นับั้แ่ที่อิ้นถังเริ่มเข้าตำหนักในอีกครั้ง เหล่าสนมชายาในตำหนักหลังต่างก็พากันตื่นตัวต่างก็คิดว่าถึงแม้จะไม่สามารถดึงดูดองค์ชายอิ้นถังให้มายังเรือนของตนได้แต่หากได้มีโอกาสพบปะพูดคุย ก็นับว่าเป็การเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีไม่น้อยส่วนความเห็นอกเห็นใจต่อจ้าวเจียซื่อนั้น เมื่อเทียบกับการได้รับความรักจากองค์ชายแล้วใครจะสนใจกันเล่า
อิ้นถังมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยสายตาเ็า เขายึดมั่นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างความรักและความเกลียดชัง เขายังคงมีลักษณะของบุรุษสกุลอ้ายซินเจวี๋ยหลัว[1] ว่าเมื่อรักใครก็ปรารถนาให้คนผู้นั้นมีชีวิตยืนยาวแต่หากเกลียดแล้วก็อยากให้อีกฝ่ายหายไปจากโลกนี้เสียเพราะอย่างนั้นเขาจึงทุ่มเทช่วยเหลืออิ้นซื่อทุกวิธีทางเพียงเพราะอีกฝ่ายเคยช่วยเหลือเขามาครั้งหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเขาจะปล่อยให้อีกฝ่ายรู้จุดอ่อนของตนเองได้อย่างไร
เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตอิ้นถังก็ตัดสินใจที่จะปล่อยวางความคับข้องใจที่มีต่ออิ้นซื่อและไม่โกรธเคืองเขาอีกต่อไปแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะกลับไปเป็พี่น้องที่สนิทสนมเหมือนเดิมได้อีก
หว่านซีคือสตรีที่สามารถทำให้อิ้นถังสะดุดตาั้แ่แรกเห็นนอกเหนือจากความงามที่น่าปรารถนาแล้ว นางยังเป็ผู้ที่เข้าใจเขาอย่างแท้จริง ั้แ่ย่างเข้าตำหนักในจนบัดนี้พวกเขายังแทบจะไม่ได้แยกจากกันเลย แม้ว่าจะไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันในยามตื่นทุกครั้งแต่พวกเขาก็ยังคงอยู่เคียงข้างกันเสมอ และต่อให้ผู้อื่นจะทุ่มเทแรงกายแรงใจเท่าใดแต่พวกเขาก็ยังไม่อาจสร้างความสัมพันธ์แบบเดียวกันนั้นกับอิ้นถังได้เลย
อิ้นถังมีความคิดของตนเอง และหว่านซีก็โชคดีเพียงพอเมื่อรวมเข้ากับสิ่งที่นางเคยรู้เกี่ยวกับอิ้นถังในอดีตเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้อิ้นถังไม่จากไปไหนแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่จ้าวเจียซื่อเข้าไปในตำหนักในนางก็รออยู่ถึงเจ็ดวันเต็ม แต่ก็ไม่เห็นอิ้นถังมาที่เรือนของตนเองเลยสักครั้งถึงจะรู้ว่าอิ้นถังไม่ได้สนใจนาง แต่นางก็ไม่อาจยอมรับความจริงนี้ได้แต่กลับเลือกที่จะเชื่อว่าอิ้นถังถูกเสน่ห์ของหว่านซียั่วยวนให้ลุ่มหลงและนั่นคือสาเหตุที่นางถูกทิ้งให้อยู่อย่างเ็า
