยิ้มคืนมาตามมารยาทเธอไม่ได้ใช้มันกับใครแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
“ต่อสิไนเจลนอกจากจิลเลียนจะสวยแล้วยังมีอะไรอีกละ รอฟังอยู่นะ”
เสียงหัวเราะกลั้วไปกับประโยคหยอกล้อจากเพื่อนด้านหลังทำเอาไนเจลกลับมาหน้าแดงอีกครั้งดูเหมือนเขาจะได้สติและนึกเื่ไม่กี่นาทีที่แล้วออก
“อ๋อ ใช่เลย ฉันขอเดาว่าจิลเลียนคงจะเป็พวกผู้ดีเก่าตระกูลชั้นสูง แล้วก็คงจะชอบหาเื่ทำอะไรเสี่ยง ๆ เพื่อความสนุกท้าทายตัวเองด้วยสินะ”
คำพูดของไนเจลเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมาเรียกเอาเสียงผิวปากถูกใจของใครบางคนให้ดังขึ้นแซมหันไปเห็นราฟาเอลที่ขยับเข้ามาใกล้พวกเธอั้แ่เมื่อไรก็ไม่ทราบได้ หมอนี่ก็เป็อีกคนที่พยายามทำตัวกลืนไปกับผนังห้องไม่ต่างจากเธอ
“หืม ใกล้เคียงมั้ยนะ ก็ใกล้อยู่แต่ฉันว่ายังไม่ถูกซะทีเดียว” จีเซลส่งยิ้มตอบกลับคืนมาแต่กลับแอบถอนหายใจออกมาราวกับว่าเกมมันไม่ได้น่าสนุกอย่างที่เธอคิดไว้เมื่อมันเป็ตาของเธอ
ไนเจลทำสีหน้าเสียดายออกมาชัดเจนกว่าทุกครั้งเหมือนกับว่าโจทย์ข้อนี้เขามุ่งมั่นตั้งใจเอาไว้มากว่าต้องตรงเป้าและถูกใจอย่างแน่นอน
“ในห้องนี้เหลือแค่ฉันกับแซมแล้วนายทายมาทีเดียวเลยดีมั้ย แล้วค่อยให้อาจารย์ทายบ้าง”
ราฟาเอลยกมือออกความเห็น คำพูดของเขาทำให้แซมพึ่งจะรู้ชัดว่าเกมปาหี่เดานิสัยทายสันดานนี่ดำเนินมานานแล้วจนเหลือแค่กลุ่มของพวกเธอที่ไนเจลจงใจข้ามไปเท่านั้น
ไนเจลมองแซมสลับกับราฟาเอลไปมาอย่างชั่งใจและในที่สุดเขาก็สู้สายตาดุของแซมไม่ได้หันไปเลือกราฟาเอลก่อนแทน
“ราเฟล ฉันคิดว่านาย…”
“ราฟาเอลต่างหาก! หัดจำชื่อเพื่อนผู้ชายด้วยสิ จำได้แต่ผู้หญิงรึไง!”
“อ้าวหรอ โทษทีนะ ราฟาเอล ใช่ ราฟาเอลนายอยู่เงียบ ๆ มุมห้อง เหมือนกับสังเกตรอดู แล้วออกมาปิดท้าย ขอโทษทีนะที่ต้องบอกว่านายคงจะเป็พวกที่ชอบบงการคนอื่นสายควบคุม คงเพราะคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นสินะ ถึงได้ชอบออกมาตอนท้ายด้วย”
“หา!?”
