หลังจากที่โนแลนได้พูดถึงป่าแห่งอัศวินนี่ก็เข้าวันที่ 3 แล้ว ที่ทั้งคู่ออกเดินทางจาก บ้านเกิดของโนแลน
ระยะเวลากว่า 3วันที่ชาร์ลและโนแลนใช้ในการเดินทางอันแสนตื่นเต้น
(ถึงแม้ตลอดทางชาร์ลต้องทนฟังโนแลนโม้ถึงตนเองสมัยหนุ่มๆก็ตาม)ตลอดการเดินทางภาพบรรยากาศก็ยังคงเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีและต้นไม้น้อยใหญ่ตลอดทาง ชาร์ลเองซึบซับบรรยากาศเ่าั้จนบางทีอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่าสถานที่ๆเขากำลังย่างก้าวไปนั้นอาจจะลำบากกว่าที่เขาคิดไว้
บ่ายของวันที่ 3 พวกเขาก็เดินทางมาถึง
"เอาล่ะ ที่นี่คือ ป่าแห่งอัศวิน" โนแลนพูดพลางชี้มืไปยังป่าที่อยู่ด้านหน้า
ที่ด้านหน้าของโนแลนด์และชาร์ลคือป่าทึบที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่นับพันมองเข้าไปกลับมองแทบไม่เห็นอะไรเลย เนื่องจากกิ่งและก้านใบของต้นไม้ใหญ่หลายพันต้นซ้อนทับกันไปมาแม้กระทั่งแสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจส่องถึงพื้นเบื่องล่างของป่าแห่งนี้
"เป็ไรไป อย่าบอกนะว่าเ้ากลัวหนะ" โนแลนพูดพลางเดินนำเข้าไปในป่าก่อน
ชาร์ลได้แต่ยิ้มรับไม่ตอบคำรีบวิ่งตามโนแลนเข้าไปด้านในของป่า
แม้่เวลานี้จะเป็เวลาในตอนกลางวันแต่ที่ด้านในของป่ากลับไม่แตกต่างจากตอนกลางคืนเลย
ด้านในของป่าเต็มไปด้วยเหล่าหิ่งห้อยมากมายที่แข่งกันเรืองแสงตลอดเส้นทาง ดอกไม้นาๆพรรณสีสันสวยงามก็แย่งกันออกดอกบานสะพรั่งถึงแม้จะเป็ที่มืดมิดก็ตามนอกจากสภาพที่มืดผิดปกติแล้วมองดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็ป่าที่น่ากลัวอย่างที่โนแลนพูดถึงเลยแม้แต่น้อย
ทั้งคู่เดินมาจนถึงลานกว้างแห่งหนึ่งที่ลายล้อมไปด้วยต้นไผ่สีเขียว
"เอาหละบริเวณนี้จะเป็ที่พักอาศัยของเหล่าทีกัวรัน อ่อ ข้าหมายถึง ...."
กรร!!!!!!
ยังไม่ทันที่โนแลนจะพูดจบ
เงาดำร่างยักขนาดใหญ่ก็ปรากฎยังเบื้องหน้าของทั้ง 2
มันคือสัปหลาดรูปร่างคล้ายเสือตัวโปร่งแสงคล้ายหิ่งห้อย ดวงตาแดงกล่ำ พร้อมเขี้ยวอันแหลมคมยาวออกมานอกปากลำตัวใหญ่ยักผิดรูปร่างของเสือธรรมดาทั่วไป ลำตัวสูงราวตึก 3 ชั้นเห็นจะได้
ในความตกตะลึงของชาร์ล ทว่าโนแลนกลับแตกต่างออกไป เขาทำหน้าปกติราวกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้านั่นไม่ใช่เสือหากแต่เป็ลูกแมวน้อยตัวหนึ่ง
"ก็อย่างว่าละนะนี่แหละทีกัวรันที่ข้าพูดถึงเ้า...."