แต่เื่นี้ก็ไม่อาจทำให้จ้าวเจียซื่อยอมแพ้ไปได้ก่อนหน้านี้นางใช้ทุกวิธีเพื่อที่จะเข้าสู่ตำหนักในของอิ้นถังจนสำเร็จการยอมแพ้เสียแต่ตอนนี้ยิ่งทำให้ความพยายามก่อนหน้านั้นกลายเป็เื่ตลกไปเสีย
นางต้องไม่รีบร้อน นางต้องอดกลั้นข้อห้ามที่ใหญ่ที่สุดในตำหนักในคือการเป็คนโปรดเพียงผู้เดียวและแม้สนมที่มีระดับต่ำเช่นนางจะทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ยังมีพระชายาอยู่มิใช่หรือ
ความคิดของจ้าวเจียซื่อไม่เลวเลยเพียงแต่นางไม่รู้มาก่อนว่าก่อนที่นางจะเข้าตำหนักในหว่านซีนั้นมีภูมิหลังที่ดีมาก่อนยิ่งตอนนั้นที่นางได้รับความโปรดปรานเพียงลำพังอยู่ครึ่งเดือน ทว่าสตรีคนอื่นๆรวมไปถึงต่งเอ้อซื่อไม่รู้จะรับมืออย่างไร และนี่เพิ่งผ่านไปเพียงเจ็ดวันเท่านั้นมิใช่หรือใครจะอยากรนหาโชคร้ายกันเล่า
แน่นอนว่า หว่านซีไม่รู้ว่าจ้าวเจียซื่อคิดอะไรอยู่ ถ้านางรู้นางคงต้องถอนหายใจอย่างแน่นอน เมื่อเทียบกับชาติที่แล้วที่จ้าวเจียซื่อลงเรือลำเดียวกับต่งเอ้อซื่อนั้นชีวิตนี้จ้าวเจียซื่อมีความทะเยอทะยานมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ความทะเยอทะยานเป็สิ่งที่ดี และด้วยความทะเยอทะยานจึงมีการกระทำและการกระทำก็จะนำไปสู่ความผิดพลาด ชาติที่แล้วสตรีสารเลวเหล่านี้ร่วมมือกันเพื่อฆ่านางดังนั้นในชีวิตนี้นางจะทำให้ทุกคนอยู่ไม่สุข
ต่งเอ้อซื่อสูญเสียการสนับสนุนของอี้เฟย และพบเจอกับความเ็าของอิ้นถังแม้นางจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้มีความยับยั้งชั่งใจมากขึ้นแต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความคิดของอี้เฟยและอิ้นถังที่มีต่อนางได้แล้ว
เมื่อเห็นหว่านซีได้รับความโปรดปราน แม้ว่าหัวใจของต่งเอ้อซื่อจะหึงหวงมากเพียงไรแต่ด้วยอิ่นหมัวมัวและตงกูกูคอยแนะนำและเกลี้ยกล่อมนางนางก็สามารถระงับความหึงหวงในใจและอดทนรออย่างใจเย็นได้ในที่สุด
บางเื่ หากไม่เข้าใจก็มักจะทำผิดพลาดได้ง่ายแต่ถ้าเข้าใจแล้วกลับกลายเป็ว่าไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร หลังจากได้รับจดหมายจากทางบ้านแล้วต่งเอ้อซื่อก็วางความปรารถนาอันแรงกล้าที่มีต่อองค์ชายอิ้นถังไว้ชั่วคราวและมุ่งเน้นไปที่เื่ของทายาทในเวลานี้ บุตรสืบสกุลคือสิ่งเดียวที่จะทำให้สตรีมีที่ยืนได้แม้ว่านางจะเป็คนใจร้อน แต่นางก็รู้ดีถึงสิ่งที่ควรทำ และด้วยจุดมุ่งหมายใหม่นี้นางจึงไม่ใส่ใจเื่ราวในตำหนักในมากนักแต่กลับทำตามคำแนะนำของตงกูกูในการดูแลสุขภาพของตนเอง
เมื่อหว่านซีรู้จากทิงอวี่ว่าต่งเอ้อซื่อกำลังพักฟื้นร่างกายนางแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่
