อานนท์ออกจากโรงแรมปาไปแปดโมงกว่าแล้วเพราะอะไรน่ะเหรอก็เพราะเ้าของเรือนผมสีทองอร่ามเหมือนดวงอาทิตย์ในยามเช้าอย่างไรล่ะเจฟฟรีย์พยายามปลุกเ้าตัว แต่ปลุกยังไงก็ไม่ยอมตื่นจนเขาต้องใช้วิธีที่ไม่น่าใช่สำหรับตัวเขาเลยคืออะไรน่ะเหรอ ก็...
ตอนนี้อานนท์กับเจฟฟรีย์มาถึงหน้าโรงเรียนตามที่พวกเพื่อนได้นัดไว้ แต่...พวกเขานัดไว้แปดโมงตรงแต่ตอนนี้แปดโมงสี่สิบนาที ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมถึงไม่เจอพวกนั้นระหว่างเด็กหนุ่มกำลังเดินเข้ายังประตูใหญ่ด้านหน้าเขาเดินบ่นพลางนึกย้อนไปเมื่อเช้านี้
“ คิดได้ไงเนี่ยเรียกชื่อข้าด้วยเสียงชวนขนลุก...ใส่ข้างหูเช่นนั้น! คิดแล้วบรึ่ยเลย! ทีหลังพี่ไม่ต้องปลุกแบบนี้อีกนะ ข้าขนลุกเสียจริง! ” เจฟฟรีย์ที่ตามหลังมาถึงกับต้องกั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาภายในตัวโรงเรียน เด็กหนุ่มไม่รอช้าเดินเข้าไปยื่นใบสมัครตรงจุดรับสมัครซึ่งเป็จุดที่มีคนน้อยที่สุดไม่เหมือนอีกจุดหนึ่งของบริเวณใกล้เคียงเป็จุดขายใบสมัครเข้าสอบที่นี่ มีผู้คนมากมายไม่เว้นแต่เผ่าพันธุ์อื่นๆด้วยเดินเข้าไปแย่งต่อแถวกันอย่างคึกคักและวุ่นวาย จนเด็กหนุ่มนึกคิดอย่างสนุกว่า ‘ นึกว่ารับแค่เผ่าพันธุ์มนุษย์ซะอีกแต่อย่างนี้ก็สนุกน่ะสิถ้าได้เรียนที่นี่จริง ๆ ’ กวาดตามองไปตึกอาคารบริเวณรอบ ๆ ตนอย่างสนใจ
ด้านหน้าเด็กหนุ่มยืนอยู่ เป็อาคารสีขาวขนาดใหญ่(เจฟฟรีย์บอกว่าเป็ที่ส่วนรวมของเหล่าอาจารย์และสภานักเรียน) ถ้ามองไปฝั่งตรงข้ามที่เขายืน เป็โดมหลังคาใสมหึมา(เป็ที่ฝึกซ้อมหรือทำกิจกรรมต่างๆภายในโรงเรียน )ส่วนด้านขวามือตรงข้างคือทางเดินไปยังโรงอาหารด้านซ้ายมือตรงหน้าเป็ประตูใหญ่ที่พวกอานนท์เดินเข้ามานั่นเอง
หลังจากพวกเขาหาที่เงียบ ๆ นั่งภายในโดม อานนท์ล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายหนังสีน้ำตาลข้างตัวเอง หาอะไรสักอย่างภายในนั้น รีบเอาขึ้นมามันเป็แท่งไม้ธรรมดาขนาดเท่ากับฝามือเด็กหนุ่มเรียกชื่อมันในใจส่งไปยังแท่งไม้ ทันใดนั้นปรากฏดาบยาวเรียวขึ้นมันคล้ายดาบซามูไรแต่ก็ไม่ใช่ซะส่วนใหญ่ตรงด้านจับมีรอยสลักเป็เถาวัลย์สีขาว ส่วนกลางดาบเป็สีเหลืองเรืองแสงอย่างสวยงาม
เมื่อวานเจฟฟรีย์มอบให้กับเด็กหนุ่มเมื่อถึงห้องพักพร้อมบอกชื่อของดาบและสอนการใช้มันอานนท์พยายามทำความเข้าใจอย่างรวดเร็วลองเอาออกมาควงอย่างคล่องแคล่วเหมือนเคยใช้มันมาก่อนมันเป็ดาบที่ถนัดมือมากจนเด็กหนุ่มคิดว่าให้เป็ดาบคู่ใจได้เลยในเวลาข้ามคืน
ประกาศ ! ประกาศ !! ผู้สมัครที่น่ารักทุก ๆ ท่านใครคนไหนที่กรอบใบสมัครและไปยื่นในจุดรับสมัครเรียบร้อยแล้วภายในเวลาสิบโมงตรงให้มารวมตัวที่โดมหลังใหญ่เพื่อมาสอบสัมภาษณ์ด้วยเ้าค่ะขอให้พระเ้าจงอวยพรแด่ท่าน
อานนท์ได้ยินการประกาศถึงกับเซ็งนิด ๆ ‘ เอ๊ะ ! แต่เดี๋ยวนะสอบสัมภาษณ์เหรอ นึกว่าเป็ข้อเขียนก่อนเสียอีก ’ เด็กหนุ่มคิด
ติ๊งติ๊ง ติ๊ง!
