ตอนที่ 15 ยังมีเื่สำคัญกว่านั้น
หลังอาหารเย็นหานเซี่ยงหยางหยิบไฟฉายซึ่งเป็เครื่องใช้ไฟฟ้าอันเดียวในบ้านขึ้นมาแล้วชวนน้องชายสองสามคนขึ้นเขาไปจับนกกระทา
หานเซี่ยงหยางไม่ใช่คนไร้ความคิดเขารู้ดีว่าหากคิดจะเลี้ยงนกกระทาจริงๆ ก็ไม่ควรเลี้ยงเพียงแค่ไม่กี่ตัว อย่างน้อยต้องหาเพิ่มมาเลี้ยงอีกสักสิบกว่าตัวถึงจะดี
แม้แต่หานชีเยวี่ยก็อดชื่นชมพี่ชายคนโตคนนี้ของเธอไม่ได้เขาเป็คนกล้าหาญจริงๆ แค่เธอเอ่ยปากพูดอธิบายคร่าวๆ เขาก็กล้าลงมือทำแล้ว
“พี่ใหญ่พวกพี่ขึ้นเขาไปก็ระวังตัวกันหน่อยนะคะ ตอนกลางคืนเส้นทางนั้นเดินค่อนข้างลำบาก”
หานเซี่ยงหยางยิ้มให้หานชีเยวี่ยแล้วพูดว่า“พี่เอาไฟฉายมาด้วย ไม่เป็ไรหรอก”
ทุกคนในครอบครัวหานต่างเป็คนขยันขันแข็งไม่มีใครอยู่เฉย
กลายเป็ว่าชีเยวี่ยเป็คนที่แลดูจะว่างที่สุดในเมื่อไม่มีอะไรที่เธอสามารถช่วยทำได้เธอจึงทำได้เพียงหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อไป
หยางชุนจือถือเข็มกับด้ายเดินมาหาชีเยวี่ยแล้วกระซิบถามว่า“อาเยวี่ย วันนี้ที่หนูพูดออกมาแบบนั้นหมายความว่าไงกัน?”
“ป้าคะ ป้าอดใจรออีกสักหน่อยเถอะค่ะ”ชีเยวี่ยพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ
หยางชุนจือจ้องมองชีเยวี่ยแล้วพูดว่า“เ้าเด็กคนนี้ ยังมาเล่นแบบนี้กับป้าตัวเองอีก เอาเถอะ ป้าไม่ถามแล้วก็ได้ลูกโตแล้ว คงมีความคิดเป็ของตัวเองแล้วสินะ!”
“ป้าคะ โชคดีของป้าใกล้มาถึงแล้วค่ะ!”
หยางชุนจือได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกชื่นใจชีเยวี่ยรู้จักพูดเอาใจจริงๆ เธอยิ้มเล็กยิ้มน้อยแล้วเดินจากไปคุยเล่นกับคนอื่นๆ
ชีเยวี่ยก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อทว่าตอนนี้ชีเยวี่ยกลับรู้สึกว่าหนังสือเหล่านี้ล้วนเข้าใจได้ยากยิ่ง
หลายปีมานี้เธอไม่ได้อ่านหนังสือเลยจึงไม่แปลกที่จะรู้สึกว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ในหนังสือนั้นห่างไกลราวกับคนแปลกหน้าเธอจึงต้องตั้งใจเป็พิเศษ เธอต้องทำความเข้าใจหนังสือเหล่านี้ก่อนแล้วค่อยอธิบายให้พวกพี่ๆ ฟัง
ชีเยวี่ยอ่านหนังสือไปพลางในใจก็คิดถึงเื่ที่จะเข้าเมืองสักเที่ยวเพื่อหาเงินมาอีกไปพลาง
ตอนที่ไปในเมืองเกิดเื่ไม่ค่อยน่าพอใจขึ้นแต่เพียงเธอเจอปัญหาแค่นั้นแล้วจะให้หยุดเลยก็คงไม่ได้
คนมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนถึงขนาดที่ทุกครั้งเข้าเมืองไปแล้วต้องเจอกับจวงเหวินหลินและตู้ฉาสองคนนั้นเลยหรือ?
