บทที่ 21
กระดูกปราณ
ในอารามฝึกยุทธเหล่าผู้ที่พึ่งเข้ามาเป็ลูกศิษย์ของสำนักกระบี่์นั่งกันอยู่คนละมุมของห้องดวงตาของทุกคนกำลังจดจ่อไปยังอาจารย์ผู้ที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียน
ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเหล่าลูกศิษย์ที่เต็มไปด้วยคนอัจฉริยะเป็ชายวัยกลางคนท่าทางดูมีภูมิฐานสวมใส่ชุดของสำนักกระบี่์
คนผู้นี้มือข้างหนึ่งถือตำราอีกข้างหนึ่งยกมายกมืออธิบาย “พวกเ้ารู้หรือไม่ ทำไมกระดูกปราณภายในร่างกายของมนุษย์ถึงสำคัญ ”
หนึ่งในลูกศิษย์ของสำนักกระบี่์ที่นั่งอยู่จึงตอบขึ้น “เพราะว่ามันเป็พื้นฐานของการฝึกยุทธ การบ่มเพาะมีกระดูกปราณเป็รากฐานแล้วก็มีสายเืเป็ตัวส่งเสริมขอรับ ”
“ ถูกต้องดูเหมือนว่าพวกเ้าจะถูกสอนเกี่ยวกับเื่พวกนี้มาั้แ่ยังเด็ก”
“ เพราะแบบนั้นนี่ถือว่าเป็เื่พื้นฐานเป็อย่างมากแม้ว่าพวกเ้าทุกคนจะเรียนรู้เกี่ยวกับเื่พวกกระดูกปราณมาแล้วแต่ว่าสำนักเองก็ไม่อาจละเลยเลยเลยจำเป็จะต้องสอนพวกเ้าอีกครั้ง”
พวกคนที่นั่งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ล้วนแล้วเป็ลูกศิษย์ที่มีความสามารถของสำนักกระบี่์ที่พึ่งเข้ารับเลือกมาในครั้งล่าสุด
คนภายในสถานที่แห่งนี้ที่เข้ามาภายในอารามฝึกยุทธมีอยู่ประมาณ30 คนส่วนอารามอื่นๆเองก็กระจายไปแบ่งสัดส่วนเป็จำนวน
พวกคนเหล่านี้ที่ผ่านเข้ามาได้พวกมันล้วนแล้วเป็พวกคนจากตระกูลใหญ่ที่ถูกฝึกสอนแล้วก็บ่มเพาะมาั้แ่เด็ก
พวกคนจากตระกูลใหญ่มีเงินมากพอที่จะจ้างเหล่าคนที่มีความรู้มาสั่งสอนเกี่ยวกับวิถีของการบ่มเพาะและการฝึกตน
เพราะแบบนั้นเกี่ยวกับเื่ขั้นพื้นฐานอย่างเช่นพวกกระดูกปราณถือว่าเป็ความรู้ที่ตื้นเขินเป็อย่างมาก
ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าคนพวกนี้เป็อัจฉริยะแต่หลักสูตรการสอนของสำนักกระบี่์เองก็ไม่สามารถข้ามขั้นตอนได้
เ้าสำนักทำการปลูกฝังการสอนพวกนี้ั้แ่เริ่มต้นนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผู้ที่เป็อาจารย์ผู้นี้จึงได้อธิบายเกี่ยวกับเื่กระดูกปานใหม่อีกครั้งทั้งที่คนพวกนี้น่าจะรู้ดี
“ พวกเ้าบอกข้ามากระดูกปราณทั้งหมดมีกี่ระดับ”
“ ที่ถูกบันทึกอยู่ภายในคัมภีร์ฝึกฝนมีอยู่ทั้งหมด7 ระดับขอรับ ” คุณชายท่าทางฉลาดเฉลียวคู่หนึ่งกล่าวขึ้น
คนผู้นั้นลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเริ่มอธิบายตามสายตาที่ท่านอาจารย์นั้นทำการเอ่ย“ กระดูกปราณจะไล่ั้แ่ระดับล่างสุดนั่นก็คือกระดูกปราณมนุษย์สูงขึ้นมาก็เป็ระดับชั้นยอด สูงขึ้นไปอีกก็เป็ระดับราชันย์ส่วนเหนือระดับราชันย์ก็เป็ระดับจักรพรรดิ เหนือกว่านั้นก็เป็ระดับปราชญ์์ขึ้นไปอีกก็เป็ระดับกระดูกเทพ์ส่วนอยู่เหนือระดับกระดูกเทพ์ก็เป็ระดับกระดูกฟ้าดิน ”