เด็กหนุ่มผมทองรีบเรียกดาบกลับไปเป็แบบเดิม เก็บใส่กระเป๋าด้านข้างตนหยิบมิวส์อาจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดูว่าใครทักมา อานนท์รีบกดเปิดอ่าน
# จาก แอรีส ถึง อานนท์ เ้าอยู่ไหน พวกข้ารอเ้านานมากแล้วพวกเราเลยไปยื่นใบสมัครก่อน อันนี้ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้รอถ้าเห็นข้อความนี้ให้มาหาพวกเราที่โรงอาหารตอนเก้าโมงตรง! ขอย้ำ เก้าโมงตรงนะนนท์ # จบข้อความเด็กหนุ่มยิ้มบาง ๆ ให้กับตัวเอง รีบดูนาฬิกาจากมิวส์อา 8.57 นาที
“ ตายแหละ ! เหลืออีกสามนาที ” เด็กหนุ่มอุทาน หันไปบอกพี่เจฟให้ไปโรงอาหารโดยด่วนเลย
+++++++++++++++++++++
ตอนนี้เด็กหนุ่มหน้าหล่อกับชายหนุ่มหน้าหวานได้มายืนอยู่หน้าโรงอาหารด้วยอาการหอบ(สำหรับกับเด็กหนุ่มเท่านั้น) พวกเขารีบเข้าไปในโรงอาหารกวาดตามองหาเพื่อนชายผมฟ้าอย่างรวดเร็วเพราะหาง่ายสุดแล้วฮารัสเห็นอานนท์เดินเข้ามาเลยรีบโบกมือเพื่อเรียกเพื่อนชาย
หลังจากอานนท์กับเจฟฟรีย์นั่งลงอมรากับแอรีสที่ดูว่าสนิทกันเร็วเกินไปนั้นรีบแย่งกันพูดซึ่งอมราชนะได้พูดก่อนเพราะสาเหตุอะไรก็ไม่รู้ของสองสาว
“ นี่ ทำไมถึงได้มาช้านักล่ะ รู้ไหมพวกเรารอนนท์นานมากเลยนะ ” เด็กหนุ่มหน้าหล่อถึงกับตอบไม่ได้ เพราะอะไรหรอก ‘ตื่นสายน่ะ’ อานนท์คิดแต่ไม่กล้าพูดออกมา
“ ท่านชายนอนตื่นสายขอรับ ปลุกยังไงก็ไม่ยอมตื่น ต้องใช้วิธี...” เจฟฟรีย์พูดให้เพื่อนของอานนท์เกิดอาการอยากรู้ขึ้น และมองไปยังเด็กหนุ่มข้าง ๆ อย่างอารมณ์ดี (นิสัยเดิมมาแล้ว)อานนท์มองกลับอย่างไม่พอใจ ‘ไม่ต้องแล้วล่ะ เหอะ !’ เด็กหนุ่มคิด
“ วิธีอะไรเหรอพี่เจฟฟรีย์ ” ฮารัสรีบถามอย่างสงสัยรวมไปถึงทั้งสามนางด้วย ย้ำว่าทั้งสามนางคนที่เงียบที่สุดก็พ้นใครไม่ได้ก็คุณยูนั่นเอง นางชอบเงียบตลอดเมื่อเจอกับอานนท์
“ เอาเป็ว่าข้าต้องขอโทษพวกเ้าด้วย ที่มาซะช้าเลย ” เด็กหนุ่มรีบเอ่ยขึ้นเพราะกลัวว่าเจฟฟรีย์เล่าให้เพื่อนของเขาฟังต่อ
“ ไม่เป็ไรหรอกนนท์ ” ฮารัสพูด
“ จ้ะ ” แอรีสพูดต่อ
“ ไม่เป็ไรหรอก ” อมราพูดต่อจากแอรีส
“ ข้าไม่โกรธ ” จู่ ๆเด็กสาวสีม่วงพูดขึ้นปิดท้าย (เงียบอยู่นาน)
“ ขอบคุณนะ ” อานนท์พูดยิ้มให้กับเพื่อนด้วยความรู้สึกอบอุ่นตัวเขาเองรู้สึกอบอุ่นนะที่ได้มารู้จักกับพวกเธอ
ภายในโรงอาหารที่พวกเขานั่งอยู่เหมือนกับโรงอาหารทั่วไปแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก สามารถบรรจุคนได้ประมาณห้าร้อยกว่าคนโทนส่วนใหญ่เป็สีฟ้าอ่อน บริเวณรอบ ๆ โรงอาหาร มีม้านั่งอยู่เป็จุด ๆและสวนหย่อมขนาดเล็กให้นั่งเล่นตามอัธยาศัยกัน มีต้นไม้หลากหลายสีไม่ว่าจะเป็สีม่วงฟ้า ขาว เหลือง มีหมดรวมไปถึงดอกไม้นานาชนิดด้วย ในระหว่างอานนท์นั่งคุยกับพวกเพื่อนๆอยู่ก็ได้ยิน...