เมื่อเอ่ยถึงบุตรหลาน แม้ว่าจะคิดถึงความมีชีวิตชีวาของเด็กตัวน้อยๆเต็มตำหนักใน แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนที่จะได้รับอนุญาตให้เลี้ยงดูลูกของตนเองอิ้นถังมีทายาทไม่มากนักในชีวิตก่อน เนื่องจากบุตรที่เกิดมาคนแรกเป็หญิงดังนั้นเขาจึงถูกองค์ชายองค์อื่นๆ ที่เป็ฝ่ายตรงข้ามโจมตีทั้งยังสร้างข่าวลือเพื่อใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงของเขา อิ้นถังโกรธมากจึงเริ่มหมกมุ่นอยู่กับการมีบุตรชาย
กระทั่งเมื่อหลิวเจียซื่อให้กำเนิดบุตรชายคนแรกเมื่อนั้นจึงเรียกได้ว่านางครองสถานะพิเศษในใจของอิ้นถังแล้วแม้แต่หว่านซีผู้เป็ที่รักยังต้องยอมถอยให้แก่นาง ก่อนที่ตนจะให้กำเนิดบุตรชายเช่นกัน
ในชีวิตนี้ เดิมทีหว่านซี้าปล่อยให้เป็ไปตามเดิมแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าหากนาง้าเปลี่ยนผลลัพธ์นางต้องเปลี่ยนลำดับเหตุการณ์ที่จะเกิดด้วยแม้ว่าตัวนางเองก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถหลุดพ้นจุดจบในชีวิตก่อนหน้านี้และสามารถให้กำเนิดบุตรชายได้หรือไม่แต่บางอย่างก็คุ้มค่าที่จะลอง ใครเล่าจะยินดียอมรับสภาพโดยไม่ต่อสู้
อากาศข้างนอกเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ หิมะโปรยปรายไปทั่ว พระราชวังต้องห้ามทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งสีเงินหากมองจากที่ไกลๆ ก็ดูเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยผ้าคลุมสีเงินยวงงดงามเปี่ยมเสน่ห์
วันนี้หลังจากที่หว่านซีตื่น อิ้นถังก็ออกไปแล้ว ขณะนั่งรับประทานอาหารเช้าตามลำพังและซดน้ำแกงปลาจู่ๆ นางก็รู้สึกแน่นหน้าอกและคลื่นไส้ หลังจากที่พยายามกลั้นอยู่ครู่หนึ่งนางก็ไม่อาจทนไหวและอาเจียนออกมา
ทิงจู๋และทิงฉินที่รับใช้อยู่ด้านข้างพลันแตกตื่น ตรงกันข้ามกับเกาหมัวมัวที่อยู่ใกล้ๆเมื่อเห็นสถานการณ์ทั้งหมด ใบหน้าของนางฉายแววประหลาดใจวาบผ่านครั้นได้สตินางก็คำนวณวันที่ในใจ ก่อนมองไปที่หว่านซีและเอ่ยขึ้น"บ่าวจำได้ว่ารอบเดือนของท่านในเดือนนี้ยังไม่มาใช่ไหมเ้าคะ”
หว่านซีชะงักงันเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนที่จะตั้งสติได้หลังจากนั้นนางรู้สึกได้ถึงความประหลาดใจและความสุขสมหวังเมื่อไม่กี่วันก่อนนางยังคิดว่าจะสามารถเปลี่ยน่เวลาตั้งครรภ์ได้หรือไม่และตอนนี้นางก็ตั้งครรภ์ขึ้นมาทั้งที่ไม่มีสัญญาณเตือนเลยแม้สักนิด
เมื่อเห็นความสุขในดวงตาของเกาหมัวมัว หว่านซีพลันบิดผ้าเช็ดหน้าในมือตนเองแน่นสงบสติอารมณ์จากนั้นสั่งให้เกาหมัวมัวไปเชิญหมอหลวง