แซมขำพรืดออกมาอย่างหยุดไม่อยู่เห็นชัดว่าคงถูกใจเ้าหล่อนอยู่ไม่น้อยจนจีเซลต้องใช้ศอกกระทุ้งเข้าสีข้างอย่างจังจนเพื่อนแทบจุก
“ฉันไปทำอะไรแบบนั้นรึไง” ราฟาเอลพูดอย่างหัวเสีย แต่ก็เหมือนพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
“เฮ้ อย่าจริงจังสิเพื่อนนี่เราแค่เล่นสนุกเท่านั้น ใคร ๆ ก็ทำกัน” ไนเจลยกมือเกาหัวแก้ตัวทันควันคำพูดของเขาไม่ได้ทำให้ราฟาเอลมีท่าทีเย็นขึ้นเลยและดูเหมือนจะทำให้หมอนั่นดูหงุดหงิดมากไปกว่าเดิมผิดกับแซมที่ตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อความทุกข์เกิดขึ้นกับคนอื่นที่เป็ราฟาเอล
“และคนสุดท้ายนี่ฉันให้เกียรติคนสุดท้ายคือเธอเลยนะแซม”
“ขอบใจนะ แต่ทีหลังไม่รบกวนแล้วกัน”แซมหุบยิ้มทันทีเมื่อถึงตาตัวเอง แล้วไม่วายส่งสายตาดุไปหาไนเจลหมายมั่นส่งสารว่าถ้าหากเขาพูดอะไรไม่ถูกใจเธอขึ้นมา เธอคงไม่ยอมโดนเขาเล่นอยู่ฝ่ายเดียวแน่
“ไม่เห็นต้องทำตาดุใส่กันเลยนะใจร้ายจังเลยพวกเธอเนี่ย ฉันแค่คิดว่า เธอน่ะน่าสนใจมาก มาจากตระกูลเลื่องชื่อฝีมือก็ไม่น้อยหน้า คงจะอวดดีอยู่ไม่น้อย พอ ๆ กับราฟาเอลคนนั้นเป็พวกชอบโชว์พาวด้วยป่ะเนี่ย” ไนเจลพูดไม่สะดุดอย่างคล่องปากโดยที่ไม่สังเกตสายตาไม่สบอารมณ์ที่พร้อมจะปะทุของแซม
“ไงละ พูดไม่ออกเลยรึไง” น้ำขึ้นให้รีบตัก ราฟาเอลได้จังหวะทับถมกลับฝ่ายแซมหันหน้าปั้นยิ้มเย็นไปมองเขาอย่างเดียวไม่ตอบโต้อะไร ที่มือกำแน่นพลางสบถด่าคำหยาบไอ้คนพูดมั่วรัวในจิตใจ
“ฉันว่าไม่ถูกซะทั้งหมดนะมีใกล้เคียงบ้าง เนาะแซม” จีเซลออกความเห็นอย่างคนที่นั่งฟังและเป็คนที่รู้จักแซมดีที่สุดในห้องนี้แซมไม่ตอบเช่นกัน ได้แต่กอดอกถอนลมหายใจออกมา
“ผมทายไปทั้งสามคนนี้แล้ว ถึงคราวของอาจารย์บ้างแล้วนะครับ”ไนเจลดำเนินรายการต่อแล้วผายมือไปหาแดเนียลที่มาอยู่ข้างแซมั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้แซมที่อารมณ์บูดสนิทไม่ได้คิดสงสัยที่แดเนียลมาอยู่ข้างตัวโดยไม่รู้ตัว แดเนียลหัวเราะขึ้นอย่างกับคนเข้าใจทุกอย่างเพียงกับมองปราดเดียว
“ไอ้เด็กหัวแดงเืร้อนนี่นายคงจะกำลังมองหาอะไร หรือ ใครสักคนที่จะทำให้นายเชื่อใจได้ นายชอบเป็ผู้สังเกตการณ์ก่อนจะลงมาอยู่สนามแต่ถ้าเจอคนที่เชื่อใจได้ รู้สึกเข้าขา ถึงจะโดดลงมาตาม นายไม่ได้อวดดีหรอกแค่ยังหาพวกพ้องไม่เจอ ถึงต้องเว้นระยะห่างไว้”
แดเนียลพูดจบแล้วแต่ยังคงมองดวงตาสีเขียวหม่นของราฟาเอลไม่วางคนอายุน้อยกว่าไม่ได้มีท่าทางหัวร้อนอย่างตอนแรก แต่กลับดูเงียบลงอย่างเห็นได้ชัดราวกับว่าคำพูดของอาจารย์ไม่ได้ดังเพียงในห้องแต่ยังดังเข้าข้างในและตรงกับใจของเขาแดเนียลคลี่ยิ้มพอใจออกมาเสมือนเป็ผู้ชนะในการทายใจเขาเดินเข้าไปทางเด็กสาวตาสีฟ้าใสทั้งสอง มองทั้งคู่สลับไปมาอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะหยุดสายตารู้ดีอยู่ที่จีเซล
“ส่วนสองคนนี้ มาจากที่เดียวกันสินะดวงตาสีฟ้าแบบนี้ มีเพียงแค่สายเืจากเอลฟ์แห่งสายลมเท่านั้น เ้าหญิงพร้อมผู้ติดตามคนสนิทคงจะถูกเลี้ยงดูมาด้วยกัน” แดเนียลเดินวนพร้อมกับพูดจนมาหยุดที่หน้าจีเซลจีเซลกระตุกยิ้มขึ้นอย่างถูกใจ