“ ใช่ ! คนนั้นแหละข่าววงในเขาพูดกันให้แซดแน่ะ ! ”
“ ใช่เหรอแก ได้ข่าวมามั่วหรือเปล่ายะ ดูสิถ้าใช่หลานชายของผอ.โรงเรียนจริงๆ เขาคงไม่มานั่งกับพวกนางชะนีขนดกแบบนั้นหรอก ”
“ นี่ ! จริง ๆเห็นว่าชื่อเล่น ชื่ออานนท์นะ ดูเขาสิ...หล่อ..ปานเทพบุตรจุติจากสรวง์เลยแน่ะ...เห็นแล้วเคลิ้มเลยข้าอยากจะไปนั่งใกล้ ๆ เขาจัง ”
“ เขาไม่สนใจหล่อนหรอกย่ะ ยัยอ้วนดินแดน ! ”
“ แหม แกก็ไม่ดีไปกว่าข้ามากหรอกย่ะ !! ”
บริเวณพวกอานนท์นั่งอยู่มันไม่ไกลไปจากกลุ่มที่นั่งเม้นถึงพวกเขาอย่างสนุกปากมากนักมันสามารถทำให้อานนท์ได้ยินอย่างชัดเจน รวมไปถึงเพื่อนของเขาด้วยแอรีสได้ยินถึงกับของขึ้น ไอตรงที่ว่าพวกข้าเป็นางชะนีขนดกน่ะ ขนดกตรงไหน!!
“ เหอะ !! ไม่ไหวแหละ ! ” เด็กสาวผมดำกำลังลุกแต่เพื่อนชายยกมือจับขึ้นห้ามไว้ก่อน
“ ปล่อยนะ ! ” แอรีสหันกลับไปมองอย่างไม่พอใจ
“ ไม่ปล่อย..นี่ก็ใกล้จะเรียกรวมตัวแล้วนะ อย่ามีเื่เลย ” อานนท์พูดด้วยเสียงเรียบ
“ แต่... ” เด็กสาวเริ่มลังเลว่าควรไปดีหรือทำตามที่อานนท์เตือนดีถ้าไปมีเื่ตอนนี้มันทำให้ตัวข้าดูไม่ดีในสายตาเพื่อนชายคนนี้นะสิ ‘ไม่ไปดีกว่า ครั้งนี้ปล่อยไปก่อน แต่ถ้าเจอกันครั้งหน้ามีเื่แน่!’ เด็กสาวผมดำคิด ก็นั่งลงตามเดิมยูเห็นว่าเพื่อนสาวของตัวเองสงบลงเลยเอ่ยขึ้น
“ งั้น เราก็ไปกันเถอะนะ ”
ทุกคนพยักหน้าลุกเดินออกจากโรงอาหาร โดยไม่สนใจสายตาใครในบริเวณนี้กำลังจ้องมายังพวกเขาอยู่แต่ในระหว่างนั้นเจฟฟรีย์ขอตัวไปทำธุระต่อพวกเขาเลยเดินไปรวมตัวใกล้บริเวณโดมหลังใหญ่ เพื่อรอเวลาเหมือนกับผู้สมัครคนอื่น ๆ
+++++++++++++++++++++
เวลา9.56 น
พวกอานนท์ได้มารวมตัวภายในโดม เขายืนกวาดตามองไปรอบๆอย่างสนใจเด็กหนุ่มยืนอยู่ภายในโดมขนาดใหญ่มีที่นั่งอัฒจันทร์ปรากฏขึ้นตั้งอยู่ระหว่างสองฝั่งด้านหน้าจากตอนแรกที่อานนท์เคยมานั่งมีแค่ห้าหกตัวเท่านั้นถ้าเงยมองไป้าหลังคาใสเผยให้เห็นท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน ถ้ามองไปรอบ ๆบริเวณของตัวเองเห็นว่ามีเหล่าผู้สมัครมากมายยืนคุยกันอย่างออกรสและเสียงดังมาก
ขณะนั่นอานนท์เห็นรุ่นพี่สามคนปรากฏขึ้นยืนบนที่นั่งอัฒจันทร์ด้านหน้าของเหล่าผู้สมัครรุ่นพี่คนแรกด้านซ้ายมือเด็กหนุ่มเป็ผู้หญิงร่างสูงบาง ผมยาวตรงสีฟ้าอ่อนยืนสง่าเหมือนนางพญายังไงอย่างงั้นสวมชุดเครื่องแบบประจำโรงเรียน ถ้าสงเกตดี ๆตรงหน้าอกเสื้อด้านซ้ายเห็นว่ามีลูกแก้วสีส้มทรงวงรีขนาดเล็กเหมือนเข็มกลัดติดอยู่ส่วนคนกลางเป็ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไว้เครา