เช้าวันใหม่ 06.00น.
เธอตื่นขึ้นมาทำธุระของตัวเองเสร็จก็ออกไปที่โกดังของที่บ้าน ในโกดังมีข้าวสารต่างๆอยู่หลายร้อยกิโลเลย เธอรีบเก็บข้าวสารก่อนจะออกมายืนรอรถขนส่งเนื้อและผักกับน้องชาย ผักที่น้องชายสั่งมา มีหลายชนิดเลย เช่นพริกขี้หนูสด พริกแห้ง พริกคั่ว น้ำมันพริก (อันนี้ไม่รู้น้องไปสั่งที่ไหน)
พริกต่างๆ เครื่องแกงต่างๆ(แม่ค้าที่ตลาดใส่กล่องมาให้อย่างดี น้องมันว่า บวกค่ากล่องให้แล้ว) แตงกวา มะเขือเทศ มะเขือม่วง และผลไม้ต่างๆ ทั้งในฤดูกาลและนอกฤดูกาล เช่น ส้ม ทุเรียน แตงโม มะม่วง มะม่วงดอง แอปเปิ้ล หลังจากที่เธอนำของทุกอย่างเก็บเข้ามิติแล้วก็ชวน น้องชายไปเดินเล่นที่ตลาดเช้าเพื่อหาซื้ออะไรทานกันในตอนเช้า
ตลาดตอนเช้ามีของขายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็โจ๊กหมูใส่ไข่ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง ปาท่องโก๋ ขนมหวานต่างๆ เช่นวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน ขนมครก ข้าวเหนียวแก้ว บ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวมะม่วง สังขยาฟักทอง ขนมชั้น ข้าวต้มมัด บัวลอยไข่หวาน เธอและน้องชายซื้ออาหารเช้ากลับมาบ้านหลายอย่าง ซื้อมาฝากพ่อแม่แล้วที่เหลือเธอเอาเข้ามิติ(ทุกอย่างใส่กล่องหรือแก้วมีฝาปิดหมดแล้ว)
ตอนนี้เธอมีของมากมายในมิติจากที่พ่อแม่และน้องชายซื้อมาให้และเธอซื้อเอง เื่ของกิน เธอคิดว่าเพียงพอที่เธอจะใช้ประทังชีพ ให้อยู่รอดและการเลี้ยงดูเด็กๆได้แล้ว
ดังนั้นสิ่งที่เธอต้องคิดต่อในตอนนี้ ควรเป็สิ่งของที่จะทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ อย่างสบายเช่นที่ นอน จะให้เธอต้องนอนในที่นอนแข็งๆของยุคนั้นก็ไม่ไหว เธอคงนอนไม่หลับกันพอดี ตอนนี่เธอเดินทางมาซื้อของที่ห้างแม็คโดแล้ว สิ่งที่เธอจะซื้อมีกระดาษทิชชู 2 กล่องใหญ่ กระดาษทิชชูเปียก 5 แพ็ค(แม้จะซื้อที่ร้านยาแล้วก็ซื้อเพิ่มไปอีก) ใหญ่ แปรงสีฟัน ของผู้ใหญ่ ของเด็ก ยาสีฟัน สบู่ก้อน สบู่เหลว สบู่ล้างมือ แชมพู ครีมนวด ผ้าซับหน้า โฟมล้างหน้า ทุกอย่างมีของเด็กๆด้วย เครื่องครัวบางอย่าง หลังจากซื้อของจากแม็คโดเสร็จแล้ว เธอก็ตรงไปที่โฮมดีทันที
เพื่อซื้อผ้าห่ม ผ้านวม ฝูกนอนแบบยางพารา หมอนยางพารา ปลอกหมอน ปลอกผ้าห่ม สีเรียบๆ เช่น สีน้ำตาลอ่อน เข้ม สีเทา สีดำ เเละสีชมพู แดง น้ำเงิน เขียว ติดไปบ้าง แม้จะไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ใน่เวลายุค 60 นั้นก็ตาม
