๑
“ช่วยด้วย!!”
ค่ำคืนเงียบสงัดที่ท้องฟ้ากลางเมืองใหญ่ไม่มีแสงจันทร์ส่องประกายพอให้เห็นเป็เงากลับมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่แม้เบาหวิวแต่กลับเรียกความสนใจของคนที่กำลังจะก้าวขึ้นรถให้หยุดชะงัก
“มีอะไรหรือเปล่าครับนาย”
“เปล่า”แม้ตอบไปอย่างนั้นทว่าใบหน้าเข้มขรึมกลับเหลียวไปทางฝั่งที่คิดว่าเป็ที่มาของเสียง
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยสถานที่แห่งนี้ ณเวลาตอนนี้ดึกดื่นเลยเที่ยงคืนที่คนส่วนใหญ่เหนื่อยล้าจากการทำงานจึงเร่งรีบทำกิจกรรมส่วนตัวเพื่อเข้าสู่นิทรารมณ์ กลับมีบางคนตกเป็เหยื่อเหตุการณ์ร้ายเสียได้
กวาดสายตามองไปจนทั่วแต่ก็ไม่พบสิ่งใดทำให้อาจคิดไปได้ว่าหูฝาดไป ทว่าคนอย่างเขา! ซึ่งมีรัศมีในการได้ยินไกลกว่าคนปกติอีกทั้งเสียงหวานใสตื่นตระหนกและขลาดกลัวดังมาเป็ระลอกดั่งมีมนตร์ทำให้คนที่ไม่เคยคิดยุ่งเกี่ยวกับเื่ของคนอื่นอีกทั้งยังเก็บตัวอยู่ในมุมมืดไม่เปิดเผยตัว หมุนกายสาวเท้าไปอย่างไม่ทันรู้ตัวเอง
“นาย...จะไปไหนครับ”
“รออยู่ที่นี่ไม่ต้องตามไป” ยกมือโบกห้ามไม่ให้ลูกน้องผู้ภักดีที่สาวเท้าตามมาติดๆ
“แต่ว่า...”คำสั่ง ต้องดูแลเ้านายให้ดี ห้ามมิให้มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“ไม่เป็ไรมีอะไร ฉันรับผิดชอบเอง” เอ่ยบอกพร้อมตบมือบนบ่ากว้างก่อนหันหลังเดินไปตามเสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือ
ร่างหนาใหญ่เดินไปยังไม่ถึงซอยเล็กๆอันน่าจะเป็ที่มาของเสียง ก็ต้องหยุดชะงัก ด้วยยิ่งเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่กลิ่นเืผสมกับกลิ่นเหม็นชวนอาเจียนราวกับมีซากสัตว์เน่าทับถมลอยตามสายลมมาแตะจมูกพร้อมรัศมีการเข่นฆ่าที่มากับเงาดำและเสียงหวีดหวิวของสายลมคล้ายเสียงสัตว์ร้ายกำลังหัวเราะเยาะเย้ยเ้าหน้าโง่ที่เดินมาติดกับทำให้ตัวเองต้องเป็อันตรายอาจถึงตายได้ หากฝีมือไม่ถึง อีกทั้งยังถูกรุมกระหน่ำขย้ำเป็เหยื่ออันโอชะ! ได้ง่ายๆ
ดวงตาเข้มเป็สีคล้ายสีอเมทิสต์เข้มแวววาวท่ามกลางความมืดมิดกราดมองไปรอบๆบริเวณอย่างฉับไว ทุกย่างก้าวนับจากนี้ไปเขาจะต้องระมัดระวังเป็ที่สุด
“ใครน้า...กล้ามาขัดจังหวะการหม่ำอาหารรสดีของเราเอ่ย”เสียงคึกคะนอง พร้อมเสียงหัวเราะแล่นลิ่วมาจากมุมหนึ่งก่อนเงาดำหลายเงาเคลื่อนไหวล้อมกายใหญ่อย่างรวดเร็ว
“ไปเสีย”เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจและรัศมีแห่งความเย็นแผ่กระจายไป
“เป็ใครกล้ามาสั่งและยุ่งเื่ของเรา” เอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด
“อยากโดนดีใช่ไหม...มาคนเดียวแท้ๆยังทำกร่างอีก อยากตายใช่ไหม”
มุมปากหนาหยัดยกขึ้นเล็กน้อยตวัดสายตาสีอเมทิสต์เย็นะเืไล่มองไปยังเงาแต่ละเงาที่หลบซ่อนอยู่อย่าง้าให้รู้ว่าเขารู้!อย่างใจเย็นเป็น้ำและเชื่องช้าไปหยุดที่มนุษย์กึ่งสัตว์ขนรกรุงรังดวงตาลึกโบ๋ลงไป แววตาหรือก็หลุกหลิก จมูกยาวและแหลมปากหนากว้างแล้วยังมีฟันแหลมคมให้หนาวสะท้านในทรวงตนที่น่าจะเป็ผู้นำ
“หมู่นี้ทำงานหนักไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย อยากหาคู่ซ้อม ไว้รองมือ...เท้า!”