มีผมสีน้ำตาลซอยสั้นระต้นคอสวมชุดเหมือนคนแรกแต่เปลี่ยนจากกระโปร่งสั้นเป็กางเกงขายาวส่วนคนสุดท้ายเป็ผู้หญิงรูปร่างผอมเพรียว ใบหน้าจัดว่าสวยเลยทีเดียวที่เห็นเด่นชัดที่สุดตรงหน้าอกของเขามันช่างเป็อะไรที่อวบ อึ๋มมาก (แอบชอบนะเรา)มีเรือนผมสั้นสีส้ม ผิวขาวแลดูสวยและเซ็กซี่ไปพร้อมกันสวมชุดเหมือนคนแรกรุ่นพี่ผู้ชายเริ่มแนะนำตัว กล่าวขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัด
“ สวัสดีผู้สมัครทุกคน ข้าเป็ตัวแทนของนักเรียนปีสาม ซึ่งจะเป็รุ่นพี่ในอนาคตของพวกเ้าข้าอยากให้พวกเ้าดูบนหน้าอกเสื้อด้านขวาของตัวเองแล้วจับกลุ่มตามสีหมายเลขนั้น ๆนะ ข้าให้เวลาภายในสิบนาทีเท่านั้น หากใครยังจับกลุ่มกันไม่ได้ข้าจะให้รุ่นพี่ที่อยู่บริเวณนี้จับแยกไปอยู่อีกกลุ่มหนึ่งในทันทีกลุ่มนั้นข้าจะยังไม่บอกว่าจะโดนอะไรบ้าง ทุกคนคงจะเข้าใจแล้วนะ งั้นก็เริ่มจับกลุ่มกันได้เลย ” อานนท์มองไปหน้าอกเสื้อของตัวเอง มันปรากฏหมายเลขและสีอย่างที่รุ่นพี่บอก เขาได้หมายเลขห้าสีขาวส่วนของฮารัสได้หมายเลขหกสีขาวเหมือนกับตน
“ ดีจัง นึกว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันซะแล้วนนท์ ” ฮารัสพูดขึ้นระหว่างพวกเขาเดินหากลุ่มสีของตัวเองกลุ่มสีขาวอยู่ด้านขวามือที่เด็กหนุ่มยืมอยู่ตอนแรกไม่มากนัก ส่วนกลุ่มสีอื่น ๆ อยู่บริเวณที่ใกล้ ๆ กันอานนท์กับฮารัสเข้ากลุ่มของตัวเองเรียบร้อยนั่งลงตามที่รุ่นพี่ผู้หญิงผมสั้นสีส้มบอก นางประจำกลุ่มของเด็กหนุ่มนั่นเอง
“ สวัสดีจ้ะพี่ชื่อรูเอนานะ พี่จะนำพาพวกน้อง ๆไปยังทางเข้าของห้องสอบสัมภาษณ์ ตามพี่คนสวยมาเลยนะจ๊ะ ”
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานยิ้มโปรยเสน่ห์ใส่เหล่ารุ่นน้องของนางเดินนำไปยังทางออกโดมด้านซ้ายมือของเด็กอานนท์ ทันใดนั้นปรากฏก้อนหินก้อนใหญ่อยู่ด้านหน้าพวกเขาตรงกลางก้อนมีรอยสลักเป็รูปปีกสีขาวนวลหญิงสาวผมสั้นเห็นรุ่นน้องของนางยืนมองอย่างงงนางเลยรีบพูดขึ้น
“ เพื่อเป็การไม่เสียเวลาให้หมายเลขที่หนึ่งเอามือของตัวเองไปแตะก้อนหินก้อนนี้เลยจ้ะมันจะนำน้องไปยังห้องสอบถ้าเข้าไปแล้วน้องจะเห็นประตูบานหนึ่งซึ่งสีจะไม่เหมือนกันนะจ๊ะอาจารย์ท่านรอพวกน้องอยู่แล้วจ้ะ เริ่มเลย ” รูเอนาก้าวถอยไปด้านข้างผายมือให้กับรุ่นน้องที่มีหมายเลขหนึ่งเข้าเดินไปแตะก้อนหินด้านหน้าเด็กหนุ่มผมดำที่มีหมายเลขแรกเอามือไปแตะก้อนหินนั้น พลันมีแสงจ้าไปทั่วบริเวณ จู่ ๆ เด็กหนุ่มคนนั้นก็หายไป ส่วนหมายเลขที่สอง สาม สี่ตามมาติด ๆ