โต๊ะเครื่องแป้งแบบมีกระจก อันนี้เป็ความ้าของเธอเอง กระจกขนาดเท่าตัวคน (เธอซื้อไว้ให้ตัวเองใช้ ในเวลาแต่งตัวในห้อง) เธอออกจากโฮมดี เธอก็ไปที่ตลาดขายของเก่าทันที เธอเดินดูของในตลาด ส่วนมากของที่มีแถวนี้จะเป็ของเก่าแบบไทยๆ แบบจีนหาได้ยากหน่อย
เธอเดินมาจนสุดตลาด ก็เจอร้านค้าเก่าๆร้านหนึ่งด้านในร้านค้า มีของที่เธอ้าหลายอย่าง เช่น หม้อเหล็กมีหูแบบโบราณที่ดูเป็ของมือสองที่สภาพดีๆ และหม้อตุ๋นโบราณมือสอง เธอจัดซื้อมาอย่างละสองอัน และซื้อมีดแบบโบราณมาสองเล่ม ก่อนจะเดินซื้อเครื่องครัวที่จำเป็อีกหลายอย่าง วันต่อมาเธอกับคุณแม่พากันไปเดินซื้อเสื้อผ้าบนห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน
โดยของที่ซื้อวันนี้ คือเสื้อโค้ทขนเป็ดทรงสั้น แบบของผู้หญิง ผู้ชาย และเธอเลือกเสื้อผ้ารูปแบบต่างๆที่ดูโบราณๆ ที่กับเหมาะกับคนสูงอายุชอบใส่กัน โดยซื้อเสื้อโค้ทที่มีสีน้ำตาล เทา ครีม ขาว และซื้อพวกชุดชั้นในขนาดต่างๆไปด้วย(ไม่รู้ร่างที่จะไปอยู่จะขนาดไซน์ไหน) เสื้อผ้าของเด็กก็มีทั้งของเด็กผู้ชายและของเด็กผู้หญิง น้องชายตัวดียังซื้อชั้นในของผู้ชายไปเพิ่มอีกด้วย
ก่อนที่คุณแม่จะพาเธอและน้องชายเดินไปดูจักรเย็บผ้าที่มีขายบนห้างเช่นกัน คุณแม่กล่าวว่าในยุคนั้นการจะหาซื้อเสื้อผ้าแบบสำเร็จรูปเป็การหาซื้อได้ยากมาก ส่วนมากคนในยุคนั้นจะใช้วิธีตัดเย็บชุดใส่กันเอง และเสื้อผ้าที่เธอซื้อไปก็อาจจะไม่ตรงกับยุคนั้นนัก
เธอกับครอบครัวเดินมาถึงร้านขายจักรเย็บผ้า ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านพนักงานเดินเข้ามาเเนะนำสินค้าที่มีในร้านให้กับคุณแม่ คุณแม่เลือกซื้อจักรเย็บผ้าไปสองตัว ตัวหนึ่งเป็จักรเย็บผ้า Singer Professional รุ่น 9100 ในราคา 11,583 บาท อีกตัวเป็จักรเย็บผ้าแบบมือถือ เป็เครื่องเย็นขนาดพกพาไฟฟ้า มินิ ราคา 399 บาท ก่อนที่เธอและครอบครัวจะเดินออกจากร้าน ก็ได้เห็นตรงมุมร้านมีจักรเย็บผ้ารุ่นเก่าตั้งอยู่ตัวหนึ่ง
เธอจึงเดินเข้าไปถามพนักงานของร้านดู พนักงานบอกว่าจักรเย็บผ้าตัวนี้ไม่ได้มีไว้ขาย แต่เป็ของเ้าของร้านที่นำมาตั้งไว้ที่ร้าน ตัวจักรเย็บผ้านี้พนักงานเล่าว่าในอดีต คุณแม่ของเ้าของร้านได้นำเข้ามาจากทางประเทศจีน เห็นว่าเป็จักรตัวเเรกที่คุณแม่ของเ้าของร้านได้ซื้อให้เธอเป็ของขวัญจึงไม่ได้มีไว้ขาย แต่เธอ้าที่จะของซื้อต่อจึงคุยตกลงกันนานพอดูกว่าทางร้านจะยอมขายให้ เหลืออีกไม่กี่วันแล้วที่เธอจะต้องไป วันนี้เธอไม่ได้จะมาซื้อของอะไรอีก