ยิ้มเย็นๆดวงตาเข้มวามวาวท่ามกลางความมืดมิดกับเ้าพวกนี้ที่เป็เพียงแค่สัมภเวสีมายึดพื้นที่คอยดักทำร้ายแขกซึ่งเข้ามาหาความสำราญในร้านเขาก็สมควรถูกกำจัดให้เร็วไวดูจากการเคลื่อนไหวซึ่งค่อนข้างชำนาญพื้นที่พอสมควรกับกลิ่นของเน่าเหม็นที่โชยตามสายลมมาแตะจมูกเป็ระยะก็พอทำให้รู้ว่าเ้าพวกนี้มาสิงสู่อยู่นานพอสมควร
“กำแหงมากมาแค่คนเดียวแท้ๆ ในเมื่อไม่อยากมีชีวิตอยู่ก็ได้ เราจะช่วยส่งแกไป...อ๊าก!!”
คำพูดถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องแห่งความเ็ปเมื่อร่างกำยำในชุดสูทสีดำสนิทดึงเอาอาวุธคู่กายคือดาบสั้นคมกริบวามวาวไม่แพ้ั์ตาสีอเมทิสต์ที่มองเห็นท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวเข้าหาศัตรูอย่างรวดเร็วว่องไวปานพายุพร้อมความแม่นยำ ทุกครั้งที่ตวัดไปอาวุธในมือไม่พลาดเป้าเหงื่อไม่ทันออกด้วยซ้ำเ้าคนครึ่งสัตว์หน้าขนก็ร่วงลงไปนอนกองบนพื้นจนเหลือตัวสุดท้ายที่เป็หัวโจกด้วยมีฝีไม้ลายมือพอสมควร สามารถต่อกรกับเขาได้...เล็กน้อย!
ในดวงตากลมปูดโปนอ้อนวอนขอร้องให้ปล่อยทว่าคำตอบที่เขาให้ไปพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นแต้มบนมุมปาก ‘ช้าไปแล้ว’มือแกร่งตวัดปลายมีดบั่นคอหนาจนขาดกระเด็นจบชีวิตเ้าตัวน่ารังเกียจ
“อย่า...อย่าเข้ามา”ร้องห้ามเสียงเบาด้วยหมดเรี่ยวแรงและเ็ปจากาแซึ่งถูกเ้าตัวที่มีลักษณะคล้ายคนแต่การเดินเหินความว่องไวในการเคลื่อนไหวและสุดท้าย...อาหารที่ต้องกินเพื่อให้อยู่รอดคือเนืุ้์เช่นเธอบ่งบอกว่าเ้าพวกนั้นหาใช่มนุษย์!
ร่างหนาแกร่งเดินเข้าไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจอาการหวาดกลัวของสาวร่างอวบอิ่ม ผิวผ่องเป็ยองใยดังแสงนวลของดวงจันทร์นวลละเอียดลออเต็มไปด้วยเืที่กระสานซ่านเซ็น
กายแกร่งทรุดลงนั่งบนส้นเท้ายื่นมือไปหาคนตัวเล็กอย่างที่เรียกว่าหัวใจกำลังสะดุดดวงตากลมโตใสแจ๋วฉายแววหวาดกลัวและตื่นตระหนกน้ำตาคลอหน่วยไหลอาบสองแก้มนวลผ่องขาวซีดสองมือเล็กเต็มไปด้วยาแยื่นมาปัดไล่ไม่ให้ถูกเนื้อต้องตัว
“ไม่ต้องกลัวมาช่วย”
ศีรษะทุยส่ายแรงๆอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก ด้วยเมื่อครู่แม้เจ็บจนตาพร่าแต่หูยังได้ยินเสียงร้องของเ้ามนุษย์กึ่งสัตว์ร้ายที่จับและกระชากดึงตัวเธอเข้ามาในซอยเปลี่ยวๆซึ่งร้องเรียกขอความช่วยเหลือจนแสบคอไปหมดก็ไร้เสียงตอบกลับ แต่อยู่ดีๆเขาคนนี้ก็มา...พร้อมเสียงกระซิบแ่ดังมาจากเศษเสี้ยวลึกของหัวใจให้ถอยหนีอย่าเอาตัวไปใกล้ชิด ถ้าไม่อยากัักับความน่ากลัวอย่างสุดประมาณการได้
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่งามสง่าในทุกท่วงท่าผนวกกับความมีเสน่ห์อันล้นเหลืออีกทั้งใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาสีแปลกๆ มีเพื่อนบอกว่าเป็สีคล้ายหินที่มีชื่อเรียกว่า‘อเมทิสต์’ ที่แฝงไว้ด้วยความเ็าทว่าสามารถสะกดให้คนที่อยู่รอบข้างตกอยู่ในอำนาจได้โดยง่ายดายยิ่งเป็ผู้หญิงด้วยแล้วเธอเ่าั้คงเป็ดังแมลงเม่าบินเข้ากองไฟที่พร้อมเผาผลาญทุกชีวีให้มอดไหม้
