สารพันเมนูเด็ด กลเม็ดสาวทะลุมิติ [นิยายแปล]

    บทที่ 36 แผนการทำเงิน (เปิดฟรี 26/08/2568)

    บทที่ 36 แผนการทำเงิน (เปิดฟรี 26/08/2568)

     

    เมื่อเทียบกับหนิงเสี่ยงเสี่ยงแล้ว หนิงเวยรับประทานอาหารด้วยกิริยาที่สำรวมและเชื่องช้ากว่ามาก “น้องสาม นี่เป็นเนื้ออะไรหรือ รสชาติแปลกดี แต่ว่าก็เหมือนอย่างที่เสี่ยงเสี่ยงพูดไว้ อร่อยจริงๆ”

            “หมูเกาลัดอร่อยก็จริง แต่ข้ากินไปสองชิ้นก็รู้สึกเลี่ยนจนไม่กล้ากินต่อแล้ว ทว่าเนื้อชิ้นนี้กลับมีรสชาติที่สดชื่น เคี้ยวแล้วนุ่มละมุนลิ้น รสชาติช่างยอดเยี่ยม” หนิงเวยกล่าวจบ ก็ยกตะเกียบขึ้นพินิจดูอยู่นาน แต่ไม่อาจบอกได้ว่าเนื้อนี้คืออะไรกันแน่

            “น้องสาม เจ้าบอกว่านี่เป็นของแถม หรือก็คือของที่ไม่มีค่าอะไรอย่างนั้นหรือ” หนิงเวยถาม

            “ใช่แล้ว หากพวกเจ้าคิดว่าอร่อย เช่นนั้นต่อไปเราจะใช้สิ่งนี้เป็นจุดขาย” หนิงลั่วเอ่ย

            หนิงเวยยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ ของอร่อยถึงเพียงนี้ ไฉนจึงเป็นของที่ไร้ค่าได้

            เมื่อคิดได้อีกทางหนึ่ง หนิงเวยก็วางตะเกียบลงบนโต๊ะดังปัง ก่อนจะคว้ามือของหนิงลั่ว สีหน้าพลันเปลี่ยนไป น้ำเสียงที่กล่าวก็ผิดแผกจากเดิม “น้องสาม เจ้าอย่าบอกนะว่าเพื่อให้ได้เนื้อนี้มา เจ้าไปตกปากรับคำขออะไรจากบ้านท่านอาถง ขอบอกไว้เลยว่าอย่าแม้แต่จะคิด ข้าไม่มีทางยอมแน่!”

            ครั้นเห็นว่าพี่สาวถึงกับไม่เชื่อใจตน หนิงลั่วก็ขุ่นเคืองขึ้นมาแล้วเช่นกัน นึกถึงความเหนื่อยยากของตนเองในวันนี้ กลับกลายเป็นการนำมาซึ่งความกังขาและความไม่ไว้วางใจจากพี่สาว นางจึงโยนตะเกียบลงบนโต๊ะเช่นกัน เลิกคิ้วสูงกล่าวตอบโต้ทันที “พี่รอง ข้าทำเพื่อครอบครัวของเราด้วยใจจริง เหตุใดท่านจึงมองข้าเช่นนี้ หรือท่านรู้สึกว่าข้าผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ ไร้ความน่าเชื่อถือขนาดนั้นเชียวหรือ”

            ครานี้ดวงตาของหนิงลั่วเริ่มแดงก่ำ นางสามารถอดทนต่อความลำบากและความเหนื่อยยากได้ แต่สิ่งที่นางไม่อาจทนได้คือการถูกเข้าใจผิดและความอัปยศที่มาพร้อมกับมัน

            หนิงเสี่ยงเสี่ยงที่กำลังเคี้ยวเนื้ออยู่พลันร้องไห้ออกมาเสียงดัง “ฮือ!” เนื้อที่กำลังเคี้ยวอยู่ครึ่งคำก็ร่วงออกจากปากกลิ้งลงบนโต๊ะ ครั้นเห็นเช่นนั้นเด็กชายจึงยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม “พวกท่านทะเลาะกันทำไม ได้โปรดเถอะ อย่าทะเลาะกันเลย! ข้าสัญญา ต่อไปข้าจะกินให้น้อยลง จะยกให้พวกท่านกินทั้งหมดเลย ขอร้องล่ะ อย่าทะเลาะกันเลย!”