เกาหมัวมัวก็ไม่กล้ารอช้านางเรียกเสี่ยวเหลียงจื่อให้ไปรายงานหวังอันเพื่อไปเอาป้ายเชิญหมอหลวงมา
เมื่อหวังอันได้ยินว่าหว่านซีกำลังจะเชิญหมอหลวงเขาก็ไม่กล้าละเลยไม่เพียงมอบป้ายให้เท่านั้นแต่ยังร่วมเดินทางไปเชิญหมอหลวงพร้อมกับเสี่ยวเหลียงจื่ออีกด้วย
ไม่มีใครในตำหนักในไม่รู้ว่าอนุหวันเหยียนเป็ที่โปรดปรานขององค์ชายั้แ่ย่างเท้าเข้ามาในตำหนัก นางก็ได้รับความโปรดปรานจากองค์ชายเพียงผู้เดียวแม้แต่พระชายายังต้องยอมถอย นับประสาอะไรกับบ่าวอย่างพวกเขา
เมื่อหมอหลวงตรวจชีพจรก็พบว่าหว่านซีตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้วหวังอันที่ดีใจมากจึงส่งเสี่ยวฟู่ซื่อไปแจ้งข่าวดีต่อผู้เป็นายโดยไม่ชักช้า
สถานการณ์ในวังดูเหมือนจะเงียบสงบ แต่ในความเป็จริงมีการต่อสู้มากมายในหมู่องค์ชายและเนื่องจากนี่เป็เื่ทายาทสืบสกุล เ้านายของพวกเขาจึงถูกกดดันไม่น้อย ตอนนี้อนุหวันเหยียนกำลังตั้งครรภ์ก็ถือว่าได้ช่วยให้เ้านายพ้นจากความกดดันนี้ไปได้ในที่สุด
ยามนี้ที่ด้านนอกตำหนักฉือหนิงอิ้นถังที่ยังไม่รู้เื่กำลังจ้องมองไปยังองค์รัชทายาทด้วยสายตาเปี่ยมโทสะ
วันนี้องค์ชายทุกคนมารวมกันเพื่อถวายพระพรฮองไทเฮา เดิมทีตราบใดที่พวกเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกันก็ย่อมอยู่เย็นเป็สุขด้วยกันทั้งสิ้นน่าเสียดายที่องค์รัชทายาทถูกฮ่องเต้คังซีทำให้เสียนิสัยไปแล้วในสายตาของเขาอิ้นถังและคนอื่นๆ ไม่ใช่พี่น้อง แต่ไม่ต่างจากบ่าวไพร่ที่ควรเชื่อฟังคำสั่งเขาทุกประการ
หากแต่คนที่ถูกมองว่าเป็เสมือนบ่าวรับใช้ไม่เพียงปฏิเสธที่จะเชื่อฟังแต่ยังลงมือต่อต้านเขาทุกวิถีทางเช่นนี้องค์รัชทายาทผู้เย่อหยิ่งจะยอมรับได้อย่างไร
รัชทายาทตัดสินใจที่จะสอนบทเรียนให้กับอิ้นถังและคนอื่นๆแต่ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฮ่องเต้กลับทรงสนับสนุนแนวทางการรักใคร่ในหมู่พี่น้องทำให้องค์รัชทายาทจำเป็ต้องควบคุมตนเอง อย่างน้อยก็เมื่ออยู่ต่อหน้าฮ่องเต้
ครั้งนี้เขาล้มเหลวในการวางแผนล้มอิ้นถัง และทำให้ต้องสูญเสียเงินทองไปมากมายหากเขาไม่รู้ข้อมูลพวกนั้นเขาก็คงไม่คิดลงมือกับอิ้นถังทว่าตอนนี้เขาทำมันลงไปแล้วดังนั้นเขาจะต้องหาทางระบายความโกรธที่มีอยู่ออกมาให้ได้
การแสวงหาประโยชน์จากอิ้นถังนั้นไม่ง่ายนอกเหนือจากการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายแสวงหาประโยชน์จากราษฎรแล้วยังมีข้อเท็จจริงที่ว่าอิ้นถังแต่งงานแล้วหลายปีแต่ยังคงไร้ทายาทเมื่อจับจุดอ่อนสองประเด็นนี้แล้วรัชทายาทก็ลงมือสั่งสอนอิ้นถังราวกับว่ากำลังจะตัดสายสัมพันธ์พี่น้องกันไปเช่นนั้น
