พลิกชะตาบุปผาข้ามภพ

    สำนักเทียมเมฆา

            หมดเวลาการทดสอบ มีผู้ที่สามารถหาป้ายทองออกมาได้จำนวน100 คนพอดี หยางชุนก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาออกมาทีหลังจิ่นฮวาไม่นานนัก นับเป็นคนแรกๆ เลยก็ว่าได้


            “พวกเจ้าทั้งหมดถือว่าผ่านการทดสอบแล้ว ต่อไปจะเป็นพิธีรับศิษย์อย่างเป็นทางการ เดี๋ยวทุกคนตามข้ามาทางนี้” ศิษย์สำนักเทียมเมฆาที่ทำหน้าที่รอรับคนที่ผ่านประตูมิติมาได้ นำทางพวกเขาออกจากห้องไป

     

            ทุกคนรวมตัวกันที่ลานกว้างรอบๆ เป็นอัฒจันทร์ คล้ายๆ เป็นลานสำหรับประลอง และพื้นที่จัดงานพิธีต่างๆ มีศิษย์สำนักทั้งหมดทั้งฝ่ายนอกฝ่ายในนั่งแยกกันคนละฝั่ง และเหล่าอาจารย์นั่งบนอัฒจันทร์ด้านหน้าลานพิธี


            จิ่นฮวาแอบมองไปรอบ บังเอิญสายตาไปสบกับคนผู้หนึ่งขณะมองไปทางเหล่าอาจารย์ เขายิ้มน้อยๆ ส่งให้นาง “พี่หลง ทำไมท่านมาอยู่ที่นี่” จิ่นฮวาพึมพำเบาๆ


            พิธีรับศิษย์ดำเนินต่อไป โดยเหล่าศิษย์ใหม่จะต้องปฏิญาณตนซื่อสัตย์ต่อสำนัก เป็นคนดี ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เอาเปรียบพวกพ้อง


            “ยินดีต้อนรับพวกเจ้าทุกคนเป็นศิษย์สำนักเทียมเมฆา ขอให้พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝน แล้วพวกเจ้าจะประสบความสำเร็จ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของสำนัก และวงศ์ตระกูล” เจ้าสำนักเอ่ยต้อนรับอย่างเป็นทางการ และทุกคนก็ปรบมือ


            “ต่อจากนี้พวกเจ้าจะมีฐานะเป็นศิษย์สายนอก เจ้าจะได้อาศัยที่ยอดเขาลำดับที่สอง ในทุกๆ สามเดือนจะมีการทดสอบเข้าเป็นศิษย์สายใน หากพวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนเมื่อมีคุณสมบัติถึงเกณฑ์ เจ้าสามารถขอเข้ารับการทดสอบเป็นศิษย์ฝ่ายในได้” ตัวแทนอาจารย์อธิบาย


            สำนักเทียมเมฆานั้น ตั้งอยู่บนยอดเขาทั้งแปดของ หุบเขาเทียมฟ้า เขาลูกแรกเป็นทางเข้าหลักคือบันไดที่พวกเขาปีนขึ้นมา บนยอดเขาลูกแรกจะประกอบไปด้วยลานพิธีกรรม ที่สามารถจัดเป็นเวทีประลองได้ด้วย และเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับต้อนรับแขก หรือจัดงานเลี้ยงต่างๆ


            ส่วนเขาลูกที่สองอยู่ถัดไป เป็นพื้นที่สำหรับศิษย์สายนอก มีทั้งที่พัก ลานฝึก และห้องเรียน ศิษย์ใหม่ทุกคนจะต้องเข้ารับการเรียนในห้องเรียนเป็นเวลาสามเดือน หลังจากนั้น คนที่มีความสามารถพอก็สอบเข้าเป็นศิษย์สายในได้ คนที่ไม่ผ่านก็สามารถฝึกฝนด้วยตนเองที่ห้องของตน โดยสามารถขอคำชี้แนะจากเหล่าอาจารย์ที่ประจำอยู่ที่ฝ่ายนอกได้


            ศิษย์ฝ่ายนอกนั้น สามารถอยู่จนถึงอายุ 20 หากอายุครบ 20 ปีแล้วยังไม่สามารถสอบเข้าฝ่ายในได้ จะต้องออกจากสำนัก หรือไม่ก็สามารถสมัครเป็นคนงานในสำนัก ไม่สามารถคงสถานะศิษย์ได้อีก