            หนิงเสี่ยงเสี่ยงคิดว่าที่พี่สาวทั้งสองทะเลาะกันเป็นเพราะเมื่อครู่เขากินเนื้อมากเกินไป

            เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี หนิงเสี่ยงเสี่ยงรีบกระโดดลงจากเก้าอี้ วิ่งไปจับชายเสื้อของพี่สาวทั้งสองคนไว้ น้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับสายฝน

            หนิงเวยเห็นดวงตาที่แดงก่ำของน้องสาวและได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเสี่ยงเสี่ยง หัวใจจึงพลันปวดร้าว นางเพิ่งตระหนักได้ว่าคำพูดของตนก่อนหน้านี้นั้นทำร้ายจิตใจของน้องสาวมากเพียงใด

            เมื่อนึกได้ว่าในวันนี้น้องสาวต้องเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แต่นางกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายยังพูดจาให้อีกฝ่ายรู้สึกสะเทือนใจเสียอีก ความละอายใจพลันถาโถมเข้ามา จึงรีบปลอบโยนเสี่ยงเสี่ยงสองสามประโยค ผู้เป็นน้องชายจึงซบหน้าลงกับตัวนางพลางสะอึกสะอื้นเบาๆ

            หนิงเวยรู้สึกปวดใจอย่างยิ่ง จึงอุ้มหนิงเสี่ยงเสี่ยงขึ้นมานั่งบนตัก ก่อนจะกล่าวขอโทษหนิงลั่ว “น้องสาม เจ้าอย่าเก็บเอาไปคิดมากเลย ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้ คำพูดเหล่านั้นล้วนเป็นเพราะข้าพลั้งปากไปด้วยความร้อนใจ ไม่ใช่เจตนาร้ายแต่อย่างใด”

            ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้คนโกรธและน้อยใจได้เท่ากับการถูกกล่าวหาโดยไม่มีเหตุผล หนิงลั่วต้องข่มกลั้นอยู่นาน พยายามเตือนตนเองให้สงบสติอารมณ์ จึงสามารถระงับความโกรธที่กำลังพลุ่งพล่านในใจได้

            หากเรื่องนี้เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน นางคงพลิกโต๊ะคว่ำไปแล้ว!

            “พี่รอง ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ แต่ข้าขอยืนยันว่าข้าไม่ได้รับปากอะไรกับบ้านท่านอาถงเลย แค่ต่อไปเราอาจต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเขาบ่อยขึ้นเท่านั้น อย่าได้กล่าวหาพวกเขาโดยไม่มีเหตุผลอีกเลย” หนิงลั่วเอ่ย

            เมื่อได้ยินน้องสาวพูดเช่นนี้ หนิงเวยจึงค่อยวางใจลง นางมองหนิงลั่วพลางกล่าวว่า “เจ้านี่นะ ไม่ว่าเรื่องใดก็มักเก็บไว้ในใจไม่ยอมบอกข้าเลย ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนในครอบครัวเช่นกัน หากเจ้าไม่บอก ข้าย่อมอดคิดไปไกลไม่ได้ แต่ข้าสัญญาว่าต่อไปจะต้องถามให้แน่ชัดก่อนแล้วค่อยพูด”

            ตอนนี้หนิงเสี่ยงเสี่ยงเลิกร้องไห้แล้ว นัยน์ตากลมโตเป็นประกายของเขามองพี่สาวทั้งสองไปมา ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของหนิงลั่ว “พี่สาม อย่าโกรธเลย ข้าเชื่อท่าน ข้ารู้ว่าพี่สามกับพี่รองต้องเหนื่อยมาก เพราะต่างก็ทำเพื่อครอบครัวของพวกเรา”

            คาดไม่ถึงว่าหลังจากพูดจบ กลับไม่มีใครสนใจเขาเลย หนิงเสี่ยงเสี่ยงจึงกล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจ “พวกท่านเป็นอะไรกันแน่ ถ้ารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ข้าว่าพวกเราไม่น่าแยกบ้านกันเลย พี่สามทำอาหารอร่อยตั้งมากมาย ถ้าพวกท่านไม่กิน ข้าจะไปเรียกคนอื่นมากินให้หมดเลย!”