คนผู้นี้ทำการศึกษาพื้นฐานมาอย่างแตกฉานจึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับเื่กระดูกพวกนี้เป็อย่างดี
อาจารย์ที่อยู่หน้าชั้นพยักหน้าพลางยกยิ้มอย่างพึงพอใจแต่ก็กล่าวออกมา“ ความรู้ของเ้าไม่เลว ”
“ โดยทั่วไปแล้วภายในตำราแน่นอนว่าถูกบันทึกเอาไว้เช่นนั้น”
“ แต่ว่านั่นก็คือตำราของโลกเบื้องล่างอันที่จริงแล้วโรคเบื้องบนมีคำเล่าหรือและคำเล่าขานเกี่ยวกับเื่ต่างๆอีกมากมาย”
“ บอกว่าคุณสมบัติของกระดูกนั้นไม่ใช่มีเพียงแค่7 แต่มี 8 ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้พากันตื่นตระหนกดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง รู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของอาจารย์ที่สอนอยู่หน้าชั้น
แน่นอนว่าพวกมันนั้นถูกปลูกฝังมาั้แ่เริ่มทำการฝึกฝนว่ากระดูกนั้นมีทั้งหมด7 ระดับ การที่จะยอมเชื่อว่ามันมี8 ระดับแน่นอนว่านั่นย่อมเป็เื่ที่ทำใจรับได้ยาก
แต่กระนั้นคนที่พูดเกี่ยวกับเื่นี้กับไม่ใช่ใครอื่นเป็คนจากสำนักกระบี่์สำนักกันอันดับ1 ของใต้หล้าภายในโลกเบื้องล่างแห่งนี้มันเองก็คงจะมีความจริงอยู่
“ หมายความว่าอย่างไรอย่างนั้นหรือขอรับท่านอาจารย์”
“ พวกข้าไม่เคยได้ยินเลยว่ามีทั้งหมด 8 ถ้าเช่นนั้นกระดูกระดับที่ 8 มันคืออันใดอย่างนั้นหรือขอรับ” หนึ่งในนักเรียนภายในชั้นเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยใจ
“ สำหรับระดับที่ 8 ถูกบันทึกเอาไว้ภายในตำราจากโลกเบื้องบนผู้คนบอกว่ากระดูกระดับนี้หลายล้านปีจะปรากฏขึ้นสักครั้งหนึ่ง ”
“ มันถูกเรียกว่ากระดูก์นิรันดร์ ”
ดวงตาของทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้พากันจ้องมองอย่างตาไม่กระพริบเื่เล่าที่ชายวัยกลางคนเล่าอยู่เบื้องหน้าราวกับว่าเป็ตำนานบทใหม่ของพวกมัน
“ กระดูก์นิรันดร์เป็เื่เล่าในตำนานอย่างนั้นหรือขอรับถ้าเช่นนั้นความแข็งแกร่งของมันอยู่ในระดับไหน ”
ชายวัยกลางคนมองไปที่นักเรียนที่เอ่ยถามก่อนที่จะพูดออกมา “ถ้าเช่นนั้นเ้าลองบอกความสามารถของกระดูกแต่ละระดับมา ”
คนผู้นั้นยกมือขึ้นก่อนที่จะเริ่มไล่จากกระดูกระดับเริ่มต้น “ภายในตำราบอกว่าก็ถูกระดับมนุษย์ที่เป็กระดูกระดับต่ำสุดสามารถดูดซับทักษะได้เพียงแค่10 ทักษะไม่สามารถดูดซับได้เกินนั้น”
“ กระดูกระดับชั้นยอดสามารถดูดซับทักษะได้ทั้งหมด20 ทักษะส่วนกระดูกระดับราชันที่หายากภายในโลกเบื้องล่างสามารถดูดซับได้ทั้งหมด 30 ทักษะ ”
“ กระดูกจักรพรรดิที่อยู่เหนือกว่ากระดูกราชันในตำราบันทึกว่ามันสามารถดูดซับได้ทั้งหมด40 ทักษะ อยู่เหนือกว่านั้นก็คือกระดูกปราชญ์์สามารถดูดซับได้ทั้งหมด80 ทักษะส่วนกระดูกเทพ์มีคนเล่าหรือว่าสามารถดูดซับได้เหนือ 100 ทักษะ ”