            เมื่อผู้ที่สอบผ่านเป็นศิษย์สายใน จะได้เลือกว่าจะเข้าเป็นสมาชิกหอใดหอหนึ่งเพื่อศึกษาด้านที่ถนัด โดยแต่ละหอจะประจำที่ยอดเขาทั้งสาม มีหอโอสถ หอศาสตรา หอพลังธาตุแต่ละหอจะเน้นวิชาตามชื่อหอ


            หอโอสถจะมีการปลูกสมุนไพรวิญญาณ การหลอมโอสถ การวิจัยการรักษา วิชาแพทย์ต่างๆ


            หอศาสตรา เน้นการต่อสู้ด้วยอาวุธผสานพลังธาตุ มีทั้งวิชาดาบ กระบี่ มีดสั้น ธนู หรืออาวุธหนัก เช่นขวานหรือค้อนก็มี มีการหลอมสร้างอาวุธวิญญาณและการวิจัยด้านอาวุธต่างๆ


            หอพลังธาตุคือการต่อสู้โดยใช้พลังธาตุเป็นหลักและกระบวนท่าต่อสู้ทั้งระยะประชิดและระยะกลาง เช่นการโจมตีด้วยลูกไฟ คมมีดสายลม หรือการป้องกันเช่นโล่วารี กำแพงศิลาเป็นต้น เป็นการต่อสู้โดยการใช้พลังปราณธาตุต่างๆ ก่อขึ้นมาเป็นรูปร่าง ใช้ในการโจมตีและป้องกัน


            เขาอีกสองลูกจะเป็นหอเก็บตำรา และหอเก็บสมบัติอยู่ซ้ายขวาของเขาลูกในสุดและสูงที่สุด ที่เป็นที่อยู่ของเจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสของสำนัก โดยเขาแต่ละลูกจะมีสะพานเชื่อมต่อกัน


            ส่วนตรงกลางเป็นเกาะลอยฟ้า ลอยอยู่เหนือหุบเขาด้านล่างที่เป็นเหวลึก ไม่มีสะพานเชื่อมต่อกับเขาลูกอื่นๆ เป็นที่ตั้งของหอวิจัยอุปกรณ์วิญญาณ เช่นแหวนมิติ หยกสื่อสาร ก็ถูกสร้างขึ้นที่นี่ โดยมีปรมาจารย์อักขระอันดับหนึ่งประจำอยู่ที่นี่ บนหอวิจัยนี้มีสมาชิกไม่มากนักล้วนเป็นผู้ที่ศึกษาวิชาอักขระทั้งสิ้น


            “หากต้องการเข้าสำนักฝ่ายในพวกเจ้าจะต้องมีระดับพลังลมปราณอย่างน้อยที่ระดับปฐพีขั้นสามเสียก่อน ถึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบ ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ การทดสอบจะมีขึ้นทุกๆ สามเดือน พวกเจ้าจงตั้งใจฝึกฝน” ศิษย์พี่ที่พาพวกเขามาส่งที่เรือนพักศิษย์สายนอกเอ่ยแนะนำเรื่องราวต่างๆ ในสำนัก


            ศิษย์สายนอกทุกคนจะได้พักในเรือนหลังเล็กคนละหลัง เพื่อจะได้มีสมาธิในการฝึกฝน ไม่รบกวนกัน เมื่อศิษย์พี่อธิบายเรื่องต่างๆ เรียบร้อยจึงแจกกุญแจเรือนพักให้ทุกคนแยกย้ายกันพักผ่อน เตรียมตัวสำหรับเข้าเรียนวันพรุ่งนี้


            “ในที่สุดก็สอบเข้าได้แล้ว” จิ่นฮวายิ้มกว้าง เหยียดตัวลงนอนบนเตียงอย่างเกียจคร้าน


            “เดินทางลำบากหรือไม่ เสี่ยวจิ่น” จิ่นฮวาสะดุ้งลุกขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงคนจากข้างเตียง จู่ๆ เทียนหลงก็โผล่เข้ามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง


            “พี่หลง มาแบบนี้ข้าตกใจหมด” จิ่นฮวาตีแขนเขาเบาๆ


            “พวกข้ารอด้านนอกนะเจ้าคะ” เยว่เอ๋อร์รีบเอ่ย แล้วลากจิ้นซื่อออกไปพร้อมหัวเราะคิกคัก


            “ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเจ้าคะ” จิ่นฮวาสงสัยตั้งแต่เห็นเขาในกลุ่มอาจารย์แล้ว


            “ข้าก็ตามมาดูแลเจ้าอย่างไรล่ะ” เทียนหลงยิ้มให้นาง เขาวางมือบนหัวจิ่นฮวาแล้วโยกหัวนางเบาๆ อย่างเอ็นดู


