กางเขตแดน เป็ เวทย์ วิชา อาคม หรือสิ่งใดก็แล้วแต่ที่เป็การสร้างพื้นที่หนึ่งขึ้นมาทับพื้นที่ความเป็จริงของโลก มีระดับทั้งหมด 8 ระดับ แต่ละระดับมีความกว้าง พลัง ความสามารถต่างกันไป และยิ่งระดับสูงยิ่งใช้พื้นที่ความเป็จริงของโลกมากจนบางครั้งไม่อาจใช้ได้เพราะโลกจะขัดขวางการกำเนิดของพื้นที่นั้นๆเพื่อที่ว่าพื้นที่ความเป็จริงของโลกจะไม่ถูกทาทับมากเกินไป.
[ วิหารหน้าต่างโบสถ์ ] เขตแดนระดับ 4 ปรากฏออกมาในรูปลักษณ์ของอาคารทรงกลมประดับทรงแหลมรอบทุกชั้นและกำลังหมุนราวกับแกนกลางของกลไกบางอย่าง มันใช้สำหรับส่งคนหรือสิ่งของไปสถานที่ใดก็ได้ที่มีสิ่งที่นิยามได้ว่าเป็ ( หน้าต่าง ) แต่ผู้ใช้จะต้องเลือกเองว่าจะไปที่ใดในหมู่หน้าต่างนับแสน.
ความสูงและชั้นรวมถึงจำนวนหน้าต่างขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ของผู้ใช้และความตั้งมั่นขณะกางเขตแดน ขณะนี้ หน้าทัพปีศาจมีอาคารกลมใหญ่นี้สูงกว่า 50 ชั้น ทุกชั้นมีหน้าต่างปิดอยู่ ชั้นละ 400 บาน หนึ่งบาน เคลื่อนย้ายคนและสิ่งของได้บานละชิ้นหรือบานละคนเท่านั้น.
"เ้าจะไม่ใช้พลังมากไปเหรอ? ลินร่า" ราฟีลร์หรือหญิงสาวร่างเล็กถามพลางเปิดผ้าคลุมหัวออก เผยให้เห็นใบหูของกวางและเขายาวประมาณหนึ่งที่งอกออกมาจากกลางหน้าผากแค่ข้างเดียว ใบหน้าเล็กมีขนนุ่มละมุน ดวงตาสีฟ้าอ่อนๆกว้างโตน่าชัง.
"มิใช่ปัญหา ข้าจะส่งมนุษย์ที่เราเจอระหว่างทางไปยังเป้าหมายของพวกเขา คนใดไปที่บ้านเราก็จะส่งไปทันที" ลินร่าพูดขึ้นมา ร่างสูงนั่นพึมพำเบาเป็คาถาและหน้าต่างแต่ละบานก็เปิดออกช้าๆ.
"ข้าทำงานบ้างดีกว่า......ผู้กดขี่เอ่ย ท่านอยู่ที่ใดกัน?....ท่านผู้เสวยความทุกข์เอย....ท่านทำสิ่งใดกัน?....ท่านผู้ข่มเหงเอย...ท่านเห็นสิ่งใดกัน?....ขอข้าผู้ต่ำตมและต่ำช้านี้เห็นสิ่งเดียว..ทำสิ่งเดียว..อยู่ที่เดียวกับท่านเถิด.... [ ดวงตาทรราช ]"
"อะ...เจอแล้วๆ" กวางกึ่งมนุษย์ตนนี้กำลังจ้องมองปราสาทหินอ่อนที่กำลังส่องแสงเปล่งประกายอยู่ ภายในนั้นเธอกำลังจ้องมองชายแก่นายหนึ่งที่กำลังนอนหลับ ไม่ห่างออกไปมีมงกุฎสีทองระดับอย่างงดงามวางไว้ใกล้ตัว.
อีกสิ่งที่เห็นคือทหารนายหนึ่งที่กำลังนอนเล่นสนุกกับทาสของตนอย่างเปี่ยมสุข "แม่ทัพคนที่หนึ่ง มาร์คแล้ว!"
ภาพของทหารนายนั้นติดอยู่ในหัว พร้อมกับมองเห็นไปอีกเรื่อยๆว่านายทัพคนอื่นอยู่ที่ไหน ทำอะไร รองแม่ทัพอยู่ที่ไหน ทำอะไร และจดจำไว้ในสมองแล้วเรียบร้อย.
"คราวนี้คนที่ต้องฆ่าเยอะเลย ตั้ง...1...2..3...24 คน" เธอกระพริบตาก่อนจะกลับมาเป็สายตาปกติ ที่มีรูปิญญาของคนที่มาร์คไว้เลือนรางจากผลของเวทย์ [ ดวงตาทรราช ].
