เขามาหาเื่อีกแล้วเหมยเซียวเหรินถามอย่างเ็าและไม่สนใจใยดีว่า“วันนี้เปิ่นกวน[1]มีธุระไม่มีเวลามาเล่นกับเ้า หากเ้าเบื่อ เช่นนั้นให้พี่ชายน้องชายที่ถือไม้พลองสองสามคนตรงนั้นมาอยู่เป็เพื่อนเ้าดีหรือไม่”
ขู่ว่าจะทรมานข้าเช่นนั้นหรือคุณชายสวมชุดไหมยิ้มเย็น กุมมือคารวะอย่างไม่รีบร้อน “ข้าน้อยแซ่เจียง นามว่ารุ่ย วันนี้ตีกลองแน่นอนว่ามีเื่้าจะร้องทุกข์”
“เ้าไม่ใช่คนอำเภอชิวสุ่ยของข้า จะร้องทุกข์เื่อะไร”
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว เป็ท่านยายท่านนี้ที่้าร้องทุกข์” เจียงรุ่ยขยับหลีกไปด้านข้างหนึ่งก้าว เผยให้เห็นหญิงแก่ผมขาวที่กำลังนั่งเช็ดน้ำตาอยู่บนขั้นบันไดเขาชี้ที่ตัวเองแล้วพูดว่า “ส่วนข้า เป็ทนายของนาง”
ทนายเช่นนั้นรึช่างแปลกใหม่เสียจริง เหมยเซียวเหรินยิ้มเยาะ แต่นางมองเห็นว่าหญิงแก่ผู้นั้นมีปัญหาจริงๆคิดจะให้เยี่ยจือเข้าไปสอบถามเื่ราว ใครจะไปคิดว่าแม้แต่เยี่ยจือก็ถูกเจียงรุ่ยขวางไว้เช่นกัน
เจียงรุ่ยควักม้วนกระดาษหนึ่งออกมาจากแขนเสื้ออย่างเชื่องช้าแล้วยื่นให้เยี่ยจือ
เยี่ยจืออ่านหนึ่งรอบแล้วส่งต่อให้เหมยเซียวเหริน “ใต้เท้า เป็คำร้องขอรับ”
เดิมทีเหมยเซียวเหรินคิดว่าจะเป็คดีใหญ่อะไรถึงสามารถเชิญให้คุณชายผู้ร่ำรวยล้นฟ้าคนนี้มาเป็ทนายได้ แต่เมื่อนางได้อ่านคำร้องแล้วความสงสัยที่อยู่ภายในใจก็ยิ่งชัดขึ้น'คนผู้นี้ ไม่ได้ป่วยจริงหรือ'
ตามคำร้องที่เขียนมานั้นหญิงแก่ที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าประตูที่ว่าการนี้เป็คนขายผัก และถุงเงินของนางถูกขโมยไปนางจึงร้องไห้อย่างขมขื่น และที่เจียงรุ่ยพาหญิงแก่ผู้นี้มาตีกลองร้องทุกข์ ก็เพราะ้าให้นางส่งคนไปจับโจรนำเงินมาคืนให้หญิงแก่
เื่เล็กเื่หนึ่งคำฟ้องกลับเขียนได้อย่างสละสลวย เห็นได้ว่าเจียงรุ่ยผู้นี้มีความรู้อยู่บ้าง แต่ใช้เมื่อยาม้าเอาชนะนางเท่านั้น
เหมยเซียวเหรินไม่ได้มีความรู้ระดับอุดมบัณฑิตอะไรแต่นางให้ความเคารพแก่บัณฑิต ด้วยเหตุนี้จึงไม่คิดจะทำให้เจียงรุ่ยอับอาย นางเดินไปยังข้างกายของหญิงแก่ย่อตัวลงถาม “ท่านยาย เงินท่านหายไปเท่าไหร่หรือ”
“ใต้เท้า นั่นเป็เงินแปดชั่งที่ข้าได้จากการขายผักหนึ่งตะกร้า มันจะโดนโจรขโมยไปได้อย่างไร!”หญิงแก่ตีมือไปที่ขา ทั้งเสียใจทั้งตำหนิตัวเอง
“ท่านเยี่ย ให้เงินท่านยายสองตำลึง แล้วให้คนส่งนางกลับไป”
“ขอรับ”
“ช้าก่อน!”