สำหรับความเย่อหยิ่งของรัชทายาท ไม่ใช่แค่อิ้นถังและอิ้นเอ๋อที่โกรธ พี่ชายคนอื่นๆก็ไม่พอใจเช่นกัน แต่เนื่องจากฮ่องเต้คังซีรักรัชทายาทมากเกินไปแม้ว่าพวกเขาจะคับแค้นใจอย่างไรก็ต้องแสร้งทำเป็เป็พี่น้องที่รักใคร่กันเป็อย่างดี
ยามนี้เสี่ยวฟู่ซื่อถูกส่งไปแจ้งข่าวให้กับอิ้นถัง ทันทีที่เห็นเ้านายของตนเองเขาก็คำนับรัชทายาทและองค์ชายคนอื่นๆ ก่อนพูดเสียงดังอย่างมีความสุข “ขอแสดงความยินดีกับองค์ชาย อนุหวันเหยียนตั้งครรภ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
"อะไรนะ! พูดอีกครั้งซิ!" สีหน้าของอิ้นถังแข็งทื่อเล็กน้อยโทสะยังคงค้างอยู่บนใบหน้า
"องค์ชาย อนุหวันเหยียนกำลังตั้งครรภ์หมอหลวงได้ตรวจยืนยันแล้วพ่ะย่ะค่ะ พ่อบ้านหวังส่งบ่าวมาแจ้งให้องค์ชายทรงทราบ"เสี่ยวฟู่จื่อผู้ซึ่งเพิ่งตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติลอบกลืนน้ำลายอย่างประหม่าแต่ก็ยังคงรายงานอย่างรวดเร็ว
อิ้นถังกลับมามีสติสัมปชัญญะอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปีติยินดี เมื่อชำเลืองมององค์รัชทายาทที่ทำท่าเหมือนกับเป็ผู้ชนะจนถึงเมื่อครู่ก่อนยามนี้เขากลับมีสีหน้าแข็งทื่อ อิ้นถังปีติยินดีกับ่เวลานี้อย่างยิ่งจนแทบจะคำรามออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นที่สะสมเอาไว้
เขาไม่ใช่คนเดียวที่แต่งงานมาเกือบสามปีแต่ยังไม่มีทายาทแต่เขาผู้เย่อหยิ่งจองหองมาตลอดกลับต้องทนคำเยาะเย้ยถากถางของรัชทายาทอยู่เสมอและตอนนี้เขาสามารถตบหน้าอีกฝ่ายที่ทำให้เขาไม่มีความสุขได้แล้ว
"รัชทายาทยามนี้เรือนหลังเกิดเื่น่าปีติยินดี ดังนั้นข้าคงไม่อาจอยู่ฟังท่านได้อีกหากจัดงานเลี้ยงเมื่อไหร่ข้าจะมาเชิญท่านอีกทีหนึ่ง"อิ้นถังโบกมือของตนเองด้วยท่าทางเย้ยหยันก่อนดึงอิ้นเอ๋อกลับตำหนักด้วยกันองค์ชายคนอื่นก็ทยอยกันกล่าวคำลา
รัชทายาทมองตามหลังอิ้นถังและคนอื่นๆ ที่จากไป ก่อนแค่นเสียงอย่างเ็า อดไม่ได้ที่จะจดบัญชีแค้นอิ้นถังไว้ในใจ
อิ้นถังไม่สนใจเื่นี้เลยสักนิด เขากลับไปที่ตำหนักในโดยเร็วที่สุดเปี่ยมไปด้วยความสุขและความกระตือรือร้นที่จะได้พบนางให้เร็วที่สุด
"พี่เก้าขอแสดงความยินดีด้วย" อิ้นเอ๋อที่เดินตามหลังอิ้นถังแสดงความยินดีกับเขาอย่างจริงใจ
อิ้นถังยื่นมือออกไปและตบไหล่ของอิ้นเอ๋อด้วยสีหน้าโล่งใจ พูดว่า “ขอบคุณมาก น้องสิบ”
“ไม่ต้องเกรงใจถึงเพียงนี้หรอก!”