[ ดวงตาทรราช ] เวทย์สำรวจระดับ 3 ผู้สำเร็จเวทย์นี้ขั้นเริ่มต้นคือ [ดวงตามนุษย์] สามารถมองเห็นบุคคลที่ตน้าได้แต่เห็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่มีความเข้าใจในเื่ บาป ศีลธรรม คุณธรรมหรือเื่ที่ผู้มีอารยธรรมจะเข้าใจเท่านั้น.
ในขณะเดียวกันนั้น เวทย์นี้จะพัฒนาขึ้นอยู่ผู้สำเร็จคนนั้นๆ หากจิตใจดี พ่องใสและถ่องแท้ เวทย์จะพัฒนาเป็ [ ดวงตานักปราชญ์ ] กรณีที่เป็ [ ดวงตาทรราช ] จะมีผลพิเศษจากเพียงแค่เห็นมนุษย์ มันจะเจาะจงแม่ทัพ าา นักรบ หรือผู้กล้าเป็พิเศษ นอกจากนี้ยังสามารถมาร์คที่อยู่ของคนที่ถูกมองได้ 5 วัน หากอยู่ในระยะต่อสู้จะแสดงจุดอ่อนให้เห็นแม้ไม่ร่ายเวทย์ด้วย.
"แบ่งออกมาดีๆสิ ราฟีลล์ าา แม่ทัพ รองแม่ทัพ อย่างละเท่าไหร่?" ลินร่าเอ่ยปากถามพลางเกิดแสงวูบวาบไปทั้วทั้งขบวนทัพ ซึ่งเกิดจากการส่งสิ่งของที่มนุษย์ฝากไว้ให้พวกปีศาจแบกไปก่อน ไม่นานก็ส่งมนุษย์ที่อยู่แนวหลังไปทีละคนอย่างรวดเร็ว.
" 80 คนกับของอีก 300 ชิ้นภายใน 2 นาที เ้าฝีมือตกลงนะ" กวางสาวเดินมาพลางกอดอกหน้ามุ่ย "ในฐานะพี่ ข้า มีหน้าที่ในการฝึกให้เด็กวานซึนอย่างเ้าให้ทำประโยชน์ได้มากกว่านี้!!!"
"เงียบเถอะราฟีลล์ เ้าอายุแทบไม่ห่างจากข้าเลยนะ เ้ากวางพิการ!" แขนข้างหนึ่งคว้าเข้าจับเขาเดี่ยวนั้นแล้วบีบแน่นมากๆ ั้แ่ข้อมือลงไปเป็เหล็กกล้าสีเงามันพร้อมสลักคำว่า
( Holy Caster ).
"เ้าก็พิการเหมือนกันนั่นแหละ!!!"
ราฟีลล์กัดฟันแน่นก่อนจะกำหมัดแน่นพลางหายใจเข้าออก "ปล่อย.."
"หึ...ถ้าไม่กลัวท่านพ่ออยู่แถวนี้...ข้าจะหักเขานั่นแล้วค่อยต่อให้แล้วหักซ้ำซะ"
มือนั้นปล่อยเขากวางในมือออกพร้อมหันหนีไปอีกทาง.
"......" ราฟีลล์สูดอากาศเบาๆแล้วมองไปอีกทางเหมือนกัน.
.
.
"เผลอตัวนิดหน่อยเลยสิ" เอเธียร์ที่นั่งจ้องเคลิ้มกับความคิดในหัวนั้นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะลุกไปเก็บผ้าที่ตากเอาไว้ั้แ่วันวาน.
ถ้าขอไปอยู่กับคนเมื่อวาน..จะสบายกว่านี้ไหมนะ? ความคิดนี้โดดเข้ามาในหัวของเธอทันทีระหว่างที่เดินหอบผ้าเข้าบ้านไป.
"อีกสามวัน...นับจากวันนี้สินะ" หญิงสาวคิดก่อนตัดสินใจลงอาบน้ำที่แม่น้ำใกล้ๆ "เข้าเมืองไปสักหน่อยดีกว่า"
ระหว่างนั้นแช่น้ำที่เย็นจับในตอนสายของวัน เธอก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เช่นนับคนที่รู้จักและอยากขอไว้เป็พิเศษ แต่กลับคิดได้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรไปขอคนแบบนั้นกัน.
"อย่างน้อยก็ไม่มีอะไรเสียด้วยนี่ แต่เสียดายเงินบริจาคที่เอาให้โบสถ์กับสถานเลี้ยงเด็กจัง"
ความคิดเสียดายต่างๆนาๆไหลเข้ามาในสมองแต่แค่ชั่วครู่ เธอไม่ได้ติดอยู่กับความคิดอะไรนานอยู่แล้ว แม้แต่ลุงของเธอก็ไม่คิดที่จะเสียใจมากนักหากเขาตายในสนามรบคราวนี้.