ตูมมมม!!!
ยังไม่ทันที่โนแลนจะพูดจบทีกัวรันก็ใช้เท้าหน้าของมันกระทืบมายังโนแลน
"เฮ้เ้าหนะฟังคนอื่นพูดจบก่อนไม่ได้หรือไงฟะ "โนแลนะโหลบได้โดยไม่มีแม้แต่ล่องลอย พร้อมกับหันไปพูดกับชาร์ลต่อ
"นี่เ้าหนู ฟังให้ดีนะโลกแห่งนี้หนะ มีการแบ่งศาสตร์ของเวทย์มนตร์ไว้ทั้งหมด 9แขนงหนึ่งในนั้นที่เ้าได้เห็นก็คือ เวทย์ควบคุมกับเวทย์เคลื่อนย้ายที่เมเบิลใช้ซึ่งระดับของเวทย์ก็สังเกตุได้จากจำนวนเหลี่ยมของวงแหวนเวทย์ละนะ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะสามารถใช้เวทย์ 2แขนงได้ในตัวคนเดียว" โนแลนด์พูดพลางใช้นิ้วชี้วาดเป็วงแหวนเวทย์วงกลมขนาดเล็กปรากฎเป็สายลมกระแสหนึ่งพุ่งออกจากวงแหวนเวทย์ไปยัง ทีกัวรัน
ปัง!!!
เมื่อกระแสลมนั้นกระทบเข้ากับขนของทีกัวรันแล้วก็สลายหายไปราวกับฝุ่นโดยที่ทีกัวรันแทบจะไม่รู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ
"ก็อย่างที่เ้าเห็นเวทย์แค่นี้ทำอะไรทีกัวรันไม่ได้หรอก แต่ถ้าใช้ให้ถูกที่ถูกทางละก็มันก็อีกเื่"
"แล้วเราจะจัดการมันยังไงดีครับเซอร์โนแลน" ชาร์ล กล่าวด้วยหน้าตาที่หวาดผวาผิดกับตอนแรกที่เข้ามา
"ข้าก็กำลังจะทำอยู่นี่ไง"ว่าแล้วโนแลนก็ตั้งท่าวิ่งตรงไปยังทีกัวรัน
ฟ้วบบบ!
เมื่อทีกัวรันหวดกรงเล็บใส่อากาศโนแลนะโหมุนตัวไปด้านหลังหนึ่งทีก็สามารถหลบท่าหวดกรงเล็บนี้ได้อย่างสบายๆ หลังจากนั้นโนแลนก็เพิ่มความเร็วขึ้น และวิ่งอ้อมทีกัวรัน
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงกระทืบเท้าของทีกัวรันที่หมายจะกระทืบใส่โนแลน แต่ด้วยความเร็วของโนแลนขณะนี้ ทำให้ท่าตะปปของทีกัวรันพลาดเป้าโดยตลอด ชาร์ลได้แต่ยืนดูตาค้างถึงความเร็วที่ผิดกับรูปร่างที่ใหญ่โตของโนแลน
"นี่เ้าหนู ตั้งใจดูให้ดีละ"โนแลนะโบอกชาร์ลพลางย่อเข่าลงทั้ง 2 ข้าง เกิดเป็แสงสีขาวเจิดจ้าพร้อมกับวงแหวนเวทย์รูปวงกลมที่ใต้เท้าทั้ง 2
ฟิ้ววว!!
เมื่อโนแลนเหยียดขาขึ้น ปรากฎเป็กระแสลมสายหนึ่งดันร่างของเขาลอยขึ้นไปหลายเมตร เท่าๆกับหน้าของทีกัวรันพอดีโนแลนด์ไม่รอช้ากางมือซ้ายออกไปยังด้านหลัง มือขวาหนึ่งตั้งท่าคล้ายกำลังจะออกหมัดชั่วพริบตาที่ด้านหลังของโนแลนก็ปรากฎเป็วงแหวนเวทย์รูปวงกลมอีกครั้งหนึ่ง
ฟิ้ว!!!