“ ส่วนกระดูกระดับฟ้าดินมีผู้คนเล่าลือว่าสามารถดูดทรัพย์ทักษะได้ทั้งหมดถึง500 ทักษะ ”
“ แล้วถ้าเช่นนั้นกระดูกระดับ์นิรันดร์สามารถดูดซับได้ถึง1000 ทักษะเลยหรือไม่ขอรับท่านอาจารย์ ”ชายผู้นั้นเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้
ก่อนที่อาจารย์หน้าชั้นเรียนมุมปากจะค่อยๆปรากฏรอยยิ้มใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้มนั้นกับส่ายหัวไปมา “ ไม่ใช่แล้ว ”
“ กระดูก์นิรันดร์เป็กระดูกที่ถูกบันทึกว่ามันไร้ขีดจำกัดคนที่มีกระดูกนี้ภายในร่างกายสามารถดูดซับทักษะได้อย่างไร้ขีดจำกัดการเรียนรู้และการพัฒนาของร่างกายก็จะกล่าวได้ว่าไปแข็งแกร่งที่สุด”
“ ได้ยินว่าคนที่มีกระดูก์นิรันดร์ในร่างกายเปรียบเหมือนกับวัชระร่างทองร่างกายนั้นแข็งแกร่งโดยธรรมชาติเมื่อเติบโตไปจนกระดูกนั้นสามารถดูดซับพลังแห่งฟ้าดินได้ทั้งหมดคนผู้นั้นจะมีกายที่เป็นิรันดร์”
เมื่อได้ยินเื่เล่าที่น่าตื่นตาตื่นใจทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้พากันแตกตื่นไม่คิดว่าตนเองจะได้เปิดหูเปิดตารู้เกี่ยวกับเื่พวกนี้ด้วย
ภายในห้องแห่งนี้มีเพียงแค่คุณชายหลัวแห่งอาณาจักรฟ้าครามเท่านั้นที่ยังคงนั่งกอดอกฟังด้วยท่าทางสุขุม
ในความคิดของคนผู้นี้คิดว่านั่นเป็เพียงแค่เื่เล่าหรือกระดูกปราณเป็สิ่งที่ถูกกำหนดมาในร่างกายของมนุษย์
กระดูกปราณของมนุษย์ล้วนแล้วไม่ขีดจำกัดสามารถดูดซับทักษะได้ตามที่กระดูกปราณนั้นสามารถรับไหวถ้าเกิดว่ามีกระดูกปราณที่สามารถดูดซับได้อย่างไร้ขีดจำกัดจริงๆนั่นคงเป็เื่ไร้สาระ
หลังจากพูดจบชายวัยกลางคนที่รับหน้าที่เป็ผู้สอนลูกศิษย์ใหม่ของสำนักกระบี่์ก็ปิดตำราของตนลง“ เอาล่ะชั้นเรียนวันนี้จบเพียงแค่นี้ พวกเ้าไปได้แล้ว ”
เหล่าลูกศิษย์ของสำนักกระบี่์พากันลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องแห่งนี้คุณชายหลัวผู้ที่มีพร์เดินผ่านหน้าอาจารย์ที่ยืนอยู่
อาจารย์ของสำนักกระบี่์มองชายอัจฉริยะผู้นี้ก่อนที่จะพูดขึ้นในขณะที่อีกฝ่ายนั้นกำลังจะเดินออกไป“ เ้าดูเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ข้านั้นพูดออกมา ”
ที่แท้แล้วอาจารย์ผู้นี้แม้จะสอนอย่างสนุกสนานแต่ดวงตาก็จับจ้องลูกศิษย์ของตนเองอยู่ตลอดเวลา
เห็นว่าคุณชายหลัวผู้นี้ใบหน้าเรียบเฉยดูไม่สนใจเกี่ยวกับเื่ที่พูดสักเท่าไรจึงรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นไม่เชื่อในคำพูดและเื่เล่าของอาจารย์ผู้นี้ได้แต่ยกยิ้มแล้วกล่าวขึ้นเป็คำสอนหนึ่งประโยค “ โลกใบนี้กว้างใหญ่จงอย่าทำตัวเป็อัจฉริยะในกะลา ”
คุณชายหลัวสดับรับฟังแต่ไม่ได้กล่าวอันใดออกไปเดินออกไปจากห้องแห่งนี้อย่าเงียบงัน
จบบท