ความจริงแล้วในใจของชีเยวี่ยค่อนข้างเป็กังวลตอนนี้เธอจำเป็ต้องหาเงินให้ได้เสียก่อนไม่อย่างนั้นหากรอให้ถึงตอนที่เปิดนโยบายเสรี เธออาจจะไม่มีเงินทุนตั้งต้น
เธอมีสินค้าเต็มร้านค้าจะปล่อยให้เสียเปล่าไปแบบนั้นไม่ได้
ถ้าปล่อยเวลาผ่านไปอีกหลายปีรอให้ถึงตอนที่สินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ สินค้าพวกนั้นก็จะไม่มีค่าอะไรอีก
ชีเยวี่ยมองเห็นวงโคจรแห่งการพัฒนาของยุคหลังจากนี้แล้วเธอจึงคิดว่าจะต้องรีบเก็บเงินก้อนแรกให้ได้ก่อนที่บ้านเมืองจะเป็ยุคท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
มีแต่ต้องสะสมเงินทุนก่อนเมื่อถึงคราวที่ไปสู่โลกกว้างกว่านี้ จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น
หยางชุนจือถือเข็มกับด้ายเดินไปที่ใต้ต้นหลิวใหญ่หน้าประตูโรงเรียนประถมเพื่อพูดคุยกับคนอื่นๆ
พอว่างจากงานชาวบ้านก็ชอบมานั่งรวมกลุ่มกันเพื่อพูดคุยเื่สัพเพเหระ
เพิ่งจะเดินมาถึงใต้ต้นหลิวใหญ่หยางชุนจือก็ได้ยินพวกผู้หญิงกำลังพูดคุยอะไรกันเสียงดังเซ็งแซ่แถมยังได้ยินชื่อของชีเยวี่ยแว่วๆ อีกด้วย
หยางชุนจือรู้สึกสงสัยจึงรีบเดินเข้าไปถามด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเธอคุยอะไรกันอยู่ ทำไมครื้นเครงกันจัง”
“พวกเรากำลังพูดถึงเื่ที่บ้านของเธอน่ะสิ!”
มีผู้หญิงปากไวคนหนึ่งพูดขึ้นมาทันทีก่อนจะถูกคนอื่นๆ ดึงแขนไว้ ทำให้ไม่กล้าพูดต่อ
หยางชุนจือเป็คนใจร้อนพอเห็นพวกเธอพูดได้ครึ่งๆ กลางๆ ก็รู้สึกร้อนรนเกิดความอยากรู้จึงรีบถามขึ้นมาทันที
“ตกลงมันเื่อะไรกันแน่? เฉี่ยวเอ๋อร์ เธอบอกฉันมาเถอะ”
เฉียวเอ๋อร์เป็ภรรยาของหลีต้าชุนในชุมชน เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหยางชุนจือมาก
“ชุนจือเอ๊ย บ้านเธอช่างโชคร้ายเสียจริงที่ต้องไปเจอกับครอบครัวแบบนั้น โชคยังดีที่ยังไม่ได้ตกลงเื่แต่งงานกัน”เมื่อภรรยาของต้าชุนถูกถามตรงๆ จึงวางเข็มกับด้ายในมือลงแล้วพูด
วันนี้หยางชุนจือเลิกงานก็ตรงกลับบ้านเลยย่าหานกับชีเยวี่ยก็ไม่ได้พูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นทำให้เธอยังไม่รู้ว่าวันนี้เกิดเื่ใหญ่ขึ้นอีกแล้ว
“เื่อะไรกัน? พูดแบบนี้ใครจะไปเข้าใจเล่ารีบบอกฉันมาเถอะ ฉันตื่นเต้นจะแย่อยู่แล้ว” หยางชุนจือรีบเร่งถามต่อด้วยความสงสัย
“ชุนจือ เธอยังไม่รู้อีกเหรอ?” เฉียวเอ๋อร์ถามด้วยความใ
จากนั้นผู้หญิงหลายคนก็พูดคุยกันเสียงดังอึกทึกเล่าถึงสาเหตุที่ครอบครัวของจวงเหวินหลินมาสู่ขอชีเยวี่ย
เมื่อฟังแล้วหยางชุนจือโกรธจนไฟลุก
พวกเขาคิดจะให้ชีเยวี่ยไปเป็คนรับใช้ที่บ้านงั้นเหรอ?
