ไฟสีแดงอมทองพวยพุ่งจากปลายกระบี่ของหยูจวิน ม้วนตัวเป็นเกลียวแสงแผ่ไปทั่วลานหินกลางป่า
พลังปราณของเขาไม่ได้เป็นเพียงความร้อนธรรมดาแต่มันแฝงด้วยแรงกดดันที่สั่นสะเทือนเส้นเอ็น กล้ามเนื้อและจิตใจของผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
กลุ่มของเซียฉินยืนกระจายตัวในท่วงท่าพร้อมต่อสู้ แม้สภาพจะไม่สมบูรณ์นัก
หงเทียนยังมีเลือดซึมที่มุมปาก ฉู่เหยียนประคองแขนที่เจ็บอยู่ข้างลำตัว ส่วนหลี่เหยินก็หายใจถี่อย่างเห็นได้ชัดจากการปะทะเมื่อครู่
หยูจวินไม่ได้รุกอย่างรีบร้อน เขาเดินไปข้างหน้าทีละก้าว แต่ละย่างก้าวคล้ายมีเพลิงสวรรค์กระแทกพื้นดินเกิดประกายสีแดงใต้ฝ่าเท้า
ใบไม้แห้งที่หล่นใกล้ ๆ ถูกเผาไหม้โดยไม่ทันได้ลุกเป็นไฟ เซียฉินขยับถอยหนึ่งก้าว เขาใช้มือลูบผิวโอสถขวดเล็กในถุงข้างเอว
สัมผัสนั้นปลุกให้เขานึกถึงคำสอนจากคุณตาผู้เคยเป็นนักหลอมโอสถเก่าของหมู่บ้าน
“พิษ… ไม่ได้มีไว้ฆ่า แต่มันมีไว้ควบคุม และพลิกกระดาน”
เซียฉินถอนหายใจเบา ๆ แล้วกล่าวเสียงเรียบกับพวกพ้อง
“ข้าเปิดทางเอง พวกเจ้าคอยสังเกตจังหวะ ถ้าได้ช่อง ให้โจมตีพร้อมกัน”
หงเทียนหัวเราะแห้ง ๆ “ข้ารู้แล้วว่าเจ้าไม่ยอมตายก่อนพวกเราแน่…”
เซียฉินก้าวออกจากวงกลุ่มอย่างช้า ๆ มือขวาถือขวดยาเล็ก ๆ สีเขียวเข้ม
หยูจวินยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเซียฉินเข้ามาใกล้
“เจ้าคือคนที่วางพิษในสนามสอบสินะ? เด็กน้อย...เจ้าคิดว่าพิษจะใช้ได้กับข้าหรือ?”
“ไม่จำเป็นต้องได้ผลทั้งหมด แค่ชะลอเจ้าได้เสี้ยวลมหายใจเดียวก็พอ”
พูดยังไม่จบ เซียฉินก็ปาโอสถพิษออกไปสามขวดในทิศทางต่างกัน
แต่ละขวดแตกในอากาศพร้อมกัน เกิดม่านหมอกสีเทาปนเขียวห่อหุ้มรอบตัวหยูจวิน
ทันใดนั้น เซียฉินเคลื่อนไหว
-ก้าวเท้ากระบี่!
เท้าเบาของเขาสัมผัสพื้นเพียงแวบเดียวก่อนร่างจะลอยพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน
เขาเคยฝึกวิชานี้ระหว่างเดินทางมาที่เมือง จากที่เห็นในความฝันท นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้สู้กับคนอื่น
ฝ่าเท้าลื่นไหล ร่างเอียงเฉียงแทรกเข้าในม่านพิษ จากนั้นกระบี่สั้นที่เก็บไว้ด้านหลังถูกรูดออกมาราวกับแสงเงิน
หยูจวินเบิกตากว้างเพียงครู่ — เขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้า จะมีทักษะเท้าระดับนี้
กระบี่ของเซียฉินแทงเข้าใกล้สีข้าง แต่ไม่ถึงตัวเพราะหยูจวินเบี่ยงกายหลบและสะบัดกระบี่แดงออกสวน
เสียงเหล็กปะทะดังสนั่น ปราณของทั้งสองแผ่กระแทกกันกลางอากาศ
เซียฉินถอยหลังไปสามก้าว แต่ร่างยังทรงตัวได้
หยูจวินยกมือแตะขอบชายเสื้อข้างเอว ซึ่งเปื้อนคราบหมอกเขียวบาง ๆ
“เจ้า...สัมผัสข้าได้งั้นหรือ?”