เหมยเซียวเหรินปรายตามองเจียงรุ่ย “ยังมีเื่ใดอีกรึ”
เจียงรุ่ยเปลี่ยนจากความสุภาพก่อนหน้าตาเขียวพูดว่า “ข้าตีกลองร้องทุกข์ เ้าควรเปิดศาลไต่สวนคดีสิ!”
“เ้าอยากให้ข้าไต่สวนอะไร”
“แน่นอนว่าต้องสอบถามต้นสายปลายเหตุแล้วส่งเ้าหน้าที่ไปจับคน ไต่สวนคนทำผิดแล้วนำเงินกลับคืนมา”
เหมยเซียวเหรินปรายตามองเจียงรุ่ยแล้วเดินไปยังรถม้าที่รออยู่ด้านล่างขั้นบันได
เจียงรุ่ยเมื่อเห็นว่าเหมยเซียวเหรินคิดจะจากไปก็พุ่งกายไปยังด้านหน้าของเหมยเซียวเหริน ขวางทางเดินของนางไว้ “เ้าเป็ขุนนางปกครองพวกเขา หากไม่เปิดศาล ไม่ไต่สวนคดีนี่เป็การละทิ้งหน้าที่!
“ท่านยายท่านนี้ยัง้าสิ่งใดรึ”
เจียงรุ่ยมองตรงไปที่ดวงตาของเหมยเซียวเหรินท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยเหตุผล “ต้องเป็เงินที่หามาด้วยหยาดเหงื่ออย่างแน่นอน!”
เหมยเซียวเหรินหันกลับไปมองหญิงแก่ “ข้าให้นางเพิ่มสองเท่า”
“แล้วยังต้องนำโจรมาลงโทษตามกฎหมาย”
“ข้าจะส่งคนไปจับโจร”
“ยังมี….”
“ยังมีอะไรรึ” เหมยเซียวเหรินยกคิ้วถาม
เจียงรุ่ยตอบไม่ได้จึงหลีกเลี่ยงคำถาม แบมือยักหัวไหล่อย่างไม่สนใจ“เช่นนี้ก็ถือว่าจบแล้วอย่างนั้นหรือ นายอำเภอเช่นเ้าเป็ได้อย่างง่ายดายเหลือเกินนะ”
“เ้ามันหาเื่ใส่ตัว!” เหมยเซียวเหรินตาขวางให้เจียงรุ่ย“อยากให้ข้าเปิดศาลก็ย่อมได้ ไต่สวนคดีก็ย่อมได้ จับโจรก็เป็สิ่งที่ควรทำแต่เ้ามั่นใจนะว่าจะเฝ้าอยู่ที่นี่รอข้าจับโจรกลับมา อดทนรอข้าสิบวันสิบห้าวันได้รึ”
“จับได้แล้วค่อยพูด!”