พอถึงตาของอานนท์ เด็กหนุ่มก้าวไปข้างหน้า ยืนมองก้อนหินอย่างเกร็ง ๆจนรุ่นพี่ผู้หญิงต้องเดินเข้ามาจับบ่าของเด็กหนุ่มอานนท์สะดุ้งยกมือขึ้นไปแตะก้อนหินข้างหน้า จู่ ๆ ตัวเขาเริ่มรู้สึกเย็นไปทั้งร่างกายเด็กหนุ่มเดินเข้าไปในก้อนหินก้อนนั้นสิ่งที่อานนท์เห็นเป็ทางเดินสีขาวสะอาบทอดยาวไปถึงประตูสีแดงข้างหน้าอานนท์ไม่รอช้ารีบเดินให้ถึงประตูตัวนั้น เปิดเข้าไปทันที
ภายในห้องตกแต่งอย่างสวยงาม จนเด็กหนุ่มไม่เชื่อว่าเป็ห้องในการสอบสัมภาษณ์ของนักเรียนโทนสีส่วนใหญ่เป็สีน้ำตาลอ่อน ส่วนอื่น ๆ เป็พวกโซฟาเพื่อต้อนรับแขกสีขาวนวลและโต๊ะทำงาน เด็กหนุ่มเห็นถึงกับรู้สึกคุ้นตาขึ้นมาแต่สิ่งที่ทำให้อานนท์ต้องแปลกใจมากกว่านี้คือมีชายร่างสูงโปร่งกำลังยืนทอดสายตามองผ่านไปยังหน้าต่างบานใหญ่ด้วยท่าทางสง่างามหันหลังให้กับเขาอยู่
ชายร่างสูงวางแก้วชากับที่รองแก้วกลมใสในมือหันมามองยังผู้สมัครเข้าโรงเรียนของเขาอานนท์ถึงกับต้องอุทานอย่างใเมื่อชายด้านหน้ากำลังหันมา
“ น้าเดลล์ ! ทำไมถึงเป็ท่านได้ข้านึกว่าจะเป็อาจารย์ที่สอนที่นี่มาสอบสัมภาษณ์ข้าเสียอีก หรือท่านน้าเป็คนสอบสัมภาษณ์ทุกคนที่เข้ามาเหรอครับ ” ผู้ที่เป็น้าชายเห็นหลานของเขาเรียกซะเสียงดังถึงต้องยกมือห้ามไม่ให้เด็กหนุ่มส่งเสียงดังไปมากนี้ พูดขึ้นมาอย่างเสียงเรียบ
“ ไม่หรอกอานนท์ น้าแค่อยากจะเจอหลานเท่านั้น เออ..ส่วนเื่สอบสัมภาษณ์น้าให้หลานผ่านั้แ่แรกแล้วล่ะ รู้ไหมสองสามวันมานี้แคทบ่นคิดถึงเ้าทุกวันเลยนะนี่แค่จากกันไม่กี่วันนะเนี่ยข้าล่ะยอมน้องสาวคนนี้เลยจริง ๆ ” เดลล์พูดส่ายหน้ากับอาการของน้องสาวที่บ่นถึงหลานชายไม่ยอมเลิกผายมือให้เด็กหนุ่มนั่งที่โซฟาสีขาวตรงข้ามของโต๊ะทำงาน เดลล์เอ่ยถามหลานชายต่อ
“ แล้วเป็ไงบ้าง เดินทางสะดวกดีไหม ” อานนท์ยิ้มตอบน้าชาย
“ ก็....สะดวกดีนะครับ เจอคนที่กำลังจะไปเมืองหลวงเข้าพอดีโชคดีที่เขาให้ข้าติดรถมาด้วย ไม่ใช่สิ ต้องติดมอสมาด้วยและคนนั้นคืออมรากับฮารัสเพื่อนของข้าเอง ตอนแรกข้านึกว่าจะต้องเดินไปถึงเมืองหลวงเสียอีก ” อานนท์เล่าให้น้าชายของเขาฟัง ส่วนเดลล์นั่งฟังหลานชายอย่างนึกขำไม่ได้เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะเขาแกล้งหลานชายของตัวเองให้ไปตกละกำลำบากแบบนั้นยังไงล่ะซึ่งจริง ๆ แล้วตัวเขาเองให้นิกซ์ขับมอนลีแอนไปส่งหลานชายก็ได้ แต่...