“ทำหน้าแบบนี้ ผมคงมาถูกทางงั้นขอทายต่อ เป็ไปได้ยากที่จะถูกจับแยก คงจะถูกฝึกมาด้วยกันอีกละ ทั้งการวางตัวและการวางแผนให้รอบคอบ ไม่ใช่แค่พวกทำเื่ตื่นเต้นเพื่อความสนุกหรอกอาจจะมีอวดดีบ้างตามประสาคนมีฝีมือ แต่ก็คงต้องดูจนมั่นใจเสียก่อนถึงจะลงมือทำถ้าไม่มั่นใจและเชื่อว่าจะชนะหรือมีทางได้ก็จะไม่ลงมือสินะ”
แซมถึงกับอ้าปากค้างกับการพินิจของอาจารย์เธอเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับคำพูดของเขาเพียงแต่คำพูดเ่าั้มันทำให้เธอเริ่มจะนึกย้อนถึงตัวเองว่าได้เป็อย่างนั้นจริงหรือไม่ช่างเป็คนที่ที่น่าทึ่งอะไรอย่างนี้
จีเซลเองก็เป็พวกที่ต้องรอบคอบไว้ก่อนอย่างที่อาจารย์พูดถึงแม้เพื่อนของเธอจะมีพลังอำนาจล้นมือแต่ถ้าหากไม่ได้คิดอย่างถี่ถ้วนก็ไม่คิดจะแสดงออกมาเว้นเสียแต่ว่านึกสนุกติดลมขึ้นมาจริง ๆ ส่วนตัวของเธอนั้น มักจะเสียเวลากับการคาดคะเนและการชั่งใจก่อนจะลงมือทำไม่ว่าจะด้วยจิตใจที่ลังเลหรือไม่มั่นใจแบบที่อาจารย์พูดถึงก็ตามถึงแม้คนรอบข้างจะพูดเป็เสียงเดียวกันว่าเธอทำได้ แต่สุดท้ายแล้วตัวของแซมเองที่ทำให้เสียเวลา
“สุดท้ายนี้ก็ไม่ขอเตือนอะไรมากไปกว่าผู้ใช้เวทน้ำอย่าได้แกล้งเพื่อนของพวกคุณโดยใช้ห้องน้ำของหอพักเป็เครื่องมือและอย่าลืมชมรมศิลปะป้องกันตัวและการต่อสู้ของผมด้วยละ”
แดเนียลพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปเหมือนท่อนคำสุดท้ายจะถูกส่งมาพร้อมกับสายตาที่มุ่งมาที่แซมแซมขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
“อย่าลืมเลือกหัวหน้าชั้นปีไว้ด้วยแล้วกันนะเด็กๆ” เขายกมือโบกให้ลูกศิษย์ด้านหลัง
แซมได้แต่จ้องมองแผ่นหลังของแดเนียลที่เดินห่างออกไปพลางนึกรู้สึกคุ้นเคยกับภาพแผ่นหลังของชายคนนี้อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อกิจกรรมเล่นเกมรอบเตาผิงที่สิ้นสุดลงต่างคนต่างแยกย้ายกลับไปยังห้องพักใหม่ จีเซลและเกวนเดินนำไปก่อนทั้งสองเริ่มพูดคุยอย่างถูกคอเกี่ยวกับอะไรสักอย่างที่เป็วิชาเวทมนตร์ เกวนดูจะสนใจที่จีเซลกำลังเล่าอยู่มากแต่แซมกลับไม่ได้สนใจเลยสักนิด ในใจยังมีก้อนความคิดขมุกขมัวที่พยายามจะแหวกออกให้พ้นทาง
แซมทิ้งตัวลงบนเตียงนอนชั้นบนเมื่อหัวถึงหมอน เปลือกตาค่อย ๆ ผ่อนคลาย ปิดลงอย่างเหนื่อยล้า ถึงแม้ว่าไม่ใจยังไม่สงบดีแล้วเมื่อตาหลับสนิทภาพของอาจารย์แดเนียลที่เดินห่างออกไปเห็นเพียงแผ่นหลังที่เลือนรางลงภาพของชายอีกคนก็ปรากฏซ้อนทับขึ้น ชายร่างสูงที่มักจะใส่เรนโค้ตสีดำ เธอมักจะเงยหน้ามองเขาที่ก้มลงมองตัวของเธอผมของเขาเป็สีดำยาวและยุ่งเหยิงไม่เคยได้จัดทรง เคราที่เริ่มขึ้นประปรายบนส้นกรามและคางนั่นทำให้เธอหงุดหงิดทุกครั้งที่มองแต่เขาก็ยังจะยักไหล่ไม่ใส่ใจแล้วยีหัวเธอเสมอ เ้าของั์ตาสีดำสนิทประกายแววอวดดีที่ชอบมองเธอด้วยความเอ็นดูปนกับปรามาสเธออยู่หน่อยๆ
เวลาแบบนี้พ่อจะทำอะไรอยู่นะ
สวัสดีค่าาาา ไรท์เตอร์เองนะคะ เนื้อหาในตอนนี้ส่วนใหญ่เป็บทสนทนาของหลาย ๆ คน ซึ่งตัวเราต้องขอยอมรับตรงนี้เลยว่าแต่งยากสุด ๆ ;--; แต่ก็พยายามเต็มที่ที่จะสร้างคาแรกเตอร์ในตัวละครนั้น ตอนต่อไปจะทำให้ดีขึ้นอีกค่ะ!