ลมสายหนึ่งดันร่างของโนแลนพุ่งเข้าใส่หน้าของทีกัวรันด้วยความเร็วที่ชาร์ลเองก็แทบจะมองไม่ทันโนแลนชกหมัดข้างที่ง้างรอไว้ั้แ่แรกออก
ปังงงงง!!!!!!
เมื่อหมัดขวาของโนแลนอัดเข้าที่หน้าของทีกัวรันเต็มๆ
ตูมมมมมมม!!!
ร่างทั้งร่างของทีกัวรันก็ล้มคว่ำลงอย่างรวดเร็วใบหน้ากระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง เกิดเป็แรงสั่นะเืไปทั่วทั้งป่า
"ก็อย่างที่ข้าบอกละนะเวทย์แต่ละอย่างมันก็อยู่ที่คนจะใช้ละนะ"
ชาร์ลได้แต่อ้าปากค้าง แน่นิ่ง หวนนึกถึง ขนาดของสัปหลาดนาม ทีกัวรันที่สูงตระหง่านอยู่ด้านหน้าเมื่อครู่กลับถูกล้มลงอย่างง่ายดายด้วยฝีมือตาลุงธรรมดาๆคนหนึ่ง
(ตอนนั้นเซอร์โนแลนทำแบบนี้สินะ แบบนี้แบบนี้ แล้วก็แบบนี้) ชาร์ลคิดในใจพลางใช้นิ้ววาดเป็วงกลมเวทย์ตามที่โนแลนเคยวาด
"........ เอ่อคือ "ชาร์ลทำหน้าตางงงัน เมื่อวงแหวนเวทย์ที่เค้าวาดกลับว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ลมพัดใดๆออกมาเลย
"ฮ่าๆๆๆๆๆ "โนแลนด์ใช้มือกุมท้อง พลางหัวเราะชอบใจเป็การใหญ่
"นี่เ้าหนูการที่คนปกติจะร่ายเวทย์ได้หนะ มันไม่มีหรอกนะเ้าจะต้องทำพันธะสัญญากับบางอย่างก่อ..."
พูดถึงตอนนี้โนแลนเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้อยู่ๆจากใบหน้าที่หัวเราะก็แปรเปลี่ยนเป็ซีดเซียวขึ้นมาทันที
(จริงด้วยสิข้าลืมพาเ้าหนูนี้ไปทำพันธะสัญญากับสิ่งนั้น ให้ตายสิดันลืมไปซะได้... )
"นี่ท่านหมายถึงอะไรหรอเซอร์โนแลน"
"อ่อ...เอ่อ ข้าหมายถึงว่าตอนนี้เ้ายังไม่สมควรที่จะใช้เวทย์นั่นหรอกนะจริงๆแล้ววันนี้ข้าตั้งใจจะพาเ้ามาเปิดหูเปิดตาหนะ เรากลับกันเถอะ..." โนแลนกลบเกลื่อนสีหน้านั่นด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม พลางรีบก้าวเดิน
ย้อนกลับไป
"เห้ รีบเดินมาสิเ้ารออะไรอยู่" โนแลนหันหลังถามชาร์ลที่ตัวแข็งทื่อไม่ยอมขยับ
"อ่อ....คือว่าด้านหน้านั่นหนะ" ชาร์ลพูดพร้อมกับค่อยๆยกมือชี้ไปยังด้านหน้าของโนแลน
ปังงงง!!!
ยังไม่ทันที่โนแลนจะหันหน้ามาดูรู้สึกเหมือนโดนอะไรบางอย่างกระแทกเข้าอย่างแรง
โครมมมม!!!