แต่เธอจะพาครอบครัวไปใช้หนี้ธนาคารที่ครอบครัวเธอกู้เงินมาเปิดร้านขายข้าวสาร และนำมาสร้างโกดังเก็บข้าวสารที่จะขายในร้านและส่งขายตามร้านเล็กๆ
เป็จำนวนเงิน 10 ล้านบาท ตอนนี้ครอบครัวเธอก็ไม่มีหนี้แล้ว ส่วนเงินที่เหลือจากการซื้อข้าวของทั้งหมดเหลืออยู่ประมาณ สิบสี่ล้านแปดแสนห้าหมื่นบาท เธอแบ่งให้แม่ห้าล้านให้พ่อห้าล้านให้น้องชาย ไว้เรียนและต่อยอดสิ่งที่เขาอยากทำ
ส่วนที่เหลือเธอพาครอบครัวไปทำบุญที่บ้านเด็กกำพร้าหลายๆบ้าน โดยซื้อขนม ยา เสื้อผ้า อาหารต่างๆไปเลี้ยงรวมถึงบริจาคเงินทุนการศึกษาให้กับเด็กๆด้วย
และไปบริจาคเงิน พร้อมข้าวของให้กับบ้านพักคนชรา ส่วนคนพิการเธอบริจาคเงินให้กับมูลนิธิเพื่อให้นำไปใช้รักษา และยังไปบริจาคให้กับมูลนิธิมะเร็งเพื่อที่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือคนในครอบครัวของผู้ป่วยเป็โรคมะเร็งแต่ไม่มีเงินรักษา จะได้ใช้เงินตัวนี้ในการช่วยเหลือด้านการรักษา คนป่วยและคนในครอบครัวคนป่วย เพื่อที่พวกเขาจะไม่ต้องมารับภาระหนัก จากการหาค่ารักษาผู้ป่วย โดยการไปกู้หนี้ยืมสินมารักษา แต่กลับสามารถรักษาให้หายได้ เงินตัวนี้เธอแค่้าให้เป็เงินที่ช่วยให้ครอบครัวผู้ป่วยมีต้องมีภาระ และยังเป็เงินที่อาจจะสามารถยืดชีวิตผู้ป่วยให้อยู่กับครอบครัวได้นานขึ้นอีกหน่อย
ก่อนเธอและครอบครัวจะกลับมาอยู่บ้าน ใช้เวลาที่เหลืออีกหนึ่งวันให้มีค่าที่สุดกับครอบครัวตอนนี้ก็เป็เวลาดึกมากแล้ว แต่ทุกคนก็ยังไม่ยอมกลับไปนอนห้องของใครของมันทุกคนยืนยันจะนอนที่นี้ จะอยู่เป็เพื่อนเธอจนกว่าเธอจะจากไป
แม้ตอนนี้ เธอจะสับสนปนเปหลายเื่ เธอนอนคิดว่าของให้มันเป็แค่ความฝัน ไม่ใช้ความจริงจนเธอนอนหลับไปตอนไหนไม่รู้ พร้อมกับร่างกายที่หยุดหายใจและหัวใจที่หยุดเต้นของเธอ ที่ได้จากไปพร้อมกับดวงิญญาของเธอสู่โลกใหม่ ยุคใหม่ ทิ้งร่างกายอันเย็นเฉียบไว้กับโลกนี้และยุคนี้ตลอดกาล
...............................................................
*เื่ของมูลนิธิฯมะเร็ง ตรงนี้ เป็ความคิดความฝันที่ผู้เขียนอยากให้มี เพราะครอบครัวผู้เขียนก็เจอกับที่คนในครอบครัวป่วยเป็โรคมะเร็ง เเต่ไม่มีเงินพอที่จะพาไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนได้ ได้รักษาที่โรงพยาบาลรัฐ ที่กว่าที่จะได้รับการตรวจได้รับการรักษา ใช้เวลานานเกินไป
ผู้เขียนจึงได้นำมาเขียนในนิยายด้วย เนื่องจากเป็ความฝันที่อยากจะยือชีวิตคนในครอบครัวเอาไว้อีกสักวัน
**ขอบคุณกับคุณท่านที่เข้ามาอ่านนะค่ะ