“ น้า น้า..น้าเดลล์! ” อานนท์เรียกน้าชายเสียงดังจนเดลล์ถึงกับหลุดภวังตัวเอง หันมามองยังหลานชายแล้วพูดขึ้น
“ อานนท์ หลานต้องไปได้แล้ว นี่ก็หมดเวลาในการสอบสัมภาษณ์แล้วเดี๋ยวเพื่อนของเ้าจะรอนาน เอ่อ..ส่วนเื่การทดสอบ น้าคงช่วยอะไรไม่ได้นะเพราะน้าให้สิทธิ์เื่นี้กับสภานักเรียนจัดการแต่น้ามั่นใจนะว่าหลานต้องผ่านมันไปได้แน่ ๆ ” อานนท์พยักหน้ายิ้มให้กับน้าชาย พร้อมลุกขึ้นเดินยังประตูที่เขาเข้ามา แต่ต้องหยุดชะงักหันกลับเมื่อนึกอะไรขึ้น
“ น้าเดลล์ ข้าอยากรู้ว่าดาบที่พี่เจฟให้มาเ้าของเดิมคือใครรึ เห็นพี่เขาบอกว่าให้ข้ามาถามท่านน้าด้วยตัวเอง ” ชายวัยกลางคนชะงักมือวางแก้วลงเมื่อเด็กหนุ่มหันกลับมาถามเขา
“ อ๋อ เป็ดาบที่ท่านพี่ข้าสร้างขึ้นมาก็เพื่อเ้าโดยเฉพาะหรือนั้นก็คือแม่ของหลานเอง พอ ๆ ไปได้แล้วนนท์ เพื่อนเ้าคงรอนานแล้วล่ะ ” เดลล์รีบตอบ ไล่ให้หลานชายออกไปโดยเร็วเพราะเขาไม่อยากเล่าอะไรที่ยาวไปมากกว่านี้แล้ว
อานนท์หยุดก้าวเดินกลับเพราะได้ยินของเื่ท่านแม่แต่ต้องชะงักคิดล้มเลิกถามต่อเมื่อเห็นน้าชายมองดุกลับมา เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินกลับไปทางเดิมที่ตัวเองเข้ามาในตอนแรกคือผ่านก้อนหินก้อนเดิมซึ่งมันเป็ทางเชื่อมระหว่างประตู เรียกว่า บัลคเมนนิสนั่นเองน้าชายตนบอกก่อนที่เด็กหนุ่มออกมา
หลังจากอานนท์เดินหาเพื่อนของเขาตามจุดที่คิดว่าน่ามานั่งกันแต่ก็ยังไม่พบ จนตอนนี้เด็กหนุ่มเดินมาหยุดตรงต้นไม้สีม่วงใกล้สนามฟุตบอลหยิบมิวส์อาขึ้นมากดหาชื่อ ฮารัส แต่ระหว่างเขากำลังถือมิวส์อาขึ้นมาแนบหูต้องหยุดการกระทำของตัวเอง หันกลับไปมองข้างหลังตามสัญชาตญาณทันทีแต่ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวก็...
โครม!!
อานนท์ล้มลงไปที่พื้นอย่างเร็วและแรงเผยให้เห็นรอยถลอกตรงข้อศอกของตัวเองได้อย่างชัดเจนส่วนคนที่มาชนเขาก็ไม่ได้ต่างกันมากนักกระเด็นไปด้านหน้าของเด็กหนุ่มอานนท์รีบลุกขึ้น เอามือลูบเบา ๆ บนแผล พลางเลื่อนสายตามองบุคคลด้านหน้ากำลังยันตัวลุกขึ้นจากพื้นผู้ชายคนนั้นเป็ผู้สมัครสอบเข้าเรียนที่นี่เหมือนกับอานนท์ มีรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าคมเข้ม ผิวสองสี มีผมสีม่วงอ่อนยาวถึงเอวถูกมัดรวบเป็หางม้าอย่างเรียบร้อยเด็กหนุ่มผมม่วงอ่อนรู้ว่าอานนท์มองยังตัวเขาเลยรีบพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดขึ้น
“ ขอโทษนะ ข้าไม่ทันได้มอง ขอโทษจริง ๆ ” เด็กหนุ่มผมม่วงอ่อนก้มลงเก็บมิวส์อาขึ้นมา ยื่นให้กับเ้าของอย่างรวดเร็ว
“ อื้ม... ไม่เป็ไร ”
อานนท์ตอบด้วยเสียงเรียบ ๆ หยิบมิวส์อาจากมือของคนที่มาชนเด็กหนุ่มตรวจดูว่าเครื่องของตนยังสามารถใช้งานได้อยู่หรือเปล่าเดินหันหลังกลับเพื่อไปหาเพื่อนต่อแต่หยุดอีกครั้งเมื่อเด็กหนุ่มสีม่วงอ่อนเรียกเขาขึ้น
“ เดี๋ยวก่อน ให้ข้าพาไปห้องพยาบาลไหม ” อานนท์หันกลับไปมอง ส่ายหน้า
“ ไม่เป็ไรจริง ๆ แผลแค่นิดเดียวเอง ” ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มผมม่วงอ่อนได้ถามต่อ ก็มีเสียงประกาศดังขึ้น
ประกาศ ประกาศ !! ผู้สมัครที่ผ่านในการสอบสัมภาษณ์รอบแรกแล้วภายในเวลาบ่ายโมงตรงให้มารวมตัวที่โดมหลังใหญ่เพื่อทดสอบคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติในการเป็นักเรียนของโรงเรียนแอนทิลลิสเตียรด้วยเ้าค่ขอให้พระเ้าจงอวยพรแด่ท่าน อานนท์ได้ยินประกาศนั้นเลยหยิบมิวส์อาจากประเป๋าเสื้อขึ้นมาดูเวลา 12. 23 น.