“นั่นสิ ไม่ต้องสุภาพขนาดนี้ก็ได้ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็เป็พี่น้องกัน”
เมื่อเข้าไปในห้องด้านใน เห็นหว่านซีกำลังนอนอยู่บนตั่งหญิงงามใบหน้าของอิ้นถังเต็มไปด้วยความสุขและสายตาเลื่อนลงจับจ้องไปที่ท้องของอีกฝ่าย
เขารู้ดีว่าเด็กน้อยของเขา ไม่สิ เจียวเจียว[2]ของเขาจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง
ดูสิ วันนี้เจียวเจียวของเขาเพิ่งใช้ความจริงตบหน้าองค์รัชทายาทอย่างเจ็บแสบหากมีเจียวเจียวของเขาอยู่ อ้ายซินเจวี๋ยหลัวอิ้นถังก็จะไม่มีวันถูกรัชทายาทมาเยาะเย้ยเื่ไม่มีลูกอีกต่อไป
“ขอแสดงความยินดีกับเื่มงคลขององค์ชาย
“ตกรางวัล"
“ขอบพระทัยองค์ชาย” ทุกคนในห้องต่างดีใจและคุกเข่าลงเพื่อขอบคุณ
หว่านซีซึ่งนอนอยู่บนตั่งหญิงงามดวงตาของนางสบประสานกับดวงตาอันเร่าร้อนขององค์ชายเก้าใบหน้าเล็กๆ ของนางแดงระเรื่อด้วยความเขินอายแต่ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความยินดีอย่างเต็มเปี่ยม
จากนั้นหวังอันก็พาคนไปที่ตำหนักอี้คุนเป็การส่วนตัวเพื่อรายงานข่าวดีแก่อี้เฟยเมื่ออี้เฟยได้รับจดหมายในคราแรกยังคิดว่าตนเองได้ยินผิดนึกว่าเป็องค์ชายห้าที่มีเื่มงคลในตำหนักใน หลังจากยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าผู้ที่มีงานมงคลคือองค์ชายเก้านางก็อดทนไม่ไหวที่จะประทานรางวัลซ้ำแล้วซ้ำเล่าและให้ฉีหมัวมัวนำของบำรุงและสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกับของขวัญอื่นๆส่งไปยังตำหนักในขององค์ชายเก้า
เมื่อฮ่องเต้คังซีและฮองไทเฮาได้รับข่าวจากอี้เฟย ทั้งสองท่านก็ย่อมไม่ใจแคบผู้สูงศักดิ์ทั้งคู่โบกมือหนึ่งที ของรางวัลมากมายก็ไหลบ่าเข้ามาในเรือนของหว่านซีเมื่อมีผู้สูงศักดิ์ออกหน้าพระสนมคนอื่นๆ ในตำหนักในจะนิ่งเฉยได้อย่างไร ชั่วขณะหนึ่งเรือนเล็กๆ ของหว่านซีพลันมีชีวิตชีวาขึ้นมาก
[1] ราชตระกูลในราชวงศ์ชิงซึ่งมีเชื้อสายแมนจู
[2] ใช้เรียก คนรัก ที่รัก คนพิเศษ คนสวย