เซียฉินไม่ตอบ เขายกกระบี่ตั้งท่าพร้อมอีกครั้ง
หยูจวินตวัดหางตา “ปราณของข้ายังไม่เต็ม... เจ้านี่แสนรู้นักนะ”
ขณะนั้นเอง ไป๋อี้หานก็เข้ามาประสานการโจมตีอีกครั้ง ร่างของเขาเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง
ปราณเย็นจากกระบี่ไหลลื่นราวสายน้ำ
หงเทียนกระแทกหอกลงจากด้านบน ส่วนฉู่เหยียนพุ่งออกจากมุมซ้ายด้วยหอกสำรองสั้น
สามจังหวะเกิดขึ้นพร้อมกัน —
แวบบบ! ปังง! ฟึ่บบ!
หยูจวินจำต้องใช้กระบี่ทั้งสองมือเป็นครั้งแรกในการปะทะ เขารับหอกของหงเทียนและฟาดข้างเข้าใส่ฉู่เหยียน
แต่ก็ถูกกระบี่ของไป๋อี้หานตัดผิวแขนเสื้อจนเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
เสียงหายใจของหยูจวินเปลี่ยนชั่วขณะหนึ่ง เขาพึมพำต่ำ ๆ “น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว…”
— และนั่นคือช่วงที่หลี่เหยินปล่อยปราณน้ำเป็นสายวิ่งผ่านพื้นดินเข้าโอบหลังหยูจวิน พร้อมกับเปล่งเสียงออกคำร่าย!
“พันธนาการธาราน้ำ!”
น้ำบนพื้นพุ่งขึ้นมาพันรอบข้อเท้าหยูจวินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหมอกพิษที่เจือจางแต่ยังคงคุณสมบัติทำให้รู้สึกหน่วงช้า
เซียฉินพุ่งเข้าอีกครั้งด้วยก้าวเท้ากระบี่ เขาเล็งจุดเดิมที่เคยสัมผัสได้เมื่อครู่
กระบี่ในมือหมุนตามแรงข้อมือจนเกิดเสียงหวิวเบา ๆ
แต่หยูจวินกลับปล่อยปราณไฟออกจากฝ่ามือทั้งสองในทันใด —
ตูมมมม!!
เปลวไฟระเบิดออกจากกลางร่างของเขา เผาผลาญพันธนาการน้ำเป็นไอฉับพลัน
แรงสะเทือนจากปราณยังผลักพวกเซียนฉินกระเด็นออกไปคนละทิศ
เซียฉินล้มกลิ้งไถลไปกับพื้น รู้สึกได้ถึงกลิ่นไหม้ที่แขนเสื้อ และรอยช้ำที่แผ่นอกด้านขวา
เสียงฝีเท้าของหยูจวินยังคงแน่นิ่ง แต่พลังของเขาเริ่มกระเพื่อมมากขึ้นเรื่อย ๆ
“พวกเจ้า…ทำให้ข้าต้องปลดปราณสามส่วน” เขากล่าวช้า ๆ ดวงตาวาวโรจน์เริ่มเข้มขึ้นด้วยรังสีสังหาร
เซียฉินยันตัวขึ้นช้า ๆ แม้ร่างจะเจ็บ แต่ในแววตายังมีเปลวแห่งความตั้งใจไม่ดับ
“ยังไม่หมด… ข้ายังมีสูตรที่ยังไม่ได้ใช้”
แต่เขาก็รู้… หากไม่มีจังหวะที่เหมาะเจาะ หรือช่วยจากภายนอก
พวกเขา…คงไม่รอดจากเปลวไฟของศิษย์ภายในตรงหน้าได้ง่าย ๆ