เยี่ยจือที่กำลังมอบเงินให้หญิงแก่พูดกับเจียงรุ่ยว่า “คุณชายคงยังไม่ทราบว่าตลาดนั้นซับซ้อน เบาะแสของคดีลักขโมยนั้นยิ่งไม่ง่ายเลย ตรวจสอบคดีขึ้นมามีน้อยที่สองสามวันมีมากที่ไม่อาจกำหนดระยะเวลาได้ คุณชายรอได้ แต่เกรงว่าท่านยายจะรอไม่ไหว”
เหมยเซียวเหรินมองสีของท้องฟ้าหากยังพัวพันต่อไปกลัวว่าจะกระทบต่อแผนการ นางอยากจากไป แต่เจียงรุ่ยยังคงขวางอยู่ด้านหน้าของนาง
“วันนี้เ้าไม่ไต่สวนคดี ก็อย่าได้คิดจะจากไป”
เหมยเซียวเหรินเดินกลับไปยังข้างกายหญิงแก่แล้วถามว่า “ท่านยาย คำร้องนี้ท่านยังจะแจ้งหรือไม่”
หญิงแก่ได้รับเงินเรียบร้อยแล้วหลังจากเช็ดน้ำตาจนสะอาดก็กุมมือคารวะ“ไม่แจ้งแล้วๆ เื่เล็กน้อยเช่นนี้จะกล้าลำบากใต้เท้าได้อย่างไร”
“ท่านยาย ท่านไม่โกรธโจรที่ขโมยเงินของท่านไปแล้วรึ ฟังข้านะ คำร้องนี้พวกเราจำเป็ต้องแจ้ง”
“ไม่แจ้งแล้วๆ เ้านี้จริงๆ เลย เหตุใดต้องทำให้ท่านใต้เท้าเดือดร้อนด้วย!”หญิงแก่ตะคอกใส่เจียงรุ่ยอย่างหมดความอดทน แล้วสะพายตะกร้าแบกขึ้นหลัง
เจียงรุ่ยมึนงงนี้เรียกว่าทำคุณบูชาโทษเช่นนั้นหรือ
เหมยเซียวเหรินให้คนส่งหญิงแก่กลับไปมองไปยังเจียงรุ่ยซ้ำอีกครั้ง ถามอย่างใสซื่อ“เ้าทุกข์ของเ้าก็ไปแล้ว แล้วเ้ายังอยู่ที่นี้ทำอะไรรึ”
เจียงรุ่ยโกรธเสียจนกัดฟันกรอดแต่กลับทำอะไรเหมยเซียวเหรินไม่ได้ ได้แต่พาลแล้วร้องออกมาว่า “เ้ามันคางคกขึ้นวอ!”
“ประสาท เ้านี่กินอิ่มแล้วชอบยุ่งเื่ชาวบ้าน!”
เหมยเซียวเหรินกวาดสายตาผ่านเจียงรุ่ยขยับก้าวลงบันได รอจนกระทั่งมองไม่เห็นเจียงรุ่ยแล้ว ความร้อนใจที่อยู่ในใจของนางจึงเผยออกมาบนใบหน้าเร่งฝีเท้าขึ้นไปบนรถม้า เร่งให้คนขับรถม้ารีบเดินทาง
เยี่ยจือนั่งรถม้าคันเดียวกับเหมยเซียวเหรินถามอย่างประหลาดใจว่า “ใต้เท้ากังวลว่าคุณชายเจียงรุ่ยคนนั้นจะมีคนใหญ่โตอยู่เื้ัถึงได้เกรงใจเขาเช่นนี้หรือ”ไม่เช่นนั้นใต้เท้าจะอดทนอธิบายกับคนก่อกวนได้เยี่ยงไร ล้วนใช้หลักการไม่เจรจาใดๆขับไล่ออกไปทั้งนั้น
“ไม่ได้เป็เช่นนั้น ข้าเพียงแต่ให้เกียรติที่เขาเป็ผู้เรียนหนังสือ พูดคุยด้วยเหตุผลก็ไม่เสียหายอะไร”
เจียงรุ่ยไม่ได้จากไปอย่างเต็มใจเขาไม่ได้เดินจากไปไกล โยนเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทิ้งไปไม่พูดถึง เขาหวนคิดถึงการแต่งตัวของเหมยเซียวเหรินในวันนี้ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าเื่ราวไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น
การแต่งกายชองเหมยเซียวเหรินวันนี้เรียกได้ว่าโอ้อวดตัวเองขาดแต่เพียงนำก้อนตำลึงทองมาแขวนไว้บนตัว
เงินเดือนของนายอำเภอเล็กๆขี้ประติ๋วต้องมากเพียงใดถึงสามารถสวมใส่ทองใส่เงินได้?
เื้ัต้องมีอะไรไม่ถูกต้องเป็แน่!