เมื่อร่างของโนแลนกระเด็นไปชนเข้ากับต้นไผ่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งหักล้มไปหลายต้น
"เซอรโนแลน!!!!"ชาร์ลร้องหาโนแลน พลางวิ่งไปยังกองไผ่ที่ล้มทับร่างของโนแลนอยู่
"อะ....อะ.. โอยยย "
โนแลนด์ค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาจากกองไผ่พลางหันหน้าไปยังทางที่ปลิวมา
อยู่ๆสีหน้าของโนแลนก็แปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมทันทีที่ๆเห็นสิ่งที่อยู่เบื่องหน้าด้านหน้าของโนแลนนั้นเป็ สัตวชนิดหนึ่ง ใบหน้าคล้ายเสือ ลำตัวสีขาวเผือกดวงตาสีเหลืองทอง ขนสีขาวแผ่กระจายไปทั่วหน้า ใช่แล้ว สัตว์ที่ทุกคนรู้จักดี มันคือสิงโตนั่นเองขนาดของลำตัวเมื่อเทียบกับทีกัวรัน เ้าสิงโตตัวนี้ยังตัวเล็กกว่าทีกัวรันเสียอีก
"จะ...เ้าเองสินะ ไวท์ไลออน ยังคงจำแผลเหล่านี้บนใบหน้าของโนแลนผู้นี้ได้ดีสินะ "
( เ้าป่าเหนือสรรพสัตว์ทั้งมวลราชันย์ของป่าแห่งอัศวินสิงโตอัสนีบาต ไวทไลออน แปลกจัง ปกติเ้านี่น่าจะอยู่ในป่าลึกไม่น่าจะมาโผล่แถวนี้ได้หนิ )
โนแลนไม่รอช้า เกร็งหมัดแน่นไม่นานก็ปรากฎเป็วงแหวนเวทย์วงกลม วงใหญ่ขึ้นที่เท้าทั้ง 2ชั่วพริบตาร่างของโนแลนก็พุ่งตรงเข้าใส่ ไวทไลออน ด้วยแรงลมมหาศาล
เปรี้ยงงง!!!!
เมื่อโนแลนง้างหมัดขวาซัดเข้าใส่ที่เท้าหน้าของไวทไลออนเต็มๆ ใช่แล้วนี่เป็ท่าเดียวกันที่ใช้จัดการกับทีกัวรันก่อนหน้านี้
โนแลนกลับต้องหน้าเหวออีกครั้งเมื่อหมัดนั่นต่อยไม่โดนแม้แต่เส้นขนของมันแต่กลับถูกสลายลงด้วยกระแสไฟฟ้าที่ล้อมทั้งร่างของไวท์ไลออนเอาไว้
ไวท์ไลออนไม่เว้น่ให้โนแลนได้พักกลับหวดเท้าเตะเข้าใส่โนแลนอย่างรวดเร็วชั่วพริบตานั้นโนแลนเองก็สร้างวงแหวนเวทย์วงกลมที่ใต้เท้าอีกครั้งหนึ่ง
ฟิ้ววว!!
โนแลนกระโดนหลบออกทางด้านข้างทำให้รอดพ้นจากเท้าหน้าของไวทไลออนได้อย่างหวุดหวิด
คราวนี้โนแลน เร่งความเร็วขึ้นอีกวิ่งวนอ้อมไวทไลออน
ไวท์ไลออนใช้เท้าอีกข้างหนึ่งกระทืบเข้าใส่โนแลนที่กำลังวิ่งวนอยู่
ตูมมมม!!!
โนแลนยังคงะโหลบได้อย่างหวุดหวิด
แต่แล้วไวท์ไลออนก็หวดเท้าอีกข้างหนึ่งตามมาติดๆ
คราวนี้โนแลนไม่ทันระวังตัวตีลังกาหมุนตัวหลบไม่ทัน
เปรี้ยง!!!