ถ้าเพียงแค่หนึ่งหรือสองให้มากไปถึงสามคนก็ยังพอไหวแต่ไม่ใช่เลยด้วยรอบกายชายหนุ่มมีหญิงสาวเรือนร่างอ้อนแอ้นอรชรงดงามด้วยรูปโฉมโนมพรรณนวลผุดผ่อง แต่เพียงแค่พบกับชายหนุ่มได้ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์เธอเ่าั้ก็จะอันตรธานหายตัวไปที่บางคนก็กลายเป็ศพขณะอีกส่วนหนึ่งก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
“ถอยไปนะ”ปัดมือใหญ่ที่ยื่นมาหาอีกคราพร้อมพยุงกายอวบค่อนไปทางเล็กราวกับเด็กสาววัยรุ่นทั้งที่อายุอานามหรือก็เกือบสามสิบปีเข้าไปแล้วลุกขึ้นยืนแต่ความเจ็บราวกับเนื้อหนังจะหลุดออกจากร่างเลยทำให้สองขาสั่นเทาและหมดเรี่ยวแรงทรุดตัวลงดีว่าได้ท่อนแขนกำยำโอบรัดรอบไว้อย่างอ่อนโยนและระมัดระวังไม่ให้ถูกแผลสดๆ
“อย่ามากเื่”เอ่ยเสียงเข้มเต็มไปด้วยพลังและอำนาจที่ทำให้คนที่พยายามหนีห่างใจนตัวสั่นปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาจนชายหนุ่มถึงกับสบถเสียงแข็งด้วยไม่ชอบน้ำตาของผู้หญิง
“ถ้าไม่หยุดร้องฉันจะให้ไอ้เ้าพวกนั้นกลับมาพาตัวเธอไป” กวาดสายตามองไล่ทั่วร่างอวบกลมกลึงสั่นสะท้านราวกับกิ่งไผ่ไหวลู่ไปตามกระแสลมแรงกรามหนาขบกัดบดเบียดจนแก้มตอบนูนขึ้นสันด้วยผิวกายนวลผ่องอย่างกับสีของแสงจันทรามีร่องรอยการถูกหนูกัดแทะจนเืไหลซิบบางแห่งเล็กน้อยเป็รอยฟัน แต่บางแห่งคมเขี้ยวแหลมคมที่ฝังลงไปทำให้เนื้อหนังบางส่วนเกือบหลุดออกมา
“ท่าทางเนื้อหนังเธอคงอร่อยไอ้เ้าพวกนั้นถึงได้กัดเสียจนยับเยินขนาดนี้” ถ้าเขามาไม่ทันเธอคงกลายเป็อาหารอันโอชะของเ้าพวกนั้นไปเรียบร้อยแล้ว
“ไม่นะฉันหยุดร้องแล้ว” ขอร้องเสียงสั่น กลั้นสะอื้นจนตัวคลอนยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้าป้อยๆ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความขลาดกลัวอ้อนวอนขอไม่ให้ถูกทิ้งไว้ในซอยที่ทั้งมืดและเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย
นิ้วยาวยื่นไปแตะผิวหน้าเย็นจัด“ถ้าเชื่อฟังคำสั่ง จะไม่ทิ้งไว้ที่นี่”
ศีรษะทุยพยักหน้าหงึกๆรับรู้ ให้อยู่กับ โรม โรมิโอ เ้านายสุดแสนมีเสน่ห์ เซ็กซี่จนหัวใจละลายยังดีกว่าต้องอยู่ในที่อับชื้นและมนุษย์กึ่งสัตว์ร้ายที่กินคนเป็อาหาร!
“คุณ!จะพาฉันไปไหน” เอ่ยถามเสียงสั่นและตื่นตระหนกเมื่อถูกช้อนร่างขึ้นโดยไม่ทันได้ห้ามปราม
“ไปรักษาตัว”
“ไม่...ไม่ต้องก็ได้ค่ะฉัน...” ‘ไปเองได้’หายเข้าไปในลำคอระหงทันที เมื่อเจอเข้ากับสายตาเข้มดุที่ทอดมองลงมา
“ขืนพูดอีกคำเดียวจะทิ้งไว้ที่นี่” เอ่ยเตือนคนที่กำลังคิดหาคำพูดคัดค้าน ขณะพาเธอเดินไปยังรถ