"หวังว่าจะคัดคนที่ดีได้นะคะ คุณตัวโต...ฉันจะรอดู" เธอพึมพำก่อนจะลุกออกจากแม่น้ำแล้วสวมชุดที่สะอาดที่สุดเท่าที่มีได้ก่อนจะเดินเท้าไปยังประตูทางเข้า.
ถึงจะมีทหารเฝ้าหน้าประตูใหญ่และมีการตรวจค้นสินค้าตลอดเวลาเพราะมีพ่อค้าแม่ขายเดินทางมาจากหลากเมือง แต่กลับคนที่แต่งตัวแบบเธอกลับผ่านไปง่ายเพราะไม่มีเงินให้เก็บค่าทางเข้าอยู่แล้ว.
"ไปบอกท่านลุงแล้วค่อยบอกคนอื่นๆดีกว่า" เธอมองรอบๆก่อนจะเดินตรงไปที่ค่ายฝึกซึ่งอยู่ใกล้เขตวังและไกลที่สุดก่อน.
ระหว่างทางเอเธียร์ก็มองไปรอบๆ บรรยากาศการค้าที่คึกคักและสนุกสนาน นักผจญภัย นักเดินทางต่างมารวมกันที่นี่มากมาย และเธอก็แปลกใจเพราะไม่มีใครมีท่าทีว่าจะหนีเลยแม้แต่น้อย.
"ไม่มีใครรู้เหรอ?" เธอพึมพำออกมาเบาก่อนจะเร่งฝีเท้าไปจนถึงค่ายฝึก "เข้าพบท่านนายพันรีเดียร์ค่ะ" เธอพูดออกมาเบาๆกับทหารยามที่มองเธอั้แ่หัวจรดเท้าแล้วหรี่ตา "นายพันเรียกอีตัวมาเช้าแบบนี้เลยเหรอ? ให้ตายสิ แบบนี้ทุกที.......เต็นท์ที่สี่" ทหารยามหลบทางให้พลางมองด้วยสายตาไม่พอใจ
"ขอบพระคุณค่ะ" ร่างผอมโค้งนิดๆก่อนจะเดินเข้าไปแล้วมองรอบๆจนไปเจอเต็นท์หมายเลขสี่.
"สวัสดีค่ะ" หญิงสาวแง้มเข้าไปก่อนจะเห็นว่าท่านลุงของเธอนั่งทำงานอยู่ "ท่านลุง?..."
"อ๊า!..หลานมาแล้วก็ดี.." ชายในเกราะนักรบเดินเข้ามากอดหลานสาวเอาไว้แน่น "มีอะไรถึงมาหาลุงล่ะ?" เขาพาเธอนั่งลงพลางยิ้มแย้มพร้อมหยิบกาน้ำชามารินใส่แก้วให้เธอ.
"ไม่ต้องหรอกค่ะชาน่ะ ....คือ...ลุงรู้ใช่ไหมว่าจะมีา?"
"หลานรู้เหรอ...ข่าวกระจายออกไปไวขนาดนี้ได้ยังไง?...." ถึงจะไม่แปลกใจ แต่สีหน้าทหารวัยแก่เปลี่ยนไปทันที คิ้วขมวดจนแทบจะชนกัน.
"ไม่มีข่าวลือหรอกค่ะ...แต่ทำไมไม่มีแจ้งให้เตรียมตัวหรือบอกข่าวให้นักเดินทางล่ะค่ะ? พวกเขาจะเป็อันตรายได้นะ!"
"เราจะทำาที่อื่นไกลออกไปแล้วชนะไงล่ะหลาน!" ทหารแก่สวนขึ้นมาทันทีโดยไม่เว้นระยะให้เธอหายใจแม้แต่น้อย.
"ถ้าไม่ชนะล่ะคะ?" ถามไปอย่างเรียบง่ายและชัดเจน เธอตัดสินได้ไม่ยากจากคนตัวใหญ่ที่เจอมาตอนเช้า จากสามัญสำนึกของหญิงสาววัย 24 เธอคิดชื่อสิ่งที่เอาชนะมันไม่ได้.
"......เราจะชนะ...แน่นอน..ฝั่งนั้นแค่ปีศาจหนึ่งแสน เรามีมากกว่าตั้งแปดแสนเลยนะ" นายทหารตรงหน้าเธอยิ้มกว้างพลางตบหน้าอกเบาๆ ใบหน้าคิ้วขมวดหายไปั้แ่ได้ยินหลานสาวพูดว่าไม่มีข่าวลือ.
"กะจะมาบอกให้รู้...งั้น .ลาล่ะค่ะ" หญิงสาวลุกแล้วโค้งก่อนจะหันหลังเดินออกไป.
"แล้ว...ใครบอกหลานล่ะ?" คำถามสุดท้ายตามหลังมาติดๆ
".....นักเดินทางน่ะค่ะ"
.
.