‘ ยังเหลือเวลาอีกเยอะ’ อานนท์คิดกลับมาสนใจด้านหน้า
บริเวณที่เด็กหนุ่มยืนอยู่มีเหล่าผู้เข้าสมัครจากตอนแรกดูคึกคักและวุ่นวายแต่ตอนนี้น้อยลงหลังการสอบสัมภาษณ์ เพื่อคัดเลือกผู้เข้าสมัครที่มีกว่าพันคนโดยการที่ต้องตอบคำถามของเหล่าอาจารย์มหาโหดให้ได้ทุกข้อภายในสิบนาทีเท่านั้นเด็กหนุ่มถือว่าโชคดีมากที่เจอกับน้าชายของตนซึ่งเป็ผอ.โรงเรียนแห่งนี้เลยสบายมากกว่าคนอื่นและโชคร้ายต้องตกเป็เป้าสายตาของเหล่าผู้สมัครที่สอบผ่านรอบแรกอย่างหวุดหวิดมองด้วยความไม่พอใจกับสิทธิพิเศษที่เขาได้รับมันไม่ยุติธรรมสำหรับทุกคนและคงรวมถึงเพื่อน ๆ ของเขาด้วย เด็กหนุ่มยืนเหม่นจนลืมว่ายังมีอีกคนที่ยืนอยู่หน้าด้านของเขา
“ เ้า ” เด็กหนุ่มผมม่วงอ่อนเอ่ยเรียกสติอานนท์
“ โทษที ” อานนท์พูดเสียงอ่อนเอ่ยถามชื่อคนตรงหน้า
“ เ้าชื่ออะไรเหรอ ” เด็กหนุ่มผมม่วงอ่อนสะดุด เมื่อจู่ ๆ อานนท์ถามชื่อเขาขึ้น
“ เรา โครนัสเทีย โอเพียวเน็นติกซ์ ชื่อเล่นว่า นัส ” อานนท์พยักหน้าแนะนำตัวเอง
“ ข้าชื่อ รีคาร์เทล ก๊อตเธอคิง เรียกว่า นนท์ก็ได้นะ ”
“ อืม ยินดีที่ได้รู้จักนะนนท์ เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวก่อน นามสกุลก๊อตเธอคิง เฮ้ย !! เ้าเป็หลานชายของผอ.โรงเรียนนี้ใช่หรือไม่”
นัสพูดเสียงดังอย่างใ ทำตาโตเหมือนเจอกับของล้ำค่ายังไงยังงั้นอานนท์ผู้ที่เป็หลานชายของผอ.โรงเรียนถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องของนัส
“ อื้ม ข้าเป็หลานชายของผอ.โรงเรียนที่เ้ามาสอบเข้านั้นแหละ ”
อานนท์ตอบอย่างเบื่อหน่ายกับคนที่มีอาการใเมื่อได้ยินนามสกุลของเขาซึ่งบางทีตัวเขาเองก็รู้สึกบอกไม่ถูกว่าควรดีใจหรือเสียใจดีกันแน่
“ เ้าไม่ต้องใขนาดนั้นหรอก ข้าก็เหมือนกับคนอื่น ๆแหละที่้าจะสอบเข้ามาเรียนที่นี่ ” อานนท์พูดอย่างถ่อมตัวเพราะตัวเขาเองก็รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ
“ อ๋อ ข้าเข้าใจแล้วตอนแรกที่ข้าได้ยินเขาพูดกัน...เ้าไม่ได้เป็อย่างที่พวกนั้นมันพูดเลยสักนิด ” นัสเห็นหน้าของอานนท์เลยพูดเพื่อให้กำลังใจกับเพื่อนใหม่
“ พูดกัน ?....พูดว่าอะไรบ้างเหรอข้าเริ่มอยากรู้แล้วสิ ” อานนท์พูดด้วยเสียงทุ้มมองนัสเพื่ออยากรู้
“ ก็....ก็ที่ข้าด้ยินมา เขาพูดประมาณว่า เ้าเป็คนหยิ่งเข้าถึงยาก ไม่ชอบสุงสิงกับใครคิดว่าตัวเองเป็ถึงหลานของผอ.โรงเรียนต้องมีคนก้มหัวให้ มีสิทธิพิเศษกว่าคนอื่นในรอบสอบสัมภาษณ์เ้าก็สอบได้เต็ม เห็นเขาพูดกันนะ ” นัสรีบบอกทันทีเมื่อเพื่อนใหม่ของเขาอยากรู้ อานนท์ยืนฟังอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะโกรธอะไรนัสมองอย่างสงสัยกับอาการของเพื่อนใหม่