            “เจ้ากล้าหรือ!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงเพิ่งก้าวขาสั้นๆ ออกไปได้ก้าวหนึ่ง ก็ถูกหนิงลั่วคว้าตัวกลับมา

            แค่เห็นพี่สาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เด็กชายก็นั่งลงอย่างสงบ ก่อนหยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง แล้วหยิบไม้เสียบตัวอ้นย่างขึ้นมา และเริ่มลงมือกินอย่างเอาเป็นเอาตาย

            “ข้าก็จะกินด้วย วันนี้ต้องกินให้หมดเกลี้ยง” หนิงเวยกล่าวพร้อมกับเข้าร่วมวง

            สองพี่น้องนี่ช่างน่าอัศจรรย์นัก ก่อนหน้านี้ยังดูเหมือนจะทะเลาะกันอยู่แท้ๆ แต่ไม่นานก็ปรับความเข้าใจกันได้ทันที หากมิใช่สายสัมพันธ์ทางสายเลือด คงไม่มีทางคืนดีกันได้รวดเร็วเช่นนี้

            “เอาละ น้องสาม จากนี้ไปข้าจะเชื่อเจ้า สนับสนุนเจ้าอย่างไม่มีเงื่อนไข เจ้าจะทำอะไรก็ว่ามา ข้าจะทำตามทุกอย่าง” หลังจากได้ลิ้มลองฝีมือของน้องสาว หนิงเวยก็เปลี่ยนความคิดไปโดยสิ้นเชิง ทัศนคติของนางก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน

            โดยเฉพาะลูกชิ้นซานเย่า นางรู้สึกว่ารสชาติดีจริงๆ ซานเย่านั้นทั้งกรอบและนุ่มในเวลาเดียวกัน ซ้ำยังไม่เหนียวติดฟันเหมือนมันเผา กินเข้าไปแล้วไม่ทำให้แน่นท้อง

            เนื้อซานเย่าละเอียดละเมียดละไม เมื่อเข้าปากให้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยม

            หนิงลั่วยังบอกพี่สาวว่า ซานเย่าไม่เพียงแต่นำมาทำลูกชิ้นได้เท่านั้น ยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้อีกหลากหลายวิธี และยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกด้วย หนิงเวยจึงยอมเชื่อ

            “พี่รอง ข้าไม่ได้จะพูดถึงเรื่องอื่น เพียงแต่การถูกกล่าวหาโดยไม่มีเหตุผล ทำให้รู้สึกแย่ไม่น้อย ต่อไปไม่ว่าพวกเราจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ขอแค่ท่านทำได้เหมือนอย่างวันนี้ เชื่อข้า สนับสนุนข้า และเข้าใจข้าก็พอแล้ว” ขณะที่หนิงลั่วเอ่ยคำพูดเหล่านี้ นางมีท่าทีจริงจังเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาจ้องมองหนิงเวยโดยตรง

            “ข้าเชื่อเจ้าและจะสนับสนุนเจ้า” หนิงเวยรับปาก

            ในที่สุดสองพี่น้องก็ปรับความเข้าใจกันได้ จากนั้นหนิงลั่วก็เริ่มพูดถึงแผนการหาเงินของตนเอง

            เมื่อฟังแผนของน้องสาวจบ หนิงเวยก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมา “น้องสาม ความคิดของเจ้าค่อนข้างกล้าหาญไม่น้อย ประเด็นสำคัญคือจะมีคนซื้ออาหารของพวกเราหรือไม่”

            “ตอนนี้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่ารสชาติของอาหารที่เจ้าทำนั้นดี สิ่งสำคัญคือต้องเลือกทำเลในการค้าขายให้เหมาะสม สถานที่ไม่ควรอยู่ไกลเกินไป ไม่เช่นนั้นการเดินทางไปมาจะทำให้พวกเราลำบาก อีกทั้งต้องมีฐานลูกค้าที่แน่นอน และพวกเขาต้องมีกำลังซื้อพอสมควร”

            “สถานที่ที่เหมาะสมที่สุดก็คงเป็นโรงผลิตหรือเหมืองอะไรทำนองนั้น แต่สถานที่ในอุดมคติที่สุดก็คือตลาดในตัวเมือง ทว่าในช่วงเริ่มต้น เรายังไม่มีช่องทางการขายที่แน่นอน และอาหารเราก็ยังมีไม่มากนัก การเดินทางไปกลับคงเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย” หนิงลั่วเอ่ย

            “โรงผลิต? เหมืองแร่?” หนิงเวยครุ่นคิดตามคำพูดของน้องสาว ทันใดนั้นนางก็เบิกตากว้าง “ใช่แล้ว! น้องสาม ข้ารู้จักที่แห่งหนึ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ตามที่เจ้ากล่าวมา ในช่วงเช้าพวกเราสามารถขายแป้งทอดยัดไส้ผักได้ พอขายหมดแล้วจึงค่อยขายอาหารตุ๋นที่เจ้าพูดถึง”

            “ที่ไหนหรือ” หนิงลั่วมองพี่สาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง

            “เหมืองเกลือ” หนิงเวยตอบ

            โดยปกติแล้ว เหมืองเกลือล้วนเป็นของทางการ จึงเกรงว่าอาจไม่อนุญาตให้ชาวบ้านเข้าใกล้ เว้นเสียแต่ว่านางและพี่สาวจะตั้งแผงขายของอยู่บนเส้นทางที่ผ่านเหมืองเกลือ และบริเวณนั้นควรมีโรงน้ำชา หรือร้านค้าอื่นๆ เพื่อดึงดูดผู้คน ไม่เช่นนั้นหากพวกนางขายของกันเพียงลำพัง อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้

            “ที่นั่นจะดีหรือ ข้าไม่แน่ใจว่าจะเข้าไปตั้งแผงขายของได้หรือไม่” หนิงลั่วถาม

            “น่าจะได้อยู่นะ ท่านอาหกของพวกเรากับบุตรชายของเขาก็ทำงานอยู่ที่เหมืองเกลือ อีกทั้งบิดากับพี่ชายของป้าสะใภ้ใหญ่ก็ทำงานที่นั่นด้วยเช่นกัน” เห็นน้องสาวยังมีสีหน้าลังเล หนิงเวยรีบกล่าวต่อ “เช่นนั้นพวกเราออกไปสำรวจสถานที่สักรอบดีหรือไม่ ไปดูว่าบรรยากาศเป็นเช่นไร”

            “ก็ดี หากเหมืองเกลือไม่สามารถขายของได้ อย่างมากพวกเราก็ลำบากขึ้นสักหน่อย นำของเข้าไปขายที่ตลาดในเมือง อย่างไรก็ขายได้แน่นอน” หนิงลั่วเอ่ย

            “อืม เช่นนั้นพวกเราก็ลองดูก่อนเถิด” หนิงเวยเอ่ย

            เมื่อมีแผนหาเงินเบื้องต้นแล้ว หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จ สองพี่น้องก็ไม่อาจปล่อยเวลาให้สูญเปล่าได้ พวกนางเริ่มจากไปดูสถานที่ก่อน จากนั้นต้องกลับมาขุดผักป่าและเตรียมวัตถุดิบอื่นๆ

            ผักป่าไม่เหมือนเนื้อสัตว์ สามารถเก็บไว้ได้หลายวันโดยไม่เสีย น่าเสียดายที่หนิงลั่วหาน้ำแข็งไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็คงสามารถเก็บรักษาเนื้อสดไว้ได้นานกว่านี้

            โชคดีที่ช่วงนี้อากาศยังไม่ร้อน อาหารที่ทำในบ้านส่วนใหญ่เมื่อทำเสร็จหนึ่งมื้อ ก็มักจะสามารถเก็บไว้กินได้สองมื้อ หนิงลั่วจึงวางแผนจะทำต้มเครื่องในหมูและเลือดหมูขาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็สามารถขายได้ครึ่งวัน

            “เฮ้อ หากข้ามีตู้แช่เย็นก็คงจะดี” ไม่คาดคิดเลยว่าคำพูดเพิ่งจะหลุดปาก สิ่งที่หวังก็พลันปรากฏขึ้น เสี่ยวอู่ช่วยแก้ปัญหานี้ให้หนิงลั่วได้อย่างรวดเร็ว

            “นายหญิง เหตุใดจึงไม่ถามข้าก่อนเล่า? เอานี่ไปเถิด ใส่ของเหล่านี้ลงในนี้ก็สามารถเก็บรักษาได้แล้ว” เสี่ยวอู่กล่าวขึ้น

            พลังของเสี่ยวอู่ในช่วงไม่กี่วันนี้เพิ่มขึ้นอีกระดับ ฟองอากาศที่พ่นออกมา ตอนนี้ดูทึบแสงและหนาแน่นกว่าตอนแรกมาก

            “เพียงนำของสดที่ท่านต้องการเก็บใส่ไว้ในฟองอากาศที่ข้าเสริมพลังไว้ ก็สามารถรักษาความสดใหม่ได้แล้ว” เสี่ยวอู่อธิบายการใช้งาน

            “ทำได้ขนาดนี้เชียวหรือ ยอดเยี่ยมจริงๆ!” หนิงลั่วมองเสี่ยวอู่ด้วยความชื่นชมยิ่งกว่าเดิม

            ด้วยเหตุนี้ในวันรุ่งขึ้น หนิงลั่วจึงรีบไปรับเครื่องในหมูที่ร้านขายเนื้อท่านอาถง ขาไปยังไม่ลืมยกชามต้มเครื่องในหมูใบใหญ่ไปให้พวกเขาอีกด้วย