เจียงรุ่ยกำลังคิดถึงสิ่งเหล่านี้ทันใดนั้นก็มีรถม้าสีทองแวววาวผ่านข้างกายไป นั่นคือรถม้าคันที่เขาเพิ่งจะเห็นอยู่หน้าประตูที่ว่าการ
รถม้าของเหมยเซียวเหริน!
นายอำเภอคนหนึ่งหรูหราได้ถึงเพียงนี้ต้องฉกฉวยเืเนื้อของชาวบ้านไปสักเท่าใด?
เจียงรุ่ยโกรธแค้นแทนชาวบ้านแต่แล้วก็รู้สึกเห็นแสงสว่างเขากำลังโมโหที่ไม่อาจจัดการเหมยเซียวเหรินได้ จากที่เขาคิดจะเป็ทนายทำให้เหมยเซียวเหรินอับอายในศาลแต่เหมยเซียวเหรินกลับไม่ยอมตกหลุมพราง ตอนนี้เขาจะขุดคุ้ยการทุจริตของเหมยเซียวเหริน!
เื่นี้น่าสนใจกว่าการทำให้เหมยเซียวเหรินขายหน้าเสียอีก
เจียงรุ่ยยิ้มมุมปากสั่งบ่าวติดตามว่า “ไป ตามรถม้าไป”
เหมยเซียวเหรินเร่งคนขับรถไม่หยุดเพื่อวันนี้แล้วนางวางแผนมาหลายวัน ถึงอย่างไรโจรย้ายถิ่นก็ไม่เคยรอใคร พวกโจรย้ายถิ่นอยู่ที่นี้ไม่ได้กำไรก็ไม่แน่ว่าอาจจะหนีไปยังอำเภอข้างเคียงที่ไหนสักแห่ง แต่นั่นไม่ใช่ท้องที่ของนาง จะปราบโจรก็ไม่สะดวก
เยี่ยจือรู้ว่าใต้เท้าร้อนใจเพื่อผ่อนคลายจิตใจของเหมยเซียวเหริน จึงพูดกับนางว่า “ใต้เท้าปราบโจรย้ายถิ่นได้เป็ผลงานที่ยิ่งใหญ่ใต้เท้าผู้ว่าการจังหวัดก็จะได้หน้าเช่นกัน”
“ข้าหวังเพียงให้ทุกอย่างราบรื่น สามารถทำให้คนแก่เช่นเขาได้มีหน้ามีตาอยู่ในราชสำนักบ้างข้าก็ไม่ร้องขออย่างอื่น หวังเพียงให้เขาผลักดันให้ข้าไปอยู่ข้างกายเขาในเร็ววัน”เหมยเซียวเหรินหุบพัดแล้วเคาะลงบนฝ่ามือตนไม่หยุด ไม่อาจหยุดความเครียดภายในใจได้
ใต้เท้าผู้ว่าการจังหวัดให้ความสำคัญกับใต้เท้ามาโดยตลอดทั้งยังชื่นชมใต้เท้าที่อายุน้อยมีความสามารถ เพียงใต้เท้าสร้างผลงานครั้งนี้ได้ ใต้เท้าผู้ว่าการจังหวัดย่อมผลักดันให้ใต้เท้าเข้าจังหวัดรับตำแหน่งอย่างแน่นอน”
“ขอให้เป็ดั่งคำพูดของเ้าแล้วกัน”
ลมในป่าแ่เบาเมฆบนท้องฟ้าก็แจ่มใส รอบด้านมีเพียงเสียงของล้อรถ รอกระทั่งรถม้าหยุดลง ในป่าก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
พวกเขามาถึงสถานที่ที่กล่าวถึงบนรายงานตามที่รายงานแจ้งว่าสองสามวันนี้โจรย้ายถิ่นได้หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าแห่งนี้ แต่ว่าภายนอกกลับเงียบสงบผิดปกติ
เหมยเซียวเหรินแหวกผ้าม่านรถมองออกไปอย่าว่าแต่โจรชั่วเลย แม้แต่นกสักตัวก็ไม่มี
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5d7b9cb0fc55049fdb4dfc1e85909306
[1] เปิ่นกวน คำเรียกแทนตัวเองของขุนนาง