ไหล่ของโนแลนเฉียดเข้ากับเท้าของไวท์ไลออน อีกครั้งที่ร่างของโนแลนพุ่งกระเด็นคราวนี้ไม่ใช่ต้นไผ่ หากแต่เป็พื้น
ตูมมมม!!!
ร่างขอองโนแลนกระแทกเข้ากับพื้นแรงสั่นะเืแผ่กระจายออกเผยให้เห็นรอยพื้นยุบขนาดใหญ่
โนแลนยังไม่ยอมแพ้ค่อยๆพยุงร่างกายที่บอบช้ำขึ้นหลังจากนั้นก็เผยให้เห็นเืที่เริ่มไหลอาบไปทั่วทั้งแขนโนแลนในตอนนี้รู้สึกชาไปทั้งแขน ไม่สามารถขยับแขนได้ดั่งเดิม
ไวท์ไลออนเมื่อเห็นศัตรูเริ่มเพลี่ยงพล้ำก็ไม่รอช้าหมุนตัว สบัดหางเข้าใส่ โนแลนอย่างรวดเร็ว
ก่อเกิดเป็ สายลมขนาดใหญ่สายหนึ่งพุ่งตรงมายังโนแลน
ปังงง!!!!
สายลมขนาดใหญ่นั่นพัดร่างของโนแลนพุ่งกระเด็นอย่างแรงเข้าใส่ต้นไผ่ที่อยู่ด้านหลังแม้แต่ร่างของทีกัวรันที่นอนสลบอยู่บนพื้นก็ถูกพัดกระเด็นออกไปด้วย คราวนี้สายลมนั่นตัดต้นไผ่ขาดเป็ 2 ซีกยาวกว่า10 ต้น ล้มหล่นลงมายังร่างของโนแลน กลายเป็กองไผ่กองใหญ่ถมทับจนแทบมองไม่เห็นร่างของโนแลน
ไวทไลออนกลับไม่หยุดการโจมตีเมื่อไวท์ไลอนอ้าปากกว้างคล้ายกำลังจะเตรียมจะปล่อยพลังบางอย่างออกมา
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ"ชาร์ลที่ยืนมองดูอยู่นานกลับทนไม่ไหววิ่งเข้ามาขวางยังด้านหน้ากองไผ่ที่ทับร่างของ
โนแลนเอาไว้
"คะ....ใครใช้ให้เ้ามาขวางข้ากัน" เสียงๆหนึ่งดังมาจากด้านหลังของชาร์ล
ใช่แล้ว เสียงนั่นคือโนแลนนั่นเอง
"เซอรโนแลนท่านยังไม่ตายจริงๆด้วย" ชาร์ลพูดพลางวิ่งไปพยุงร่างที่อาบไปด้วยเืของโนแลนขึ้น
"โนแลนผู้นี้ไม่ยอมาจบง่ายๆแบบนี้หรอกหลีกไปซะ " โนแลน ผลักชาร์ลที่กำลังพยุงช่วยตนทั้งๆที่แทบจะยืนไม่ไหวแล้วก็ตาม
โนแลนไม่รอช้ายื่นมือข้างหนึ่งไปยังด้านหน้าบังเกิดเป็วงแหวนเวทย์ หกเหลี่ยมขนาดใหญ่ ส่องประกายสีเพลิงที่ใต้มือนั่น
"นี่ เ้าหนู ถึงแม้ ฟอร์สแห่งนี้จะไม่มีเวทย์ที่หลากหลายเหมือนกับชาร์มที่เ้าจากมาแต่สิ่งที่ทำให้อัศวินฟอร์สเป็ที่น่าเกรงขาม สิ่งนั้นก็คือ.... " กล่าวถึงตอนนี้เพลิงไฟสีแดงฉานก็แผ่กระจายไปทั่ววงเวทย์
"ดาบแห่งเปลวเพลิงที่ซึ่งเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้าข้าจงออกมา ซาลาแมนเดอร เบลด"