พูดกันตามตรงคนเมืองดีๆที่ไหนจะไม่อยากตบแต่งกับสาวๆ ในเมือง แต่กลับมาหาที่บ้านของพวกเธอ
“พวกสารเลว คิดอะไรอยู่ถึงได้กล้าทำแบบนี้ดีที่ชีเยวี่ยของฉันโชคช่วย เื่แต่งงานนี้ถ้าตกลงกันไปชีเยวี่ยของฉันไม่ใจแตกสลายไปแล้วหรือ?”
“ป้าตู้ก็อีกคนพวกเราก็เป็คนบ้านเดียวกันแท้ๆทำไมถึงได้ช่วยคนอื่นมาทำร้ายชีเยวี่ยของพวกเราได้ลงคอ”
หยางชุนจือโมโหจนเกือบจะโยนพื้นรองเท้าในมือแล้วพุ่งไปที่บ้านของป้าตู้เพื่อเอาเื่
ก็ว่าเหตุใดนางแก่นั่นถึงได้มาถึงหน้าบ้านเพื่อขอโทษที่แท้ก็ช่วยครอบครัวจวงทำเื่ไร้ศีลธรรมนี้เอง!
ทุกคนต่างไม่รู้จะพูดอย่างไรจึงทำได้เพียงปลอบหยางชุนจือให้ค่อยๆ สงบสติอารมณ์
เฉี่ยวเอ๋อร์พูดขึ้นว่า“ในเมื่อเื่แต่งงานยังไม่ได้ตกลงกัน เื่นี้ก็ปล่อยผ่านไปเถอะ ฉันว่าต่อไปนี้นางนั่นคงไม่กล้ามาก่อเื่ที่นี่อีกแล้ว!”
“ถ้าคราวหน้าฉันเจออีกฉันคงตบหน้าหล่อนเป็แน่ คิดจะหลอกใช้ชีเยวี่ยของฉันยังไม่พอยังคิดจะทำลายชื่อเสียงของเยวี่ยอีก คิดว่าบ้านของฉันรังแกง่ายนักรึไง!”
ยิ่งคิดหยางชุนจือก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวถ้าหากเกิดเื่ผิดพลาดขึ้นมาแม้แต่น้อย ชีเยวี่ยคงแย่แน่ๆ
เธอหมดอารมณ์ที่จะพูดคุยกับคนอื่นๆ ต่อจึงรีบร้อนกลับบ้านเพื่อปรึกษาหารือกับซย่าซิ่วเหอ
เห็นหยางชุนจือจากไปอย่างรีบร้อนเฉียวเอ๋อร์ก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ชุนจือนี่นะ ใจร้อนจริงๆ”
“ถ้าเป็คนอื่นก็คงรีบร้อนเหมือนกันแหละครอบครัวจวงก็ชั่วช้าเกินไปจริงๆ”
หลี่เสี่ยวหรงที่นั่งทำพื้นรองเท้าอยู่ที่มุมห้องได้ยินบทสนทนาเ่าั้ทั้งหมด สีหน้าของเธอดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
เธอรู้สึกว่าทุกคนในชุมชนใจร้ายเกินไปทำไมถึงพูดถึงคนในครอบครัวของพี่เหวินหลินแบบนี้?