“ อื้ม... เ้าคงสงสัยสินะว่าทำไมข้าถึงไม่มีอาการที่จะโกรธเลยเพราะที่เ้าได้ยินมา ข้าไม่ได้เป็แบบนั้น เ้าคงเห็นแล้ว ” อานนท์พูดอย่างเรียบ ๆ เพราะจริง ๆเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรกับพวกนี้มากนัก ‘ ได้เต็มเลยเหรอ ’ เด็กหนุ่มคิด
“ อ๋อ งั้นตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย เ้าช่วยดูเวลาให้ข้าหน่อยสิ ” นัสถามอานนท์ เพื่ออยากเปลี่ยนเื่คุย
“ เที่ยงครึ่งแล้ว ” อานนท์ล้วงมิวส์อาจากกระเป๋าเสื้อเป็รอบที่สองเพื่อดูเวลาให้คนที่ถามแล้วตอบ
“ อืม เ้าจะทำอะไรต่อหรือจะไปไหนต่อเหรอ ” นัสถามขึ้นอีกครั้ง
“ ตอนแรกข้าจะติดต่อหาเพื่อนน่ะแต่เ้าวิ่งมาชนข้าเสียก่อนเลยไม่ทันได้ติดต่อไป ” อานนท์พูดแกล้งติใส่เพื่อนชายของเขาเล่น ๆ
“ อ๋อ...เ้าพูดซะข้ารู้สึกผิดเป็รอบที่สองเลยแต่ข้าก็ไม่ได้ผิดนะ...ไอนั่นมันผิดที่มาแกล้งข้าก่อน...แต่ก็ช่างเถอะ มันไปแล้ว ! ” นัสพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดตอนแรกแต่กลับเปลี่ยนเป็น้ำเสียงโมโหตอนหลัง
“ อื้ม...ไม่เป็ไร..ข้าว่าจะติดต่อไปอีกรอบหนึ่ง ”
อานนท์เอ่ยพลางกดหาชื่อฮารัสอีกครั้งแต่ยังไม่ได้ยกมิวส์อามาแนบหูได้ยินเสียงเรียกชื่อเขามาแต่ไกลนั้นก็คือเด็กสาวผมขาวที่มีนามว่าอมรา วิ่งเข้ามาหาเขาและคนที่ตามหลังมาติด ๆก็เป็ยู แอรีส และฮารัส
“ นนท์ เ้าไปอยู่ไหนมา พวกเราหาเ้าไปทั่วโรงเรียนเลยนะรู้ไหม เอ่ออ...แล้วนี่ใครเหรอ ” อมราพูดกับอานนท์ชำเลืองมองยังเด็กหนุ่มแปลกหน้า
“ อ๋อ เขาชื่อ นัส ชื่อจริงว่า โครนัสเทีย โอเพียวเน็นติกซ์ข้าบอกชื่อเ้าถูกปะวะ ” อานนท์บอกชื่อเพื่อนใหม่ให้ทุกคนได้รู้จักหันไปถามเ้าของชื่อจริงและนามสกุลที่แสนจะยาวของนัส
“ ถูก...ทุกคำ เ้านี่สุดยอดเลยข้าว่านามสกุลข้ายาวมากจนคนจะจำไม่ได้แล้วนะเนี่ย แต่เ้าเป็แรกเลยนะ ” นัสพูดชมเพื่อนชายอย่างรู้สึกถูกชะตาขึ้นมาทุกที เอามือตัวเองไปตบที่อกซ้ายทำมือเป็รูปหัวใจส่งให้อานนท์
“ คิดไรปะเนี่ย ข้าไม่ชอบไม้ป่าเดียวกันนะเว่ย ” อานนท์พูดแซวนัส
“ ทำไมสองคนดูสนิทกันจังเลยอะ มีไรปะเนี่ย ” แอรีสเอ่ยขึ้นถาม มองอานนท์กับเพื่อนคนใหม่อย่างสงสัยมาก
“ ไม่มีอะไรหรอก เออ...นัสนี่เพื่อนข้าแอรีสส่วนคนนั้นชื่ออมรา ส่วนนั่นยู และคนโน่นชื่อฮารัส ”
อานนท์พูด ผายมือไปทางเด็กสาวผมดำที่อยู่ซ้ายมือเด็กสาวผมขาวที่อยู่ด้านหน้าเขา ถัดไปก็เด็กสาวผมม่วงและด้านขวามือสุดเป็เด็กหนุ่มผมฟ้า
“ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ” ทุกคนพูดพร้อมกันยิ้มให้นัสอย่างเป็มิตร
“ ยูว่าเราไปรวมตัวที่โดมดีกว่าไหม จะใกล้เวลาแล้ว ” ยูพูดขึ้นโดยที่นางเงียบนิ่งอยู่นานทุกคนหันไปมองยังเด็กสาวผมม่วงพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายแล้วพยักหน้าหมายถึงว่าเห็นด้วย
“ งั้นก็ไปกัน ” ฮารัสตอบ
+++++++++++++++++++++