            ทั้งสองสามีภรรยาขายเนื้อต่างพากันชื่นชมไม่ขาดปาก “หนิงลั่ว ด้วยฝีมือการทำอาหารของเจ้า ไม่ช้าก็เร็ว ครอบครัวเจ้าคงไม่ต้องลำบากอีกต่อไปแล้ว”

            เมื่อได้ยินอาถงกับอาสะใภ้โจวเอ่ยปากชมเช่นนี้ หนิงลั่วก็ยิ่งมีความมั่นใจในกิจการของพวกนางมากขึ้นอีก “ท่านอา อาสะใภ้ เรื่องนี้ข้าขอให้พวกท่านช่วยปิดเป็นความลับก่อน หากมีคนถาม รบกวนพวกท่านอย่าเพิ่งบอกนะเจ้าคะ”

            “แน่นอนอยู่แล้ว! ตราบใดที่เป็นคำขอของเจ้า ต่อให้เป็นฮ่องเต้มาเอง ข้าก็จะไม่ปริปากพูดเลยสักคำ” อาสะใภ้โจวมองหนิงลั่วด้วยความเอ็นดู นางรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายขอความช่วยเหลือเช่นนี้ นางจึงเต็มใจช่วยโดยไม่ลังเล

            “ข้าเพียงต้องการปิดเรื่องนี้ไว้ชั่วคราว อีกไม่นานเกรงว่าก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไป นอกจากนี้ หากมีคนสนใจซื้อของจากพวกท่าน ท่านก็ยังสามารถทำกำไรเพิ่มได้ด้วย” หนิงลั่วแนะนำ

            “ฮ่าๆ เดิมทีก็เป็นของที่ต้องทิ้งอยู่แล้ว เจ้านำมาทำให้มีค่าได้ ข้ายังอยากจะขอบคุณเจ้าด้วยซ้ำ ไฉนเลยจะไปแพร่งพรายให้เป็นการขัดลาภของเจ้าได้” ท่านอาถงกล่าว

            ด้วยความช่วยเหลือของเสี่ยวอู่ หนิงลั่วจึงสามารถเก็บรักษาวัตถุดิบสดใหม่ไว้ในฟองอากาศพิเศษที่มันสร้างขึ้น ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาความสดใหม่ดียิ่งกว่าตู้แช่เย็นเสียอีก

            อาหารประเภทเนื้อสามารถเก็บรักษาได้นานถึงหนึ่งเดือนโดยไม่เน่าเสีย แม้จะผ่านไปหลายวันก็ยังคงมีสีสันเหมือนกับเนื้อสดที่เพิ่งซื้อมาไม่มีผิด หนิงลั่วตื่นเต้นกับสิ่งนี้อยู่นาน

            หนิงลั่ววางแผนให้ต้มเครื่องในหมูและเลือดหมูมีรสเปรี้ยวเผ็ดคู่กับแป้งทอดยัดไส้ผักเป็นเมนูขึ้นชื่อของพวกนาง

            ต้มเครื่องในหมูกับเลือดหมูขายในราคาเพียงสองเหวินต่อถ้วย แป้งทอดยัดไส้ผักก็สองเหวินเช่นกัน แต่หากซื้อเป็นชุดทั้งสองอย่าง จะเหลือเพียงสามเหวินเท่านั้น

            สามเหวินเป็นราคาที่คนทั่วไปสามารถจ่ายได้ ขอเพียงผู้คนได้ลิ้มลองรสชาติแล้วกลับมาซื้อซ้ำ แผนการของพวกนางจะต้องคุ้มค่าอย่างแน่นอน การใช้ราคาย่อมเยาในการดึงดูดลูกค้าเพื่อค่อยๆ สร้างชื่อเสียงให้กับร้านอาหารของตระกูลหนิงจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ

            ปัญหาที่สำคัญคือ หนิงลั่วจะต้องมีสูตรลับที่เป็นเอกลักษณ์ หากรสชาติสามารถเลียนแบบได้ง่าย ผู้คนกินครั้งเดียวแล้วกลับไปทำตามเอง ย่อมส่งผลเสียต่อกิจการ นางต้องทำให้ลูกค้าติดใจในรสชาติ แต่ไม่สามารถทำอาหารให้อร่อยเช่นนี้ได้

    คล้ายกับเรื่องสารพันเมนูเด็ด กลเม็ดสาวทะลุมิติ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262