ครอบครัวจวงเป็คนเมือง ฐานะดีถึงแม้จะให้หานชีเยวี่ยไปเป็คนรับใช้ มันก็เป็บุญวาสนาของหานชีเยวี่ยแล้ว!
ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งโกรธแต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดแทนครอบครัวจวง
เธอจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินกลับบ้านไปด้วยความคุกรุ่น
บรรดาสาวเล็กสาวใหญ่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินจากไป พวกเธอก็ไม่ได้สนใจไม่ต้องพูดถึงเื่ที่พวกเธอจะสังเกตเห็นความคิดของหลี่เสี่ยวหรงได้เลย
หลังจากกลับถึงบ้านหลี่เสี่ยวหรงก็คิดหาวิธีที่จะได้พบกับจวงเหวินหลิน
หานชีเยวี่ยไม่เต็มใจแต่งงานไปกับเขาแต่เธอเต็มใจ
เื่งานรับใช้ เธอก็ทำได้เธอเต็มใจแต่งงานกับเขาและรับปากว่าจะดูแลทุกคนในครอบครัวจวงอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้น พ่อของเธอเป็กรรมการในชุมชนมีฐานะดีกว่าครอบครัวหานมาก
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นหานชีเยวี่ยลงมาจากูเา หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จเธอก็เดินทางเข้าเมืองอีกครั้ง
เธอออกจากบ้านแต่เช้าระหว่างทางจึงไม่ค่อยได้พบกับใคร พอเดินออกห่างจากชุมชนแล้ว เธอจึงค่อยๆหยิบจักรยานออกมาปั่นอย่างระมัดระวัง
ในขณะที่หานชีเยวี่ยกำลังปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองหลี่เสี่ยวหรงก็ออกจากบ้านแล้วตรงไปยังตัวเมืองเช่นกัน
วันนี้ที่หลี่เสี่ยวหรงเข้าเมืองเพราะเธอตั้งใจจะไปหาจวงเหวินหลิน แตกต่างจากหานชีเยวี่ยที่ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินกว่าเสี่ยวหรงจะเกลี้ยกล่อมให้แม่ของเธอช่วยปกปิดให้เธอเข้าเมืองได้ก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน
แต่แม่ของเธอบอกว่าเธอต้องทำงานบ้านให้เสร็จก่อนจึงจะไปได้ดังนั้นหลี่เสี่ยวหรงจึงออกจากบ้านช้าไปหน่อย
หลี่เสี่ยวหรงรีบมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองขณะที่หานชีเยวี่ยมาถึงตัวเมืองแล้ว
ครั้งนี้ หานชีเยวี่ยมีประสบการณ์แล้วเธอก็เลยปลอมตัวก่อนที่จะเข้าเมือง
เธอแต่งตัวเป็หญิงวัยกลางคนผิวคล้ำและผอมแห้ง
ก่อนหน้านี้ที่ตลาดมืดเกิดเื่หานชีเยวี่ยไม่แน่ใจว่าตอนนี้สถานการณ์ตลาดมืดกลับมาเป็ปกติแล้วหรือยัง
เธอคอยสังเกตอยู่บริเวณรอบๆอย่างระมัดระวังอยู่ครู่หนึ่ง จนแน่ใจว่าตลาดมืดกลับมาเป็ปกติแล้วจึงค่อยเดินเข้าไป
บรรยากาศก็เหมือนกับตอนที่เธอมาครั้งที่แล้วแต่หานชีเยวี่ยรู้สึกว่า เหมือนจะมีสายตาที่จับจ้องมากขึ้น
หลังจากที่หานชีเยวี่ยขายของในกระบุงหลังไปจนหมดในมือเธอก็มีเงินเกือบสองร้อยหยวน
หลังจากเก็บเงินเรียบร้อยแล้วเธอก็รีบจากไปทันที
วันนี้เธอไม่ได้มาแค่ตลาดมืดเพื่อหาเงินเท่านั้นแต่ยังมีเื่สำคัญกว่านั้นที่ต้องทำอีก!