            จิ่นฮวามองหน้าเขาอย่างต้องการคำอธิบาย


            “ข้าเดินทางมาถึงก่อนเจ้าเล็กน้อย แล้วสมัครเป็นอาจารย์น่ะ” เทียนหลงกล่าวสบายๆ

    ………

     

            ย้อนไปเมื่อ 15 วันก่อน ณ เรือนเจ้าสำนัก กำลังมีการประชุมเหล่าผู้อาวุโส เกี่ยวกับเรื่องการเปิดรับศิษย์ใหม่


            จู่ๆ ก็มีบุรุษหน้าตางดงามปรากฏตัวขึ้นกลางห้องโถงประชุม เหล่าผู้อาวุโสและเจ้าสำนักต่างตกใจ และเตรียมต่อสู้ แต่ทันทีที่ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ กลับถูกแรงกดดันมหาศาลกดทับไว้ ไม่มีใครสามารถขัดขืนได้


            “ข้าไม่ได้มาร้าย” เทียนหลงกล่าว จากนั้นเขาเผยพลังของเทพเซียนให้ทุกคนได้รับรู้ เหล่าผู้อาวุโสต่างเป็นผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิขั้นสูงผู้เข้าใกล้ระดับเซียนมากที่สุด ย่อมสามารถแยกแยะปราณของมนุษย์และเทพเซียนได้


            เมื่อปรากฏเป็นภาพรัศมีพลังก่อร่างเป็นรูปมังกรสีทองอยู่ด้านหลังของชายหนุ่ม เหล่าผู้อาวุโสสำนักเทียมเมฆาจึงกระจ่างทันทีว่าเขาเป็นใคร

    “ท่านเทพมังกร ท่านต้องการสิ่งใดจากสำนักของเราขอรับ” เจ้าสำนักเทียมเมฆากล่าวอย่างนอบน้อม


            เพราะแคว้นชิงหลงนั้น บูชาเทพมังกรมาแต่โบราณ ว่ากันว่า เทพมังกรทองศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองแคว้นนี้ในสมัยก่อตั้งแคว้นเมื่อห้าหมื่นปีก่อน และมอบหมายราชวงศ์เสวี่ย ให้ปกครองแคว้นในปัจจุบัน แท้จริงเทพมังกรองค์นั้นคือบิดาของเทียนหลงนั่นเอง


            “ข้าแค่ลงมาเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์สักพัก เลยอยากพักอาศัยในสำนักเจ้า ในฐานะอาจารย์ผู้หนึ่ง พอจะเป็นได้หรือไม่” เทียนหลงเก็บพลังกลับไป แล้วบอกความต้องการของตนเองออกมา


            “เอ่อ ได้ๆ ขอรับ ท่านเทพมังกรอยากอยู่นานแค่ไหนก็ได้ขอรับ ข้าจะให้คนจัดเตรียมเรือนที่ดีที่สุดไว้ให้ขอรับ” เจ้าสำนักเทียมเมฆามองหน้ากับเหล่าอาวุโสแล้วรีบตอบรับอย่างนอบน้อม


            “ขอบใจเจ้ามาก ข้าขอแค่เรือนเล็กๆ เงียบสงบ ห้ามใครไปรบกวนก็พอ” เทียนหลงกล่าวน้ำเสียงเรียบ


            กับจิ่นฮวาเขาอาจดูใจดียิ้มง่าย แต่กับผู้อื่นนั้น เขากลับเป็นผู้ที่มีบุคลิกเย็นชา เข้าถึงยากอย่างที่สุด


            เมื่อตกลงกันได้แล้ว เจ้าสำนักจึงแต่งตั้งเทียนหลงเป็นอาจารย์พิเศษของสำนัก และให้ทุกคนเคารพเขาเทียบเท่าผู้อาวุโสของสำนัก แม้มีอาจารย์ท่านอื่นสงสัยที่มาของเทียนหลง แต่เมื่อเจ้าสำนักและผู้อาวุโสยังดูเกรงใจเขา แล้วใครจะกล้าเสียมารยาท แถมรัศมีรอบกายเขายังดูสูงส่ง จนไม่มีใครกล้าล่วงเกิน


            เทียนหลงจึงอยู่ที่นี่ในฐานะอาจารย์ของสำนักเทียมเมฆาจนถึงตอนนี้ แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายรายละเอียดอะไรให้จิ่นฮวาฟังมากนัก

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาบุปผาข้ามภพ ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740